Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1284

I shall seal the heaven Chapter 1284

ตอนที่ 1284

พลังแห่งอาณาจักรขุนเขาทะเล

ในท่ามกลางความประหลาดนั้น หานชิงเหลยและผู้ฝึกตนตระกูลหานคนอื่นๆ ต่างก็สั่นสะท้านไปโดยสิ้นเชิง ท่าทางของเมิ่งฮ่าวทำให้เกิดเป็นหัตถ์ยักษ์ภาพลวงตาปรากฏขึ้นในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ขยายออกไปปกคลุมอาณาเขตที่ถูกครอบครองโดยผู้ฝึกตนจากขุนเขาทะเลที่เจ็ด และจากนั้นก็กำแน่นลงไปอย่างดุร้าย

เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องขึ้น และความว่างเปล่าก็สั่นไหวไปมา ใบหน้าของผู้ฝึกตนทั้งหมดเต็มไปด้วยความตกตะลึง พวกมันหลายคนยังได้เริ่มแผดร้องออกมาอีกด้วย

แต่ละคนไม่ว่าจะมีพลังการฝึกตนอยู่ที่ระดับใด ต่างก็รู้สึกว่าแรงกดดันอันเข้มข้นอย่างที่ยากจะอธิบายกำลังกดทับลงมาบนร่างพวกมันทั้งหมด พร้อมกับพลังแห่งการขับไล่

ราวกับว่าท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวได้ปฏิเสธพวกมัน ปรารถนาจะขับไล่พวกมันออกไป ราวกับว่าพวกมันกำลังถูกขับไล่…โดยอาณาจักรขุนเขาทะเล!

ผู้ฝึกตนที่มีพื้นฐานฝึกตนต่ำกว่าอาณาจักรโบราณ ไม่อาจจะต่อต้านแรงกดดันนั้นได้ แผดร้องออกมาขณะที่ร่างกายบิดเบี้ยวอยู่ภายใต้แรงกดดัน จนกระทั่งดูไม่เหมือนกับมนุษย์อีกต่อไป จากนั้นก็ระเบิดขึ้นกลายเป็นกลุ่มหมอกของโลหิตและชิ้นเนื้อ!

ต่อมาผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณขั้นต้น เริ่มมีโลหิตไหลซึมออกมาจากดวงตา หู จมูกและปาก หลังจากที่อดทนได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ สีหน้าหวาดกลัวและสิ้นหวังก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าพวกมัน และถูกบดขยี้กลายเป็นเศษชิ้นเนื้อไป

เสียงหัวเราะอย่างขมขื่นดังก้องขึ้น รวมทั้งเสียงแผดร้องด้วยโทสะ แม้แต่เสียงร้องไห้ขอความเมตตาก็ดังก้องออกมา เสียงเหล่านี้ดังออกมาจากผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณขั้นกลาง

เมื่อเห็นคนทั้งหมดรอบๆ ตัวพวกมันที่มีพื้นฐานฝึกตนต่ำกว่าตนเอง กำลังถูกบดขยี้จนแหลกเละไป และกลิ่นคาวโลหิตที่ลอยคละคลุ้งขึ้นมา ก็ทำให้จิตใจพวกมันระเบิดขึ้นเป็นความรู้สึกที่สิ้นหวัง พวกมันหลายคนปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์หรือของวิเศษออกไป แต่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกทำลายไปในทันทีที่ปรากฏขึ้น และของวิเศษก็แตกกระจายไป

ผู้ฝึกตนเหล่านี้ต่อต้านได้นานแค่หนึ่งอึดใจเท่านั้น ก่อนที่จะถูกบดขยี้จนกลายเป็นเลือดเนื้อและกองกระดูกไป

ต่อมาเป็นผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณขั้นสุดท้าย และพวกที่อยู่ในขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่ ก่อนที่พวกมันจะสามารถหลบหนีจากไป ต่างก็ถูกทำลายไปทั้งร่างกายและวิญญาณ สำหรับแมงมุมยักษ์ทั้งสาม เสียงแตกร้าวดังก้องออกมาจากร่าง และขาของพวกมันก็เริ่มบิดเบี้ยว ขณะที่ร่างกายถูกบดขยี้จนมองไม่เห็นเป็นรูปร่าง โลหิตสีเขียวสาดกระจายไปทั่ว

และสุดท้าย…เป็นผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าทั้งสาม พวกมันมองไปด้วยดวงตาที่เบิกโพลง ขณะที่ผู้ฝึกตนทั้งสามพันคนกลายเป็นก้อนเนื้อเลอะเลือนไป และระลอกคลื่นอันไร้ขอบเขตก็กระจายออกมาจากท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว พวกมันตกอยู่ในนรกแห่งเลือดเนื้อ และเริ่มสั่นสะท้าน พร้อมทั้งกระอักโลหิตออกมา ถูกบดขยี้ด้วยแรงกดดันนี้เช่นเดียวกัน

“ไม่!!” หนึ่งในพวกมันเริ่มหัวเราะอย่างขมขื่น เมื่อมาถึงจุดที่ไม่อาจจะต่อต้านได้อีกต่อไป หยิบเอาของวิเศษทั้งหมดที่มีออกมา และยังได้พ่นกระดิ่งออกมาจากปากอีกด้วย ขณะที่พยายามจะต่อสู้กลับไป แต่ของวิเศษทั้งหมดก็ถูกบดขยี้ไป และร่างกายก็เริ่มบิดเบี้ยวไปมา

ผู้ฝึกตนอาณาจักรเต๋าอีกสองคนหัวเราะอย่างขมขื่น ขณะที่ทำการระเบิดตนเอง ไม่มีทางจะหลบหนีจากไปได้ ท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ดาวถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนา พวกมันจึงไร้โอกาสใดๆ แม้แต่น้อย

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่พลังการระเบิดตนเองของสองปรมาจารย์อาณาจักรเต๋า จมอยู่ในหัตถ์ยักษ์โดยสิ้นเชิง และจากนั้นก็ถูกบดขยี้ไป

ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาในการอธิบายแต่จริงๆ แล้วก็เกิดขึ้นในชั่วพริบตา บริเวณที่ก่อนหน้านี้ถูกครอบครองโดยผู้ฝึกตนจากขุนเขาทะเลที่เจ็ดสามพันคน กลายเป็นกลุ่มหมอกแห่งโลหิต ขณะที่พวกมันทั้งหมดถูกบดขยี้ไปจนตาย!

ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนและของวิเศษทั้งหมดต่างก็ถูกบดขยี้ไปด้วยกัน พร้อมกับร่างของแมงมุมยักษ์ ก่อตัวเป็นแผ่นผืนสีโลหิตขนาดใหญ่ ที่มีแถบสีเขียว สีขาว และสีแดงวนไปมา ช่างเป็นภาพที่น่าตกใจไปจนถึงแก่นกาย

ใบหน้าหานชิงเหลยซีดขาว และสองปรมาจารย์ตระกูลหาน ถึงแม้ว่าจะเคยมีส่วนร่วมในการต่อสู้มาอย่างมากมาย ต่างก็เริ่มสั่นสะท้านและมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความหวาดกลัว

คนทั้งหมดกำลังมองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง และปากที่อ้าค้าง หญิงสาวบางคนยังได้เริ่มอาเจียนออกมาอีกด้วย เมื่อพวกนางมองไปยังเมิ่งฮ่าว ดวงตาก็สาดประกายขึ้นด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่ากำลังมองไปยังสัตว์ป่าที่กระหายเลือดและโหดเหี้ยม เมิ่งฮ่าวยังน่ากลัวมากกว่าขุนเขาทะเลที่เจ็ดซะอีก

“นั่นคือพลังอะไรกัน…?” หานชิงเหลยพึมพำ มองไปยังแผ่นผืนสีโลหิตอันน่ากลัว จากนั้นก็มองไปยังเมิ่งฮ่าว และตระหนักได้ถึงความขมขื่นของตนเอง เมิ่งฮ่าวได้ก้าวข้ามมันไปนานแล้ว ข้ามมันไปจนถึงจุดที่ไม่มีทางจะไล่ตามทันแล้ว

“พลังแห่งอาณาจักรขุนเขาทะเล” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา เมื่อเข้าไปในอาณาจักรโบราณ และจุดตะเกียงวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมา ก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะรับรู้ได้ถึงอาณาจักรขุนเขาทะเล

ก่อนหน้านี้เขาต้องบังคับให้โลหิตผู้ยิ่งใหญ่ภายในร่างมีปฏิกิริยาขึ้นมา เพื่อเรียกพลังแห่งดวงตะวันและจันทรา ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น แค่คิดเพียงแวบเดียวก็สามารถจะปลดปล่อยพลังแห่งขุนเขาทะเลออกมาได้

ถึงแม้ว่าเมิ่งฮ่าวไม่อาจจะใช้ออกมาได้มากนัก แต่ก็มั่นใจได้ว่าเมื่อพลังการฝึกตนของตัวเองก้าวหน้าขึ้นมีความสำคัญมากขึ้น กลิ่นอายผู้ผนึกอสูรของตนเองก็จะเริ่มแข็งแกร่งมากขึ้น และวันนั้นก็จะมาถึง เมื่อเขาคิดเพียงแวบเดียว ก็สามารถจะตัดสินได้ว่าอาณาจักรขุนเขาทะเลจะคงอยู่ต่อไปได้หรือไม่

นั่นเป็นเพราะว่าเขาคือ…ผู้ผนึกอสูรรุ่นที่เก้า และเป็น…ราชันแห่งอาณาจักรขุนเขาทะเลด้วยเช่นกัน!

เมิ่งฮ่าวยิ้มให้กับหานชิงเหลยและกล่าวว่า “พี่หาน ขอต้อนรับสู่ตระกูลเมิ่ง พวกท่านจะปลอดภัยเมื่ออยู่ที่นี่ โปรดตามข้ามา!”

แววตาหานชิงเหลยเต็มไปด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน หลังจากผ่านไปชั่วขณะ มันก็ประสานมือและโค้งตัวต่ำลงให้กับเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็ติดตามไป พร้อมด้วยผู้ฝึกตนตระกูลหานที่เหลือ เมื่อกลับเข้าไปในคฤหาสน์บรรพชนตระกูลเมิ่ง หลังจากที่พบกับไว่ผออย่างเป็นทางการแล้ว ผู้รอดชีวิตตระกูลหานก็ได้รับมอบพื้นดินบางส่วนที่อยู่ในคฤหาสน์บรรพชน บนทวีปตรงกลาง เป็นสถานที่ที่พวกมันจะสามารถขยับขยายและก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่

หลายวันต่อมา เมิ่งฮ่าวใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกฝนตนเองอยู่ในรูปปั้นขนาดใหญ่ แต่ก็มักจะไปพบกับหานชิงเหลยเป็นระยะ เพื่อย้อนรำลึกถึงวันเก่าๆ ด้วยกัน

ดินแดนที่มอบให้กับตระกูลหานมีทะเลสาบน้ำแข็งอยู่ภายใน ซึ่งเต็มไปด้วยปลาปี้หาน (หยกน้ำค้างแข็ง) เป็นปลาที่เมิ่งฮ่าวชอบกินเป็นอย่างยิ่งในทันทีที่ได้ลองชิม ดังนั้นเขามักจะไปยังทะเลสาบนั้นเป็นประจำเพื่อตกปลาร่วมกับหานชิงเหลย

มันค่อนข้างจะเงียบสงบจากสงครามอันโหดร้ายที่กำลังเกิดขึ้นตรงด้านนอกในขุนเขาทะเลที่แปด หานชิงเหลยมักจะเริ่มเหม่อลอย และบางครั้งก็ยังได้ลืมสงครามที่ด้านนอกไปอีกด้วย

“พี่เมิ่ง…ด้วยระดับพลังการฝึกตนของท่านในตอนนี้ ทำไมท่านถึงไม่ช่วยขุนเขาทะเลที่แปดผลักดันผู้รุกรานจากขุนเขาทะเลที่เจ็ดออกไป?”

เป็นคำถามที่หานชิงเหลยครุ่นคิดมานาน และอดที่จะสอบถามขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้มาหลายวันแล้ว แต่วันหนึ่งขณะที่มันนั่งอยู่ข้างทะเลสาบน้ำแข็งกำลังตกปลาร่วมกับเมิ่งฮ่าว ในที่สุดก็ถามขึ้นมา

เมิ่งฮ่าวไม่ได้กล่าวตอบในทันที เขากระตุกสายเบ็ดที่หย่อนลงไปในทะเลสาบ และทันใดนั้นปลาสีหยกขนาดใหญ่ก็พุ่งขึ้นมาจากน้ำ เขาดึงมันขึ้นมา และกลายเป็นว่ามันมีขนาดยาวมากกว่าครึ่งจ้าง เขาชี้นิ้วออกไป ผู้ฝึกตนตระกูลเมิ่งที่อยู่ในบริเวณนั้นใกล้เข้ามา และจับไปยังปลาที่กำลังดิ้นรนอยู่นั้น จับมันกดลงไปบนพื้น จากนั้นก็วางลงไปในตะกร้า

“พี่หาน สงครามนี้…จะยังไม่จบลง นอกจากนั้น ต่อให้ขุนเขาทะเลที่เจ็ดไม่ลงมือ ขุนเขาทะเลอื่นอีกแห่งก็จะโจมตีมาด้วยเช่นกัน…” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นอย่างเงียบๆ หลังจากที่ผ่านเข้าไปในอาณาจักรโบราณ เสียงของเมิ่งฮ่าวมีการเปลี่ยนแปลงไป และดูเหมือนว่าจะแก่ชราลงไปมากขึ้น

เขาถอนหายใจและมองขึ้นไปในท้องฟ้า ตรงไปยังเขตชายขอบของอาณาจักรขุนเขาทะเล และสามสิบสามสวรรค์ “ข้าจะเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”

“ท่านเคยสังเกตหรือไม่ว่าท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว เหมือนจะมีเพดานปิดมันอยู่? และเพดานนั้นก็เลื่อนต่ำใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ?”

คำพูดของเมิ่งฮ่าวทำให้หานชิงเหลยต้องอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ ทันใดนั้นมันก็มองขึ้นไปในท้องฟ้าอันไร้ขอบเขต และดวงดาวที่ไร้จุดสิ้นสุด และเริ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

“ท่านหมายถึง…สามสิบสามสวรรค์?!”

หลังจากที่เงียบไปชั่วขณะ เมิ่งฮ่าวก็มองออกไปยังทะเลสาบน้ำแข็ง และกล่าวขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ “ข้าเกรงว่าอีกไม่นาน สามสิบสามสวรรค์จะลงมาแล้ว”

สีหน้าหานชิงเหลยสลดลง มันเคยอยู่ในกลุ่มคนที่ไปยังอาณาจักรสายลมมาก่อนเช่นเดียวกับเมิ่งฮ่าว เห็นได้ชัดว่ามันจำได้ถึงสิ่งที่เป็นตัวแทนของสามสิบสามสวรรค์ และรู้ว่าในที่แห่งนั้นมีผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังอย่างน่ากลัวอยู่

“ถ้าเช่นนั้น…พวกเราต้องทำอะไรบ้าง?” หานชิงเหลยถามขึ้นด้วยความขมขื่น ก่อนหน้านี้มันคิดว่าการรุกรานเข้ามาของขุนเขาทะเลที่เจ็ดคือสิ่งที่น่าตกใจและสะท้านใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้มันตระหนักแล้วว่านั่นเป็นแค่การโหมโรงเท่านั้น แต่หานชิงเหลยก็แทบจะกวาดล้างความคิดที่เป็นแค่การโหมโรงออกไป สำหรับมันแล้วการโหมโรงนี้ก็รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ถ้าเกิดสงครามขึ้นกับสามสิบสามสวรรค์…มันก็ไม่รู้ว่าตนเองต้องทำอย่างไร ได้แต่จ้องมองออกไปในความว่างเปล่า ตกอยู่ในห้วงภวังค์ไปโดยสิ้นเชิง

เมิ่งฮ่าวมองไปยังหานชิงเหลย และจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นสัตย์ซื่อจริงใจและเคร่งเครียดขึ้น “ต้องแข็งแกร่งขึ้น! ไม่ว่าพวกเราจะพูดถึงสงครามอะไร การรุกรานของขุนเขาที่เจ็ด สงครามกับขุนเขาทะเลอื่นๆ หรือแม้แต่การมาถึงของสามสิบสามสวรรค์ แม้แต่…การกลับมาของสองกองกำลังที่เคยทำลายอาณาจักรขุนเขาทะเลไปเมื่อนานมาแล้ว สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องทำไม่ว่ากรณีใดๆ ก็คือ…ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้จงได้!”

“สงครามเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ บางทีอาจจะมีสวรรค์คงอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่ต้องไม่ใช่อาณาจักรขุนเขาทะเลอย่างแน่นอน”

“สงครามที่แท้จริงจะมาถึงไม่เร็วก็ช้า และพวกเราทั้งหมดก็ต้องต่อสู้กับมัน” ดวงตาเมิ่งฮ่าวเริ่มสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้าอย่างช้าๆ ในที่สุดเขาก็แตะนิ้วลงไปบนพื้น ทำให้ระลอกคลื่นพุ่งกระจายออกไป และในที่สุดก็เต็มไปทั่วทั้งทวีป

มันคือสิ่งที่เขากระทำมาโดยตลอดในหลายเดือนที่ผ่านมา แม้แต่ตอนที่อยู่ในช่วงนั่งเข้าฌานตามลำพัง เขามักจะส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไป หลอมรวมพลังการฝึกตนเข้ากับพื้นดิน เพื่อสร้างเป็นค่ายกลเวทขนาดใหญ่

เมิ่งฮ่าวไม่ค่อยรู้มากนักเกี่ยวกับค่ายกลเวท แต่รายละเอียดของค่ายกลเวทใต้ดินนี้ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ สิ่งสำคัญก็คือพลังที่ก่อตัวขึ้นเป็นโครงสร้างค่ายกลคือพลังแห่ง…อาณาจักรขุนเขาทะเลของเมิ่งฮ่าว

“เกือบสมบูรณ์แล้ว” เมิ่งฮ่าวพึมพำกับตัวเอง

หานชิงเหลยนั่งอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ พร้อมกับใบหน้าที่ดูขมขื่น

“แต่ข้าก็ยังคงไม่เข้าใจ ท่านสามารถจะทำอะไรบางอย่างกับสงครามในตอนนี้ได้ ด้วยพลังการฝึกตนของท่าน ท่านสามารถจะหยุดมันได้! ถ้ามีคนตายน้อยลง อาณาจักรขุนเขาทะเลก็จะมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต!”

“ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ก็มีศัตรูเฝ้ารอพวกเราอยู่ตรงด้านนอก แต่พวกเราก็มาทำสงครามกันเอง ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องมาต่อสู้กันเองเลย!”

เมิ่งฮ่าวเงียบไปชั่วขณะ แต่ในที่สุดก็กล่าวว่า “มันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม เวลานั้นกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ในไม่ช้า”

เมิ่งฮ่าวไม่ได้อธิบายถึงเหตุผลจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงไม่ไปต่อสู้ในสงครามนี้

มีแต่เมิ่งฮ่าวเองที่รู้ว่าเหตุผลที่เขาไม่ไปต่อสู้ก็เพราะว่า…เขาไม่ได้อยู่ตามลำพังตัวคนเดียวในขุนเขาทะเลที่แปดแห่งนี้ เขามีตระกูลเมิ่งที่ต้องคอยดูแล

ต่อให้เขาไม่แยแสกลุ่มคนตระกูลเมิ่งอื่นๆ ทั้งหมด แต่ก็ต้องใส่ใจไว่ผอของตนเอง และไว่ผอก็ใส่ใจคนของท่านรวมทั้งคนอื่นๆ ในตระกูลทั่วไป ถ้าเมิ่งฮ่าวออกไปต่อสู้เพื่อต่อต้านการรุกรานเข้ามาของขุนเขาทะเลที่เจ็ด เขาจะต้องได้รับผลกระทบจากเงื้อมมือของพวกมันอย่างแน่นอน และในที่สุด…ก็จะเหลือตนเองเพียงลำพังเท่านั้น

สุดท้ายเขาก็ต้องเลือกที่จะต่อต้านการตอบโต้ของขุนเขาทะเลที่เจ็ดหรือว่าหลบหนีจากไป แต่ตระกูลเมิ่งไม่อาจจะเลือกเช่นนั้นได้ ตราบเท่าที่ตระกูลเมิ่งยังคงอยู่ ถ้าเมิ่งฮ่าวสอดมือเข้าไป…ตระกูลก็จะถูกลากเข้าไปในความขัดแย้งนี้และจะถูกกวาดล้างไป

นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเขาถึงไม่ยอมสอดมือเข้าไป และมั่นใจว่าขุนเขาทะเลที่เจ็ดก็ตระหนักดีถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น…นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมพวกมันถึงไม่ยอมมาตอแยเขา และทำไมเขาและพวกมันถึงสามารถจะรักษาสถานการณ์ที่เปราะบางนี้ไว้ได้

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: