I Shall Seal The Heaven Chapter 484

0 Comments

ตอนที่ 484

หลอมรวมโลหิตแห่งจี้

ขณะที่การต่อสู้ระหว่างเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ และเผ่าห้าพิษดำเนินต่อไป มันก็ค่อยๆ เด่นชัดมากขึ้นว่าใครกำลังเป็นฝ่ายสูญเสีย จำนวนผู้เสียชีวิตของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงสัตว์ปีศาจได้เพิ่มมากขึ้น

แน่นอนว่า เผ่าห้าพิษต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมากด้วยเช่นกัน แต่ก็ไม่มากเท่าเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากแรงกดดันอันอำมหิตโหดร้ายของการต่อสู้ กองกำลังของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ได้แสดงถึงสัญญาณว่า พวกมันอาจจะแตกกระจายออกเป็นส่วนๆ

ในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฮ่าวก็ยังคงติดอยู่ภายในผนึกสีโลหิต โชคร้ายที่ไม่ว่าเขาจะมีความคิดหลบหนีออกไปได้อย่างไรก็ตามที ก็ไม่มีความคิดไหนจะทำได้สำเร็จ ทั้งการเคลื่อนย้ายทางไกลย่อย และอาวุธเวทต่างๆ แม้แต่ธวัชสามแฉก ก็ไม่อาจจะทำให้ผนึกนี้ยุบลงไปได้แม้แต่น้อย

เขาได้พยายามทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งค่ายกลดอกบัวกาลเวลา, กระบี่ไม้แปลกๆ ทั้งสี่เล่ม แม้แต่พยายามใช้กระบี่เซียนของหานซาน แต่จากการสังเกตของเขา คงต้องใช้เวลาถึงสามวันกว่าที่เขาจะสามารถทำลายผนึกนี้ออกไปได้

ดูเหมือนจะมีเพียงทางเลือกเดียวที่ยังเหลืออยู่ นั่นก็คือปราณกระบี่เริงระบำ ดวงตาเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนเป็นสีแดง ขณะที่เริ่มรวบรวมปราณสุราที่อยู่ด้านในร่างกาย

“โลหิตนี้ประกอบไปด้วยพลังแห่งกรรม มันต้องเป็นโลหิตจากปรมาจารย์ของตระกูลจี้บางคนในสมัยโบราณ ถ้าหยดโลหิตนี้ประกอบไปด้วยพลังเช่นนั้นหลังจากที่ผ่านไปนานหลายปี แล้วบุคคลผู้นี้จะมีความแข็งแกร่งเท่าใดกันแน่ตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่?” จิตใจเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน ขณะที่ปราณสุรากวาดผ่านออกไป และปราณกระบี่เริงระบำก็เริ่มรวมตัวกันอยู่ภายในร่าง

เขาไม่อาจจะคิดถึงวิธีอื่นได้นอกจากการใช้ปราณกระบี่เริงระบำ ซึ่งค่อนข้างจะน่าอนาถใจ จริงๆ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าปราณกระบี่เริงระบำจะช่วยให้ออกไปได้หรือไม่ แต่เขาก็รู้ว่าเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจจะยืนหยัดต่อต้านได้นานนัก

เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และกำลังจะทำให้พลังของปราณกระบี่เริงระบำระเบิดออกมา แต่ทันใดนั้นเองที่เขามองไปยังผนังกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นมาจากผนึกสีโลหิต เขามองไปยังระลอกคลื่นที่กระเพื่อมไปมาของโลหิต จากนั้นจู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีแรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านไปทั่วร่าง

“โลหิต…โลหิต…” ในตอนนี้เองที่รู้สึกราวกับว่าสายฟ้ากำลังฟาดลงมาที่ศีรษะ ความกล้าหาญและความคิดอย่างบ้าคลั่งฉับพลันนั้นก็พุ่งขึ้นมาในจิตใจ

เป็นความคิดที่ทำให้จู่ๆ ก็เริ่มหอบหายใจ และลังเลที่จะใช้ปราณกระบี่เริงระบำ

“โลหิตวิญญาณ นี่คือโลหิตวิญญาณตระกูลจี้ ข้ามีโลหิตวิญญาณจากผู้ฝึกตนระดับขั้นของตระกูลจี้อยู่แล้ว ถ้ารวมเข้ากับโลหิตนี้ ก็จะกลายเป็นโลหิตสองหยด!”

“ข้ามีจี้สือจิ่วที่ถูกผนึกอยู่ด้านในหน้ากากสีโลหิต ถ้าข้าดึงเอาโลหิตวิญญาณมาจากมัน นั่นก็หมายความว่าข้ามีโลหิตตระกูลจี้ถึงสามรุ่น ด้วยการใช้เวทเซียนโลหิต ข้าก็สามารถสร้างร่างจำแลงโลหิตขึ้นมาได้!”

“โลหิตสามรุ่นสามารถสร้างเป็นร่างจำแลงโลหิต เก้ารุ่นสามารถสร้างเป็นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ โลหิตศักดิ์สิทธิ์…น่าจะมีพลังของการปลุกชีพบรรพบุรุษ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญอันแข็งแกร่งของตระกูลจี้ปรากฎขึ้นอีกครั้ง! ข้าก็จะสามารถใช้ความแข็งแกร่งบางอย่างจากหนึ่งในเซียนของพวกมัน!”

เมิ่งฮ่าวเริ่มหอบหายใจ ความคิดนี้ก่อตัวขึ้นมาในจิตใจเขาอย่างต่อเนื่อง กระจายออกไปเต็มอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเอง เขาก็ตระหนักว่าสถานการณ์ในตอนนี้ ก็คือโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่ง!

ถ้าเขาพลาดโอกาสนี้ ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะได้ครอบครองโลหิตตระกูลจี้อีก ยิ่งไปกว่านั้น หยดโลหิตของตระกูลจี้หยดนี้ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่ามันมีเบื้องหลังอันน่าเหลือเชื่อ

“ข้าไม่จำเป็นต้องทำลายเปิดผนึกโลหิตนี้ แต่ข้าสามารถเลือก…ที่จะใช้มันเพื่อสร้างร่างจำแลงโลหิตตระกูลจี้ของข้าเอง!” หอบหายใจ แสงเจิดจ้าเริ่มสาดประกายออกมาจากดวงตาเมิ่งฮ่าว

“สิ่งที่ข้าจำเป็นต้องมีในตอนนี้ ก็คือหยดโลหิตจากจี้สือจิ่ว!” หลังจากครุ่นคิดไตร่ตรองอยู่ชั่วขณะ ความแน่นแน่เด็ดขาดก็เต็มอยู่ในดวงตา

เขายกมือขึ้น กดลงไปบนหน้ากากสีโลหิต ส่งจิตสัมผัสเข้าไปด้านใน ทำให้ไปปรากฎกายขึ้นที่เบื้องหน้าจี้สือจิ่วในทันที

จี้สือจิ่วดูอ่อนแอลงอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ดวงตาของมันก็ยังสาดประกายด้วยแสงแปลกๆ มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่โลกด้านนอก และรู้ว่านั่นก็คือเจตจำนงของบรรพบุรุษตระกูลจี้

“มันเป็นใคร…?” มันนึกสงสัยกับตัวเอง “เป็นไปไม่ได้ มันช่างเก่าแก่โบราณนัก! โลหิตของบรรพบุรุษโบราณเช่นนั้นจะคงอยู่ได้อย่างไรกัน…มันเกินกว่าประวัติศาสตร์ของตระกูลอีก มันจะเป็นใครได้?”

จี้สือจิ่วสั่นไปทั้งร่าง และไม่ได้สังเกตเห็นว่าเมิ่งฮ่าวได้มาถึง เมิ่งฮ่าวปรากฎตัวขึ้นอยู่ในโลกของหน้ากาก มีสีหน้าโหดเหี้ยมดุร้าย ยื่นมือขวาออกไป โดยไม่ลังเล กดลงไปบนหน้าผากของจี้สือจิ่ว

ท่าทางดุร้ายทันใดนั้นก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าจี้สือจิ่ว ก่อนที่มันจะทันได้เริ่มดิ้นรน กลิ่นอายของค่ายกลกระบี่ดอกบัวก็กระจายออกมาจากเมิ่งฮ่าว ผ่านเข้ามาในหน้ากากสีโลหิต และเข้าไปใกล้จี้สือจิ่ว

“เจ้าสามารถดิ้นรนและต่อสู้กลับมาถ้าเจ้าต้องการ” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงเคร่งขรึม “ตอนนี้ ข้าไม่สนใจ ถ้าข้าไม่อาจจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลจี้จากเจ้า ข้าต้องการโลหิตวิญญาณแค่หนึ่งหยด ไม่ว่าจะดิ้นรน, ต่อต้าน, ต่อสู้กลับมายังไง…การกระทำเช่นนั้นทั้งหมดต่างก็ไร้ผล”

“ถ้าเจ้าให้ความร่วมมือ ข้าก็จะนำหยดโลหิตจากไป ถ้าต่อต้านข้า ข้าก็จะกำจัดวิญญาณของเจ้าและนำหยดโลหิตวิญญาณไปโดยการใช้กำลัง!” ด้วยเช่นนั้น เขาก็หลับตาลงและโคจรพื้นฐานฝึกตน สี่ภาพศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ก็ปรากฎขึ้น เขาเพ่งพลังทั้งหมดไปที่เวทเซียนโลหิตอันยิ่งใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างมุ่งเน้นไปที่การดึงเอาโลหิตวิญญาณออกมาจากจี้สือจิ่ว

กลิ่นอายของค่ายกลกระบี่ดอกบัวเข้ามาใกล้ และพลังแห่งกาลเวลา ทันใดนั้นก็เริ่มหมุนวน เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะกระทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ เมิ่งฮ่าวยังได้ตะโกนเรียกอ๋าวเฉี่ยนที่กำลังจำศีลอยู่อีกด้วย!

ถึงอ๋าวเฉี่ยนจะกำลังจำศีลอยู่ แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ เมิ่งฮ่าวรู้สึกได้ว่า…มันจะตื่นขึ้นมาในไม่ช้า!

สีหน้าจี้สือจิ่วสลดลง มันรู้สึกถึงความต้องการสังหารและความเย็นเยียบจากน้ำเสียงของเมิ่งฮ่าวได้ และรู้สึกได้ว่าเมิ่งฮ่าวกำลังพูดความจริงกับมันโดยไม่ต้องสงสัย

จิตใจมันสั่นสะท้าน บางทีมันอาจจะไม่ได้ขัดขืนดิ้นรน แต่มันจะยินดีปฏิบัติตามได้อย่างไรกัน? อย่างไรก็ตาม เมื่อพลังแห่งกาลเวลาเข้ามาใกล้ ก็ทำให้สีหน้ามันเปลี่ยนไป ธวัชสามแฉกพันรัดแน่นไปรอบๆ ตัวมัน ทำให้มันต้องหอบหายใจออกมา ในที่สุดกลิ่นอายของอ๋าวเฉี่ยนก็เข้ามาใกล้ เต็มไปด้วยพลังของขั้นตัดวิญญาณ จี้สือจิ่วรู้สึกได้ถึงความเด็ดขาดของเมิ่งฮ่าว และทันใดนั้นก็เต็มไปด้วยความรู้สึกถึงจุดวิกฤตอันร้ายแรงเข้มข้น

ฉับพลันนั้นมันก็ตระหนักว่าเมิ่งฮ่าวไม่ต้องการสังหารมัน ไม่ใช่ว่าไม่สามารถ เขาเพียงแค่ไม่ต้องการในตอนนี้ จี้สือจิ่วรู้ว่าการต่อต้านเมิ่งฮ่าวในตอนนี้ก็หมายถึงมันอาจจะต้องตายไปในชั่วพริบตา

เมื่อรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นของเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้นมันก็เริ่มลังเล

ในขณะที่เมิ่งฮ่าวกำลังบังคับเอาโลหิตวิญญาณออกมาจากจี้สือจิ่ว การต่อสู้ระหว่างเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์และเผ่าห้าพิษก็มาถึงจุดสำคัญ

สัตว์อสูรเทียมสวรรค์ไม่อาจะต่อสู้กับเซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามได้ แม้จะมีนกแก้วและผีโต้งช่วยเหลือ มันก็ยังคงได้รับบาดเจ็บ ร่างกายมันสั่นสะท้านและกลิ่นอายก็เริ่มอ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม มันก็ยังคงคำรามออกมา ขณะที่ต่อสู้กลับไปยังเซิ่งจู่ ป้องกันไม่ให้พวกมันผ่านร่างมันไปได้

ในกลางอากาศ ผู้อาวุโสวิญญาณแรกก่อตั้งของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์มีใบหน้าซีดขาว กระอักโลหิตออกมาขณะที่พวกมันได้รับบาดเจ็บสาหัส ราวกับเป็นตะเกียงที่กำลังขาดน้ำมัน

กลุ่มคนของเผ่าที่เหลือ ต่างก็ตกอยู่ในการต่อสู้อันดุเดือด มีผู้เสียชีวิตมากมายขณะที่ทั้งสองฝ่ายสังหารกันไปมา เสียงของการระเบิดตัวเองได้ยินออกมาอยู่ในทุกที่ แม้แต่สัตว์ปีศาจก็แผดร้องอย่างโหยหวนออกมา ต้าเหมาได้รับบาดเจ็บอย่างร้ายแรง และยักษ์เถื่อนก็กระอักโลหิตออกมา ใบหน้ากู่ลาซีดขาว และกลิ่นอายของมันก็มีแต่เส้นใยที่บอบบาง

สำหรับหัวหน้าเผ่า มันได้เผาไหม้พลังชีวิตจนเกือบจะถึงขีดจำกัด ร่างของมันกระจายกลิ่นอายแห่งความตายอันเข้มข้นออกมา แต่มันก็ยังคงรวบรวมกำลังทั้งหมดเพื่อขัดขวางผู้เฒ่าสูงสุด

“เซิ่งจู่ต้าเหริน…พวกเราต่อต้านได้อีกไม่นานแล้ว…”

“เซิ่งจู่ต้าเหริน…ได้โปรดทำลายผนึกนั่นออกมา!”

“เซิ่งจู่ต้าเหริน…”

คำพูดเหล่านี้ไม่ได้กล่าวออกมาเป็นเสียงดัง แต่เป็นเสียงอ้อนวอนของกลุ่มคนในเผ่า เป็นคำพูดที่เปล่งออกมาจากจิตใจ ประกอบไปด้วยเจตจำนงของพวกมัน รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นพลังแห่งเจตจำนง

ขณะที่พลังแห่งเจตจำนงพวกมันดังกระหึ่มกึกก้องอยู่นั้น เมิ่งฮ่าวที่อยู่ด้านในผนึกสีโลหิต ฉับพลันนั้นก็ลืมตาขึ้นมา หยดโลหิตวิญญาณลอยออกมาจากข้างในหน้ากากสีโลหิต ตกลงมาอยู่บนฝ่ามือของเขา

ใบหน้าเมิ่งฮ่าวซีดขาว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดึงโลหิตวิญญาณออกมาจากจี้สือจิ่ว ถ้าเขาไม่ได้แข็งแกร่งกว่าตอนที่จับกุมจี้สือจิ่วในตอนแรกเป็นอย่างมาก ก็คงไม่อาจจะดึงโลหิตวิญญาณนี้ออกมาได้ แต่กระนั้นเขาก็ยังเหน็ดเหนื่อยราวกับว่าได้ต่อสู้กับศัตรูผู้แข็งแกร่งมาหลายวัน

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาหยุดพัก เขาโบกสะบัดมือขวา และทันใดนั้น หยดโลหิตวิญญาณอีกหนึ่งหยดก็ปราฎขึ้นที่ด้านข้างหยดโลหิตวิญญาณของจี้สือจิ่ว นี่เป็นโลหิตที่เขาได้มาจากผู้ถูกเลือกระดับขั้นตระกูลจี้ในปีนั้น ที่ด้านนอกของถ้ำกำเนิดใหม่

เมื่อรวมกับโลหิตในผนึกสีโลหิต ทำให้ตอนนี้เขามีทั้งหมดสามหยด!

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และจากนั้นก็เริ่มขยับสองมือร่ายเวท ขณะที่ใช้เวทเซียนโลหิตอันยิ่งใหญ่เพื่อสร้างเป็นร่างจำแลงโลหิต!

“รวมตัว!” เขาคำรามออกมา ทันใดนั้น สองหยดโลหิตก็หลอมรวมเข้าด้วยกัน และจากนั้นก็พุ่งเข้าไปในผนังสีโลหิตที่อยู่ตรงหน้า

หยดโลหิตทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มต้นเดียวกัน ทันทีที่พวกมันหลอมรวมเข้าด้วยกัน เมิ่งฮ่าวก็นั่งขัดสมาธิ หลับตาลง ขณะที่เขาขยับมือร่ายเวทอย่างต่อเนื่อง หยาดเหงื่อขนาดเท่าเม็ดถั่วเริ่มไหลลงมาจากใบหน้า มือของเขาขยับร่ายเวทเร็วขึ้นและเร็วมากยิ่งขึ้น ทำให้กระแสของเครื่องหมายเวทผนึกลอยออกไป ในเวลาเดียวกันนั้น ผนึกสีโลหิตที่อยู่รอบๆ ตัวเขาก็เริ่มหดเล็กลง

ขณะที่ขั้นตอนการหดตัวลงอย่างแปลกประหลาดเริ่มต้นขึ้น อย่างน่าตกใจ เสียงแผดร้องอย่างเลือนลางเต็มไปด้วยโทสะก็เริ่มกระจายออกมาจากผนึกสีโลหิต ทันใดนั้น สนามรบก็สั่นสะเทือน สีหน้าของผู้ฝึกตนเผ่าห้าพิษสลดลงในทันที แม้แต่เซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามก็มีท่าทีแปลกใจเมื่อกลุ่มคนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ได้ยินเสียงแผดร้องนั้น พวกมันต่างก็ร่าเริงขึ้นมาในทันที

ผู้คนนับหมื่นมองไป ขณะที่พื้นผิวของลูกทรงกลมสีโลหิต ถุกปกคลุมไปด้วยระลอกคลื่นแปลกๆ ขณะที่หัวหน้าเผ่าห้าพิษมองไป จิตใจมันก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ และร่างกายก็เริ่มสั่นสะท้าน ทันใดนั้นความรู้สึกมันก็เริ่มเลวร้ายลงเป็นอย่างมาก

พร้อมกับเสียงคำราม มันใช้สองมือขยับร่ายเวท ขณะที่มันส่งพลังไปช่วยผนึกไว้อย่างต่อเนื่อง

แม้จะเป็นเช่นนั้น เสียงแผดร้องก็ยังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่ลูกทรงกลมโลหิตเริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็วจากที่มีความกว้างสิบจ้าง ก็เหลือเพียงแค่ห้าจ้าง ขณะที่เป็นเช่นนั้น ใบหน้าที่บิดเบี้ยวสองหมื่นใบหน้าจู่ๆ ก็ปรากฎขึ้นบนพื้นผิวของลูกทรงกลม ใบหน้าเหล่านี้ต่างก็เป็นวิญญาณซึ่งกลุ่มคนห้าเผ่าพิษได้หลอมรวมหยดโลหิตของพวกมันเข้ากับโลหิตสวรรค์ ซึ่งเป็นความหมายของการควบคุมเจตจำนงของพวกมัน

เสียงกึกก้องดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่หมื่นใบหน้าถูกขับไล่ออกไป ลูกทรงกลมโลหิตหดตัวลงอีกครั้ง ตอนนี้เหลือความกว้างอยู่เพียงแค่สามจ้าง สัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์อย่างน่าตกใจ ทันใดนั้นก็ปรากฎขึ้นจากภายในลูกทรงกลมนั้น

ในเวลาเดียวกันนั้น กลิ่นอายอันน่ากลัวก็ระเบิดออกมาจากข้างใน กลิ่นอายนี้กว้างใหญ่มหาศาลเป็นผลลัพธ์มาจากร่างจำแลงโลหิตก่อนหน้านี้ของเมิ่งฮ่าว เป็นกลิ่นอายที่ทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน และทำให้ทั่วทั้งท้องฟ้ากลายเป็นสีแดง ราวกับว่ามีบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์กำลังจะปรากฎขึ้น!

ความเข้มข้นของกลิ่นอายนี้เกินกว่าขั้นตัดวิญญาณ บรรลุถึงระดับที่ยากจะอธิบายออกมาได้ ทำให้สีหน้าของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ผู้เชี่ยวชาญอันแข็งแกร่งของเผ่าห้าพิษอ้าปากค้างด้วยความงุนงง

ตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น วิญญาณของผู้ฝึกตนเผ่าห้าพิษกำลังถูกขับออกมาจากลูกทรงกลมโลหิต นั่นก็หมายความว่าโลหิตนี้ไม่ได้ตกอยู่ใต้การควบคุมของเผ่าห้าพิษอีกต่อไป!

เสียงกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดม้วนตัวออกไปทั่วทุกทิศทาง สร้างความสั่นสะท้านไปทั่วทุกผู้ฝึกตนที่อยู่ในสนามรบ รวมถึงสัตว์ปีศาจ และเซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าห้าพิษ

ขณะที่สีหน้าของแต่ละคนแวบขึ้นด้วยความประหลาดใจ เสียงแผดร้องอื่นก็ดังออกมา ขณะที่วิญญาณอีกหนึ่งหมื่นของเผ่าห้าพิษถูกขับไล่ออกมาจากโลหิตลูกทรงกลม

กลิ่นอายอันน่ากลัวพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า!! ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มสลัวเลือนลาง และกลุ่มเมฆก็ม้วนตัวไปมา ทั่วทั้งโลกแห่งนี้กลายเป็นอเวจีสีโลหิต!

“ต้องไม่ให้มันโผล่ออกมา!” หัวหน้าเผ่าห้าพิษแผดร้องคำราม พุ่งตรงไปใช้พลังทั้งหมดป้องกันไม่ให้เมิ่งฮ่าวทำลายผนึกโลหิตหลบหนีออกไป โลหิตกระจายออกมาจากปากของผู้เฒ่าสูงสุด ขณะที่มันหลุดออกมาจากการต่อสู้กับหัวหน้าเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว มันก็พุ่งตรงไปเพื่อช่วยเหลือหัวหน้าเผ่าห้าพิษด้วยเช่นกัน

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 244
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 243
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 242
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: