I Shall Seal The Heaven Chapter 494

ตอนที่ 494

ข้าคือฮวงจ่ง

ทุกช่วงเวลาที่การสังหารได้เริ่มขึ้น เมื่อสิบในสิบหกคนของผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งถูกสังหารไป สองในหกคนที่ยังเหลืออยู่ ชายชราขั้นสุดท้ายวิญญาณแรกก่อตั้งที่กำลังล่าถอยออกไป สบสายตากัน ดวงตาพวกมันกลายเป็นสีแดงก่ำ และต่างคนต่างก็มองเห็นความเคียดแค้นอยู่ในแววตาของกันและกันได้

คนทั้งคู่ร่ายเวทอาคม พ่นโลหิตออกมา และชี้นิ้วลงไปยังพื้นดินด้วยสีหน้าอำมหิตโหดเหี้ยม“ค่ายกลเวทจงปรากฎ!”

ทันใดนั้น เสียงกระหึ่มกึกก้องก็ได้ยินออกมาจากพื้นดิน กลุ่มหมอกม้วนตัวไปมา และผู้เข้าร่วมการประมูลทั้งสองหมื่นคนที่ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยกลุ่มหมอก ก็เริ่มแห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตของพวกมันยังคงถูกทำให้แข็งตัวจนกลายเป็นปราณอสูร ทันใดนั้น แถบแสงอันเจิดจ้าก็เริ่มปรากฎขึ้นบนพื้น

แถบแสงนั้นบิดงอไปมา และจากนั้นก็เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เผยให้เห็นเป็นค่ายกลเวทขนาดใหญ่ในทันที!

เป็นค่ายกลเวทเดียวกับที่เมิ่งฮ่าวได้สังเกตเห็นในครั้งก่อน ในขณะที่ก่อนหน้านี้มันได้ก่อตัวขึ้นมาจากปราณอสูรเท่านั้น แต่ในขณะที่มันปรากฏขึ้นให้มองเห็นได้ กลุ่มหมอกสีดำก็พุ่งเข้าไปในจุดศูนย์กลางของมันทันที

หนึ่งในผู้ฝึกตนขั้นสุดท้ายวิญญาณแรกก่อตั้งแปดเผ่าพันธมิตรตะโกนขึ้น “เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ เมื่อพวกเจ้ากำลังมองหาที่ตาย แปดเผ่าพันธมิตรก็จะช่วยพวกเจ้าเอง! นับจากนี้ไปก็จะไม่มีเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์อยู่ในทะเลทรายตะวันตกอีกต่อไป! พวกเจ้าทุกคน…จะถูกกำจัดไปทั้งร่างกายและวิญญาณ! พวกเจ้าจะถูกลบออกไป!”

เสียงกระหึ่มกึกก้องดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่กลุ่มหมอกสีดำจมลงไป และกลายเป็นเงาร่างสีดำ“เซิ่งจู่” ผู้ฝึกตนขั้นสุดท้ายวิญญาณแรกก่อตั้งอีกคนกล่าว ด้วยสีหน้าโหดเหี้ยม “ได้โปรดสังหารบุคคลเหล่านี้! ลบชนเผ่านี้ทิ้งไป!” ในเวลาเดียวกันนั้น รอยสักภาพศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นรูปใบหน้า ก็ปรากฎขึ้นบนหน้าผากของผู้ฝึกตนแปดเผ่าพันธมิตรทั้งหมดที่อยู่บนพื้น มีเพียงสีหน้าเดียวที่มองเห็นได้จากใบหน้าของทุกคน

เทิดทูนบูชา!

ใบหน้าภาพศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดนี้ต่างก็เต็มไปด้วยความเทิดทูน รวมถึงความเกลียดชังอันเข้มข้น เห็นได้ชัดว่า ไม่ว่าพวกมันจะรู้สึกเกลียดชังมากแค่ไหน พวกมันก็ไม่อาจจะไม่รู้สึกเทิดทูนอย่างลึกล้ำกับเงาร่างที่รวมตัวกันของกลุ่มหมอกสีดำนั้น

หนึ่งหมื่นเสียงทันใดนั้นก็ทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน “เซิ่งจู่ ได้โปรดออกมากำจัดกลุ่มคนเหล่านี้! ลบชนเผ่านี้ทิ้งไป!”

เงาร่างที่โผล่ออกมาจากกลุ่มหมอก ลอยอยู่กลางอากาศ ตอนแรกดูเลือนลางไม่ชัดเจน แต่ก็เริ่มมองเห็นได้ชัดมากขึ้นกลายเป็น บุรุษวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดยาวสีดำ ใบหน้าไร้ความรู้สึก แผ่กระจายกลิ่นอายอันเก่าแก่โบราณออกมา หลังจากที่ปรากฏกายขึ้น ร่างของมันก็แวบไปมา ระหว่างเห็นได้ชัดเจนและเลือนลางลง บางครั้งมันยังได้หายไปชั่วขณะ ก่อนที่จะกลับมามองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง

ภาพที่แวบไปมานี้ทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหมด ซึ่งมองไปยังมันมีความรู้สึกแปลกๆ ขึ้น จิตใจพวกมันเต็มไปด้วยความสับสน และแววตาก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดราวถูกแทง

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ในขณะที่ตอนนี้ เสียงร้องเรียกซึ่งอยู่ภายในร่างเขาเริ่มรุนแรงขึ้นจนน่าเหลือเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น แผ่นหยกผนึกอสูรในถุงสมบัติก็เริ่มสั่นไหวไปมา

เมิ่งฮ่าวตระหนักดีว่าเงาร่างนี้ เป็นสิ่งที่ถูกปิดซ่อนอยู่ในจุดศูนย์กลางของค่ายกลเวท และเป็นสิ่งที่ทำให้แผ่นหยกผนึกอสูรเกิดปฏิกิริยาขึ้นมาด้วยเช่นกัน

บุรุษชุดดำหันหน้ามา ดวงตาของมันตกกระทบลงมาบนร่างเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้น จิตใจเมิ่งฮ่าวก็เต็มไปด้วยเสียงกระหึ่มกึกก้อง และภาพที่เห็นก็เปลี่ยนไป เขาไม่ได้มองเห็นทะเลทรายตะวันตกอีกต่อไป แต่ไปยืนอยู่ในโลกที่มีท้องฟ้าเป็นสีแดง เขากำลังอยู่ในท่ามกลางสนามรบ ล้อมรอบไปด้วยเสียงโอดครวญร่ำไห้และเสียงแผดร้องตะโกน มองเห็นหอกยาวสีดำ พุ่งด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อตรงมาที่เขา

จิตใจเขาสั่นสะท้าน และทันใดนั้นก็รู้สึกได้ว่าพวกมันกำลังแตกกระจายไป ฉับพลันนั้น ดวงตาก็เบิกกว้างขณะที่มีนิ้วปรากฏขึ้นตรงหน้า นิ้วนั้นเป็นของบุรุษชุดดำ

ตูม!

ในช่วงวิกฤตอันร้ายแรง ดักแด้ไร้ตาก็หมุนวนไปรอบๆ ร่างเขาอย่างรวดเร็ว นิ้วที่เข้ามาใกล้นั้นกระแทกเข้าไปยังเส้นใยของดักแด้ไร้ตา และในเสียงระเบิดนั้น เมิ่งฮ่าวก็ลอยละลิ่วไปด้านหลังหลายร้อยจ้าง โลหิตกระจายออกมาจากปาก จากนั้นเขาก็หยุดลงและมองขึ้นไป ม่านตาหดเล็กลง และแสงอันเย็นเยียบก็กระจายออกมาจากดวงตาทั้งคู่

ในเวลาเดียวกันนั้น สูงขึ้นไปยังกระแสน้ำวนที่มองไม่เห็น ในโลกที่เต็มไปด้วยซากศพ กลุ่มหมอกสีดำที่อยู่ด้านบนของแท่นบูชาสูง ทันใดนั้นก็เริ่มม้วนตัวไปมา เสียงกู่ร้องด้วยความเดือดดาลและกระวนกระวายใจ ฉับพลันนั้นก็ดังก้องออกมาจากภายในกลุ่มหมอกสีดำนั้น

ขณะที่เสียงกู่ร้องดังก้องออกมา สีหน้าของผู้ฝึกตน และสัตว์ปีศาจมากมายนับไม่ถ้วน ที่อยู่ในกลุ่มหมอกก็เปลี่ยนไปในทันที พวกมันบิดเบี้ยวไปมา ราวกับว่ามีพลังที่ไม่รู้จัก กำลังสะกดข่มเสียงกู่ร้องที่อยู่ภายในกลุ่มหมอกนั้น

ในเวลาเดียวกันนั้น สีหน้าของบุรุษชุดดำ ซึ่งยืนอยู่ข้างบนเบื้องหน้าเมิ่งฮ่าวก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน มันมองขึ้นไปยังกระแสน้ำวนด้วยดวงตาที่สาดประกาย จากนั้นก็มองกลับลงมายังเมิ่งฮ่าว และแสงแปลกๆ ก็มองเห็นจากในแววตาของมัน

เป็นแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อ เป็นยิ่งกว่าความไม่อยากเชื่อ เป็นความตื่นเต้นและความโลภอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในเวลาเดียวกันนั้น หนึ่งในหกผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งที่ยังเหลืออยู่ในกลางอากาศ ชายชราที่อยู่ในขั้นกลางวิญญาณแรกก่อตั้ง เมื่อได้เห็นเมิ่งฮ่าวถูกบังคับให้ลอยไปด้านหลังโดยการโจมตีด้วยดรรชนีของบุรุษชุดดำ มันก็ร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “เซิ่งจู่ต้าเหริน ได้โปรดสังหารเจ้าชั่วร้ายผู้นี้ มันเป็นผู้ที่โหด…”

ก่อนที่มันจะทันได้พูดจบ มือขวาของบุรุษชุดดำ ทันใดนั้นก็กลายเป็นกรงเล็บพุ่งออกมา ชี้ตรงไปยังผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นกลาง จู่ๆ ชายชราผู้นั้นก็หายตัวไป เมื่อมันปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่ามือของบุรุษชุดดำ ได้คว้าจับมาที่ลำคอของมัน

“หุบปาก” บุรุษชุดดำกล่าว เสียงของมันราบเรียบ กำมือแน่นขึ้น และเสียงแตกร้าวก็ได้ยินออกมา ดวงตาของผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นกลางเบิกโพลง ขณะที่ร่างของมันแห้งเหี่ยวลงไปในทันที พลังชีวิตของมันถูกดูดออกไปโดยบุรุษชุดดำ เพียงชั่วพริบตา มันก็กลายเป็นซากศพที่แห้งเหี่ยวไป ดวงตาเบิกโพลงอยู่ตลอดเวลา เต็มไปด้วยความสับสน สุดท้ายร่างกายมันก็กลายเป็นเถ้าธุลีสีดำ มันตกตายไปโดยสิ้นเชิงทั้งร่างกายและวิญญาณ

“มัน…ไม่ใช่คนที่ ผู้ไร้คุณสมบัติเช่นเจ้า จะมาดูหมิ่นเหยียดหยามด้วยคำพูดได้” บุรุษชุดดำกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาขณะที่มองมายังเมิ่งฮ่าว

ทุกสรรพสิ่งทันใดนั้นก็เริ่มเงียบลง กลุ่มคนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์และสัตว์ปีศาจทั้งหมดเริ่มถอยไปด้านหลัง ผู้ฝึกตนแปดเผ่าพันธมิตรมีสีหน้างงงัน ฉับพลันนั้นความต้องการต่อสู้ของพวกมันก็จางหายไป พวกมันไปอยู่ริมขอบด้านหลัง สายตาทุกคู่ในตอนนี้ต่างก็ตกกระทบไปบนร่างเมิ่งฮ่าว และบุรุษชุดดำซึ่งทั้งคู่ได้ลอยตัวอยู่กลางอากาศ

ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งที่ยังเหลืออยู่ทั้งห้าคนของแปดเผ่าพันธมิตรมีใบหน้าขาวซีด ในความทรงจำของพวกมัน เซิ่งจู่ต้าเหรินดูเหมือนจะไม่เคยมีสติรู้สึกตัวมาก่อน การโจมตีของมันแทบจะคล้ายกับเป็นหุ่นเชิด และมันก็ไม่เคยพูดด้วยเช่นกัน แต่วันนี้…มันไม่เพียงแต่จะพูดออกมาเท่านั้น แม้แต่สีหน้ามันก็ยังได้เปลี่ยนไป ดูเหมือนจะแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาด้วย นี่เป็นสิ่งที่เกินกว่าพวกมันจะคาดคิดได้ เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงอย่างแท้จริง พวกมันจึงเกิดความรู้สึกหวาดกลัว และต้องถอยหลังออกไปอย่างช่วยไม่ได้

บุรุษชุดดำยิ้มออกมา และกล่าวต่อ ”ข้าพูดถูกหรือไม่ ผู้ผนึกอสูรอันยิ่งใหญ่?”

รอยยิ้มของมันเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม รวมถึงความตื่นเต้น ความตื่นเต้นที่ปรากฎขึ้นนี้ทำให้ร่างของมันที่กำลังวูบวาบไปมา ยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้มันดูแปลกประหลาดมากยิ่งขึ้น

กลุ่มหมอกสีดำบนแท่นบูชาภายในกระแสน้ำวน พลุ่งพล่านปั่นป่วนขึ้นอีกครั้ง เสียงกู่ร้องยิ่งเต็มไปด้วยโทสะมากขึ้น ราวกับว่ามีบางสิ่งต้องการจะโผล่ออกมาจากภายในกลุ่มหมอก แม้แต่ใบหน้าที่อยู่ภายในกลุ่มหมอกเหล่านั้น ก็ดูเหมือนจะไม่อาจสะกดข่มมันได้

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย แต่ภายในใจเขากำลังสั่นสะท้าน ราวกับว่ามีคลื่นยักษ์กำลังกระแทกลงไปในจิตใจ สิ่งที่น่าตกใจมากที่สุดสำหรับเขาก็คือ ในที่สุดก็ได้มาพบกับใครบางคนที่ตระหนักได้ในทันทีว่า เขาก็คือผู้ผนึกอสูร

“ท่านคือใคร?” เมิ่งฮ่าวถาม จ้องไปยังบุรุษชุดดำ

“ข้าคือใคร? เจ้ากำลังถามว่าข้าคือใคร?” บุรุษชุดดำจ้องมองมาด้วยความตกตะลึงชั่วขณะ และจากนั้นก็หัวเราะขึ้นมาในทันที เป็นเสียงหัวเราะอย่างเบิกบานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น รวมถึงความโลภที่แม้แต่ผู้ฝึกตนแปดเผ่าพันธมิตรก็สามารถมองเห็นได้

“เจ้าถามว่าข้าคือใครจริงๆ?” มันถาม หัวเราะต่อไป “เจ้าจำข้าไม่ได้? อย่าบอกข้านะว่าผู้ผนึกอสูรรุ่นแรกไม่ได้ส่งมอบมรดกให้รุ่นต่อไป? เป็นไปได้ว่า…” ทันใดนั้น เสียงบ่นอย่างเย่อหยิ่งก็ได้ยินออกมาจากด้านหลังมัน

“เป็นไปได้ว่าน้องสาวของเจ้า, สารเลว!” แสงเลือนลางหลากสีทันใดนั้นก็ปรากฏขึ้น มุ่งหน้าตรงไปยังก้นของบุรุษชุดดำ และ…พุ่งทะลุผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เสียงปังได้ยินมาขณะที่นกแก้วฉับพลันนั้นก็ปรากฎขึ้นที่หัวไหล่เมิ่งฮ่าว มันจ้องอย่างดุร้ายไปยังบุรุษชุดดำ

“เจ้าเป็นแค่ร่างปีศาจ, สารเลว! บัดซบ! เจ้าสารเลว! อู่เหยียเกลียดร่างปีศาจ!”

ด้วยความต้องการจะเอาชนะนกแก้ว ผีโต้งซึ่งยังคงอยู่ในรูปร่างของระฆังที่ผูกติดอยู่บนข้อเท้าของนกแก้ว ทันใดนั้นก็ร้องออกมา “ซานเหยียก็เกลียดร่างปีศาจด้วยเช่นกัน! ร่างปีศาจทั้งหมดต้องถูกเปลี่ยนแปลง!”

บุรุษชุดดำจ้องมองมาด้วยความตกตะลึง มันมองลงไปยังร่างที่เป็นกลุ่มหมอกของมัน จากนั้นก็มองไปด้านหลัง ดวงตาเต็มไปด้วยความต้องการสังหาร

ในตอนนี้เองที่เสียงแผดร้องอย่างมีโทสะอีกเสียง ก็ได้ยินมาจากด้านหลังของบุรุษชุดดำ “เทียนฟาง!”

สัตว์อสูรเทียมสวรรค์ขนาดใหญ่ เลียนแบบท่าทางของนกแก้ว พุ่งตรงมายังบุรุษชุดดำ

ขณะที่มันเข้าไปใกล้ บุรุษชุดดำก็โบกสะบัดแขนไปด้านหลังและกล่าวเสียงเย็นชาออกมา “เยาเปิง” (ทลายอสูร)

มันพูดออกมาแค่สองคำ แต่ทันใดนั้น ปราณอสูรที่มองไม่เห็นจำนวนมากมายมหาศาล จากรอบๆ บริเวณนั้นก็พุ่งตรงมาที่มัน และรวมตัวกันที่เบื้องหน้ามือขวาของมัน จากนั้นก็แตกกระจายไป

สัตว์อสูรเทียมสวรรค์ส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจออกมา ขณะที่เกือบครึ่งร่างของมันแหลกเละกลายเป็นกลุ่มหมอกของโลหิตและชิ้นเนื้อ เกือบจะตกตายไปได้ทุกขณะจิต

“อ้ายเฟย! (สนมรัก)” นกแก้วร้องออกมา ดวงตากลายเป็นสีแดงเจิดจ้า ทันใดนั้นมันก็พุ่งตรงไป ร่างขยายขนาดขึ้นจนกระทั่งมีความยาวสิบกว่าจ้าง มันพุ่งตรงไปยังบุรุษชุดดำ จากนั้นก็ทะลุผ่านเลยไป ฉุดดึงสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ไว้ บินหลบหนีไปยังที่ห่างไกลอย่างรวดเร็ว

บุรุษชุดดำไม่ได้ตอบโต้กลับไป แต่มองอย่างเย็นชามายังเมิ่งฮ่าว ยิ้มออกมาขณะที่มันเคลื่อนที่ตรงไป

“ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะได้มาพบกับผู้ผนึกอสูรรุ่นปัจจุบันนี้…หลังจากที่ข้ากลืนเจ้าลงไป ใครจะกล้ามาสะกดข้าได้อีก!?”

จิตใจเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน กลิ่นอายของคู่ต่อสู้ช่างน่ากลัวเป็นอย่างมาก กระจายระลอกคลื่นอย่างน่าตกใจออกมา เมิ่งฮ่าวรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันรุนแรง กดทับลงมาบนตัว เขาหอบหายใจจ้องนิ่งไปยังบุรุษชุดดำ เมื่อครู่นี้ ทุกคนได้เห็นว่าแค่บุรุษชุดดำยกมือขึ้นมาตามธรรมดา ก็ทำให้สัตว์อสูรเทียมสวรรค์ต้องแตกสลายกลายเป็นกลุ่มโลหิตและชิ้นเนื้อในทันที

มีแต่เมิ่งฮ่าวเท่านั้นที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น นี่เป็นวิธีใหม่ในการใช้ปราณอสูร ซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน!

“ปราณอสูร…จริงๆ แล้วก็สามารถใช้เช่นนั้นได้!” รู้สึกราวกับมีสายฟ้ากำลังปะทุขึ้นมาในจิตใจ ราวกับว่าความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของบุรุษชุดดำ ทันใดนั้นก็ได้เปิดประตูไปสู่เต๋าของผู้ผนึกอสูรแบบใหม่ขึ้น

เมิ่งฮ่าวเริ่มล่าถอยไปในทันที ในเวลาเดียวกันนั้น บุรุษชุดดำก็เร่งความเร็วขึ้น สีหน้ามันโหดเหี้ยมและความโลภก็ปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นกว่าเดิม

“ผู้ผนึกอสูรได้แยกออกมาจากมรดกของมัน! เจ้าน่าจะจำนามของข้าได้…ข้าคือฮวงจ่ง! (หลุมฝังศพโดดเดี่ยว)” ทันทีที่บุรุษผู้นั้นเอ่ยนามของมันออกมา กลุ่มหมอกที่อยู่ในกระแสน้ำวนจู่ๆ ก็ส่งเสียงแผดร้องอย่างมีโทสะออกมา ดูเหมือนมันกำลังดิ้นรนที่จะโผล่ออกมา แต่กระนั้นก็มีใบหน้าที่ดูเหมือนต้องการจะทำลาย ป้องกันไม่ให้มันหลบหนีจากไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น