I Shall Seal The Heaven Chapter 722

0 Comments

ตอนที่ 722

การปะทุครั้งที่สอง!

เสียงกระหึ่มดังก้องออกไป และคนทั้งหมดต่างก็มองไปยังเมิ่งฮ่าวและตี้เหยี่ย ที่กำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงกรงเล็บสีดำกัน

สายตาของเด็กหนุ่มจากสำนักอีเจี้ยนแวบขึ้น ขณะที่มันคว้าจับไปที่กระบี่ยาวเจ็ดฉื่อที่กำลังหมุนวนไปมา ภายในความคิดของมันไม่มีใครในที่แห่งนี้ที่จะเป็นภัยคุกคามต่อมัน แต่อาจจะยกเว้นลู่ปั๋วผู้หล่อเหลา ซึ่งสามารถควบคุมพลังแห่งกาลเวลาได้เท่านั้น

หุ่นเชิดสำนักจินหานก็มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยเช่นกัน ดวงตามันสาดประกายเจิดจ้า

ผู้อาวุโสเต๋าเหี่ยวแห้งไม่กล่าววาจา ราวกับว่ามันไม่สนใจที่จะมองดูว่ามีอะไรกำลังเกิดขึ้น

ปรมาจารย์รุ่นสิบเก้าตระกูลหลี่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง และล่าถอยหลบหนีไปอย่างเต็มกำลัง สำหรับสมาชิกของตระกูลซ่ง หลังจากที่ได้ครอบครองสิ่งของที่พวกมันต้องการ ก็ดูเหมือนว่าพวกมันพร้อมที่จะจากไป

เต้าจื่อโจวเฉินจากสำนักหลิงไถ ดูเหมือนมีความต้องการจะต่อสู้ เมื่อมันมองไปยังเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้นมันก็ขมวดคิ้ว คิดว่า

“มันอยู่แค่ขั้นสูงสุดของตัดวิญญาณเท่านั้น มันไม่อาจจะเทียบได้กับลู่ปั๋ว”

สำหรับลู่ปั๋วแห่งสำนักตี้จง มันก็สังเกตดูการต่อสู้ระหว่างเมิ่งฮ่าวและตี้เหยี่ยด้วยเช่นกัน หลังจากที่มองเห็นคนทั้งสองโจมตีซึ่งกันและกัน สีหน้ามันก็ยังคงสงบนิ่ง ตั้งแต่เยาว์วัยมันมีพรสวรรค์อันน่ามหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ไม่มีผู้ใดในดินแดนทางเหนือจะเทียบกับมันได้ แม้แต่ตระกูลจี้แห่งต้าถังในดินแดนตะวันออกก็ต้องการจะรับมันเป็นศิษย์กิตติมศักดิ์ แต่ต่อมามันเป็นที่พอใจของเซียนรุ่งอรุณ จึงได้แนะนำสั่งสอนมันให้เดินไปบนเส้นทางแห่งการฝึกตน ดังนั้นมันจึงไม่ได้ฝึกฝนแบบคนธรรมดาทั่วไป แต่ได้มุ่งเดินไปตามเต๋าของดอกปี่อ้าน

ที่มากไปกว่านั้น เซียนรุ่งอรุณไม่อนุญาตให้ดอกปี่อ้านดูดกลืนมัน แต่นางกลับเพาะเมล็ดพันธุ์ที่ไร้สตินึกคิดไว้ภายในร่างมัน ปล่อยให้มันกลืนกินดอกปี่อ้านไป และได้รับพลังของดอกปี่อ้าน ราวกับว่านางกำลังพยายามที่จะหว่านกรรมดีไว้กับมัน

ดังนั้นแทนที่จะพูดว่ามันเป็นผู้ฝึกตน ก็น่าจะถูกต้องมากกว่าถ้าจะกล่าวว่ามันเป็น…ดอกปี่อ้าน!

เนื่องจากเช่นนั้น แม้แต่ตระกูลฟางก็ยังรู้สึกเคร่งเครียดจริงจังกับมัน และยังได้แสดงความสนใจที่จะนำมันมาอยู่ในตระกูลด้วยฐานะที่เป็นบุตรเขย เนื่องจากสิ่งทั้งหมดนี้ จึงทำให้มันมีศักดิ์ฐานะที่โดดเด่น ยังมีแม้แต่ข่าวลือที่ว่ามันเป็นผู้ยิ่งใหญ่บางคน ที่ตกลงมายังดาวหนานเทียน เพื่อถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ และสร้างพื้นฐานฝึกตนขึ้นมาตั้งแต่แรกเริ่มใหม่

เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการควบคุมพลังแห่งกาลเวลาของมัน มันก็สามารถจะจัดการกับตี้เหยี่ยได้เพียงแค่ขยับร่างไปเพียงสามครั้งเท่านั้น

“อ่อนแอเกินไป” มันคิดหลังจากที่มองไปยังเมิ่งฮ่าวแค่แวบเดียว ส่ายศีรษะ

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เมิ่งฮ่าวกล่าวคำว่า “ดินแดนทางเหนือ” เสียงนั้นก็ดังก้องออกมา กระตุ้นให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในความคิดของผู้ฝึกตนแห่งดาวหนานเทียนทั้งหมด แม้แต่เด็กหนุ่มจากสำนักอีเจี้ยนก็หันหน้าไปมองไปยังตี้เหยี่ย

ความสัมพันธ์ระหว่างดินแดนด้านใต้และดินแดนทางเหนือ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ถึงแม้ว่าจะห่างมาเนิ่นนาน, นานมากๆ แล้วตั้งแต่สงครามเต็มรูปแบบที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะพบพานในประวัติศาสตร์ของดินแดนแห่งดาวหนานเทียน

ทุกครั้งที่มีสงคราม ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องมีโลหิตไหลนองราวกับเป็นแม่น้ำ

“ดินแดนทางเหนือ?”

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมพื้นฐานฝึกตนของคนทั้งสามนี้ถึงได้ดูไม่ค่อยคุ้นเคยนัก ที่แท้พวกมันก็มาจากดินแดนทางเหนือนี่เอง!”

“ดินแดนทางเหนือมีการเชื่อมต่อกับดินแดนตะวันออก ทั้งสองดินแดนนี้ต่างก็ตั้งอยู่บนอีกฝั่งของทะเลเทียนเหอ! ซึ่งต้องใช้เวลานานมากกว่าจะข้ามทะเลเทียนเหอมาได้ แล้วพวกมันจะมายังที่แห่งนี้แค่ทะเลสาบเต๋าจริงๆ?”

ในขณะที่จิตใจของกลุ่มคนจากดินแดนด้านใต้กำลังหมุนคว้างด้วยความตกตะลึง เมิ่งฮ่าวก็เอ่ยนาม หลิวจื่อช้วน ออกมา

ถึงแม้ว่านามนั้นจะไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับผู้ฝึกตนจากดินแดนด้านใต้ แต่ทันทีที่เต้าจื่อโจวเฉินแห่งสำนักหลิงไถได้ยิน ดวงตามันก็แวบขึ้นและมองมายังเมิ่งฮ่าว

ลู่ปั๋วถอยหลังไปเล็กน้อย มันมาจากตระกูลตี้, โจวเฉินมาจากสำนักหลิงไถ และตี้เหยี่ยมาจากตระกูลฮวง สำหรับหลิวจื่อช้วนที่เมิ่งฮ่าวเพิ่งจะเอ่ยถึง มันก็มาจากตระกูลตี้ด้วยเช่นกัน

ตระกูลตี้เป็นตระกูลอันดับหนึ่งในดินแดนทางเหนือ!

และหลิวจื่อช้วนก็เป็นตี้จื่อ (บุตรแห่งจักรพรรดิ) ของตระกูลตี้ (สายโลหิตจักรพรรดิ)

พื้นฐานฝึกตนของมันอยู่เพียงแค่ระดับตัดวิญญาณครั้งแรกเท่านั้น แต่ด้วยศักดิ์ฐานะของมัน จึงถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนอันดับสูงของดินแดนทางเหนือ

“เจ้ารู้จักหลิวจื่อช้วน?” ตี้เหยี่ยถาม ม่านตามันหดเล็กลง ตระกูลฮวงของมันเป็นสาขาย่อยของตระกูลตี้ ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะมีพื้นฐานฝึกตนที่สูงส่ง แต่เมื่อไหร่ที่มันได้พบกับหลิวจื่อช้วน มันก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องก้มศีรษะลง และแสดงความคารวะต่อเจ้านายน้อยผู้นั้น

“มันเป็นหนี้หินลมปราณข้าเก้าล้านก้อน!” เมิ่งฮ่าวกล่าวพร้อมกับแค่นเสียงเย็นชา “แล้วข้าจะไม่รู้จักมันได้อย่างไร?!” เขาเปิดถุงสมบัติออก และหยิบเอาแผ่นหยกออกมาหนึ่งกำมือ ซึ่งมีรายละเอียดของผู้ฝึกตนที่เป็นหนี้หินลมปราณเขา ตอนที่อยู่ในสำนักเซียนอสูรโบราณ

“สวี่โซ่วเหยียน เป็นหนี้ข้าแปดล้านหินลมปราณ!”

“เถียนเหลยฟาง เป็นหนี้ข้าเจ็ดล้านแปดแสนหินลมปราณ!”

“โจวเจี๋ย เป็นหนี้ข้าเก้าล้านห้าแสนหินลมปราณ!”

“ตี้หลัว เป็นหนี้ข้าสิบเอ็ดล้านหินลมปราณ!”

“และยังมีบางคนที่มีนามว่าหานเผิง เป็นหนี้ข้ามากที่สุดถึงสิบห้าล้านหินลมปราณ!”

“บุคคลเหล่านี้ต่างก็มาจากดินแดนทางเหนือ ใช่หรือไม่?”

ทุกๆ ประโยคที่เมิ่งฮ่าวพูดออกมา ทำให้สีหน้าของสามผู้ฝึกตนจากดินแดนทางเหนือต้องเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนาม โจวเจี๋ย, ตี้หลัว และหานเผิง ถูกเอ่ยขึ้นมา แม้แต่ลู่ปั๋วก็ยังต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

โจวเจี๋ยและโจวเฉิน ต่างก็มาจากตระกูลเดียวกัน และตี้หลัวก็เป็นน้องชายของตี้เหยี่ย สำหรับหานเผิง มันเป็นผู้ถูกเลือกจากตระกูลตี้ มีศักดิ์ฐานะเพียงเป็นรองจากลู่ปั๋วเท่านั้น

“ทำ…ทำไมพวกมันถึงได้เป็นหนี้หินลมปราณเจ้ามากมายเช่นนี้?!” ตี้เหยี่ยแผดร้องออกมา ดวงตาเบิกกว้าง โชคร้ายที่แผ่นหยกในมือเมิ่งฮ่าวถูกประทับด้วยกลิ่นอายของแก่นแท้ชีวิต เนื่องจากกลิ่นอายที่กระจายออกมาเป็นระยะจากแผ่นหยกเหล่านั้น ทำให้สามผู้ฝึกตนแห่งดินแดนทางเหนือไม่อาจจะสงสัยต่อตัวตนของผู้ที่ประทับตราในแผ่นหยกเหล่านี้ได้

กลุ่มคนจากสำนักและตระกูลต่างๆ แห่งดินแดนด้านใต้ ที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น ยังรู้สึกตกตะลึงยิ่งกว่าสามผู้ฝึกตนจากดินแดนทางเหนือ พวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อและประหลาดใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ฝึกตนจากสำนักเซี่ยเยา และสำนักจื่อยิ่น พวกมันจ้องมองมาพร้อมกับปากที่อ้าค้าง

“เจ้าสำนักน้อยเคยทำอะไรมาเมื่อในอดีต?”

“มี…มีคนมากมายเป็นหนี้มันเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?”

“นี่…นี่…ข้าสังเกตเห็นว่าตอนที่มันหยิบเอาแผ่นหยกออกมาเมื่อครู่นี้ มันหยิบออกมาแค่บางส่วนเท่านั้น ซึ่งเป็นของผู้ฝึกตนจากดินแดนทางเหนือ เป็นไปได้หรือไม่ว่าแผ่นหยกที่เหลือ จะเป็นของกลุ่มคนจากดินแดนอื่นๆ แห่งดาวหนานเทียนนี้?!”

“เจ้าสำนักน้อยคงต้องมีกิจการอยู่มากมายเมื่อในอดีต!!”

ดวงตาตี้เหยี่ยกลายเป็นสีแดงก่ำ และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถูกลบหลู่ มันหันหน้ากลับไปและกู่ร้องออกมา ยกเขี้ยวสุนัขป่าของมันขึ้น และพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

“ไร้สาระ! บิดาจะทุบตีเจ้าจนตาย!”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายเจิดจ้า ขณะที่บุรุษร่างสูงใหญ่พุ่งลงมา เขาก็ยกมือขึ้นและชี้ตรงไป

“เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!”

ทันใดนั้นกระแสน้ำวนสีโลหิตก็เริ่มหมุนวนอยู่รอบๆ ร่างมัน ขณะที่กระแสน้ำวนหมุนไปมา มือสีโลหิตขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นคว้าจับไปที่ร่างของตี้เหยี่ย มันขัดขืนดิ้นรน แต่ก็ไม่อาจจะทำอันใดได้เพื่อที่จะให้ตนเองหลุดพ้นเป็นอิสระออกมา ได้แต่ร้องตะโกนอย่างมีโทสะและมองไปรอบๆ บริเวณนั้นด้วยความสับสน

เพียงไม่นานมันก็ตระหนักว่าร่างกายกำลังแห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว ปราณและโลหิตของมันพุ่งออกมาจากร่าง ตรงไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างรวดเร็ว สำหรับเมิ่งฮ่าว กายเนื้อของเขาก็เริ่มแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

จวบจนกระทั่งถึงตอนนี้ เมิ่งฮ่าวก็ยังไม่เคยพบเห็นใครที่อยู่ต่ำกว่าระดับค้นหาเต๋า จะสามารถหลบหนีออกไปจากเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตนี้ได้

ภาพที่เห็นนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ประหลาดใจขึ้นแม้แต่น้อย แต่โจวเฉินแห่งสำนักหลิงไถ จากดินแดนทางเหนือก็ตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง สีหน้ามันเปลี่ยนไปและดวงตาก็เบิกกว้าง ขณะที่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว

อย่างน่าตกใจ มันเริ่มหอบหายใจออกมา และการดูถูกเยาะเย้ยใดๆ ที่มันเคยรู้สึกต่อเมิ่งฮ่าว ได้หายไปจนหมดสิ้นในตอนนี้ เท่าที่มันสามารถบอกได้ วิชาเวทเช่นนี้มีระดับความน่ากลัวเช่นเดียวกับเวทกาลเวลาของลู่ปั๋ว

“ไม่ใช่คน! มันไม่ใช่คนเหมือนกับลู่ปั๋ว!”

ลู่ปั๋วแห่งตระกูลจักรพรรดิ ก็จ้องมองไปพร้อมกับแสงแปลกๆ อยู่ในดวงตาของมันเช่นเดียวกัน และมีรอยยิ้มน้อยๆ อยู่บนใบหน้า ความต้องการที่จะต่อสู้ภายในจิตใจมันมีความรุนแรงมากขึ้น “ถ้าเป็นเช่นนี้ มันก็อาจจะคู่ควรมาต่อสู้กับข้า!”

ภายในเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต ร่างกายของตี้เหยี่ยกำลังแห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวและประหลาดใจเต็มอยู่ภายในจิตใจ และมันก็หวาดกลัวต่อเมิ่งฮ่าวโดยสิ้นเชิง

“บัดซบ! เจ้าก็ไม่ใช่คนเหมือนกับลู่ปั๋ว!” มันแผดร้อง กัดฟันแน่น จากนั้นก็ตบไปที่ถุงสมบัติ หยิบเอาผลึกยันต์เวทออกมา

ยันต์เวทสาดประกายเจิดจ้า นี่ก็คือของวิเศษช่วยชีวิตที่ตระกูลมอบให้กับมัน ก่อนที่จะเข้ามาในดินแดนด้านใต้ มันไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องใช้ยันต์เวทนี้ หลังจากที่ปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับวิกฤตอันร้ายแรง มันได้แต่ต้องไม่สนใจต่อความวิตกกังวลใดๆ และบดขยี้ผลึกยันต์เวทนี้ด้วยสองนิ้วของมันในฉับพลัน

ทันทีที่ยันต์เวทถูกบดขยี้ กระแสพลังแห่งค้นหาเต๋าก็ตกลงมา พลังอันเข้มข้นนั้นทำให้เกิดเป็นลมพายุขึ้น และกระแทกตรงไปยังกระแสน้ำวนสีโลหิต

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่พลังค้นหาเต๋าตกลงมา กระแสน้ำวนสีโลหิตสั่นไปมา และตี้เหยี่ยก็ฉวยโอกาสนี้พุ่งออกไป แต่ในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฮ่าวก็แค่นเสียงเย็นชา และชี้นิ้วตรงไป

“เหี่ยวแห้ง!”

ทันใดนั้น เต๋าเดิมแท้เวทอสูรไฟมอดไหม้ ซึ่งเมิ่งฮ่าวเพิ่งจะเริ่มเข้าใจก็ปรากฏขึ้น

หนึ่งตัวอักษรได้กลายเป็นกฎธรรมชาติแห่งสวรรค์และปฐพี ไปแทนที่สิ่งที่มีอยู่เดิมในตอนนี้ เจตจำนงแห่งสวรรค์และปฐพีตกลงมา เพียงชั่วพริบตา…อากาศก็เปลี่ยนไป และเกิดการบิดเบือนขึ้น

ตี้เหยี่ยส่งเสียงแผดร้องอย่างโหยหวนออกมา ขณะที่ร่างมันเริ่มแห้งเหี่ยวลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้การแห้งเหี่ยวนั้นไม่ได้จำกัดอยู่ที่ร่างกายมันเท่านั้น แต่พื้นฐานฝึกตนของมันก็แห้งเหี่ยวลงไปด้วย พลังชีวิตของมันก็แห้งเหี่ยว ทุกสิ่งทุกอย่างแห้งเหี่ยวไป

เมื่อมันรับรู้ได้ถึงความตายที่ใกล้เข้ามา ตี้เหยี่ยก็มองไปยังลู่ปั๋ว ซึ่งลอยตัวอยู่กลางอากาศในที่ห่างไกลออกไป ดวงตามันสาดประกาย “ลู่ปั๋ว, ช่วยข้าด้วย!!”

ลู่ปั๋วยกมือขึ้นและชี้ออกไป “ย้อนกลับ!”

ทันทีที่มันพูดออกมา อากาศก็บิดเบี้ยวไปมา และกลายเป็นกาลเวลาที่ปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ร่างตี้เหยี่ย แทบจะราวกับว่ากาลเวลากำลังถูกบังคับให้หมุนย้อนกลับ เริ่มดิ้นรนต่อสู้กับพลังของตัวอักษร ‘เหี่ยวแห้ง’ ของเมิ่งฮ่าว

ในช่วงเวลาหนึ่ง ร่างตี้เหยี่ยแทบจะแห้งเหี่ยวไปโดยสิ้นเชิง แต่ต่อมา มันก็ฟื้นฟูกลับคืนมาเป็นปกติเหมือนเดิม ความเจ็บปวดเช่นนี้ได้เกิดขึ้นกลับไปกลับมาระหว่างขั้นตอนเหล่านี้ ทำให้ตี้เหยี่ยต้องแผดร้องด้วยเสียงโหยหวนออกมาเป็นระยะ

ขั้นตอนทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงแค่สามอึดใจเท่านั้น

แต่สำหรับตี้เหยี่ย สามอึดใจนั้นราวกับเป็นสามชั่วชีวิตของมัน

สุดท้าย ก็เกิดเป็นเสียงระเบิดขึ้น และเมิ่งฮ่าวก็ถอยหลังไปสี่ก้าว ตัวอักษร ‘เหี่ยวแห้ง’ และเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตพังทลายลงไป ลู่ปั๋วถอยหลังไปสามก้าว สีหน้ามันเปลี่ยนไป วิชาลับแห่งเวทกาลเวลาของมันก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน

ระหว่างกลางคนทั้งสองก็คือตี้เหยี่ย ร่างมันเหี่ยวแห้งลงไปครึ่งหนึ่ง ตอนนี้มันผ่ายผอมจนเหลือแต่กระดูก แต่ก็ยังไม่ตายไป สามารถเก็บตกชีวิตของมันมาได้ มันพุ่งตรงไปยังลู่ปั๋วด้วยความหวาดหวั่นขวัญหาย ความหวาดกลัวที่มันมีต่อเมิ่งฮ่าวบรรลุถึงขีดสูงสุด

สำหรับการต่อสู้ระหว่างเมิ่งฮ่าวและลู่ปั๋ว ยากที่จะบอกว่าใครชนะใครพ่ายแพ้ แต่ก็ดูเหมือนจะชัดเจนว่าลู่ปั่วแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย

แต่ในขณะที่เมิ่งฮ่าวถอยหลังไป เขาก็ยื่นมือซ้ายออกมา และตบไปที่กรงเล็บสีดำขนาดหนึ่งร้อยจ้าง ทันใดนั้นมันก็ถูกดูดเข้าไปในถุงสมบัติของเขา หกผู้เฒ่าสำนักเซี่ยเยาปรากฏขึ้นที่ด้านหลังเมิ่งฮ่าว เสร็จสิ้นภารกิจการรวบรวมสิ่งของต่างๆ ไว้

สำหรับกลุ่มคนจากดินแดนด้านใต้ พวกมันต่างก็หอบหายใจออกมา

“มันแข็งแกร่งมากขึ้นอีกแล้ว!”

“เมิ่งฮ่าวแค่รู้แจ้งขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่วิชาเวทของมันก็ก้าวหน้าขึ้นไปอีกครั้ง บัดซบ…มันสามารถแสดงพลังค้นหาเต๋าออกมาได้ แต่ตอนนี้…ถ้าไม่มีผู้แข็งแกร่งค้นหาเต๋าปรากฏขึ้น แล้วใครจะสามารถสะกดข่มมันลงได้?!”

“เมิ่งฮ่าว!”

เต้าจื่อโจวเฉินแห่งสำนักหลิงไถจากดินแดนทางเหนือ มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความประหลาดใจ มันคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับชื่อเสียงของลู่ปั๋ว ซึ่งไม่เพียงแต่จะโด่งดังอยู่ในดินแดนทางเหนือเท่านั้น ลู่ปั๋วยังเป็นที่รู้จักอย่างดีในดินแดนตะวันออกอีกด้วย

ถ้าไม่ใช่เช่นนั้น แล้วมันจะได้รับเกียรติให้ถือว่าเป็นหนึ่งในสี่ดาวรุ่งอันยิ่งใหญ่แห่งดาวหนานเทียนนี้ได้อย่างไร?!

ดาวรุ่งนี้เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติอยู่ในดินแดนแห่งดาวหนานเทียน เพื่อกล่าวถึงสี่บุคคลที่แข็งแกร่งมากที่สุดในขั้นตัดวิญญาณ

“มันสามารถต่อสู้กับลู่ปั๋ว และยังทำให้ลูปั๋วต้องถอยหลังไปถึงสามก้าว! เมิ่งฮ่าวผู้นี้ช่างแข็งแกร่งนัก!”

ลู่ปั๋วจ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว ความต้องการต่อสู้ภายในดวงตามันมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น มันยกมือขวาขึ้นมา และอากาศในบริเวณนั้นก็บิดเบี้ยวไปมา พลังค้นหาเต๋าเริ่มตกลงมาเป็นระยะ

“ข้าไม่ได้อยู่ในขั้นค้นหาเต๋า” มันประกาศ “ข้าอยู่แค่ระดับตัดวิญญาณครั้งที่สองเท่านั้น ข้าสามารถผ่านเข้าไปในการตัดครั้งที่สามได้ทุกเมื่อ แต่ข้าต้องการจะกลั่นสกัดเต๋าให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ดังนั้นข้าจึงไม่ได้ทำการตัดครั้งที่สาม”

“วันนี้ เจ้าจะเป็นหินลับใบมีดของข้าให้แหลมคมมากขึ้น!” ในตอนนี้ ความต้องการต่อสู้ของมันกำลังจะพุ่งขึ้นไปจนถึงสวรรค์ มันเดินตรงมาหนึ่งก้าว

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เท้ามันเหยียบย่ำลงไป ทะเลสาบที่อยู่ด้านล่างมันจู่ๆ ก็เริ่มส่งเสียงดังกระหึ่ม น้ำเริ่มหดตัวลงไป ราวกับว่า…การปะทุกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง!

“การปะทุครั้งที่สอง!!”

“สวรรค์! ทะเลสาบหลักหมื่นจ้างกำลังจะปะทุขึ้นเป็นครั้งที่สอง! นี่…นี่หมายความว่าอย่างไร?!?!”

“มันกำลังจะปะทุขึ้นเป็นครั้งที่สองจริงๆ!!”

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 219
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 218
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 217
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: