Skip to content

A Will Eternal 1142

บทที่ 1142 ความคิดแห่งปัจจุบันกาล

เมื่อแตกหน่อใหม่ คลื่นแห่งการระเบิดขุมหนึ่งก็พลันปะทุออกมาจากหน่อนั้น และพริบตาเดียวก็อาบอวลไปทั่วร่างของป๋ายเสี่ยวฉุน ผ่านที่ใดก็ต้องมีเสียงเปรี๊ยะๆ ลั่นออกมาจากร่างเขาทุกครั้ง ขนาดเรือนกายของเขาเองก็ยังพองขยายขึ้นมาอีกเล็กน้อย ทั้งไม่จำเป็นต้องจงใจเปิดเผย ปราณลี้ลับขุมนั้นก็แผ่ซ่านไปสี่ทิศด้วยตัวเอง

ปราณนี้คือปราณของพลังแห่งความคิด ก่อนหน้านี้ที่เมล็ดพันธ์แห่งเต๋ายังไม่แตกหน่อ มันจึงยังถูกเก็บไว้ข้างใน ทว่าเมื่อหน่อผลิแตก ปราณพลังแห่งความคิดจากที่หลบซ่อนคมเอาไว้ก็ได้เวลาเผยกายออกมาภายนอก!

ขอบเขตเช่นนี้มากพอจะทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนชักนำจิตวิญญาณของโลกและส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของทุกคนเพียงแค่ขยับมือได้แล้ว อานุภาพของมันมากไพศาล ทั้งยังแปลกประหลาดสุดจะหยั่งถึง!

หากเป็นเพียงเท่านี้คงยังไม่มากพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเทียนจุนช่วงกลาง ดังนั้นนอกจากพลังแห่งความคิดแล้ว ตบะของป๋ายเสี่ยวฉุนยังไต่ทะยานไปอย่างไม่หยุดยั้งจนพลังแห่งการต่อสู้แกร่งกร้าวกว่าเก่าถึงประมาณสิบเท่า!

ถ้าก่อนหน้านี้ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ถือกระบี่ใหญ่สายเหนือไว้ในมือสามารถต่อสู้กับเทียนจุนช่วงกลาง หรืออาจจะพอประมือกับเทียนจุนช่วงท้ายได้อย่างกล้อมแกล้ม ถ้าเช่นนั้นเขาในเวลานี้ ไม่จำเป็นต้องถือกระบี่ใหญ่สายเหนือก็สามารถทำเช่นนั้นได้แล้ว!

และหากบวกกับกระบี่ใหญ่สายเหนือเข้าไป ถ้าเช่นนั้นในบรรดาเทียนจุนช่วงกลางด้วยกัน เขาก็คือคนที่ยืนอยู่จุดสูงสุด!

สัมผัสกับคลื่นตบะในร่างกายและพลังแห่งความคิดที่แผ่กระจายไปทั่ว รวมถึงวิเคราะห์ความแตกต่างของตนจากก่อนหน้านี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็พลันฮึกเหิม แต่ที่รู้สึกมากไปกว่านั้นคือความสะท้อนใจ

เขารู้ดีว่าหากไม่เป็นเพราะโชควาสนาในเมืองเสวียนจิ่ว ตนคิดจะฝ่าทะลุขอบเขตมาได้ถึงขั้นนี้ เกรงว่าคงต้องสิ้นเปลืองทั้งเวลาและทรัพยากร เวลาร้อยปียังถือว่าเร็วแล้วด้วยซ้ำ

ต่อให้มีซากพัดอยู่ด้วย ทว่าคัมภีร์วัฏจักรแห่งอดีตอันเป็นขั้นแรกของบทจากโบราณกาลก็จำเป็นต้องสั่งสมพลังให้ได้ถึงท้ายที่สุดถึงจะสามารถทดลองฝ่าทะลุขั้นได้ แล้วยังจำเป็นต้องรอให้เขาฝ่าไปถึงด่านที่หนึ่งร้อยและกลายมาเป็นเจ้านายของซากพัดอย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับการสืบทอดเสียก่อนถึงจะมีโอกาสที่จะฝ่าทะลุขั้นสำเร็จ

ลำพังเพียงแค่ตบะเทียนจุนช่วงต้นของตน ป๋ายเสี่ยวฉุนเองก็รู้ดีว่าห้าสิบด่านให้หลังยากเกินไปสำหรับเขา ทว่าตอนนี้ทุกอย่างมันต่างไปแล้ว!

“หลังจากนี้ตบะของข้าจะพัฒนาไปได้เร็วกว่าเดิม…เมื่อฝ่าด่านครบร้อยด่าน ก็ไม่แน่ว่าข้าอาจจะได้เป็น…เทียนจุนช่วงท้ายหรือขั้นสมบูรณ์แบบ!”

พอคิดอย่างนี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็หน้าบานเป็นกระด้ง ภาพฝันที่วาดไว้ช่างงดงามจนเขาเริ่มไม่กล้าคิดต่อเสียแล้ว

“หากวันหนึ่งข้าได้กลายมาเป็นนายของซากพัด ตบะมาถึงเทียนจุนขั้นสมบูรณ์แบบ อาศัยซากพัด อาศัยกระบี่ใหญ่สายเหนือ…ข้าจะสามารถ…ต้านทานบุพกาลได้หรือไม่!” หัวใจป๋ายเสี่ยวฉุนเต้นโลดแรง ความคิดนี้เติบโตขึ้นมาในสมองของเขาอย่างมิอาจควบคุม เพราะหากมีวันนั้นจริงๆ แม้ป๋ายเสี่ยวฉุนจะไม่ใช่บุพาล แต่ก็ถือว่าเขามีคุณสมบัติที่จะ…แบ่งใต้หล้าเป็นสามส่วนแล้ว!

เนิ่นนานกว่าป๋ายเสี่ยวฉุนจะฝังความคิดอันงดงามนี้ไว้กลางใจได้สำเร็จ เขาเข้าใจดีว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความเพ้อฝันที่มีต่ออนาคตเท่านั้น ก่อนหน้าที่จะถึงวันนั้น ต่อให้เพ้อฝันมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี

“โชควาสนาครั้งนี้ทำให้ความคิดแห่งอดีตกาลของข้าฝึกสำเร็จถึงขั้นสมบูรณ์แบบ และตอนนี้แม้จะเลื่อนสู่เทียนจุนช่วงกลางแล้ว ทว่าเรื่องเร่งด่วนก็คือการสร้างขั้นที่สองของบทจากโบราณกาล วิชาที่จะช่วยให้ข้าฝ่าทะลุขั้นจากเทียนจุนช่วงกลางสู่เทียนจุนช่วงท้ายได้สำเร็จก็คือขั้นที่สองของบทจากโบราณกาลนี่แหละ!”

“ขั้นที่หนึ่งของบทจากโบราณกาล ความคิดแห่งอดีตกาล…คือบทที่สร้างขึ้นมาก็เพื่อสั่งสมพลังที่จำเป็นสำหรับการแตกหน่อของเมล็ดพันธ์แห่งเต๋า!”

“ตอนนี้มาถึงขั้นที่สอง ที่ข้าต้องการก็คือทำให้เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าที่แตกหน่อแล้วผลิดอก!”

“หากจะบอกว่าทุกอย่างก่อนหน้านี้เป็นการเตรียมตัว จึงเรียกว่าเป็นอดีตที่ผ่านไปแล้ว ถ้าเช่นนั้นการแตกหน่อผลิดอกในตอนนี้ก็ต้องเรียกว่าความคิดแห่งปัจจุบันกาล!” ป๋ายเสี่ยวฉุนพึมพำอยู่กับตัวเอง เขาเข้าใจดีว่าตนไม่สามารถสร้างวิชาขึ้นมาจากความว่างเปล่า และความคิดแห่งอดีตกาลของเขาก็อิงจากประสบการณ์และความทรงจำในโลกทงเทียนเป็นรากฐาน

ตอนนี้ถึงคราวสร้างขั้นที่สองของบทจากโบราณกาล เนื่องด้วยตบะที่ฝ่าทะลุเร็วเกินไป เป็นเหตุให้ไม่มีรากฐานที่แข็งแกร่งมากพอ การสร้างสรรค์วิชาหนึ่งขึ้นมาจึงยากยิ่งกว่าเดิม ทว่าเมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนก้มหน้าลงมองถุงเก็บของของตัวเองด้วยดวงตาเป็นประกาย เขาก็ตบลงไปหนึ่งครั้ง แผ่นไม้ไผ่ของรางวัลที่ได้มาจากด่านที่ห้าสิบก็มาปรากฏอยู่ในมือของเขา

“แต่ข้ามีมัน!” ป๋ายเสี่ยวฉุนงึมงำอยู่กับตัวเอง เขาไม่คิดจะสืบทอดวิชาต้นกำเนิดเต๋าของผู้บงการโลกแห่งเซียนผู้นี้จริงๆ ที่เขาต้องการมีเพียงแค่ซึมซับเป็นแนวทางเพื่อที่จะสร้างเส้นทางแห่งเต๋าของตัวเองขึ้นมา

หากในแผ่นไม้ไผ่นี้มีต้นกำเนิดเต๋าเป็นตายที่สมบูรณ์แบบอยู่จริงๆ ป๋ายเสี่ยวฉุนคงไม่มีปัญญาที่จะทำความเข้าใจจนบรรลุได้ ทว่านี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของต้นกำเนิดเต๋าเป็นตายเท่านั้น ป๋ายเสี่ยวฉุนจึงสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ปล่อยสมองให้ว่างเปล่า แผ่อำนาจจิตออกไปผสานรวมกับแผ่นไม้ไผ่ที่มีอักขระอยู่แค่สองตัว ท่ามกลางเสียงอึกทึกสนั่นหวั่นไหว กลิ่นอายแห่งความตายปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง และตอนที่อำนาจจิตของเขาวางอยู่บนอักขระตัวที่สอง กลิ่นอายความสดชื่นมีชีวิตชีวาก็ไหลบ่าขึ้นมา

ภายใต้การตัดสลับระหว่างความเป็นและความตาย ป๋ายเสี่ยวฉุนที่เพิ่งได้สัมผัสเข้ากับต้นกำเนิดแห่งเต๋าเป็นครั้งแรกก็เริ่มจมจ่อมอยู่กับมัน เขาลืมเวลา ลืมทุกสิ่ง ลืมทุกอย่าง สิ่งเดียวที่ไม่ลืมก็คือความคิดแห่งปัจจุบันกาล ซึ่งก็คือการใคร่ครวญถึงความคิดในปัจจุบันของเขา

ไม่รู้ว่าเวลาล่วงผ่านไปนานแค่ไหน ป๋ายเสี่ยวฉุนยังคงจมอยู่กับการทำความเข้าใจ จึงไม่รู้เลยว่าข้างกายเขามีเด็กชายที่กลายร่างจากวิญญาณวัตถุเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ

เด็กชายผู้นี้จ้องป๋ายเสี่ยวฉุนเขม็งโดยที่ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น ในฐานะที่มันเป็นวิญญาณวัตถุ แม้จะสามารถก้าวก่ายในด่านประลอง ทั้งยังมีอำนาจสูงสุด ทว่าอำนาจที่ว่านั้นกลับใช้กับป๋ายเสี่ยวฉุนไม่ได้ผลในเวลานี้

เมื่ออยู่ในด่านการประลอง พฤติการณ์แต่ละอย่างของป๋ายเสี่ยวฉุนทำให้มันรู้สึกทุกข์ทรมานและสิ้นหวังครั้งแล้วครั้งเล่า พอออกมาอยู่นอกด่าน… คิดมาถึงตรงนี้ เด็กชายก็ยิ่งคลั่งเข้าไปใหญ่

มันสามารถขัดขวางควบคุมคนที่เข้าไปฝ่าด่านคนใดก็ได้ ทว่าสำหรับป๋ายเสี่ยวฉุนที่ทิ้งตราประทับส่วนหนึ่งไว้ในซากพัดผู้นี้ มันกลับไม่สามารถทำได้

เพราะอย่างไรซะหากว่ากันในบางระดับแล้ว มันก็เป็นเพียงแค่วิญญาณวัตถุเท่านั้น แต่ป๋ายเสี่ยวฉุนถือว่าเป็นเจ้าของพัดเกือบครึ่งหนึ่ง!

ต่อให้มันจะไม่อยากยอมรับมากแค่ไหน แต่ความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำ ยิ่งหลังจากป๋ายเสี่ยวฉุนฝ่าด่านที่ห้าสิบไปได้ เขาที่ใจคิดแต่จะฝ่าทะลุขอบเขตจึงไม่มีเวลาไปตรวจสอบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วป๋ายเสี่ยวฉุนในเวลานี้ถือว่ามีอำนาจแทบจะเท่าเทียมกับเด็กชายในบางด้านแล้ว

“ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป ข้าควรจะทำอย่างไรดี…” เด็กชายใกล้จะร้องไห้เต็มที พอมันคิดว่าสักวันหนึ่งเจ้าคนขี้โกงไร้ยางอายตรงหน้านี้ต้องกลายมาเป็นนายของตัวเองแล้วถามว่าตนชื่ออะไร ตนควรจะตอบอย่างไรดี คิดอย่างไรก็คิดไม่ตก

เพราะก่อนหน้านี้มันดันสาบานไว้ว่าหากป๋ายเสี่ยวฉุนผ่านด่านได้เมื่อไหร่ มันจะเปลี่ยนไปใช้แซ่เดียวกับป๋ายเสี่ยวฉุน

ตอนนี้มันที่ถอนหายใจอยู่ในใจจึงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันขึ้นมาอีกครั้ง จ้องป๋ายเสี่ยวฉุนอยู่พักหนึ่ง แล้วจู่ๆ มันก็ต้องอึ้งงัน หลังจากเพ่งมองอย่างตั้งใจอีกครั้ง เด็กชายก็กะพริบตาปริบๆ คลายหัวคิ้วแล้วหัวเราะร่าทันที

“ฮ่าๆ เจ้าโง่ เขากำลังทำความเข้าใจกับเต๋าแห่งเวลาอยู่รึ? ใช้ต้นกำเนิดเต๋าเป็นตายเป็นตัวชี้นำ เพื่อทำความเข้าใจกับเวลา?”

“เขาตายแน่ แพ้แน่ นี่มันเป็นไปไม่ได้เลย เต๋าแห่งเวลาคือหนึ่งในเต๋าระดับสูงสุด ความเป็นความตายล้วนถูกมันควบคุม ไอ้บ้านี่มันโง่จริงๆ ฮ่าๆ” เด็กชายตบมือหัวเราะชอบใจ หลังจากมองใหม่อีกรอบจนแน่ใจว่าตัวเองวิเคราะห์ไม่ผิด มันก็พลันรู้สึกเหมือนเมฆทะมึนบนฟ้าเคลื่อนตัวออกจากกันจนเห็นท้องฟ้าสดใส หมุนกายจากไปพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

เวลาผ่านไปได้อีกหนึ่งเดือน ป๋ายเสี่ยวฉุนที่นั่งเข้าฌานแน่นิ่งก็พลันตัวสั่นเยือก ตามหลังร่างที่สั่นสะท้านของเขา แผ่นไม้ไผ่ที่บันทึกส่วนหนึ่งของต้นกำเนิดเต๋าเป็นตายในมือเขาก็กลายมาเป็นเถ้าถ่านไปในชั่วพริบตา เมื่อดวงตาทั้งคู่ของเขาค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า ความว่างเปล่ารอบด้านเขาบิดเบือนฉับพลัน ภายใต้การบิดเบือนนี้ คลื่นที่แตกต่างไปจากความคิดแห่งอดีตกาลของป๋ายเสี่ยวฉุนอย่างสิ้นเชิงก็สาดส่องออกมาจากดวงตาของเขา

คลื่นนี้ราวกับว่าจะทำให้สถานที่ที่เขาอยู่ ซึ่งไม่ว่าจะห่างไกลไปถึงยุคบรรพกาล หรือต่อให้ยืนอยู่ในแม่น้ำแห่งกาลเวลา ทว่าเพียงแค่ความคิดเดียวของเขาก็ทำให้สถานที่ที่เขาอยู่เป็นปัจจุบันได้ตลอดกาล!

ต่อให้เวลาทั้งหมดเลยผ่านไป แต่นั่นก็ไม่สามารถช่วงชิงกาลเวลาไปจากเขาได้เลย!

ถึงขั้นที่ว่าหากว่ากันในบางระดับแล้ว พลังความคิดของยังสามารถทำให้เวลา…หยุดชะงักได้ด้วย!

“ความคิดแห่งปัจจุบันกาล ความคิดแห่งเผด็จการ!” ขณะเดียวกันกับที่ป๋ายเสี่ยวฉุนพึมพำ บนซี่พัดห่างไปไกลในตำแหน่งที่ป๋ายเสี่ยวฉุนมองไม่เห็น เด็กชายจำแลงร่างออกมา ก่อนหน้านี้มันสัมผัสได้ถึงคลื่นของต้นกำเนิดเต๋าเป็นตายถึงได้ปรากฏตัว พอมองเห็นป๋ายเสี่ยวฉุน มันก็ทำหน้าเหลือเชื่อ ดวงตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า

“เต๋าแห่งกาลเวลา สวรรค์ กาลเวลาที่สูงส่งลึกล้ำยิ่งกว่าต้นกำเนิดเต๋าเป็นตาย มากพอจะขนานนามได้ว่าเป็นเต๋าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลับถูกเจ้าคนขี้โกงไร้ยางอายผู้นี้ทำความเข้าใจจนบรรลุได้สำเร็จหรือนี่!!”

“สวรรค์ท่านตาบอดหรืออย่างไร!” เด็กชายใกล้บ้าเต็มที มันแผดเสียงคำรามอย่างไม่ยินยอม ดวงตาทั้งคู่แดงฉาน มันตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นอะไร ครั้งนี้มันก็จะต้องทำให้เจ้าคนไร้ยางอายผู้นี้พ่ายแพ้ราบคาบให้จงได้

“ฝากไว้ก่อนเถอะ!!” เด็กชายวิญญาณวัตถุทึ้งผมตัวเองอย่างแรง ก่อนจะเริ่มไปตามหาด่านเหมาะๆ เพื่อเตรียมการซุ่มเล่นงานป๋ายเสี่ยวฉุนอย่างเต็มที่ ท่าทางเช่นนั้นราวกับนักพนันสิ้นหวังที่พร้อมทุ่มหมดหน้าตักอย่างไรอย่างนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version