I Shall Seal The Heaven Chapter 902

0 Comments

ตอนที่ 902

เต๋าแห่งการปรุงยาของตระกูลฟาง

ผู้เฒ่าสูงสุดไม่ได้คิดดูถูกเมิ่งฮ่าวมากเกินไปนัก แต่ในที่สุด…มันก็ยังคงประเมินเขาต่ำเกินไป

ในความคิดของผู้เฒ่าสูงสุด เมิ่งฮ่าวเป็นแค่ผู้เยาว์รุ่นหลัง ถึงเขาจะฉลาดเฉลียวมากเพียงใดก็ตามที แต่ก็ยังคงเป็นผู้เยาว์อยู่ดี

มันไม่เคยคาดคิดว่า เมิ่งฮ่าวจะเคยฝึกฝนเวทกาลเวลามาก่อน และเนื่องจากความยืนกรานอย่างดื้อด้านของเขา ทำให้ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้นในการค้นหาประวัติศาสตร์ของตระกูลจำนวนมาก และรวบรวมเบาะแสแต่ละชิ้นเข้าด้วยกันจนพบเห็นความเป็นจริง!

ผลเนี่ยผานทั้งสองนั้นเป็นเหมือนกับที่เมิ่งฮ่าวได้สันนิษฐานไว้ มันเป็นของปรมาจารย์รุ่นแรกที่ตกทอดมาในฐานะที่เป็นของวิเศษอันล้ำค่า อย่างไรก็ตามสมาชิกของตระกูลคนแล้วคนเล่าได้ตายไปอย่างฉับพลัน ในขณะที่พยายามจะดูดซับพวกมันเข้าไป ในที่สุดผลเนี่ยผานนี้ก็กลายเป็นสิ่งของต้องห้าม

สามหมื่นปีก่อน ตระกูลได้ควบคุมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับผลเนี่ยผานทั้งสองนี้ และพวกมันก็ถูกเก็บอยู่ในศาลาวิเศษบรรพบุรุษมาเป็นเวลานาน ถึงแม้จะเป็นสิ่งของที่มาจากปรมาจารย์รุ่นแรก แต่พวกมันก็ไร้ประโยชน์ใดๆ โดยสิ้นเชิง

เป็นไปได้ว่าในทุกวันนี้ มีคนในตระกูลแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่รู้ว่าหนึ่งในปรมาจารย์ได้ตกทอดผลเนี่ยผานมา แต่ก็คงจะเป็นเรื่องง่ายที่จะค้นหาขนหงส์หรือเขากิเลน กว่าการที่จะไปค้นหาใครบางคนที่จดจำเรื่องราวของคนในตระกูลที่ตายไปอย่างฉับพลันได้

แม้แต่บิดาของเมิ่งฮ่าวก็ไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องเช่นนี้มาก่อน

ถ้าไม่ใช่ว่าเมิ่งฮ่าวเป็นคนชอบระแวง และมีความสามารถในการใช้เวทกาลเวลา เพื่อตรวจสอบอายุที่แท้จริงของผลเนี่ยผานแล้วละก็ ถึงแม้เขาจะสามารถค้นหาประวัติศาสตร์ของตระกูลได้ทั้งหมด แต่ก็คงไม่อาจจะพบเห็นเบาะแสที่ไม่สะดุดตาเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน

“ถ้าเช่นนั้น ผลเนี่ยผานของข้าจะเป็นอย่างไรบ้าง มันยังมีอยู่…หรือไม่?” เมิ่งฮ่าวคิด มองลงไปยังกล่องหยกด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน ในตอนนี้เมิ่งฮ่าวตระหนักได้ว่ากลุ่มผู้ชมทั้งหมด ที่มองมาขณะที่ผู้เฒ่าสูงสุดได้ส่งมอบกล่องหยกให้กับเขา ต้องคิดว่าผลเนี่ยผานนี้เป็นของเขาจริงๆ

บางครั้งถ้าคนทั้งหมดเชื่อว่าสิ่งนั้นถูกต้อง มันก็คงจะถูกต้องอย่างที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้

หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานสักพัก เมิ่งฮ่าวก็มองลงไปยังผลเนี่ยผานทั้งสอง และดวงตาก็เริ่มสาดประกายขึ้น

“ในแง่ของมูลค่า แน่นอนว่าผลเนี่ยผานของท่านปรมาจารย์ทั้งสองนี้ประเมินค่าไม่ได้…จากเบาะแสทั้งหมดที่ข้ารวมเข้าด้วยกัน กลุ่มคนในตระกูลเหล่านั้นที่ตายไปอย่างฉับพลันทั้งหมด ต้องจบลงโดยการกลายเป็นซากศพที่เหี่ยวแห้ง ราวกับว่าพลังชีวิตของพวกมันถูกดูดซับออกไป”

“จากที่เห็น ผลเนี่ยผานไม่อาจจะฟื้นคืนกลับมาได้อย่างง่ายดาย ด้วยการใส่น้ำยาวิญญาณสกัดเข้าไปแค่นั้น ตามที่ผู้เฒ่าสูงสุดแนะนำมา การทำเช่นนั้นอาจจะทำให้พวกมันฟื้นคืนกลับมาได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น การดูดซับพวกมันเข้าไปในช่วงการฟื้นคืนมาสั้นๆ นี้ ทำให้ต้องตายไปอย่างแน่นอน”

“นั่นเป็นเพราะว่าโดยพื้นฐานแล้ว พวกมันก็ยังคงแห้งเหี่ยวลงไป จนกว่า…จะสามารถฟื้นฟูพวกมันกลับมาได้โดยสมบูรณ์ ซึ่งทำให้…สามารถจะดูดซับพวกมันเข้าไปได้อย่างแท้จริง”

“แน่นอนว่า ต้องมีคนในตระกูลที่ได้ข้อสรุปเช่นเดียวกันนี้ แต่พวกมันก็ยังคงล้มเหลวไปเช่นกัน บางทีความคิดของข้าก็อาจจะมีข้อบกพร่องเช่นเดียวกับพวกมัน…ถ้าเช่นนั้น มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะรวบรวมน้ำยาวิญญาณสกัดเพื่อฟื้นฟูพวกมันได้อย่างสมบูรณ์!”

“ถ้าเป็นกรณีนั้น ก็มีความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง หนึ่งคือแม้แต่ตระกูลฟาง…ก็ยังไม่มีต้นสมุนไพรอย่างเพียงพอที่ต้องใช้ในการปรุงน้ำยาวิญญาณสกัด เนื่องจากต้นสมุนไพรไม่ได้มีอย่างไม่จำกัด หรือบางทีก็ไม่อาจจะฟื้นคืนผลเนี่ยผานได้อย่างสมบูรณ์โดยแท้จริง ถึงแม้ว่าจะใช้ส่วนผสมอื่นแทนในน้ำยาวิญญาณสกัดนั้น”

“ที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่าความเป็นไปได้แรกก็คือ บางทีผลเนี่ยผานนี้ได้แห้งเหี่ยวมาตั้งแต่ตอนที่พวกมันถูกสร้างขึ้นมาแล้ว” ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้นอยู่ชั่วขณะ หลังจากที่ตบไปยังถุงสมบัติเพื่อหยิบเอากระจกทองแดงออกมา

“มันต้องมีโอกาสที่ข้าจะสามารถฟื้นฟูผลเนี่ยผานให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างสมบูรณ์จริงๆ!” เมิ่งฮ่าวกำลังหอบหายใจออกมา และแสงแปลกๆ ก็มองเห็นได้จากในดวงตา จากนั้นก็คิดไปถึงหินลมปราณที่รักยิ่งของเขา และกัดฟันแน่นด้วยความลังเล

“มีผู้ถูกเลือกอยู่มากมายในขุนเขาทะเลที่เก้าแห่งนี้ และในวันข้างหน้า ข้าก็น่าจะมีโอกาสอีกมากที่จะรีดไถหินลมปราณมาจากพวกมันจนหมดเกลี้ยง แต่ถ้าข้าสามารถจะฟื้นฟูผลเนี่ยผานของท่านปรมาจารย์ และดูดซับพวกมันเข้าไปได้แล้วละก็…มันคงจะเป็นโชควาสนาอันยิ่งใหญ่ที่ข้าจะได้รับอยู่ในตระกูลฟางนี้!”

“ถึงเวลาที่ต้องไปยังสถานที่ที่ใช้ปรุงยาของพวกมันแล้ว!” ในตอนนี้ แสงแห่งความมุ่งมั่นมองเห็นได้ในดวงตาเมิ่งฮ่าว

รุ่งอรุณวันต่อมา เขาเดินออกไปจากที่พัก และพบว่าฟางซีไม่อยู่แล้ว

ในที่สุดฟางซีก็รู้สึกว่ามันได้ก้าวหน้าในการสร้างคารมที่เฉียบคมแล้ว และพร้อมที่จะทำได้สำเร็จในระดับต่อไป ดังนั้นมันจึงตัดสินใจที่จะไปทดสอบความสามารถในการโต้วาทีต่อหน้ากลุ่มมวลชน

ผีโต้งและนกแก้ว ยืนยันว่าถึงเวลาที่มันจะทำการทดสอบตัวเองแล้ว และได้ไปเป็นที่ปรึกษาให้อีกด้วย

ลานบ้านเงียบสงบขณะที่เมิ่งฮ่าวกลายเป็นลำแสง บินตรงไปยังทิศทางย่านการปรุงยาของตระกูล

ตระกูลฟางเป็นตระกูลใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีเต๋าแห่งการปรุงยาของพวกมันเอง และได้ก่อตั้งแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาของตัวเองขึ้นมา ผู้ฝึกตนที่นั่นถูกคัดเลือกมาจากตระกูลฟางทั้งหมด ไม่ว่าพวกมันจะมาจากสายโลหิตใด เมื่อพวกมันได้รับการแต่งตั้งก็จะเป็นคนของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาเท่านั้น

แผนกเต๋าแห่งการปรุงยาของตระกูล ตั้งอยู่ที่ด้านนอกของคฤหาสน์โบราณ มีอาณาเขตของตัวเอง แทบจะคล้ายกับเป็นสำนัก พร้อมกับเทือกเขาที่ขยายยืดยาวออกไปในทั่วทุกทิศทาง มีศาลาและอาคารบ้านเรือนอยู่มากมาย เกิดเป็นประกายแสงพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า และเป็นสถานที่ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

แผนกเต๋าแห่งการปรุงยาประกอบด้วยนักปรุงยาหนึ่งแสนกว่าคน ทำให้กลิ่นหอมของตัวยามักจะลอยไปมาอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยจะจางหายไป ทำให้มักจะได้เห็นกลิ่นอายที่มีสีสันของเม็ดยาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งงดงามจนยากที่จะเปรียบเปรยได้

แผนกเต๋าแห่งการปรุงยาของตระกูลฟาง เป็นแผนกที่เข้มงวดกับระดับของนักปรุงยา ไม่เหมือนกับสำนักจื่อยิ่น ซึ่งมีการแบ่งระดับสูงๆ ออกเป็นเจ้าแห่งเตาและเทพกระถางม่วงเท่านั้น ในตระกูลฟาง นักปรุงยาถูกจัดแบ่งออกเป็นเก้าระดับ

ระดับเก้าคือระดับที่สูงสุด ในขณะที่ระดับหนึ่งคือระดับฝึกหัด ที่มีตำแหน่งต่ำกว่านักปรุงยาคือ เด็กฝึกปรุงยาที่มีจำนวนมากมายเกือบหนึ่งล้านคน

เมื่อทำการฝึกตน ก็จำเป็นต้องใช้เม็ดยาอย่างแน่นอน ยิ่งเป็นความจริงมากขึ้นเมื่ออยู่ในอาณาจักรเซียน ซึ่งผู้ฝึกตนได้ฝึกฝนปราณเซียนอันไร้ขีดจำกัด เป็นเรื่องธรรมดาที่ปราณเซียนมีไม่เพียงพอในขุนเขาทะเลที่เก้าที่จะให้ผู้ฝึกตนทั้งหมดใช้ได้ ซึ่งก็หมายความว่าพวกมันจำเป็นต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากพลังของต้นสมุนไพรที่มีอยู่ภายในเม็ดยา เพื่อกลั่นสกัดเป็นปราณเซียนออกมาตามที่พวกมันต้องการ

เนื่องจากเช่นนั้น นักปรุงยาจึงมีศักดิ์ฐานะที่สูงส่ง แน่นอนว่าไม่ใช่สมาชิกในตระกูลทุกคนจะมีพรสวรรค์ในเรื่องเต๋าแห่งการปรุงยา ผู้คนที่มีพรสวรรค์เช่นนั้นหาได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักปรุงยาระดับหก ซึ่งค่อนข้างจะหายาก แต่เมื่อพูดถึงนักปรุงยาระดับเก้า ทั่วทั้งตระกูลฟางก็มีแค่คนเดียวเท่านั้น และถูกเรียกว่าตานเหล่า (ผู้เฒ่าโอสถ)

ส่วนใหญ่แล้วผู้เฒ่าโอสถจะปรุงเม็ดยาให้กับปรมาจารย์ของตระกูล ที่อยู่ในช่วงของการเข้าฌาณตามลำพังมาเป็นเวลานานแล้วเท่านั้น

เมื่อเมิ่งฮ่าวบินออกมาจากคฤหาสน์โบราณ ก็มองเห็นเทือกเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาของตระกูลฟาง ขณะที่เข้าไปใกล้ เขาก็รับรู้ได้ถึงเวทป้องกันอันน่ากลัว ซึ่งถูกติดตั้งเพื่อป้องกันการผ่านเข้าไปในเขตเทือกเขา ดังนั้นเขาจึงหยิบเอาเหรียญหยกประจำตัวออกมา ครั้นแล้วเวทป้องกันก็แวบแสงขึ้น หลังจากที่ยืนยันถึงตัวตนของเมิ่งฮ่าว แสงอันเจิดจ้าก็กระจายปกคลุมไปทั่วร่างเขา กระตุ้นโลหิตให้ไหลเวียนไปมา ในที่สุดเขาก็สามารถผ่านเข้าไปได้

กลิ่นหอมของเม็ดยาปกคลุมไปทั่ว และเมิ่งฮ่าวก็รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที มันเป็นภาพที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง และทันใดนั้นก็ทำให้ต้องหวนรำลึกนึกไปถึงสำนักจื่อยิ่น เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และทันใดนั้นก็เริ่มวิเคราะห์ถึงความแตกต่างของต้นสมุนไพร และวิธีการที่พวกมันถูกผสมผสานรวมกัน ซึ่งเขาสามารถจะตรวจพบได้ในอากาศอย่างฉับพลัน

เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเต๋าแห่งการปรุงยา แม้แต่ตานกุ่ยก็ยังต้องยอมรับว่าเมิ่งฮ่าวเก่งกว่าท่าน ทักษะในการปรุงยาของเขาได้บรรลุถึงระดับที่น่ากลัวไปแล้ว

มองเห็นเทือกเขายืดยาวออกไปในทั่วทุกทิศทาง และเมิ่งฮ่าวก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของนักปรุงยามากมาย ทั้งยังมีความร้อนจากเปลวไฟปฐพีอีกด้วย ทำให้ทั่วทั้งบริเวณนั้นค่อนข้างร้อน เขามองเห็นนักปรุงยาเคลื่อนที่ไปมาอยู่ในท่ามกลางเทือกเขา แต่ก็เห็นเด็กฝึกปรุงยาในชุดแต่งกายที่โดดเด่นกระจายอยู่ทั่วไป กลายเป็นลำแสงหลากสีบินไปมาอยู่ระหว่างอาณาเขตต่างๆ ของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา

“ข้าอยากรู้นักว่านักปรุงยาในที่แห่งนี้จะเป็นเช่นไร…?” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยความมุ่งหวัง

เห็นได้ชัดว่า ผู้เฒ่าสูงสุดได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะในทันทีที่เมิ่งฮ่าวผ่านเข้าไปในแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา บุรุษวัยกลางคนก็บินออกจากเขตภูเขาที่อยู่ใกล้เคียง ตรงมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว และมองมาที่เขาด้วยแววตาที่คาดคะเน

“เจ้าคือฟางฮ่าว? คนที่มีลำแสงสายโลหิตสูงหนึ่งหมื่นจ้าง?” บุรุษผู้นี้สวมใส่ชุดยาวสีเขียว และมีสีหน้าที่เย่อหยิ่ง ปกเสื้อของมันถูกปักด้วยมังกรสีทองห้าตัว บ่งชี้ว่ามันเป็นนักปรุงยาระดับห้า

เมิ่งฮ่าวพยักหน้า

“ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าท่านผู้เฒ่าสูงสุดกำลังคิดอะไรอยู่” มันกล่าว มองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยความหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย “ถึงแม้เจ้าจะมีลำแสงสายโลหิตหนึ่งหมื่นจ้าง แต่ที่นี่คือแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา ถ้าเจ้าต้องการจะศึกษาวิธีการปรุงยา ต่อให้เจ้ามีสายโลหิตอันเข้มข้นก็ไม่อาจจะช่วยได้แม้แต่น้อย”

“เจ้าจำเป็นต้องมีพรสวรรค์ในเต๋าแห่งการปรุงยาเพื่อเรียนรู้วิธีการปรุงยา เจ้าสามารถปรุงยาได้หรือไม่?”

คำถามนี้ทำให้เมิ่งฮ่าวรู้สึกลังเล เต๋าแห่งการปรุงยากว้างใหญ่ไร้ขีดจำกัด ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะบอกว่าเข้าใจเรื่องการปรุงยาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จึงกล่าวตอบไปว่า

“ก็พอรู้บ้าง”

“พอรู้บ้าง?” บุรุษผู้นั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจนัก ตัวมันเองได้ทุ่มเทให้กับเต๋าแห่งการปรุงยามานานหลายปี แต่เมื่อยิ่งมีความเข้าใจมากขึ้น ก็ยิ่งตระหนักว่าเต๋านี้ช่างไร้ขอบเขตนัก แม้จะใช้เวลาพยายามอย่างหนักไปชั่วชีวิต ก็ไม่เพียงพอที่จะเข้าใจในมุมเล็กๆ ของเต๋านี้ได้ ถ้ามีใครบางคนมาถามว่ามันมีความรู้มากแค่ไหน มันก็ไม่กล้าที่จะบอกว่า ‘พอรู้บ้าง’ อย่างมากที่สุดมันก็จะกล่าวว่าพอจะเข้าใจ ‘ได้เล็กน้อย’

แต่บุรุษหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ที่เบื้องหน้ามัน เป็นผู้ถูกเลือกที่มีลำแสงสายโลหิตหนึ่งหมื่นจ้าง กลับกล้าบังอาจที่จะบอกว่า ‘พอรู้บ้าง’ เกี่ยวกับเต๋าแห่งการปรุงยา เห็นได้ชัดว่ามันไม่รู้อะไรเลย!

“เจ้าใช้เวลาศึกษาการปรุงยามากี่ปีแล้ว?” บุรุษวัยกลางคนสอบถามเสียงเย็นชา มีสีหน้าที่ไม่พอใจมากขึ้นกว่าเดิม

เมิ่งฮ่าวลังเลอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็กล่าวว่า “ในแง่ของการเรียนรู้ทั่วไป คิดว่าไม่ถึงหนึ่งปี…”

ใบหน้ามันบึ้งตึงขึ้น และโยนถุงสมบัติตรงไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างหมดความอดทน

“ด้านในมีสูตรยาสำหรับวิญญาณสกัด ซึ่งผู้เฒ่าสูงสุดบอกว่าเจ้าต้องการ รวมทั้งต้นสมุนไพรสิบชุด” จากนั้นมันก็โบกสะบัดมือ ทำให้แผ่นป้ายไม้พุ่งตรงมาที่เขา

“การปรุงน้ำยาวิญญาณสกัดง่ายกว่าการปรุงเม็ดยามากนัก แค่ทำตามคำอธิบายในสูตรนั้น เจ้าก็สามารถจะปรุงมันขึ้นมาได้อย่างไร้ปัญหาใดๆ แต่ถ้าเจ้าคิดว่ามันยากมากเกินไป ก็ให้ไปหาเด็กฝึกปรุงยาช่วยปรุงให้กับเจ้า ถ้าเจ้าต้องการจะเรียนรู้เต๋าแห่งการปรุงยา เจ้าก็จำเป็นต้องเริ่มจากการเรียนรู้เพื่อแยกแยะต้นพืชสมุนไพรก่อน นำแผ่นป้ายนั้นไปยังกระท่อมปรุงยาที่ยอดเขาหมายเลขเจ็ดหนึ่งเก้าหนึ่ง ศึกษาอยู่ที่นั่นประมาณหนึ่งร้อยปี จากนั้นก็กลับออกมาพบข้า” ด้วยเช่นนั้นมันก็หมุนตัว เดินออกไปประมาณเจ็ดถึงแปดก้าว จากนั้นก็หยุดลงและหันหน้ามองกลับมา

“อย่าลืมว่า เต๋าแห่งการปรุงยากว้างใหญ่และทรงพลัง ในวันข้างหน้าถ้ามีใครมาถามเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่าได้ตอบอย่างเย่อหยิ่งเช่นนั้นอีก เจ้าคิดว่าหลังจากที่เรียนรู้มาแค่หนึ่งปี ก็สามารถ ‘พอรู้บ้าง’ เกี่ยวกับเต๋าแห่งการปรุงยาจริงๆ?!”

“ยิ่งไปกว่านั้น ลำแสงสายโลหิตหนึ่งหมื่นจ้างของเจ้า ไม่มีความหมายอะไรเลยในที่แห่งนี้ ที่นี่เจ้าไม่ใช่ผู้ถูกเลือก เจ้าเป็นแค่สมาชิกคนธรรมดาของตระกูลเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่มีพรสรรค์ตามธรรมชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องมาติดอยู่ในที่แห่งนี้ทำให้ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรของตระกูล! ให้กลับไปยังที่เดิมของเจ้า!”

เมื่อกล่าวตำหนิเมิ่งฮ่าวจบ มันก็หมุนตัวและกลายเป็นลำแสงพุ่งจนหายลับตาไป

เมิ่งฮ่าวยิ้มอย่างแห้งแล้งออกมา เขาคิดว่าคำพูดของตัวเองค่อนข้างจะเหมาะสม แต่ก็ไปทำให้บุรุษผู้นั้นต้องรู้สึกหงุดหงิดขึ้น เมิ่งฮ่าวใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์กวาดผ่านไปทั่วทั้งถุงสมบัติ จากนั้นก็หยิบเอาสูตรยาออกมา มองลงไปและพบว่าน้ำยาวิญญาณสกัดจริงๆ แล้วก็ปรุงได้ง่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่จำเป็นต้องใช้นักปรุงยา แค่เด็กฝึกปรุงยาก็สามารถจะปรุงมันขึ้นมาได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ต้นสมุนไพรที่เป็นส่วนผสมค่อนข้างจะมีราคาแพง รวมทั้งต้นสมุนไพรบางชนิดก็ถือว่าค่อนข้างจะหาได้ยากบนดาวหนานเทียน…ส่วนผสมทั้งหมดมีเพียงพอที่จะปรุงเป็นน้ำยาวิญญาณสกัดขึ้นมาสิบชุด

ยังมีต้นไม้อีกหนึ่งชนิดที่มีใบเพียงแค่สามใบเท่านั้น และยังได้กระจายปราณเซียนออกมาอีกด้วย

“ใบสามเซียน!” เมิ่งฮ่าวคิดพร้อมกับดวงตาที่สาดประกาย เมื่อได้เห็นต้นไม้ชนิดนี้ ก็ทำให้เกิดความเข้าใจถึงการจัดการทรัพยากร ของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาของตระกูลฟางขึ้นมาได้บ้าง

“ถ้าข้าสามารถใช้ต้นใบสามเซียนนี้ได้ นั่นก็หมายความว่าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยานี้ก็เหมือนกับเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย และลมหายใจก็เร่งร้อนขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ค่อยมั่นใจว่าเต๋าแห่งการปรุงยาของตนเองได้บรรลุถึงระดับไหนกันแน่ เขามักจะไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับส่วนผสมที่สำคัญ และไม่เคยมีโอกาสที่จะได้ปรุงพวกมันมาก่อน

“เป็นโอกาสดีของข้าแล้ว ที่จะได้เห็นว่าเต๋าแห่งการปรุงยาของตัวเองจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน เมื่อเทียบกับเต๋าแห่งการปรุงยาของตระกูลฟาง!” เมิ่งฮ่าวกำแผ่นป้ายไม้ไว้ในมือ เดินตามแผนที่ตรงไปยังกระท่อมปรุงยาที่ยอดเขาหมายเลขเจ็ดหนึ่งเก้าหนึ่ง

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 212
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 211
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: