I Shall Seal The Heaven Chapter 827

0 Comments

ตอนที่ 827

ล้างแค้นไม่มีคำว่าสาย!

เสียงของเมิ่งฮ่าวดังก้องออกไปทั่วทั้งท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ เขาลอยตัวอยู่กลางอากาศ เต็มไปด้วยพลังที่สามารถจะดูถูกโลกทั้งหมดนี้ได้ แสงอันเจิดจ้ากระจายไปรอบๆ ร่าง และภาพแห่งธรรมที่ด้านหลังก็ไม่ได้ดูเหมือนภาพลวงตาอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้กระจายพลังแห่งเซียนออกมาเป็นระยะอีกด้วย!

นี่คือ…แรงกดดันที่เหนือกว่าเซียนเทียม!

นี่คือ…แปดในสิบส่วนของพลังแห่งเซียนแท้!

เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดูแทบจะคล้ายกับเป็นเซียนแท้ในทุกแง่มุม ดวงตาเหมือนจะประกอบไปด้วยดวงดาว และน้ำเสียงก็ฟังแล้วน่าประทับใจ ขณะที่ดังก้องออกไปทั่วพื้นดินคล้ายกับเป็นเสียงฟ้าร้อง

สีสันมากมายแวบขึ้นไปในท้องฟ้า และสายลมก็ส่งเสียงกรีดร้อง ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ เขตเทือกเขาได้แต่มองไปด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยเสียงกระหึ่ม โดยเฉพาะคนทั้งสามที่เมิ่งฮ่าวเอ่ยนามออกมา จิตใจพวกมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว

สีหน้าฝานตงเอ๋อร์สลดลงโดยสิ้นเชิง และนางกำลังหอบหายใจออกมาขณะที่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว จิตใจนางกำลังสับสนวุ่นวาย และใบหน้าก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“พลังแห่งเซียนแท้! มันมีพลังแห่งเซียนแท้จริงๆ!”

ผู้ที่อยู่ห่างไกลออกไปมากที่สุดในสามคนนั้นคือจ้าวอีฝาน ซึ่งกำลังยืนอยู่บนยอดเขาที่ห่างไกลออกไป ใบหน้ามันซีดขาว ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส และต้องถอนตัวจากการดิ้นรนต่อสู้เพื่อโชควาสนานี้ไปอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนี้มันจ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างเงียบๆ และเริ่มสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนักหน่วง ความต้องการต่อสู้ลุกโชนอยู่ในดวงตา แต่ม่านตามันหดเล็กลง และเห็นได้อย่างชัดเจนว่าภายในนั้นไม่มีอะไรนอกจากความสงบนิ่ง

คนสุดท้ายที่เมิ่งฮ่าวเอ่ยนามออกมาคือจี้ยิน มันนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขาอีกแห่ง กำลังมองไปยังเมิ่งฮ่าว สีหน้าไร้ความรู้สึกแต่มือมันกำเป็นหมัดจนแน่นอยู่ที่ข้างกาย

ทั่วทั้งเขตเทือกเขาสงบเงียบไปโดยสิ้นเชิง มีแต่เสียงของเมิ่งฮ่าวเท่านั้นที่ยังคงดังก้องไปมา ผู้ถูกเลือกและผู้พิทักษ์เต๋ามากมาย ต่างก็มองไปด้วยจิตใจที่สั่นสะท้าน

ในตอนนี้เองที่เขตจำกัดของอากาศที่ด้านบน…จู่ๆ ก็หายไป!

ราวกับว่าเขตจำกัดที่ด้านบนนี้ ได้ถูกแทนที่ด้วยการเตรียมพร้อมสำหรับโชควาสนา ที่ปรากฏขึ้นอยู่ภายในร่างเมิ่งฮ่าว

“ข้าจะต่อสู้กับเจ้า!” ใครบางคนแผดเสียงร้องขึ้น ร่างหนึ่งบินออกมาจากยอดเขา เป็นบุรุษหนุ่มที่มีคิ้วคล้ายกระบี่และดวงตาที่คล้ายกับดวงดาว ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นหวังมู่!

เมื่อมันบินออกมา จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของมันก็ลุกโชนเจิดจ้า จิตใจเต็มไปด้วยโทสะ นามทั้งสามที่เมิ่งฮ่าวตะโกนออกมาเมื่อครู่นี้ไม่มีมันอยู่ด้วย ทำให้ต้องรู้สึกอัปยศเป็นอย่างยิ่ง

ขณะที่มันบินออกมา ก็ขยับสองมือร่ายเวทถามหาสายลมร้องเรียกสายฝน ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือนขณะที่ทั้งหมดนั้นได้กลายร่างเป็นมังกรสีดำ แผดร้องคำรามออกมาขณะที่พวกมันพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวมองอย่างเย็นชาไปยังหวังมู่ที่กำลังพุ่งตรงมา ขณะที่มันเข้ามาใกล้ เมิ่งฮ่าวก็โบกสะบัดมือเพื่อปลดปล่อยเวทปลิดดาวออกมา!

ด้วยพื้นฐานฝึกตนแปดในสิบส่วนของเซียนแท้ เวทปลิดดาวทำให้ทุกสรรพสิ่งเริ่มมืดสลัวลง ขณะที่มือขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นและพุ่งตรงไปยังหวังมู่

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ หวังมู่ร้องตะโกนออกมา ยกมือขึ้นและชี้นิ้วออกไป พลังอันน่าเหลือเชื่อระเบิดขึ้นทำให้มือภาพลวงตาที่กำลังตกลงมา จู่ๆ ก็หยุดชะงักนิ่ง

หวังมู่หัวเราะหึๆ อย่างเย็นชา และพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวต่อไป มันขยับมือร่ายเวทขึ้นอีกครั้งและจากนั้นก็ชี้ตรงมายังเมิ่งฮ่าว เจตจำนงแห่งการทำลายล้างระเบิดขึ้น กลายเป็นพลังอันน่าตกใจ ซึ่งดูเหมือนจะประกอบไปด้วยพลังทำลายล้างอันไร้ที่สิ้นสุด

ก่อนที่พลังนั้นจะทันได้ใกล้เข้ามา เมิ่งฮ่าวก็ก้าวเท้าไปข้างหน้า ไปปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าหวังมู่ ฟาดฝ่ามือออกไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ใบหน้าหวังมู่เต็มไปด้วยความตกตะลึง ขณะที่เมิ่งฮ่าวไม่สนใจการโจมตีทำลายล้างของมันโดยสิ้นเชิง อันที่จริงเขายังปล่อยให้มันกระแทกลงมาบนร่างตรงๆ อีกด้วย แต่ในเวลาเดียวกันนั้นฝ่ามือเขาก็ฟาดลงไปบนร่างหวังมู่ด้วยเช่นกัน

เสียงระเบิดดังก้องออกมา ขณะที่หวังมู่ส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจ โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก และร่างมันก็สั่นสะท้านลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลัง ท่าทางบ้าคลั่งปรากฏขึ้นบนใบหน้า และมันกำลังจะพุ่งกลับเข้าไปต่อสู้อีกครั้ง แต่เมิ่งฮ่าวก็แค่นเสียงและกลายร่างเป็นวิหคยักษ์สีทอง

วิหคยักษ์สีทองแผ่สยายปีก ทำให้แสงสีทองกระจายออกไป จากนั้นวิหคยักษ์ก็หายตัวไป ขณะที่กลายเป็นสำแสงสีทองพุ่งตรงไปยังหวังมู่ ภูเขาจำนวนมากปรากฏขึ้น เชื่อมต่อเข้าด้วยกันกลายเป็นเทือกเขา และกระแทกลงไปยังหวังมู่ด้วยเช่นกัน

เสียงกระหึ่มอย่างน่าเหลือเชื่อดังก้องขึ้น หวังมู่แผดร้องอย่างมีโทสะ และดิ้นรนด้วยพลังทั้งหมดของมัน แต่เมิ่งฮ่าวก็หมุนคว้างตรงไปที่มันราวกับเป็นลมพายุ ทันใดนั้นแสงสีโลหิตก็จุดประกายขึ้นมา และกระแทกลงไปยังไหล่ของหวังมู่

เสียงแตกร้าวดังก้องออกมา ขณะที่ไหล่ขวาของหวังมู่แตกละเอียดไป มันรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง และเหงื่อเย็นๆ ก็ไหลออกมาไปทั่วร่างในทันที เพียงชั่วพริบตา มันก็เริ่มแห้งเหี่ยวลง แต่มันก็กัดฟันแน่น เห็นได้ชัดว่าไม่ยินดีที่จะยอมแพ้ในการต่อสู้นี้

“ไสหัวไป!” เมิ่งฮ่าวกล่าว ต่อยหมัดลงไปที่ท้องของหวังมู่ ด้วยพลังแปดในสิบส่วนของเซียนแท้ โลหิตพ่นกระจายราวกับเป็นสายฝนออกมาจากปากของหวังมู่ และร่างกายมันก็สั่นสะท้าน เมิ่งฮ่าวคว้าไปที่ถุงสมบัติของมัน ขณะที่ร่างของหวังมู่ตกลงไปบนพื้นราวกับเป็นดาวตก เมื่อมันกระแทกลงไปที่พื้นดิน มันก็กระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง จิตใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวล มันตื่นตระหนกต่อระดับพลังของเมิ่งฮ่าวโดยสิ้นเชิง

ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นทั้งหมดอ้าปากค้างมองไป ดวงตาของผู้ถูกเลือกเบิกกว้าง และผู้พิทักษ์เต๋าก็กำลังมองมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

“มันแทบจะกลายเป็นเซียนแท้แล้ว!!”

“มันได้รับโชควาสนาจากวิหารพิธีเต๋าเซียนโบราณไปทั้งหมด! บัดซบ!”

ขณะที่สีหน้าของพวกที่มุงดูอยู่เปลี่ยนไป เมิ่งฮ่าวก็แค่นเสียงเย็นชาและจากนั้นก็กวาดสายตามองไปยังกลุ่มฝูงชนโดยถ้วนทั่ว จนกระทั่งเห็นผู้พิทักษ์เต๋าจากภูเขาไท่หยางและตระกูลหลี่ รังสีสังหารแวบขึ้นมาในดวงตา ขณะที่เขามองไปยังชายชราสองคนนั้น

สีหน้าพวกมันสลดลงขณะที่เมิ่งฮ่าวยกมือขวาขึ้นมา ในมือเป็นกระถางสายฟ้า ประจุไฟฟ้าเต้นไปมาขณะที่จู่ๆ เมิ่งฮ่าวก็สับเปลี่ยนตำแหน่งกับใครบางคน ที่กำลังยืนอยู่ด้านข้างผู้พิทักษ์เต๋าตระกูลหลี่ ทันทีที่เขาปรากฏขึ้น ก็กระทืบเท้าลงไปบนพื้นอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังก้องออกไป และพื้นดินก็แตกกระจาย กระแสน้ำวนสีโลหิตพุ่งขึ้นมา ขณะที่ชายชรากำลังจะหลบหนีจากไป เมิ่งฮ่าวก็ชี้นิ้วขวาออกไป

เวทผนึกอสูรรุ่นแปดถูกปลดปล่อยออกมา สีหน้าของชายชราสลดลง มันหยุดชะงักนิ่งอยู่กับที่ในทันที และเมิ่งฮ่าวก็เข้าไปใกล้ เขามีกายเนื้อที่แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ และมีพลังแปดในสิบส่วนของเซียนแท้ ทั้งหมดนี้ได้หลอมรวมเข้าไปในสามหมัดอันทรงพลัง ซึ่งเขาได้ต่อยเข้าไปที่ร่างของชายชราอย่างรวดเร็วต่อเนื่องตามลำดับ

โลหิตกระจายออกมาจากปากของชายชรา และใบหน้ามันก็ซีดขาว มันขยับมือร่ายเวท ทำให้ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้น ขวดเวทขนาดใหญ่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอยู่ในกลางอากาศ กระจายพลังอันไร้ขอบเขตออกมา และพุ่งเข้าไปปกคลุมเมิ่งฮ่าวไว้ในทันที

ภาพแห่งธรรมของเมิ่งฮ่าวแผดร้องคำรามออกมา ทำให้ทุกสรรพสิ่งในบริเวณนั้นสั่นสะเทือน ระลอกคลื่นกระจายออกไป และขวดเวทก็บิดเบี้ยวไปมา แม้ในขณะที่สีหน้าของชายชราเริ่มสลดลง ภาพแห่งธรรมของเมิ่งฮ่าวก็ต่อยหมัดออกไป

เสียงระเบิดดังก้องออกมา ขณะที่เมิ่งฮ่าวและชายชราต่อสู้กันไปมาอยู่ในกลางอากาศ เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตปรากฏขึ้น กระแสน้ำวนสีแดงโลหิตหมุนวนไปมา กลายเป็นศีรษะของอสูรโลหิต โขกลงไปยังชายชราอย่างโหดเหี้ยม

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของชายชรา และร่างกายมันก็แห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว มันถอยไปทางด้านหลัง สีหน้าทั้งประหลาดใจและดุร้าย ในตอนนี้มันเตรียมตัวที่จะปลดผนึกพื้นฐานฝึกตนของมัน แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า…ไม่อาจจะทำได้!

“นี่…?” สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไป ขณะที่เมิ่งฮ่าวกลายร่างเป็นวิหคยักษ์สีทองขึ้นอีกครั้ง แสงสีทองอันเจิดจ้าแวบขึ้นมา ขณะที่เขาพุ่งตรงไปยังชายชราด้วยความรวดเร็วอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ พวกที่มุงดูอยู่ได้ยินแต่เสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจเท่านั้น เมื่อแสงสีทองในที่สุดก็จางหายไป ทำให้พวกมันมองเห็นว่าศีรษะของชายชราได้ระเบิดออกกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปโดยสิ้นเชิง

เมิ่งฮ่าวหยิบเอาถุงสมบัติของมันไป และก่อนที่แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของมันจะทันได้หลบหนีจากไป ภาพแห่งธรรมของเขาก็คว้าจับมันไว้ และใส่เข้าไปในปากกลืนลงไป

บรรยากาศอันโหดร้ายกระจายเต็มไปทั่วบริเวณนั้น และเสียงหอบหายใจก็ได้ยินมาในทั่วทุกทิศทาง ร่างเมิ่งฮ่าวแวบขึ้นขณะที่เขาเคลื่อนที่ตรงไปยังผู้พิทักษ์เต๋าแห่งภูเขาไท่หยางต่อไป ถึงเวลาที่จะเก็บเกี่ยวดอกเบี้ยจากหนี้ที่เกิดขึ้นโดยกลุ่มคนเหล่านี้ ที่แอบซุ่มโจมตีเขาในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว

สีหน้าของผู้พิทักษ์เต๋าแห่งภูเขาไท่หยางเปลี่ยนไป และมันก็พุ่งถอยไปทางด้านหลัง พยายามที่จะปลดผนึกพื้นฐานฝึกตนของตัวเอง จากนั้นสีหน้ามันก็สลดลงไปโดยสิ้นเชิงเมื่อตระหนักด้วยเช่นกันว่า…ไม่อาจจะปลดผนึกได้!

หนังศีรษะมันด้านชาและหลบหนีจากไปด้วยความรวดเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้

“สหายเต๋าทั้งหลาย!” มันแผดร้องอย่างน่าสังเวชออกมา “ช่วยมารวมพลังกับข้าเพื่อสังหารเจ้าบัดซบผู้นี้!!”

ทันใดนั้น ผู้คนสี่ถึงห้าคนก็บินตรงมา เห็นได้ชัดว่ามีความตั้งใจที่จะขัดขวางเมิ่งฮ่าวไว้ อย่างไรก็ตามในตอนนี้เองที่ประจุไฟฟ้าได้เต้นไปมา และเมิ่งฮ่าวก็ใช้เวทเคลื่อนร่างย้ายตำแหน่งไปปรากฏกายขึ้นที่เบื้องหน้าชายชราแห่งภูเขาไท่หยาง สีหน้าเขาเย็นชาและดวงตาก็แวบขึ้นด้วยรังสีสังหาร ขณะที่ยกมือขวาขึ้นมา เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตหมุนวนไปมา กระแสน้ำวนขนาดใหญ่ปกคลุมไปทั่วร่างผู้พิทักษ์เต๋าชราในทันที

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ผสมผสานรวมเข้ากับเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวของชายชรา เมิ่งฮ่าวและชายชราต่างก็ตกอยู่ภายในกระแสน้ำวนเพียงแค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้น ก่อนที่จะมีกลุ่มคนสี่ถึงห้าคนสอดมือเข้ามา ปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ออกไป ทำให้กระแสน้ำวนสีโลหิตจางหายไป และร่างเมิ่งฮ่าวก็แวบขึ้น ไปปรากฏกายขึ้นในที่ห่างไกล สำหรับชายชราจากภูเขาไท่หยาง มันไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่นอกจากกลายเป็นโครงกระดูกซีดขาว

ทั้งเลือดเนื้อ พื้นฐานฝึกตนและวิญญาณของมัน ได้ถูกดูดซับไปจนหมดสิ้น!

“สังหารมัน!”

“รวมพลังกันกำจัดมัน!”

“มันแทบจะกลายเป็นเซียนแท้แล้ว! กลั่นสกัดร่างกายมัน และพวกเราอาจจะสามารถปรุงมันเป็นเม็ดยาเซียนแท้ออกมาได้!” เจ็ดถึงแปดคนบินออกไป มีทั้งผู้ถูกเลือกและผู้พิทักษ์เต๋า หลังจากที่รวมพลังกันกับกลุ่มคนที่เพิ่งจะโจมตีไปก่อนหน้านี้ พวกมันก็สร้างเป็นกองกำลังที่มีมากกว่าสิบคน กลายเป็นลำแสงหลากสีพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

กลุ่มคนอีกสิบกว่าคนได้เข้ามาใกล้จากอีกทิศทาง

ยังมีอีกหลายคนที่มองมาด้วยดวงตาที่สาดประกาย พวกมันยอมรับว่าเมิ่งฮ่าวแข็งแกร่ง แต่เขาก็มีแค่คนเดียวเท่านั้น ในความคิดของพวกมัน นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกมันทั้งหมดต้องสั่นสะเทือน

ผู้คนนับสิบเข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าว ซึ่งลอยตัวอยู่ในกลางอากาศ ขณะที่พวกมันกำลังจะโจมตีมาด้วยความรุนแรง เมิ่งฮ่าวก็หัวเราะเป็นเสียงเย็นชาขึ้น ภาพกระบี่ท่าแรกของบิดาปรากฏขึ้นมาในจิตใจ ขณะที่เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ โค้งตัวลงคล้ายกับเป็นคันศร และยกมือขวาขึ้นมา

ในชั่วพริบตานั้นเมิ่งฮ่าวคล้ายกับเป็นหลุมดำ ดูดกลืนเอาพลังของสวรรค์และปฐพีทั้งหมดเข้าไป ปราณกระบี่ปรากฏขึ้น และขณะที่กลุ่มคนเหล่านั้นใกล้เข้ามา มือของเมิ่งฮ่าวก็ตวัดลงไปในทันที

ลำแสงแห่งปราณกระบี่อันน่าประหลาดใจระเบิดออก กรีดเฉือนออกไปทั่วทุกทิศทาง เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ และพวกที่โจมตีมาทั้งสิบกว่าคนก็พุ่งถอยไปทางด้านหลัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มีอยู่สองถึงสามคนที่ถูกปราณกระบี่กรีดเฉือนลงไปตรงๆ และจากนั้นก็แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ ทิ้งไว้แต่เสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจอยู่เบื้องหลัง

เมิ่งฮ่าวใช้ช่วงเวลาที่หยุดชะงักนิ่งสั้นๆ นี้เรียกกระถางสายฟ้าออกมา และใช้เวทเคลื่อนร่างย้ายตำแหน่งเพื่อ…เข้าไปใกล้ฝานตงเอ๋อร์!

“ฝานตงเอ๋อร์ เจ้าต้องการจะสังหารข้า ใช่หรือไม่? ข้ามาแล้ว!”

สีหน้าฝานตงเอ๋อร์สลดลง ในตอนนี้พลังของเมิ่งฮ่าวทำให้เขาไร้ผู้ต่อต้าน ไม่มีใครจะมายืนขวางทางเขาได้ และยิ่งไปกว่านั้น ฝานตงเอ๋อร์ได้สูญเสียแขนไปหนึ่งข้าง และได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ถึงแม้ว่านางจะฟื้นฟูกลับคืนมาได้แล้วบางส่วน แต่ขั้นตอนนั้นก็ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ และนางก็รู้ว่าไม่มีทางที่จะต่อสู้กับเมิ่งฮ่าวได้ สีหน้านางสลดลงขณะที่ล่าถอยออกไปทางด้านหลัง

ทันทีที่นางเริ่มถอยออกไป เมิ่งฮ่าวก็กลายเป็นวิหคยักษ์สีทองพุ่งตรงไปที่นางด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ แสงสีทองเต็มอยู่ในอากาศ และเขาก็ไปอยู่ที่ด้านบนนางในชั่วพริบตา

จากที่ห่างไกล คนทั้งหมดสามารถมองเห็นฝานตงเอ๋อร์ผู้งดงาม มีเส้นผมที่ยุ่งเหยิง กำลังเผชิญหน้ากับวิหคยักษ์สีทอง ซึ่งกำลังยื่นกงเล็บของมันตรงไปที่นางอย่างดุร้าย

ผู้ถูกเลือกมากมายในที่แห่งนั้นต่างก็ลุ่มหลงในความงดงามของฝานตงเอ๋อร์ ดังนั้นเมื่อพวกมันได้เห็นในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ สีหน้าพวกมันก็สลดลง มีอยู่เจ็ดถึงแปดคนได้บินตรงมายังเมิ่งฮ่าวในทันทีอีกด้วย

“เมิ่งฮ่าว อย่าให้เกินเลยไปนัก!!” ทันใดนั้นฝานตงเอ๋อร์ก็กรีดร้องด้วยความคับแค้นใจออกมา

“ข้าไม่สน!” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบเสียงราบเรียบ วิหคยักษ์สีทองเข้าไปใกล้

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: