I Shall Seal The Heaven Chapter 554

0 Comments

ตอนที่ 554

ร่างจริงปรมาจารย์ฮูเหยียน

เมิ่งฮ่าวมองเห็นบ้านเรือนอยู่มากมาย อาคารราชวังที่ประดับประดาด้วยความประณีต วิหารมากมายนับไม่ถ้วน และมีอยู่หนึ่งชนเผ่าด้วยเช่นกัน…

มีผู้คนเกือบหนึ่งหมื่นคนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนหลังคาบ้าน ราวกับว่าพลังทั้งหมดของพื้นฐานฝึกตนพวกมันกำลังกระจายออกไป ร่างมันพวกมันแห้งเหี่ยว จนถึงจุดที่ดูเหมือนว่าพวกมันได้หลอมรวมเข้ากับบ้านเหล่านั้น เห็นได้ชัดว่า ผู้คนเหล่านี้ทุ่มสุดตัว ยอมให้แม้แต่พลังชีวิต เพื่อจะรักษาให้เวทป้องกันทำงานอยู่ตลอดเวลา

เมิ่งฮ่าวไม่อาจจะมองเห็นรายละเอียดใดๆ ได้อีก

แทบจะในเวลาเดียวกับที่เมิ่งฮ่าวมาถึงปากขวดน้ำเต้า เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ในอากาศรอบๆ ตัวมีกระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์อยู่มากมาย

แม้แต่กระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้เป็นของตัดวิญญาณก็มีด้วยเช่นกัน แต่กระนั้นก็ยังแข็งแกร่งเป็นยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่ากระแสเหล่านี้เป็นผลลัพธ์จากของวิเศษ ของผู้ฝึกตนจากเผ่าต่างๆ ที่คอยตรวจจับตำแหน่งนี้จากที่ห่างไกล เพื่อคอยเฝ้าสังเกตดูความเป็นไป

เมิ่งฮ่าวไม่สนใจพวกมัน อันที่จริงการที่ไม่มีใครเข้ามาสอดแทรก ในช่วงการต่อสู้กับเผ่าเทียนฉง ก็เผยให้เห็นถึงความคิดของชนเผ่าอื่นๆ แล้ว

ตอนนี้ การปรากฏขึ้นของกระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ ก็ยิ่งมองเห็นความคิดของพวกมันได้เด่นชัดขึ้น บุคคลเหล่านี้ส่งกระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์มายังที่แห่งนี้เพื่อดูว่า…จะเกิดอะไรขึ้นในท้ายที่สุด ระหว่างเขาและปรมาจารย์ฮูเหยียน!

เห็นได้ชัดว่าบางคนอาจจะมีส่วนได้เสียในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ถึงแม้เมิ่งฮ่าวไม่ต้องการจะรู้ว่าทำไมก็ตามที

อ๋าวเฉี่ยนที่เพิ่งจะทนทุกข์ทรมานจากนกแก้วมาตลอดทางจนถึงที่นี่ ไม่ต้องรอคำสั่งจากเมิ่งฮ่าว แสงสีแดงจ้าก็กระจายออกมาจากร่าง ขณะที่กลิ่นอายตัดวิญญาณของมันระเบิดออกไป ใช้อุ้งเท้าตบออกไป กระแทกเข้าไปในสัญลักษณ์เวทของเกราะป้องกันในทันที

เสียงระเบิดดังก้องออกไป เสียงแตกร้าวได้ยินมา ขณะที่สัญลักษณ์เวทพังทลายลง กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ขณะที่มันแตกกระจายไป เวทป้องกันอีกชั้นก็เริ่มมองเห็นได้ เจตจำนงอันโหดเหี้ยมของอ๋าวเฉี่ยนขยายออกไป มันส่งเสียงคำรามและตบอุ้งเท้าลงไปอีกครั้ง และอีกครั้ง ทั่วทั้งภูเขาขวดน้ำเต้าสั่นสะเทือน เป็นเวลาสิบลมหายใจ ขณะที่อ๋าวเฉี่ยนทำลายเกราะป้องกันไปหนึ่งร้อยชั้น แต่…ในตอนนี้ พวกเขาก็อยู่ลึกลงไปจากปากภูเขาขวดน้ำเต้าประมาณห้าสิบจ้าง

อย่างน่าตกใจ ทั่วทั้งขวดน้ำเต้า…เต็มไปด้วยเกราะป้องกันเวทโดยสิ้นเชิง!

อ๋าวเฉี่ยนกำลังจะทำลายพวกมันต่อไป แต่เมิ่งฮ่าวก็หยุดมันไว้อย่างใจเย็น เขาลอยตัวอยู่ด้านนอกปากขวดน้ำเต้า และมองลงไปด้านใน จากนั้นดวงตาก็เต็มไปด้วยแสงอันเย็นเยียบ โบกสะบัดมือขวา และทันใดนั้นหนึ่งในเจ็ดยักษ์ทะเลม่วงก็เคลื่อนที่ตรงไป ในชั่วพริบตามันก็เข้าไปในปากขวดน้ำเต้า และจากนั้นก็กลายเป็นทะเลม่วงอันยิ่งใหญ่ เริ่มไหลเข้าไปในขวดน้ำเต้า

“ถ้าผู้คนตายไป” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงเยือกเย็น “เวทป้องกันก็จะแตกสลายไปเอง” ในดินแดนด้านใต้ เมิ่งฮ่าวไม่มีความโหดร้ายเช่นนี้ แต่จากประสบการณ์ในดินแดนสีดำ และทะเลทรายตะวันตก โดยเฉพาะการอพยพไปพร้อมกับเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ได้ทำให้เขาต้องสลัดความไร้เดียงสาในอดีตทิ้งไป เนื่องจากสภาพแวดล้อมและประสบการณ์ ทำให้เขาค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างที่แทบไม่อาจจะคาดเดาได้ ตอนนี้การกระทำของเขาก็เหมือนกับเป็นผู้ฝึกตนที่แท้จริง

เมื่อต้องจัดการกับศัตรู กลยุทธ์ใดๆ ก็เป็นที่ยอมรับได้! เมื่อต้องติดต่อกับผู้มีพระคุณ ก็ต้องชำระหนี้ให้ครบถ้วน โดยไม่ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายใดๆ!

ขณะที่คำพูดหลุดออกมาจากปาก ทะเลม่วงก็ไหลลงไปในขวดน้ำเต้า พลังแห่งการทำลายล้างระเบิดออก กลายเป็นเสียงที่คล้ายกับเป็นเสียงแผดร้องโหยหวน ทั่วทั้งภูเขาขวดน้ำเต้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ชีวิตและความตายพุ่งเข้ามาปะทะกัน ทำให้พลังแห่งการทำลายล้างส่งเสียงดังกระหึ่ม แม้ว่าเวทป้องกันของขวดน้ำเต้าจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังคงประกอบไปด้วยพลังชีวิต มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ค่ายกลเวทมีมาแต่ดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ขณะที่ทะเลม่วงจมลงไปในขวดน้ำเต้า พลังชีวิตของสมาชิกเผ่าเทียนฉงหนึ่งหมื่นคน ก็กลายเป็นสลักที่ระเบิดออก

เสียงกระหึ่มได้ยินออกมาจากภายในโลกของน้ำเต้า ผู้ฝึกตนที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนหลังคาบ้าน ร่างสั่นสะท้านและเริ่มถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ อย่างเห็นได้ชัดเจน

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องออกมา ขณะที่ชั้นของเวทป้องกันถูกทำลายลง ในเวลาเดียวกันนั้น ยักษ์ทะเลม่วงตนที่สองก็เข้ามาใกล้ กลายเป็นน้ำทะเล และจากนั้นก็ไหลเข้าไปในปากน้ำเต้า

หลังจากนั้น ตนที่สาม, สี่ สุดท้ายยักษ์ทะเลม่วงทั้งห้าก็กลายเป็นน้ำทะเล ไหลเข้าไปในปากของขวดน้ำเต้า เสียงกึกก้องดังเต็มอยู่ในโลกด้านในขวดน้ำเต้าอย่างต่อเนื่อง

เวทป้องกันในตอนนี้ถูกทำลายลงและกระจายหายไปโดยสิ้นเชิง น้ำทะเลเต็มอยู่ในระดับชั้นแรกของโลกแห่งน้ำเต้า ทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งมีชีวิตทั้งหมด ผู้ฝึกตนทุกคน จมอยู่ในทะเลม่วง และถูกกำจัดไปโดยพลังแห่งการทำลายล้าง

กลุ่มภูติผีนับแสนในตอนนี้ พุ่งเข้าไปในทะเลม่วง ม้วนกวาดไปมาในโลกแห่งน้ำเต้านั้นอย่างช้าๆ ค่ายกลเวทขนาดใหญ่ก็เริ่มโผล่ออกมาให้เห็น

อาจจะเรียกว่าค่ายกลเวท หรือประตูก็ได้

มันเป็นประตูที่นำไปสู่ชั้นที่สองของโลกแห่งนี้

เป็นประตูที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน และถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา ที่ด้านนอกของปากน้ำเต้า เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือตรงไปยังภายในน้ำทะเล ทันใดนั้น มันก็หมุนวนไปมาจนกลายเป็นกระแสน้ำวน ซึ่งหมุนเร็วมากขึ้นไปเรื่อยๆ น้ำทะเล พร้อมกับกลุ่มภูติผีนับแสน ส่งเสียงดังกระหึ่มขณะที่กลายเป็นพลังหมุนวนขนาดใหญ่ พุ่งตรงไปยังประตูที่นำเข้าไปสู่ชั้นที่สอง

แรงหมุนวนกระจายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา ขณะที่กระแทกเข้าไปยังประตู เสียงระเบิดได้ยินขึ้น ขณะที่ประตูถูกกระแทกจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน ผนึกและเวทป้องกันทั้งหมดถูกทำลายไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อประตูพังทลายลง เสียงกู่ร้องอย่างดุร้ายก็ได้ยินออกมา จากภายในชั้นที่สองของโลกแห่งนี้ อย่างน่าตกใจ มองเห็นสมาชิกเผ่าเทียนฉงสองพันคนอยู่ภายใน มีแม้แต่ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งและเซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์ แต่ขณะที่พวกมันพุ่งออกมาเพื่อจะโจมตี ทะเลม่วงก็ไหลเข้าไป พลังแห่งการทำลายล้างระเบิดออก ขณะที่เสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวก็ได้ยินมา

เสียงแผดร้องดังก้องออกมาอยู่ภายในน้ำเต้า และจากนั้นก็จางหายไป ในที่สุดทั่วทั้งภูเขาก็เงียบสงบลงโดยสิ้นเชิง

เผ่าเทียนฉงถูกทำลายล้างไปจนหมดสิ้น

แต่ก็ยังคงไม่อาจจะมองเห็นปรมาจารย์ฮูเหยียน ภายในโลกแห่งน้ำเต้านี้

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว จากนั้นก็แค่นเสียงเย็นชาออกมา โบกสะบัดมือตรงไปยังภูเขาขวดน้ำเต้า ทำให้ทะเลม่วงที่ด้านในพลุ่งพล่านปั่นป่วน กลับไปเป็นยักษ์ทะเลม่วงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็เริ่มใช้หมัดต่อยออกไปยังภูเขา

ขวดน้ำเต้าสั่นสะเทือน ขณะที่เวทป้องกันถูกทำลายลงไปมากขึ้น หลังจากชั่วเวลาธูปไหม้หมดครึ่งดอกผ่านไป ทั่วทั้งภูเขาก็เริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และพังทลายลง เสียงกระหึ่มกึกก้องได้ยินมา ขณะที่มันหล่นลงไปกลายเป็นซากปรักหักพัง

ในตอนนี้ วิหารเผ่าเทียนฉง ถูกทำลายลงไปโดยสิ้นเชิง!

การพังทลายลงไปของภูเขา ทำให้เกิดเป็นฝุ่นคละคลุ้งกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ขณะที่เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่ด้านบนในกลางอากาศ ตบมือลงไปบนถุงสมบัติ ทำให้ซากศพจำนวนมากมายปรากฏขึ้น อย่างน่าตกใจ พวกมันทั้งหมดตกลงไปบนวิหารที่พังทลายไป รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นภูเขาลูกน้อยๆ

เป็นภูเขาแห่งซากศพ!

ซากศพของสมาชิกเผ่าเทียนฉงทั้งหมด ซ้อนทับกันจนก่อตัวเป็นภูเขาที่สูงขึ้นมาจากพื้นดิน

“ใบไม้กลับคืนสู่พื้นดิน เพื่อกลายเป็นอาหารให้กับรากไม้ พักผ่อนให้สงบเถอะ ถึงแม้พวกเจ้าจะบอกว่าไม่อาจจะสงบได้จนกว่าเผ่าจินอูจะตายไป แต่ในตอนนี้ เผ่าของพวกเจ้าก็ได้ถูกทำลายล้างไปแล้ว ศัตรูทั้งหมดไม่เหลือแล้ว”

“สถานที่แห่งนี้ก็คือวิหารของพวกเจ้า ตอนนี้ซากศพของพวกเจ้าจะถูกกลบฝังอยู่ที่นี่” เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดชายแขนเสื้อ ทำให้เศษซากชิ้นส่วนของภูเขาขวดน้ำเต้าจำนวนมากมาย ลอยขึ้นไปในอากาศ ทำให้พวกมันซ้อนกันเป็นชั้นๆ อยู่รอบๆ ซากศพ เปลี่ยนพื้นที่บริเวณนั้นให้กลายเป็น…หลุมฝังศพ!

หลุมฝังศพเทียนฉง!

หลุมฝังศพนี้จะคงอยู่ในที่แห่งนี้ไปตราบนานเท่านาน เป็นสักขีพยานให้กับดินแดนสีดำทั้งหมด ถึงจะผ่านไปปีแล้วปีเล่า สถานที่แห่งนี้และหลุมฝังศพนี้ ก็จะสร้างความหวาดกลัวให้กับจิตใจของกลุ่มคนในดินแดนสีดำทั้งหมดตลอดไป

และมันก็จะเป็นสักขีพยานให้กับชื่อเสียงของเผ่าจินอูด้วยเช่นกัน

ทันทีที่หลุมฝังศพเกิดขึ้น กระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มเคร่งเครียดจริงจังมากขึ้นกว่าเดิม ภาพของเมิ่งฮ่าวที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ อาจจะถูกสังเกตดูจากชนเผ่าในดินแดนสีดำมากกว่าครึ่ง

อันที่จริง ก็ตรงกับที่เมิ่งฮ่าวคาดคิดไว้ เกือบจะทุกเผ่าในดินแดนสีดำ ผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณ หรือสูงกว่านั้นทุกคน กำลังใช้ของวิเศษที่แตกต่างกันเฝ้ามองดูเมิ่งฮ่าวอยู่

ในตอนนี้ การกลับมายังดินแดนสีดำของเมิ่งฮ่าว ได้ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียงอยู่ในจิตใจของผู้ฝึกตนแห่งทะเลทรายตะวันตกและดินแดนสีดำทั้งหมด เขามีชื่อเสียงมานานแล้ว เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งอีกต่อไป แต่เขาเป็นปรมาจารย์ในแง่ของความเป็นผู้อาวุโส

แล้วดินแดนสีดำจะไม่เฝ้าจับตาดูเขาเป็นการพิเศษเฉพาะได้อย่างไรกัน?!

เมิ่งฮ่าวมองไปยังหลุมฝังศพเป็นเวลานาน ก่อนที่จะหันหน้าจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลออกไป ที่นั่นมีกลุ่มเมฆสีดำ กำลังใกล้เข้ามาด้วยความรวดเร็วอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้

ขณะที่กลุ่มเมฆเข้ามาใกล้ ท้องฟ้าที่ก่อนหน้านี้มีสีสันสดใส ก็เริ่มกลายเป็นสีดำเหมือนยามราตรีในทันที กลุ่มเมฆปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ราวกับว่ายามราตรีกำลังกลืนกินแสงตะวัน!

“เมิ่ง…ฮ่าว…” ขณะที่ยามราตรีกลืนกินแสงตะวัน เสียงอันลึกล้ำก็ดังขึ้น เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ที่ดูเหมือนจะฝังลึกลงไปในกระดูกทุกชิ้นของผู้พูด ดังก้องออกมาราวกับเป็นเสียงฟ้าร้อง จากภายในยามราตรีอันมืดมิด

เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปอย่างเยือกเย็น ยังความมืดที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว แสงอันดุร้ายปรากฏขึ้นในดวงตา และความต้องการต่อสู้ก็พุ่งขึ้นมาในจิตใจ

“ปรมาจารย์ฮูเหยียน” เขากล่าวเสียงเยือกเย็น เข้าไปในวิญญาณดวงที่เจ็ดในทันที

ตูม!

ขณะที่เจ็ดวิญญาณหลอมรวมเข้าด้วยกัน เขาก็เริ่มสูงขึ้นหลายช่วงศีรษะ ร่างกายแข็งแกร่งมากขึ้น ไหล่กว้างขึ้นกว่าเดิม รูปร่างสมส่วน เส้นผมยาวราวกับเป็นอสูรแปลกๆ กระจายบรรยากาศความกล้าหาญแห่งเซียนปีศาจ อันน่าตกใจออกมา

ความแข็งแกร่งของกายเนื้อ ทำให้อากาศที่อยู่รอบๆ ตัว กระจายเป็นระลอกคลื่นและบิดเบี้ยวไปมา ราวกับว่ารอบๆ บริเวณนั้น ไม่อาจจะเข้ากันกับโลกในส่วนอื่นได้

ความองอาจของกายเนื้อนี้ประกอบไปด้วยพลังการต่อสู้ของ หกสิบสี่วิญญาณแรกก่อตั้งขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่ ตั้งแต่ในสมัยโบราณ ก็ไม่มีใครเป็นเช่นนี้ และในอนาคต ก็จะไม่มีทางที่จะมีใครเป็นเช่นนี้ นี่คือเส้นทางที่เมิ่งฮ่าวได้สร้างขึ้นมาเอง เป็นสิ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และเป็นหนึ่งเดียวในดินแดนแห่งดาวหนานเทียนทั้งหมด

นี่ไม่ใช่วิญญาณแรกก่อตั้งสมบูรณ์ แต่จริงๆ แล้วก็เป็นเช่นเดียวกัน!

ตอนนี้ ท้องฟ้าได้มืดสนิทไปโดยสิ้นเชิง กลุ่มเมฆพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว ซึ่งไม่ได้ถอยหลังไปแม้แต่น้อย แต่จริงๆ แล้วก็ก้าวเท้าตรงไป ร่ายเวทอาคมด้วยมือขวา และจากนั้นก็ชี้ตรงไป

“สายลม!” เมิ่งฮ่าวกล่าว

ขณะที่เขาพูด สายลมอันรุนแรงอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ ก็พุ่งขึ้นมาอยู่รอบๆ ตัว กลายเป็นสายลมที่หมุนวนไปมา จนดูเหมือนจะปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นปฐพีและพุ่งขึ้นไปจนถึงสวรรค์ ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็ดูคล้ายกับเป็นลมพายุหมุนวนขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมาวนอยู่รอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว

ลมพายุที่หมุนวนนี้ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือน ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไป ฝุ่นผงจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ทันใดนั้นก็พุ่งตรงไปยังกลุ่มเมฆที่ใกล้เข้ามา

ในช่วงการต่อสู้กับร่างจำแลงของปรามาจารย์ฮูเหยียน เขาได้ใช้อาวุธเวท รวมถึงพลังเวทของเซียนโลหิต แต่ยังไม่ได้ใช้สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเอง เวทของภาพศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวิญญาณแรกก่อตั้ง

ในตอนนี้พลังที่เมิ่งฮ่าวปลดปล่อยออกมาขณะที่ใช้พวกมัน มีความรู้สึกว่าเหมาะสมกับตัวเอง มากกว่าพลังเวทของเซียนโลหิต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้เมื่อเมิ่งฮ่าวอยู่ในวิญญาณดวงที่เจ็ด ทำให้เขามีพลังที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

เสียงกระหึ่มขนาดใหญ่ดังก้องออกไปครึ่งดินแดนสีดำ สร้างความสั่นสะเทือนให้กับชนเผ่าเจ็ดในสิบส่วน ทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหมดรู้สึกประหลาดใจไปตามๆ กัน

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: