Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 764

I Shall Seal The Heaven Chapter 764

ตอนที่ 764

งานวิวาห์ที่สะท้านทั่วดินแดนด้านใต้

งานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ของเมิ่งฮ่าว!

เพียงไม่กี่วันข่าวคราวก็แพร่กระจายจากสำนักเซี่ยเยา ออกไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ ในที่สุด ผู้ฝึกตนทั้งหมดในดินแดนด้านใต้ก็พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ภายในช่วงระยะเวลาสิบวัน ทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ก็ตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย

ชื่อเสียงของเมิ่งฮ่าวในตอนนี้ ราวกับเป็นสายรุ้งอันโอ่อ่า ที่ยืดยาวไกลออกไปในท้องฟ้า

เจ้าสำนักน้อยแห่งเซี่ยเยาจง!

ร่างจำแลงค้นหาเต๋าขั้นสูงสุด!

ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักกันในฐานะของตานติ่งต้าซือ! (เจ้าโอสถจอมกระถาง)

เนื่องจากตัวตนที่หลากหลายของเขา ทำให้งานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ของเมิ่งฮ่าว กลายเป็นจุดสนใจของผู้ฝึกตนทั้งหมดในดินแดนด้านใต้ ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีงานวิวาห์ที่จะทำให้เกิดเป็นความปั่นป่วนเช่นนี้ขึ้นมาก่อน และคงจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต

ข่าวนี้คล้ายกับเป็นสายลมอันรุนแรงที่กวาดผ่านไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ ทำให้จิตใจของผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนต้องสั่นสะท้าน ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนตกตะลึง พร้อมกับความตั้งใจที่จะไปร่วมงานด้วยตนเอง

อันที่จริง…ใครก็ตามที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะไปร่วมงานได้ ต่างก็เป็นที่ยอมรับและอิจฉาของผู้คนมากมาย

“เจ้ารู้หรือไม่? เจ้าสำนักน้อยแห่งเซี่ยเยาจง, เมิ่งฮ่าว กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันที่สิบห้าเดือนหน้า!”

“แน่นอนว่าสำนักพวกเราได้ยินเกี่ยวกับงานวิวาห์ที่ยิ่งใหญ่ของเมิ่งฮ่าว ปรมาจารย์พวกเรายังได้ออกมาจากการนั่งเข้าฌาณตามลำพังอีกด้วย เพื่อจัดเตรียมของขวัญด้วยตนเอง!”

“ข้าพนันได้เลยว่า ผู้แข็งแกร่งทั้งหมดในดินแดนด้านใต้ จะต้องไปรวมตัวกันที่สำนักเซี่ยเยาเป็นแน่”

“ข่าวของเจ้าล้าสมัยไปแล้ว! อาจารย์ข้ารู้มาว่างานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ของเมิ่งฮ่าว ไม่ได้จัดที่สำนักเซี่ยเยา แต่จะไปจัดที่เขตชายแดนของดินแดนด้านใต้ ที่ทะเลสาบขนาดใหญ่บางแห่ง!”

งานวิวาห์ของเมิ่งฮ่าวเป็นข่าวที่คนทั้งหมดพูดคุยกัน สำนักและตระกูลต่างๆ ทั้งหมด รีบเร่งจัดเตรียมของขวัญที่โดดเด่นและมีค่าสำหรับงานวิวาห์ครั้งนี้

วันวิวาห์คือวันที่สิบห้าของเดือนหน้า และสถานที่ ก็คือทะเลสาบตรงเขตชายแดนของดินแดนด้านใต้ ซึ่งโดดเด่นเพียงพอที่จะให้ผู้คนเริ่มวิเคราะห์ถึงนัยสำคัญของมันอย่างรวดเร็ว

“นั่นก็คือ…สถานที่ซึ่งเคยเป็นแคว้นจ้าวมาก่อน!”

“ไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา แคว้นจ้าวได้หายไปอย่างลึกลับ มีเพียงสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือหลุมขนาดใหญ่ในพื้นดิน เมื่อเวลาผ่านไป มันก็เต็มไปด้วยน้ำ และกลายเป็นทะเลสาบ…”

“นั่นก็ใช่แล้ว เมิ่งฮ่าวผู้ยิ่งใหญ่และคนรักของมัน สวี่ชิง ต่างก็มาจากแคว้นจ้าว การจัดพิธีที่นั่นก็เหมาะสมอย่างที่สุดแล้ว!”

ขณะที่เสียงพูดคุยดังก้องออกไปทั่ว ศิษย์สำนักเซี่ยเยานับหมื่นต่างก็ออกจากสำนักไปด้วยความตื่นเต้นและมีความสุข มุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่ที่จะใช้จัดงาน ทะเลสาบขนาดใหญ่นั้น

หลังจากที่ไปถึง พวกมันก็เริ่มงานก่อสร้างอาคารบ้านเรือนที่จำเป็นขึ้นมาในทันที และตกแต่งไปทั่วทั้งอาณาเขตนั้น เปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และโอ่อ่าหรูหรา!

งานวิวาห์ของเมิ่งฮ่าวเป็นเหตุการณ์หลักของดินแดนด้านใต้ และมีความสำคัญยิ่งเท่าที่สำนักเซี่ยเยาคิด หลังจากความมุ่งมั่นที่เมิ่งฮ่าวแสดงออกมา ด้วยการวางเดิมพันชีวิตของเขาลงไปในการทำสงครามกับสี่กองกำลังพันธมิตร ศิษย์ทั้งหมดของสำนักเซี่ยเยาต่างก็ลุกโชนด้วยความจงรักภักดีอย่างคลั่งไคล้ต่อเขา

ดังนั้นศิษย์สำนักเซี่ยเยาทั้งหมด ต่างก็ตัดสินใจที่จะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดขึ้นแม้แต่น้อย ที่จะแสดงให้เห็นถึงการจัดเตรียมงานต่างๆ

เมิ่งฮ่าวตระหนักว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเก็บเรื่องงานวิวาห์ของเขากับสวี่ชิงไว้เป็นความลับได้ มันเป็นงานสำคัญมากที่สุดในชีวิตของคนทั้งสอง และพวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ฝึกตนที่ถูกผูกมัดเข้าด้วยกัน จึงจำเป็นที่จะต้องแจ้งให้รู้กันทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ สำหรับผู้คนที่จะมาร่วมงานพิธีในวันนั้น ทั้งหมดต้องเป็นแขกที่โดดเด่นมากเป็นพิเศษ

ดังนั้นศิษย์สำนักเซี่ยเยาจีงได้ส่งบัตรเชิญไปยังสำนักและตระกูลต่างๆ สำนักและตระกูลใดๆ ที่ได้รับบัตรเชิญนั้นต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่ก็มีบางแห่งที่ต้องกระทำอย่างเป็นพิเศษ เมิ่งฮ่าวนำสวี่ชิงไปที่นั่นด้วยตนเองเพื่อส่งบัตรเชิญไป

ที่แรกก็คือสำนักจื่อยิ่น ปรมาจารย์ค้นหาเต๋าขั้นสูงสุดของสำนักจื่อยิ่น, ซุนเทา ปรากฏกายขึ้นด้วยความยินดีเพื่อมารับบัตรเชิญไป

หลังจากที่พูดคุยกันด้วยความสุภาพแล้ว เมิ่งฮ่าวก็มองไปยังยอดเขาหลักของแผนกเม็ดยาบูรพา เขาและสวี่ชิงต่างก็ประสานมือและโค้งตัวลงต่ำ ตรงไปยังสถานที่ที่นั่งเข้าฌาณตามลำพังของตานกุ่ยต้าซือ (เจ้าโอสถจอมปีศาจ)

แทบจะในเวลาเดียวกับที่เมิ่งฮ่าวโค้งตัวลงไป เสียงเก่าแก่โบราณก็หัวเราะขึ้นอย่างมีความสุขดังก้องออกมาจากยอดเขา

“ฮ่าวเอ๋อร์, อาจารย์จะออกไปในวันที่เจ้าเข้าพิธีวิวาห์ ข้าจะไปเป็นสักขีพยานอย่างเป็นทางการ!”

เมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน และเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังยอดเขาหลัก ข้างกายเขา สวี่ชิงยิ้มอย่างเอียงอายออกมา และก้มหน้าลง

“ขอบคุณมาก ท่านอาจารย์!” เมิ่งฮ่าวกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา

เมื่อเขาและสวี่ชิงจากไป ก็มีบางอย่างเกิดขึ้นซึ่งเมิ่งฮ่าวไม่ได้สังเกตเห็น แต่สวี่ชิงรับรู้ได้ บนยอดเขาหลักของแผนกเม็ดยาบูรพายืนไว้ด้วยหญิงสาวนางหนึ่ง มีท่าทางโศกเศร้าเสียใจ ขณะที่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวและสวี่ชิงอย่างเงียบๆ

นั่นก็คือฉู่อวี้เยียน

ร่างนางสั่นสะท้านขึ้นเล็กน้อย ในท่ามกลางสายลมอันรุนแรงบนยอดเขาซึ่งกระพือพัดเสื้อผ้านางให้พริ้วไปมา จนดูคล้ายกับเป็นนางเซียน แต่ในตอนนั้น จิตใจนางก็รู้สึกราวกับว่ากำลังจมดิ่งลงไปในหลุมน้ำแข็ง นางรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่กลืนกินนางลงไป และความเจ็บปวดก็เสียดแทงเข้าไปในจิตใจ

นางยืนอยู่ที่นั่นด้วยความขมขื่น และหยดน้ำตาก็ไหลนองลงมาบนใบหน้า

เมิ่งฮ่าวไม่เห็นหยดน้ำตาเหล่านั้น แต่สวี่ชิงเห็น

สวี่ชิงกล้ำกลืนคำพูดของนางไว้ ขณะที่หันหลังและจากไปพร้อมกับเมิ่งฮ่าว

อีกหนึ่งยอดเขายืนไว้ด้วยหานเสวี่ยชาน นางก็ไม่มีความสุขด้วยเช่นกัน นางเตะก้อนศิลาที่อยู่ตรงหน้า บุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายนาง, เยี่ยเฟยมู่ ก็ยิ่งมีความสุขน้อยไปกว่านาง มันมองไปยังหานเสวี่ยชาน ด้วยแววตาอันซับซ้อน ไม่กล่าวอันใดขณะที่ยังคงยืนอยู่ที่ด้านข้าง

เมิ่งฮ่าวและสวี่ชิงยังได้ไปเยี่ยมตระกูลซ่งด้วยตนเองอีกด้วย เนื่องจากเรื่องที่ปรมาจารย์ตระกูลซ่งมอบแผ่นหยกให้กับเขา เมิ่งฮ่าวจึงรู้ว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณตระกูลซ่ง

ปรมาจารย์ซ่งอาจจะไม่กล่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้มีความสำคัญกับเมิ่งฮ่าวเป็นอย่างยิ่ง

ปรมาจารย์ซ่งหัวเราะเป็นเสียงดัง ขณะที่รับบัตรเชิญไป จากนั้นก็มองไปยังเมิ่งฮ่าวและสวี่ชิงพร้อมกับถอนหายใจยาวออกมา หลังจากที่เมิ่งฮ่าวและสวี่ชิงบินออกไปยังที่ห่างไกล หญิงสาวนางหนึ่งในตระกูลซ่งดูท่าทางโดดเดี่ยวขณะที่ยืนอยู่ที่นั่นเพียงคนเดียว นางถอนหายใจออกมา แต่ภายในจิตใจ นางก็ปรารถนาให้เมิ่งฮ่าวและสวี่ชิงได้พบเจอกับความสุขอย่างแท้จริง

หญิงสาวนางนั้นก็คือซ่งเจี๋ย

ต่อไปก็คือสำนักอีเจี้ยน ทันทีที่พวกเขาเข้าไป ศิษย์สำนักอีเจี้ยนก็โค้งตัวลงด้วยความเคารพอย่างสูงสุด พวกมันห้อมล้อมอยู่รอบๆ เมิ่งฮ่าว แทบจะราวกับว่าเขาเป็นปรมาจารย์ของพวกมัน ขณะที่นำเขาเข้าไปในสำนัก

เฉินฝานยังคงนั่งขัดสมาธิเข้าฌาณอยู่ใกล้กับก้อนศิลา เมื่อมันลืมตาขึ้นมองเห็นเมิ่งฮ่าวและสวี่ชิง มันก็ยิ้มด้วยความดีใจ

“ยินดีด้วย ศิษย์น้อง ในที่สุดเจ้าก็ได้กอดสาวงามอยู่ในอ้อมแขนแล้ว ในวันที่อยู่ในสำนักเอกะเทวะ ข้ารู้ว่าเจ้ามีความรู้สึกบางอย่างกับศิษย์น้องสวี่แล้ว”

“ในที่สุดเจ้าทั้งสองกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กัน ข้าคิดว่าพวกเจ้าช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมราวกับสวรรค์สรรสร้าง!”

“น่าเสียดายที่พวกเราไม่อาจจะหาผู้อาวุโสโอวหยางและเจ้าสำนักเหอได้ แต่ถ้าพวกท่านยังคงอยู่ในดินแดนด้านใต้ ก็คงต้องได้ยินข่าวงานวิวาห์นี้อย่างแน่นอน”

เฉินฝานมีความสุขเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเมิ่งฮ่าวและสวี่ชิง เสียงหัวเราะของมันในวันนั้นยังมากกว่าเสียงหัวเราะที่ผ่านมานับสิบปีซะอีก

คนทั้งสองเข้าเยี่ยมเฉินฝานตลอดทั้งวัน ก่อนที่จะจากไป เมิ่งฮ่าวและสวี่ชิงประสานมือ โค้งตัวลงต่ำให้กับก้อนศิลาซึ่งมีซานหลิงที่เป็นภรรยาของเฉินฝานอยู่ด้านใน ก้อนศิลามีการตอบรับด้วยการเรืองแสงออกมาจางๆ ราวกับว่ามันกำลังอวยพรให้คนทั้งสองมีความสุข

ในที่สุดเมิ่งฮ่าวและสวี่ชิงก็ไปยังสำนักจินหาน เจ้าอ้วนปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง มันไม่เพียงแต่จะขยิบตาด้วยความหมายในเชิงลามกให้กับเมิ่งฮ่าวเท่านั้น มันยังได้นำภรรยานับร้อยคนออกมาโอ้อวดอีกด้วย

หญิงสาวนับร้อยส่งเสียงทักทายหัวเราะคิกคัก ส่งเสียงกระซิบกันอย่างไพเราะ เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าแปลกๆ และถึงแม้ว่าสวี่ชิงจะมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า แต่นางก็มองไปยังเจ้าอ้วนด้วยสายตาที่แสดงให้เห็นว่านางไม่รู้สึกขบขันด้วย

เจ้าอ้วนไม่ได้สังเกตเห็น และให้คำแนะนำเมิ่งฮ่าวด้วยความสง่าผ่าเผยว่า ให้ทำตัวเหมือนกับมัน มีภรรยาเพิ่มอีกสักหลายคน…

“หลี่ฟูกุ้ย” สวี่ชิงพูดแทรกขึ้นมาด้วยเสียงราบเรียบ “อย่าลืมว่าข้าเป็นคนนำเจ้าไปยังสำนักเอกะเทวะเมื่อปีนั้น”

เจ้าอ้วนผงะไปด้านหลัง จากนั้นก็มองเห็นรอยยิ้มที่กระอักกระอ่วนของเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้นมันก็สั่นสะท้านด้วยความสำนึกได้ จากนั้นก็รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็ว

คนทั้งสองอยู่ในสำนักจินหานตลอดทั้งคืน และจากนั้นก็จากไป

พวกเขาไม่ได้กลับไปยังสำนักเซี่ยเยาหรือทะเลสาบ เมิ่งฮ่าวนำสวี่ชิงเดินทางไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป พวกเขาไม่ได้บินแต่เดินไป ข้ามขุนเขาผ่านลำธาร ตลอดช่วงหลายวันนั้นพวกเขาเดินไปด้วยกัน เมื่อถึงยามราตรีก็นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนซึ่งกันและกัน พวกเขาเดินผ่านไปทั่วทุกที่ในเทือกเขาลึก ข้ามเขตพื้นที่ราบขนาดใหญ่มากมาย จารึกรอยเท้าไว้ในเส้นทางที่ผ่านไป

บางครั้งพวกเขาก็ได้พบเจอกับผู้คน พวกมันต่างก็ประสานมือทักทายขึ้นในทันที ไม่ช้าคำพูดก็เริ่มกระจายออกไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้เกี่ยวกับคู่รักสหายเต๋าคู่นี้

ตลอดช่วงหนึ่งเดือนมานี้ คนทั้งสองได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่หลายแห่ง สวี่ชิงหัวเราะอย่างมีความสุขขณะที่เดินทางไปพร้อมกับเมิ่งฮ่าว เมิ่งฮ่าวหยุดคิดกังวลเกี่ยวกับการฝึกตนและเรื่องราวในอนาคต เขามุ่งเน้นไปที่การพักผ่อนและเป็นเพื่อนสวี่ชิงมีความสุขด้วยกัน

เมื่อหนึ่งเดือนผ่านไป การท่องเที่ยวของคนทั้งสองก็จบลง พวกเขามุ่งหน้าตรงไปยังทะเลสาบขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือตำแหน่งที่ตั้งของแคว้นจ้าวเมื่อในอดีต

ดินแดนแถบนั้นผ่านการเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง และตอนนี้ก็ดูคล้ายกับเป็นสรวงสวรรค์ ตรงจุดกึ่งกลางของทะเลสาบเหนือระลอกคลื่น มีเกาะพร้อมกับอาคารบ้านเรือนที่สร้างขึ้นมาจากหยก ล้อมรอบไปด้วยรูปปั้นและประดับตกแต่งด้วยภาพแกะสลัก ไม่ได้ดูหรูหราฟุ่มเฟือยจนเกินไป แต่ให้ความรู้สึกว่ามีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง

นั่นก็คือสถานที่ที่คนทั้งหมดสร้างขึ้นมาเมื่อครึ่งเดือนก่อนเพื่อรอคอยจนกระทั่ง…ถึงวันวิวาห์!

เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่ว ขณะที่ศิษย์สำนักเซี่ยเยานับหมื่นคน พูดคุยหยอกล้อกันไปมาอยู่ในพื้นที่ที่อยู่รอบๆ ทะเลสาบ กำลังใช้วิชาเวทเพื่อเปลี่ยนแปลงพื้นที่บริเวณนั้นทั้งหมด เมื่อศิษย์เหล่านั้นเหลียวหลังมองตรงไปยังเกาะที่อยู่ตรงกึ่งกลางทะเลสาบ ใบหน้าพวกมันก็จะเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และคำพูดอวยพร

ในที่สุด ผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ก็เริ่มปรากฏตัวขึ้น รวมตัวกันอยู่ในบริเวณนั้น ขณะที่เฝ้ารอคอยวันอันยิ่งใหญ่ที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้

เวลาเดียวกันนั้น ในเขตศูนย์กลางของดินแดนด้านใต้ ที่เมืองธรรมดาเมืองหนึ่ง ตรงร้านขายบะหมี่ข้างถนน สองชายชรากำลังเปิดร้านตามปกติซึ่งกระทำอยู่ในช่วงเวลานี้ตลอดทุกปี บะหมี่ของพวกมันค่อนข้างจะมีชื่อเสียงอยู่ในพื้นที่แถบนี้

หนึ่งในสองชายชรามีหลังที่งองุ้ม เส้นผมขาวโพลนไปทั่วศีรษะ และมีสีหน้าที่ใจดีมีเมตตา อีกคนดูมีอายุอ่อนกว่าเล็กน้อย แต่ก็มีเส้นผมสีเทาอยู่บนศีรษะบ้างประปราย ตอนที่มันยังหนุ่ม ก็เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างจะหล่อเหลาเลยทีเดียว

สองชายชรามักจะนั่งเอกเขนกอยู่ด้วยกันเป็นประจำ มองดูดวงตะวันตกดิน ขณะที่สูบกล้องยาเส้นที่มีขนาดยาวด้วยกัน พวกมันมักจะนั่งเงียบๆ อยู่ด้วยกัน และไม่ค่อยจะพูดคุยกันมากนัก

วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า พวกมันต่างก็ผ่านวันเวลาไปในลักษณะนี้ เมื่อพวกมันย้ายมาอยู่ในที่แห่งนี้ พวกมันยังอยู่ในวัยกลางคน แต่ขณะที่เวลาเลื่อนผ่านไป พวกมันก็กลายเป็นชายชรา

ในยามสนธยาของวันหนึ่ง เมื่อยามเย็นกำลังจะถูกแทนที่ด้วยความมืดยามราตรี และแสงริบหรี่ของโคมไฟที่เริ่มกระจายออกไปทั่วทั้งเมือง ชายชราหลังงองุ้มทันใดนั้นก็วางกล้องยาเส้นลง

“พวกเราควรจะไปหรือไม่?” มันถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

ชายชราอีกคนที่อยู่ด้านข้างมัน ก็วางกล้องยาเส้นลงด้วยเช่นเดียวกัน

“ท่านเป็นคนที่ให้ความชื่นชมมันมาตลอดทั้งหลายปีนั้น ท่านต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมากมายให้กับเด็กนั่นอย่างไม่เคยบ่น ตอนนี้มันมีชื่อเสียงแล้ว บางทีอาจจะไม่โด่งดังมากนัก แต่เมื่อถึงวันวิวาห์ของมัน…บางทีข้าอาจจะไม่จำเป็นต้องไปร่วมด้วย แต่ท่าน…จะไม่ยอมไปจริงๆ?”

ชายชราหลังงองุ้มหัวเราะ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน “ไป พวกเราควรจะไป ทันทีที่ข้ามองเห็นเจ้าเด็กนั่นก็รู้เลยว่ามันต้องยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต!”

“ดี พวกเราคงมีชีวิตอยู่อีกไม่นานกันแล้ว ไปดูเหล่าเด็กๆ กันเถอะ เมื่อพวกเราทำทุกอย่างได้สมความตั้งใจ ก็สามารถจะตายไปด้วยความยินดี”

สองชายชราสบสายตากัน จากนั้นก็หายตัวไปพร้อมกับเสียงหัวเราะของค่ำคืนนั้น

คนทั้งสองนี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเป็นผู้อาวุโสโอวหยาง และเหอลั่วฮว๋าแห่งสำนักเอกะเทวะ เมือหลายปีก่อนโน้น ผู้อาวุโสโอวหยางมีอายุขัยเหลือน้อยมากแล้ว การที่ท่านยังคงมีชีวิตอยู่จนกระทั่งถึงตอนนี้ ก็แสดงว่าท่านได้พบเจอกับโชควาสนาบางอย่างหลังจากนั้น

ภาพเช่นเดียวกันนี้ ก็ได้เกิดขึ้นเช่นเดียวกันในดินแดนสีดำ

ข่าวงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ของเมิ่งฮ่าว ได้กระจายออกไปทั่วในดินแดนทั้งหมดอย่างไร้จุดสิ้นสุด

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: