Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 834

I Shall Seal The Heaven Chapter 834

ตอนที่ 834

ลองดูว่าข้าคือใคร

“ท่านผู้ยิ่งใหญ่คือ…?” เมิ่งฮ่าวกล่าว

“ฮึ่ม! ข้าคือเมิ่งฮ่าว! บุคคลอันดับหนึ่งแห่งดาวหนานเทียนนี้” บุรุษหนุ่มกล่าว กลิ่นอายมันสาดประกายเป็นแสงหลากสีออกมา และคำพูดของมันก็ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือน

“บุคคลอันดับหนึ่ง! เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันหมายถึงอะไร!? มันหมายความว่าในดินแดนแห่งดาวหนานเทียนทั้งหมดนี้ ไม่มีใครกล้ามามีเรื่องกับข้า!” บุรุษหนุ่มยืดอกของมันขึ้น และสีหน้าเย่อหยิ่งก็ปกคลุมไปทั่วใบหน้า

“เร็วเข้า รีบจ่ายค่าชดเชยให้กับมัน” ‘จื่อเซียง’ กล่าว “ฟูจวิน (สามี) ข้าคือผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งในดินแดนแห่งดาวหนานเทียน ถ้าไม่นับพวกที่แก่ชราเหล่านั้น มันคือผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของดาวหนานเทียนทั้งหมด และยังเป็นผู้ที่ทำให้สงครามแห่งดินแดนอันยิ่งใหญ่จบลงอีกด้วย”

“หุบปาก!” บุรุษหนุ่มกล่าว จ้องมองไปและโบกสะบัดชายแขนเสื้อ “เมื่อบุรุษพูดคุยกัน หญิงสาวก็ควรจะยืนอยู่ที่ด้านข้างอย่างเงียบๆ!” มันจ้องมองมายังเมิ่งฮ่าวอย่างเย็นชา

“เมิ่งฮ่าวเป็นผู้ที่มีสัจจะวาจา เมื่อเห็นว่านี่คือความผิดครั้งแรกของเจ้า ข้าก็จะไว้ชีวิตเจ้า แต่ก็แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น!”

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าแปลกๆ ขณะที่มองไปยังร่างเลียนแบบของตนเองกำลังพูดจา จากนั้นก็มองไปยัง ‘จื่อเซียง’ และยิ้มออกมา เขาอดคิดไม่ได้ว่า คงไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเป็นนกแก้วและผีโต้ง ที่จะกระทำความผิดพลาดได้เช่นนี้

“ข้าคิดว่าเจ้าคงเคยได้ยินชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของข้ามาบ้างแล้ว” บุรุษหนุ่มกล่าวต่อไปด้วยเสียงอันเย็นชา “ช่างมันเถอะ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าลำบากใจ แค่ส่งมอบถุงสมบัติของเจ้าออกมา ข้าก็จะถือว่าเป็นสิ่งของที่ใช้แทนคำขอโทษจากเจ้าก็แล้วกัน!”

“ถ้ากล้าที่จะขัดขืน วันนี้เจ้าก็จะถูกฝังไว้ในที่แห่งนี้!” อีกครั้งหนึ่ง ที่กลิ่นอายของมันระเบิดออกมา กลายเป็นสายลมอันรุนแรงกวาดผ่านไปทั่วทั้งพื้นดิน ใครก็ตามที่รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายนี้ก็จะรู้สึกได้ในทันทีถึงความน่ากลัวอย่างน่าเหลือเชื่อของมัน ราวกับว่ามีภูเขาไฟที่ไร้รูปร่างกำลังส่งเสียงดังกระหึ่มออกมา และถ้ามีใครพยายามที่จะต่อสู้กลับไป มันก็จะระเบิดขึ้น และคนผู้นั้นจะต้องถูกสังหารไปอย่างแน่นอน

ตอนนี้เศษชิ้นส่วนเวทป้องกันที่อยู่ด้านนอกถ้ำแห่งเซียนถูกทำลายลงไปโดยสิ้นเชิง ก้อนหินดินทรายพุ่งขึ้นไปกลายเป็นพายุทราย ภูเขาพังทลายและรอยแตกปกคลุมไปทั่วพื้นดิน กลิ่นอายอันเข้มข้นทำให้เกิดเป็นสีสันอันหลากหลายแวบผ่านขึ้นไปในท้องฟ้า แม้แต่เมิ่งฮ่าวก็ยังต้องมองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

ถ้าเขาไม่ได้มั่นใจว่าสองสหายที่เบื้องหน้านี้เป็นผีโต้งและนกแก้ว ถ้าเขาไม่ได้คุ้นเคยกับสองผู้โง่เขลานี้แล้วละก็ เขาก็คงจะต้องถูกข่มขู่อย่างแน่นอน

“โอ! เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านี่เป็นความผิดครั้งแรกของข้า?” เมิ่งฮ่าวกล่าวด้วยรอยยิ้มอันลี้ลับ

บุรุษหนุ่มอ้าปากค้าง เช่นเดียวกับ ‘จื่อเซียง’

“บัดซบ!” บุรุษหนุ่มแผดร้องออกมา “อย่าบอกข้านะว่านี่ไม่ใช่การทำผิดครั้งแรกของเจ้า!? ช่างน่าหัวเราะนัก!!” มันโบกสะบัดชายแขนเสื้อขึ้นอีกครั้ง ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนและภูเขาก็พังทลายลงมา ขณะที่กลิ่นอายมันพุ่งขึ้นไป มีท่าทางราวกับว่ามันกำลังจะกระแทกลงไปยังเมิ่งฮ่าวเพื่อให้หมดสติไป แต่จากนั้นก็บังคับให้ตนเองหยุดชะงักลง

ท่าทางของเมิ่งฮ่าวในตอนนี้ ทำให้จิตใจของบุรุษที่คล้ายวิหคเริ่มเต้นรัว ทันใดนั้นมันก็รู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นมา หลังจากที่สบตากับ ‘จื่อเซียง’ มันก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาออกมา

“เห็นได้ชัดว่า เจ้ายังไม่รู้จักเมิ่งฮ่าวดีพอ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบิดาข้าคือใคร? ท่านคือฟางซิ่วเฟิง!” ภายในใจบุรุษที่คล้ายวิหคค่อนข้างจะพึงพอใจกับตนเอง ที่ได้สวมรอยเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในดาวหนานเทียนแห่งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากที่มันสวมรอยเป็นเมิ่งฮ่าว ก็ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับฟางซิ่วเฟิงจากสมาชิกคนอื่นๆ ของตระกูลฟาง

“หวาดกลัวแล้วหรือไม่?” มันกล่าว

เมิ่งฮ่าวกระแอมไอออกมา จากนั้นก็กระพริบตาด้วยท่าทางเขินอาย “เจ้าคือเมิ่งฮ่าวจริงๆ?”

“ผู้แซ่เมิ่งลุกไม่เปลี่ยนชื่อนั่งไม่เปลี่ยนแซ่!” บุรุษหนุ่มกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “แน่นอนว่าข้าคือเมิ่งฮ่าว!”

เมิ่งฮ่าวส่ายศีรษะ “ข้าเคยได้ยินมาว่าเมิ่งฮ่าวสามารถกระทืบเท้าลงไป จนทำให้พื้นดินแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ได้ เจ้าทำเช่นนั้นได้หรือไม่? ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะสามารถทำได้”

“เจ้าไม่เชื่อ?” บุรุษหนุ่มกล่าวด้วยโทสะ จ้องมองมายังเมิ่งฮ่าว

“ข้าไม่เชื่อ!” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบด้วยเสียงที่หนักแน่น

“บัดซบ! คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะไม่เชื่อ!” บุรุษหนุ่มแผดร้อง กระทืบเท้าลงไปบนพื้น อย่างน่าตกใจยิ่ง ถ้ำแห่งเซียนได้พังทลายลงไป พื้นดินสั่นสะเทือนและรอยแตกขนาดใหญ่ก็กระจายออกไป

“เป็นอย่างไร? เชื่อแล้วหรือยัง?!”

“นั่นเป็นแค่รอยแตกเดียวเท่านั้น” เมิ่งฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก “ข้ากำลังพูดถึงพื้นที่ที่แตกกระจายไป และทำให้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ เมิ่งฮ่าวสามารถทำเช่นนั้นได้ แล้วเจ้าล่ะ? อา ช่างมันเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าทำไม่ได้”

“อ๊ากกกกก! ข้าโกรธแทบตายแล้ว! เจ้ายังไม่เชื่ออีก!? บัดซบ! คอยดูให้ดี ดูว่าอู่เหยีย…เอ่อ เมิ่งฮ่าวสามารถทำได้หรือไม่!?” ดวงตาบุรุษหนุ่มกลายเป็นสีแดงก่ำไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีอะไรที่มันจะเกลียดชังมากไปกว่ามีผู้คนไม่เชื่อถือในตัวมันอีกแล้ว ไม่มีอะไรที่จะทำให้มันรู้สึกไม่พอใจมากไปกว่าการมายั่วมันอีก ทันใดนั้นมันก็ลอยตัวขึ้นไปในอากาศ จากนั้นก็กระแทกลงไปในพื้นดิน ทำให้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้นในทันที

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย ขณะที่มองลงไปยังพื้นดินที่เบื้องหน้า และจากนั้นก็มองไปยังต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ห่างไกลออกไป

ไม่นานต่อมา บุรุษหนุ่มก็ลอยตัวขึ้นมาอย่างวางมาดจากภายในหลุม

“ตอนนี้เชื่อข้าแล้วหรือไม่?!”

“มันยังไม่ลึกพอ” เมิ่งฮ่าวถอนหายใจ

บุรุษหนุ่มลอยตัวขึ้นไปด้วยโทสะ ร่างมันแวบขึ้นขณะที่กระแทกกลับลงไปในหลุมอีกครั้ง เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องออกมา และพื้นดินก็สั่นสะเทือน แทบจะราวกับว่าหลุมนั้นได้ยืดขยายลึกลงไปจนถึงจุดศูนย์กลางของดวงดาว อันที่จริงยังได้มีเปลวไฟใต้พื้นดินพุ่งขึ้นมาจากภายในหลุมพร้อมกับบุรุษหนุ่มอีกด้วย มันจ้องมองมายังเมิ่งฮ่าว จากแววตาของมัน ถ้าเมิ่งฮ่าวยังไม่ยอมจะเชื่ออีก มันก็พร้อมที่จะทำให้เกิดเป็นหลุมกระจายไปทั่วทั้งดินแดนแห่งดาวหนานเทียนนี้

เมิ่งฮ่าวกระแอมไอออกมาเบาๆ

“ก็ได้ ข้ากลัวแล้ว ข้ามีถุงสมบัติทั้งหมดสิบใบ เจ้าต้องการเท่าไหร่?”

“ทั้งสิบ!”

“สาม! ข้าต้องการสาม!” ‘จื่อเซียง’ ร้องออกมา พร้อมกับดวงตาที่สาดประกาย

“เจ้าโง่! พวกเราต้องได้ทั้งสิบใบ!”

“เจ้าสิโง่!” ‘จื่อเซียง’ ตอกกลับ “สามคือตัวเลขสูงสุด! พวกเราต้องการสาม!” ดูเหมือนว่าการต่อสู้อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ขณะที่ ‘จื่อเซียง’ จ้องมองไปยังบุรุษหนุ่ม “เจ้าโง่ ถุงสมบัติสามใบก็มากแล้ว! เจ้า เจ้า เจ้าต้องการสิบใบ? สิบมันมากมายเท่าไหร่กัน? มันจะมากไปกว่าสามได้อย่างไร, หือ?!?!”

“เจ้าโง่!” บุรุษหนุ่มแผดร้อง “แน่นอนว่าสิบต้องมากกว่าสาม! สามไม่มีอะไรเลย! พวกเราต้องการสิบ!!”

‘จื่อเซียง’ จ้องมองไปด้วยความตกตะลึง

เมิ่งฮ่าวถอนหายใจออกมา และตัดสินใจที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาของสองสหาย

“อ้าย, หนี่ว์เต้าโหย่ว (สหายเต๋าหญิง) ด้วยเหตุผลบางอย่าง ข้ามีความรู้สึกว่าสามีของท่านนี้เหมือนกับคนพาลเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมองไปในแง่มุมไหน มันก็ดูเหมือนกับเป็นคนพาล เป็นคนพาลที่ควรจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ข้ารู้สึกเศร้าใจแทนท่านจริงๆ” สำหรับผู้ฝึกตนอื่นๆ แล้ว คำพูดเหล่านี้ช่างไร้เดียงสาและไม่มีทางที่จะไปโน้มน้าวจิตใจใครได้ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการที่จะยุยงปลุกปั่นให้เกิดความร้าวฉาน ราวกับว่าเขากำลังบอกให้พวกมันทำการต่อสู้กันเองโดยตรง

แน่นอนว่า ‘จื่อเซียง’ ซึ่งแปลงร่างมาจากบุรุษร่างสูงใหญ่ และบุรุษหนุ่มผู้นั้นไม่ได้รู้สึกแปลกๆ อะไรเลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบุรุษร่างสูงใหญ่ เมื่อมันได้ยินเมิ่งฮ่าวกล่าวคำว่า ‘คนพาล’ ไม่กี่ครั้ง ดวงตามันก็เบิกกว้าง และเต็มไปด้วยแสงอันดุร้าย

“คนพาล? บัดซบ! นั่นคือสิ่งที่เจ้าเป็นอย่างแท้จริง! เจ้าไม่อาจจะทำเช่นนี้! เจ้ามันไร้ศีลธรรม! เจ้ามันไร้ยางอาย! ข้า…ข้าจะเปลี่ยนแปลงเจ้า!” บุรุษร่างสูงใหญ่แผดร้อง พุ่งตรงไปยังบุรุษหนุ่ม

บุรุษหนุ่มพุ่งถอยไปทางด้านหลังด้วยความกระวนกระวายใจ ส่งเสียงร้องตะโกนออกมาด้วยโทสะเช่นเดียวกัน แต่…มันค่อยๆ เข้าใจขึ้นอย่างช้าๆ และทันใดนั้นก็หันหน้ามองไปยังเมิ่งฮ่าว

“ไม่ถูกต้อง! เหล่าซาน (เฒ่าสาม), หยุดก่อน! ดูเหมือนจะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง…พวกเราต้องไม่มาต่อสู้กันเอง มีบางอย่างแปลกๆ กำลังเกิดขึ้น คนผู้นี้แค่พูดเดาสุ่มไปไม่กี่ประโยค ก็ทำให้พวกเราต้องมาต่อสู้กันเอง!” บุรุษหนุ่มพึมพำกับตัวเอง มองไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างละเอียด และดูเหมือนว่าจะเริ่มมีความประหลาดใจมากยิ่งขึ้น

เมิ่งฮ่าวกำลังยิ้มออกมาเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ ขณะที่ยืนอยู่ที่นั่น เขามองไปยังสีหน้าของบุรุษหนุ่ม และต้องรำพึงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ว่า จริงๆ แล้วนกแก้วก็ไม่ได้โง่เขลาเท่าใดนัก ในที่สุดมันก็สามารถจะรับรู้ถึงร่องรอยบางอย่างได้

ในตอนนี้เองที่บุรุษหนุ่มทันใดนั้นก็ร้องตะโกนออกมา “ข้ารู้ถึงตัวตนของมันแล้ว!! มันมองเห็นจุดอ่อนในการหลอกลวงของพวกเราได้โดยตลอด มันพูดเพียงไม่กี่คำก็ทำให้พวกเราต้องต่อสู้กันเอง เห็นได้ชัดว่ามันคือ…ปรมาจารย์เอกะเทวะ!!”

บุรุษหนุ่มส่งเสียงแผดร้องด้วยโทสะออกมา และบุรุษร่างสูงใหญ่ก็เริ่มสั่นสะท้าน เสียงปะทุได้ยินขึ้นขณะที่จื่อเซียงหายตัวไป และบุรุษร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง มันหอบหายใจออกมา และโซเซถอยไปทางด้านหลังสองสามก้าว

“ท่านคือปรมาจารย์เอกะเทวะ!?!?” บุรุษร่างสูงใหญ่ละล่ำละลักพูดขึ้น “อย่าได้ตำหนิข้า! มันบังคับให้ข้าเปลี่ยนร่าง! มันคือคนที่เปลี่ยนร่างเป็นเมิ่งฮ่าว!”

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเคร่งเครียดขึ้น ไม่มีอารมณ์ที่จะเล่นอีกต่อไป แค่นเสียงอย่างเย็นชา และจากนั้นก็ถอดหมวกไม้ไผ่ออกมา

“เจ้าโง่ทั้งสองเบิกตาให้กว้าง มองดูว่าข้าคือใคร!”

ทันทีที่หมวกไม้ไผ่ถูกถอดออกมาจากศีรษะ กลิ่นอายเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง บุรุษหนุ่มและบุรุษร่างสูงใหญ่ก็เริ่มมองเห็นรูปร่างหน้าตาเขาได้อย่างชัดเจน เมื่อพวกมันมองเห็นใบหน้าของเมิ่งฮ่าว บุรุษร่างสูงใหญ่ก็แผดร้องเป็นเสียงแหลมเล็กออกมา และเสียงปะทุก็ดังขึ้น ขณะที่มันกลายร่างกลับไปเป็นผีโต้ง

“มันนั่นเอง!” ผีโต้งร้องตะโกน บินออกไปอย่างรวดเร็ว “มันคือเมิ่งฮ่าว! มันจับพวกเราได้แล้ว! จบสิ้น! พวกเราจบสิ้นแล้ว! พวกเราต้องตายอย่างแน่นอน ตาย! ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเจ้า! เจ้าเป็นคนผิด!”

บุรุษหนุ่มสั่นสะท้านและส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กออกมา เสียงปะทุได้ยินขึ้น และมันก็กลายร่างกลับไปเป็นนกแก้วหลากสี ที่กรงเล็บของมันมีขนนกสีดำปกคลุมอยู่ ปีกมันเริ่มกระพือขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่เห็นได้ชัดว่าเตรียมตัวที่จะใช้พลังทั้งหมด ที่ยังหลงเหลือยู่ในร่างมันหลบหนีจากไป

“บัดซบ! เจ้ามาปรากฏกายขึ้นที่นี่ได้อย่างไร!? เป็นไปไม่ได้! พวกเราจะมาเผชิญหน้ากับเจ้าได้อย่างไร!?!?”

ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย นกแก้วและผีโต้งส่งเสียงร้อง และพยายามจะหลบหนีจากไปอย่างรวดเร็ว ในทันทีที่พวกมันพยายามจะหลบหนี พื้นดินในบริเวณนั้นก็บิดเบี้ยวไปมา และกลายเป็นเหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เคยเป็นมา ไม่มีรอยแยกอยู่บนพื้น ไม่มีหลุมลึก ไม่มีถ้ำแห่งเซียน ไม่มีแม้แต่เวทป้องกันอันน่ากลัวใดๆ

ไม่มีทางจะมีถ้ำแห่งเซียนอยู่ในบริเวณนี้ มีเพียงแค่หุบเขาแห่งหนึ่งเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นแค่ภาพลวงตา เป็นภาพลวงตาที่เหมือนกับของจริงเป็นอย่างยิ่ง

ต้นตอของภาพลวงตาทั้งหมดนี้เป็นขนนกสีดำที่ติดอยู่ตรงกรงเล็บของนกแก้ว ขนนั้นส่องแสงระยิบระยับที่แปลกๆ ออกมา เป็นพลังที่สามารถจะมีอิทธิพลต่อพื้นที่รอบๆ บริเวณนั้น และสร้างเป็นภาพลวงตาขึ้นมาได้

เมิ่งฮ่าวมองไปขณะที่นกแก้วและผีโต้งพยายามจะหลบหนีจากไป เขาไม่ได้เคลื่อนไหวไล่ตามพวกมันไป แต่ยืนอยู่ที่นั่นและกล่าวเป็นเสียงเย็นชาออกมาแทน “ข้าให้เวลาพวกเจ้าสามอึดใจเพื่อกลับมายังที่นี่ ใครกลับมาก่อนก็จะไม่ต้องโดนลงโทษ อีกคนจะถูกลงโทษเป็นสองเท่าในการที่ทอดทิ้งข้าไป ในช่วงวิกฤตของปีนั้น”

ทันทีที่เสียงเขาดังก้องออกไป ผีโต้งและนกแก้วก็หยุดชะงักนิ่งอยู่ในกลางอากาศ

“บัดซบ” นกแก้วคิด “เจ้าผีโต้งนั่นมีความคิดอยู่แค่อย่างเดียว เจ้าโง่นั่นจะต้องถูกหลอกด้วยคำพูดนี้อย่างแน่นอน นั่นก็หมายความว่าถ้าจะให้ปลอดภัยอู่เหยียจะต้องรีบกลับไปเป็นคนแรก!” ทันใดนั้นมันก็หมุนตัวพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว อย่างรวดเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผีโต้งสั่นสะท้าน

“เจ้านกแก้วนั่นเจ้าเล่ห์อย่างแท้จริง มันคือสาเหตุทั้งหมดของเรื่องนี้! มันเป็นคนที่ยุยงให้ข้าหลบหนีไปในครั้งแรก ไม่มีทางที่ข้าจะต้องถูกลงโทษเพื่อมัน!” แทบจะในทันทีที่นกแก้วหมุนตัวไป อากาศรอบๆ ตัวผีโต้งก็เริ่มปะทุขึ้นเป็นประกายสายฟ้า มันใช้พลังทั้งหมดที่สามารถรวบรวมขึ้นมาได้ พุ่งกลับไปยังเมิ่งฮ่าว

“ข้ายอมจำนน!!”

“ท่านย่ามันเถอะ! ข้าก็ยอมจำนนด้วย!”

นกแก้วและผีโต้งพุ่งกลับไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างเร่งรีบ เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงเย็นชา และทันใดนั้นก็ยกมือขวาขึ้นไปในอากาศ กระจกทองแดงปรากฏขึ้น นกแก้วแผดร้องเป็นเสียงดัง กลายเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าไปในกระจก

สำหรับขนนกสีดำ มันลอยลงไปในมือเมิ่งฮ่าว ผีโต้งกำลังสั่นสะท้าน ขณะที่เริ่มร้องตะโกนออกมา

“จู่เหริน (เจ้านาย) ซานเหยียคิดถึงท่านแทบตาย! เป็นเจ้านกแก้วบัดซบนั่นลากข้าไปกับมันในปีนั้น เป็นความผิดของมัน จู่เหริน! พวกเรามาเปลี่ยนแปลงมันด้วยกันเถอะ!”

เมิ่งฮ่าวตวัดมือขวาออกไป ตีไปบนส่วนศีรษะของผีโต้ง เสียงระเบิดได้ยินมาขณะที่มันหดตัวลงกลายเป็นลูกทรงกลมขนาดเล็ก ซึ่งเมิ่งฮ่าวใช้มือคว้าจับไว้ จากนั้นก็ขว้างลงไปบนพื้น พื้นดินสั่นสะเทือนขณะที่หลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ผีโต้งส่งเสียงแผดร้องแหลมเล็ก ขณะที่มันเด้งขึ้นมาและเมิ่งฮ่าวก็คว้าจับมันไว้อีกครั้ง ขณะที่เขาเดินตรงไป ก็ขว้างผีโต้งลงไปบนพื้นอีกครั้งและอีกครั้ง ทำให้มันต้องส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว” เมิ่งฮ่าวกล่าว ทำให้เสียงกรีดร้องของผีโต้งกลายเป็นคำอ้อนวอนขึ้นในทันที

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: