Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 571

I Shall Seal The Heaven Chapter 571

ตอนที่ 571

ยังไม่ยอมร้องออกมาอีก

“มันตายไป…ได้อย่างไร?” สีหน้าเด็กหนุ่มเริ่มดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ขณะที่มันมองออกไปยังที่ห่างไกล ดูเหมือนจะมีสายฟ้าเต้นไปมาอยู่ในดวงตา ราวกับร่างของมันเต็มไปด้วยเสียงฟ้าร้องที่ดังกระหึ่มกึกก้องและมีประจุไฟฟ้าอยู่มากมาย

“อาณาจักรเซียนอสูรโบราณไม่ใช่สถานที่อันตราย” เด็กหนุ่มคิด “อาจจะมีข้อพิพาทกันในอาณาจักรแรก ตอนที่ทำการเลือกร่างอาศัย แต่ใครกันที่กล้ามาหาเรื่องตระกูลจี้?” จากแววตาของมัน ก็เห็นได้ชัดว่ามันไม่เข้าใจจริงๆ ซึ่งในแววตานั้นก็มีความเจ็บปวดและโทสะอยู่ลึกๆ ด้วยเช่นกัน

จี้หมิงเฟิงเป็นคนรุ่นเยาว์ที่ยอดเยี่ยมมากที่สุด ซึ่งถูกตั้งความหวังไว้มากมาย ใครจะไปคาดคิดว่ามันจะตายอยู่ในสำนักเซียนอสูร!?

“อาณาจักรที่สองเป็นอาณาจักรแห่งภาพลวงตา ถึงแม้จะอันตราย แต่สถานการณ์ที่อันตรายถึงแก่ชีวิตก็มีน้อยมาก และอาจจะเกิดจากเหตุบังเอิญเท่านั้น ถ้าข้าคิดคำนวนไม่ผิด อาณาจักรที่สองน่าจะเพิ่งเปิดออก เมื่อพิจารณาจากพรสวรรค์ของหมิงเฟิง มันก็น่าจะเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นมา แล้วมันจะตายไปได้อย่างไร?”

“ตลอดทั้งหนึ่งหมื่นปี ที่ตระกูลจี้ได้ส่งผู้ฝึกตนเข้าไปในอาณาจักรเซียนอสูรโบราณ…ไม่มีใครเคยตายอยู่ในนั้นมาก่อน!”

“หมิงเฟิง…เจ้าตายไปได้อย่างไรกัน?” เด็กหนุ่มนั่งอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ ดวงตาสาดประกายด้วยความเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เกล็ดหิมะเริ่มตกลงมาทั่วทั้งดาวหนานเทียน

โดยไม่พูดจา มันยื่นมือขวาออกมา บนฝ่ามือเป็นหลัวผาน (เข็มทิศจีน) ซึ่งตรงกลางของหลัวผานนั้นเป็นดวงตะวันสีดำ ทำให้กระจายเป็นแสงสีดำออกมา

มันจ้องมองลงไปยังหลัวผาน ขณะที่ใช้มือซ้ายทำการปรับแต่งหลายรูปแบบ แสงแห่งการพยากรณ์ปรากฏขึ้นในดวงตา ภายในไม่กี่อึดใจ สีหน้ามันก็เปลี่ยนไป เสียงแตกร้าวได้ยินออกมาจากหลัวผาน ขณะที่รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของหลัวผาน

เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง ความไม่อยากจะเชื่อปรากฏขึ้นในแววตา

“ความผิดปกติ! เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ข้าสามารถบอกได้ในกรณีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาณาจักรเซียนอสูรโบราณ…ความผิดปกตินี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่เก้าหมื่นปีที่ผ่านมา!”

“ความผิดปกตินี้ทำให้มีผลกระทบต่อการหมุนเวียนของเวลา! ยังได้มีผลต่อเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว รวมถึงกระแสที่ไหลผ่านไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลาอีกด้วย!”

“อะไรเป็นสาเหตุของเรื่องนี้?!”

เวลาเดียวกันนั้น ย้อนกลับไปในสำนักเซียนอสูร ในอาณาจักรที่สอง บนยอดเขาแรก…

เนื่องจากการตกตายไปของร่างอาศัยจี้หมิงเฟิง ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบงันลงโดยสิ้นเชิง ศิษย์หลักทุกคนของยอดเขาแรก มองมาอย่างเงียบๆ แสงอันเย็นชาราวน้ำแข็งพุ่งออกมาจากดวงตาพวกมัน กลุ่มคนที่มาพร้อมกับเมิ่งฮ่าว แต่ไม่ได้กระทำการใดๆ เมื่อครู่นี้ ก็มีสีหน้าตกตะลึงด้วยเช่นกัน จิตใจพวกมันหมุนคว้าง ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ด้วยเช่นนั้นพวกมันจึงไม่มีเวลาที่จะขบคิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา อันเนื่องมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้

จากนั้น จิตใจพวกมันก็เริ่มหมุนคว้าง ขณะที่ตระหนักว่าการตายของศิษย์หลักยอดเขาแรก…ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็น…หายนะโดยสิ้นเชิง

เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศ มองไปรอบๆ ยังกลุ่มคนสิบกว่าคนที่เข้าร่วมโจมตีพร้อมกับเขา พวกมันทั้งหมดเป็นคนที่ถูกตามใจจากยอดเขาต่างๆ และเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับเขา พวกมันเป็นกลุ่มอันธพาลของเขา แต่ละคนต่างก็มีความผูกพันธ์ฉันสหายมาหลายปี ยิ่งเวลานานผ่านไปก็ยิ่งมีความผูกพันธ์ลึกล้ำมากขึ้น

เมิ่งฮ่าวมองไปยังพวกมัน และพวกมันก็มองกลับมา จากนั้นก็เริ่มหัวเราะขึ้น

ครึ่งชั่วยามหลังจากนั้น เสียงระฆังก็ดังก้องไปทั่วทั้งสำนักเซียนอสูร ในเวลาเดียวกันนั้น จอภาพขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นอยู่กลางอากาศ ซึ่งภายในจอภาพนั้นสามารถมองเห็นเป็นกรงขัง ในกรงนั้นเป็นเมิ่งฮ่าวและสหายสิบกว่าคนที่ร่วมมือกับเขา ทุกคนถูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา

ศิษย์ทั้งหมดในสำนัก กำลังเฝ้ามองเหตุกาณ์ที่ดำเนินไป ที่กำลังลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศเป็นบุรุษวัยกลางคนร่างกายกำยำ เปลือยหน้าอกหลับตาอยู่ หลังจากที่เสียงระฆังดังกังวานออกไปห้าครั้ง ดวงตาของบุรุษร่างกำยำนั้นก็ลืมขึ้นในทันที สาดประกายด้วยแสงอันดุดันออกมา ขณะที่มันยกมือขวาขึ้นไปในอากาศ และทำท่าคว้าจับ แส้สีดำทันใดนั้นก็ปรากฏขึ้น มีความยาวถึงหนึ่งพันจ้าง และขณะที่แส้นั้นสั่นกระเพื่อม อากาศก็แตกกระจายไป สายฟ้าเต้นไปมาบนพื้นผิวของแส้ และกระจายเสียงแตกร้าวอย่างน่าตกใจออกมาทั่วทั้งสำนัก

“จากกฏของสำนัก การลงโทษสำหรับการสังหารศิษย์ร่วมสำนักก็คือความตาย” บุรุษร่างกำยำกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่เมื่อพิจารณาถึงการทำความดีให้กับสำนักโดยบรรพบุรุษต่างๆ ของพวกเจ้า…พวกเจ้าก็จะถูกละเว้นโทษถึงตาย แต่ก็ต้องถูกลงโทษ!”

“จากคำสั่งของเจ็ดประมุขยอดเขา เคอจิ่วซือจะถูกปลดออกจากตำแหน่งศิษย์ชั้นยอด สวี่เทียนไห่, เฉินเมิ่งอวิ๋น…และคนที่เหลือทั้งหมดจะถูกลดตำแหน่งจากรองศิษย์ชั้นยอดเป็นศิษย์สายใน พวกเจ้าไม่อาจจะกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมนานถึงหนึ่งหมื่นปี!”

“พวกเจ้าจะต้องถูกโบยจากแส้อเวจีสามครั้ง แต่ละครั้งอาจถึงตายได้ นี่ก็คือการลงโทษสำหรับพวกเจ้า! สำหรับเคอจิ่วซือ ต้องถูกโบยสี่ครั้ง!”

“ถ้ายังมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในวันข้างหน้า พวกเจ้าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!” ขณะที่คำพูดของมันดังก้องออกมาทั่วทั้งสำนัก คนที่ได้ยินต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน การลงโทษเช่นนี้ช่างรุนแรงอย่างน่าเหลือเชื่อ ศักดิ์ฐานะของพวกมันถูกถอดไปนับหมื่นปี แต่กระนั้นก็ยังถือได้ว่าเป็นแค่เรื่องรอง สิ่งที่รุนแรงมากที่สุดก็คือแส้อเวจีนั้น น้อยคนนักที่จะอดทนได้เกินสองครั้งจากการฟาดโบยของมัน!

ในความทรงจำของทุกคน การลงโทษด้วยการฟาดโบยสามครั้ง ไม่เคยเกิดขึ้นมาเลยตลอดทั้งหนึ่งพันปีที่ผ่านมา ขณะที่เคอจิ่วซือถูกลงโทษเป็นพิเศษด้วยการถูกฟาดโบยสี่ครั้ง การลงโทษเช่นนี้ไม่เคยได้พบเห็น…อย่างน้อยก็สามพันปีมาแล้ว

ขณะที่ในตอนนี้ ศิษย์ทั้งหมดที่อยู่ในสำนักต่างก็นิ่งเงียบกันโดยสิ้นเชิง พวกมันมองขึ้นไปยังจอภาพที่กำลังแสดงอยู่ในกลางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนจากยอดเขาแรก ภายในแววตาพวกมันสาดประกายด้วยความเกลียดชังออกมา

เมื่อเมิ่งฮ่าวและสหายอีกสิบกว่าคนได้ยินคำพูดของบุรุษร่างกำยำนั้น สีหน้าพวกเขาก็สลดลงไปในทันที

“บัดซบ! น่าเกลียดจริงๆ สามแส้…”

“บิดาจะเป็นคนแรกที่ถูกโบยเอง สามแส้ แล้วจะอย่างไร!?!?”

“รองศิษย์ชั้นยอด? ถ้าข้าต้องการวิชาเวทหรือแม้แต่ของวิเศษ ก็แค่พูดออกมาคำเดียว ข้าไม่เคยสนใจถึงอันดับของศิษย์แม้แต่น้อย!”

”จิ่วซือ พวกเราเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นพวกเราจะยอมรับการลงโทษนี้ด้วยกัน! เจ้าพวกชราเหล่านั้นเพียงแค่ทำให้พวกเราได้รับบาดเจ็บเท่านั้น พวกมันไม่ได้คิดจะสังหารพวกเราจริงๆ แต่ท่านต้องบอกข้าว่า ทำไมพวกเราถึงต้องสังหารศิษย์หลักยอดเขาแรกผู้นั้น?”

เมิ่งฮ่าวมองไปรอบๆ ยังสหายสิบกว่าคน เขารู้ว่าโลกแห่งนี้เป็นภาพลวงตา แต่กระนั้นก็ยังรับรู้ได้ถึงมิตรภาพของคนเหล่านี้ จนแทบจะทำให้ลืมไปว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง และเขาก็ไม่ใช่เคอจิ่วซือที่แท้จริง

แต่…เมิ่งฮ่าวก็ไม่รู้ว่าจะต้องตอบคำถามนี้อย่างไรดี หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ เขาก็กัดฟันแน่น“เจ้าบัดซบนั่นมาล่อลวงซือเม่ย (ศิษย์น้องที่เป็นผู้หญิง) ผู้หนึ่งของข้า!”

สีหน้าแปลกๆ เต็มอยู่บนใบหน้าของคนอื่นๆ หลังจากผ่านไปชั่วครู่ พวกมันทั้งหมดต่างก็เริ่มหัวเราะขึ้น

ขณะที่เสียงหัวเราะของพวกมันดังก้องออกมา บุรุษร่างกำยำก็กล่าวเสียงเย็นชา “โบยครั้งที่หนึ่ง”ด้วยเช่นนั้น มันก็ยกมือขึ้น และแส้ลอยออกไป ทำให้อากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น เสียงแหวกฝ่าอากาศแหลมเล็กก็ดังออกมา

เสียงนั้นได้ยินขึ้นอย่างชัดเจน และดังก้องไปมาอย่างน้อยก็สิบครั้ง ตามมาด้วยเสียงกระหึ่มอย่างน่าตกใจราวกับเสียงฟ้าร้อง

หนึ่งแส้ฟาดลงไปบนร่างเมิ่งฮ่าวและคนอื่นๆ

ทั่วทั้งร่างเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน รู้สึกราวกับว่าวิญญาณกำลังจะระเบิดออกมาจากร่าง ความเจ็บปวดอย่างที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้พุ่งขึ้นมา เสียดแทงเข้าไปในจิตใจ ทำให้ม่านตาพล่าเลือน ในเวลาเดียวกันนั้นเสียงแผดร้องอย่างโหยหวนก็ได้ยินมาจากรอบๆ ตัว

ในขณะเดียวกัน ที่ห่างไกลออกไป มองเห็นเป็นเจ็ดเงาร่าง กำลังยืนอยู่บนยอดเขาลูกที่เจ็ด พวกมันคล้ายกับเป็นดวงตะวันที่เจิดจ้าเจ็ดดวง หนึ่งในนั้นก็คือเคออวิ๋นไห่ มีสีหน้าเศร้าหมอง และโทสะของมันก็ลุกโชนไปจนถึงสวรรค์ สายตาจ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว ซึ่งกำลังถูกแส้ฟาดโบยอยู่ จนดูเหมือนว่ามันแทบจะต้องการตายแทน

ที่กำลังยืนอยู่ใกล้กับเคออวิ๋นไห่เป็นสตรีวัยกลางคน ร่างของนางกระจายแสงอันสวยงามออกมา ขณะที่นางยืนอยู่ที่นั่นก็ดูราวกับว่า นางได้หลอมรวมเข้ากับสวรรค์และปฐพี นางเป็นประมุขแห่งยอดเขาที่หก หันไปมองเคออวิ๋นไห่และกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ตอนนี้ราชันหลี่กำลังหลับใหลอยู่ แต่พวกเราทั้งหมดก็ยังคงรับรู้ถึงเจตจำนงสวรรค์ของท่าน อาณาจักรเต๋าถูกผนึกไปแล้ว และถูกตัดขาดไปจากพวกเรา แต่เหตุการณ์ที่สำคัญกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ถ้าพี่เคอยังใจดีอยู่เช่นนี้ ในวันข้างหน้า บุตรชายท่านคงต้องตกอยู่ในความหายนะอย่างแน่นอน”

ประมุขแห่งยอดเขาลูกที่สามเป็นชายชราหน้ายาว ทั่วทั้งร่างกระจายความเก่าแก่โบราณออกมา ขณะที่มันส่ายหน้าและกล่าวว่า “พี่เคอ บุตรชายท่านช่าง…ถ้ามันต้องการจะแหกกฎสำนัก นั่นก็เป็นเรื่องของมัน แต่ทำไมถึงต้องให้คนอื่นมามีปัญหาด้วย? คงจะเป็นนิสัยของมัน…ฮ่าย”

ประมุขแห่งยอดเขาแรก เป็นบุรุษหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหลา พร้อมทั้งมีนัยน์ตาที่แคบเรียวยาว ร่างมันกระจายแสงสีทองออกมา ทำให้ดูราวกับว่าถูกห้อมล้อมด้วยกระบี่มากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งได้กลายเป็นแสงตะวันอันเจิดจ้า เสียงของมันแหลมคมราวกระบี่ที่ทิ่มแทงเข้าไป ขณะที่กล่าวอย่างเยือกเย็น “เห็นได้ชัดว่าเด็กผู้นี้มีจิตใจที่เลวทราม หลายปีมาแล้วที่มันรังแกคนอื่นไปทั่ว อย่างน้อยก็มีศิษย์ที่ตายด้วยเงื้อมมือมันไม่ต่ำกว่าสิบคน เหตุผลเดียวที่พวกเราไม่เอาเรื่องมันสำหรับการตายของคนเหล่านั้นก็เพราะว่าท่านพี่เคอ แต่การที่มันสังหารคนอย่างเปิดเผยเช่นนี้ เป็นเรื่องที่มากเกินไปแล้ว!”

หลังจากที่อีกสามประมุขยอดเขากล่าวขึ้น เสียงโทสะของเคออวิ๋นไห่ก็ได้ยินขึ้น

“เจ้าบุตรที่ไม่ได้เรื่อง!! เจ้าบุตรอกตัญญู!!”

“ทันทีที่ปล่อยมันไป มันก็ไปทำสิ่งที่ไร้จิตสำนึก! ไม่ต้องสนใจว่ามันจะถูกโบยจนตายหรือไม่! ให้ถือซะว่าเหล่าฟูไม่ได้มีบุตรชายคนนี้!”

“ถ้ามันไม่ตายไป อีกไม่ช้าข้าก็คงจะมีโทสะจนตายไปเอง! จากประกาศิตสวรรค์แห่งราชันหลี่ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะมีอายุขัยที่จำกัด อาณาจักรเต๋าไม่อาจจะรุดหน้าได้อีกต่อไป อายุขัยของเหล่าฟูกำลังจะเหือดแห้งหายไป และเวลาแห่งความตายก็ใกล้เข้ามาแล้ว สหายเต๋าทั้งหลาย ความอดกลั้นที่ทุกท่านมีต่อบุตรเลว ผู้แซ่เคอจะขอจารึกไว้ในใจตลอดไป”

“ปล่อยให้มันตายไป เนื่องจากมีการเข่นฆ่าสังหารอย่างมากมาย ในสงครามทั้งเก้าแห่งจิ่วซานไห่ จากบุตรชายทั้งสิบห้าคนของข้า จึงเหลือแต่มันเพียงแค่คนเดียว มันถูกตามใจจนมากเกินไป จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะกลายเป็นตัวหายนะ”

“ช่างมันเถอะ ช่างมัน ปล่อยให้มันตายไป!” เคออวิ๋นไห่หันหลังจากไป ขณะที่ทำเช่นนั้น ก็ดูเหมือนว่าทั่วทั้งร่างมันจะแก่ชราลง กลิ่นอายแห่งความตายที่กระจายออกไปรอบๆ ตัวมัน ก็ยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้น

ประมุขอีกหกยอดเขายืนอย่างเงียบๆ ประมุขของยอดเขาลูกที่เจ็ดเป็นบุรุษชราผมขาว มีท่าทางสง่าราวเซียนผู้วิเศษ มันถอนหายใจอย่างแผ่วเบาออกมา ขณะที่มองไปยังบุรุษร่างกำยำซึ่งถือแส้อยู่ในมือที่อยู่ห่างไกลออกไป

บุรุษร่างกำยำถือแส้สูงขึ้นไปในอากาศ และหยุดนิ่งอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็สะบัดแส้ฟาดโบยเป็นครั้งที่สอง

เสียงที่ดังออกมา ช่างรุนแรงและน่าตกใจอย่างถึงที่สุด แต่ก็เห็นได้ชัดว่าการฟาดในครั้งนี้ ไม่ได้ใช้พลังเท่ากับครั้งแรกก่อนหน้านี้

ในตอนที่การโบยครั้งที่สามถูกฟาดลงไป ผิวหนังของเมิ่งฮ่าวและคนอื่นๆ อีกสิบกว่าคนก็เกิดเป็นรอยแผลฉีกขาด พวกมันมีสีหน้าเจ็บปวดจนแทบไม่อาจจะเงยหน้าขึ้นมาได้ มองอย่างขมขื่นไปยังเมิ่งฮ่าว รู้ดีว่าเขากำลังจะถูกโบยเป็นครั้งที่สี่

เมิ่งฮ่าวหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา ขณะที่แส้ที่สี่ฟาดลงมา กระแทกเข้าไปบนร่างเขาเพียงคนเดียว ในเวลาเดียวกันนั้น คำพูดอย่างมีโทสะของเคออวิ๋นไห่ จู่ๆ ก็ดังก้องขึ้นในหู

“ยังไม่ยอมร้องออกมาอีก?!”

เมิ่งฮ่าวอ้าปากค้างชั่วขณะ ก่อนที่จะส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจ จนยากจะอธิบายออกมาได้ เมื่อเหล่าสหายได้ยินเสียงนั้น พวกมันต่างก็รู้สึกประหลาดใจ…

การลงโทษจบลง กลุ่มคนที่มาจากยอดเขาต่างๆ เพื่อช่วยพาเมิ่งฮ่าวและคนอื่นๆ จากไป พวกเขาถูกนำไปรักษาอาการบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเมิ่งฮ่าวก็กลับไปยังยอดเขาลูกที่สี่ ซึ่งเขาได้ยินเสียงของเคออวิ๋นไห่ดังก้องออกมา กระจายไปทั่วทั้งภูเขา

“ไม่ต้องช่วยมัน ไสหัวเข้ามา เจ้าบุตรไม่รักดี!”

ศิษย์ยอดเขาสี่ที่กำลังช่วยเขาอยู่ลังเลชั่วครู่ แต่เมิ่งฮ่าวก็บอกให้พวกมันปล่อยเขาไป เขายิ้มอย่างขมขื่นออกมา แต่ภายในใจกลับรู้สึกอบอุ่น ถอนหายใจออกมา เริ่มเดินตรงเข้าไปในถ้ำแห่งเซียนของเคออวิ๋นไห่

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: