Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 970

I Shall Seal The Heaven Chapter 970

ตอนที่ 970

วิหารเซียนผู้ยิ่งใหญ่!

ภาพแห่งธรรมหนึ่งหมื่นจ้าง สาดประกายด้วยแสงสีทองอันไร้ขอบเขต ขณะที่มันโจมตีไปยังสายฟ้าทัณฑ์เซียนเจ็ดสี เมิ่งฮ่าวหลับตาลง จากนั้นก็เริ่มหลอมรวมเข้ากับภาพแห่งธรรมของตนเอง เมื่อเขาลืมตาขึ้นมา เขาก็คือภาพแห่งธรรม และภาพแห่งธรรมก็คือเขา!

หมัดถูกต่อยออกไป และสวรรค์ก็ส่งเสียงดังก้อง ช่องว่างขนาดใหญ่เปิดออกในกลุ่มเมฆลงทัณฑ์ที่อยู่สูงขึ้นไป และในเวลาเดียวกันนั้นสายฟ้าเจ็ดสีนับไม่ถ้วนก็ฟาดลงมายังเมิ่งฮ่าว

เขาไม่ได้หลบเลี่ยง แต่ปล่อยให้สายฟ้าทัณฑ์เซียนฟาดลงมาบนร่าง เขากวาดมือออกไปเป็นวงกว้าง ไม่มีอะไรเต็มอยู่ในดวงตานอกจากเป็นกลุ่มเมฆลงทัณฑ์

ตูมมมมมมม!

เวลาผ่านไป กลุ่มเมฆลงทัณฑ์ก็หดตัวเล็กลงไปเหลือเพียงแค่หกในสิบส่วนจากขนาดปกติของมัน ห้าในสิบส่วน, สี่ในสิบส่วน…สายฟ้าทัณฑ์เซียนเจ็ดสีดูเหมือนจะไร้จุดสิ้นสุด อาณาจักรความเป็นนิรันดร์ของเมิ่งฮ่าวทำงานโดยไม่มีการหยุดพัก และภาพแห่งธรรมหนึ่งหมื่นจ้างของเขาก็โจมตีไปอย่างไม่ลดละ ทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน ขณะที่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายถูกปลดปล่อยออกมา

เมิ่งฮ่าวเงยหน้าขึ้นและกู่ร้องออกมา ในเวลาเดียวกันนั้น จู่ๆ ภาพแห่งธรรมก็ขยายขนาดออกไปในทั่วทุกทิศทาง จากนั้นเมิ่งฮ่าวก็ยื่นมือขวาออกไป ภายในมือปรากฏเป็นรอยแตกขึ้น

รอยแตกนั้นคงอยู่ได้สามอึดใจ

นี่คือเวทผนึกอสูรรุ่นห้า ในช่วงสามอึดใจนั้น รอยแตกได้กลายเป็นสิ่งที่คล้ายกับเป็นหลุมดำซึ่งอยู่ในความว่างเปล่า กระจายแรงดึงดูดอันน่าตกใจออกมา และได้ดูดกลืนเอากลุ่มเมฆลงทัณฑ์เข้าไปในทันที

สามในสิบส่วน, สองในสิบส่วน, หนึ่งในสิบส่วน!

ตูมมมมมมม!

เมื่อรอยแตกหายไป กลุ่มเมฆลงทัณฑ์ส่วนใหญ่ก็หายไปพร้อมกับรอยแตกนั้น ตอนนี้มันมีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะปกคลุมไปทั่วทั้งดาวตงเซิ่งอีกแล้ว เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศ ใบหน้าซีดขาวแต่ก็เต็มไปด้วยความต้องการจะต่อสู้ และมีความเข้มข้นมากกว่าก่อนหน้านี้ซะอีก

เขามองขึ้นไปยังกลุ่มเมฆลงทัณฑ์ที่ยังคงเหลืออยู่ในท้องฟ้าที่ด้านบน รวมทั้งวิหารเซียนที่ลอยอยู่ด้านหลัง ในตอนนี้พวกมันไม่ได้กระจายแรงกดดันที่คุกคามออกมาเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว

“เมฆลงทัณฑ์ กระจายไป!” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ โบกสะบัดมือขวาออกไป ภาพแห่งธรรมได้แยกตัวออกมาจากร่างเขา กลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งฝ่าเข้าไปยังกลุ่มเมฆลงทัณฑ์ และจากนั้นก็ระเบิดขึ้นในทันที

การระเบิดนั้นทำให้กลุ่มเมฆลงทัณฑ์ที่ยังเหลืออยู่ม้วนตัวไปมา หลังจากที่เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องออกมาจากภายใน กลุ่มเมฆก็…กระจัดกระจายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พุ่งออกไปในทั่วทุกทิศทาง

คนทั้งหมดมองไปขณะที่กลุ่มเมฆลงทัณฑ์…หายไปจนหมดสิ้น!

ในตอนนี้ ทั่วทั้งดาวตงเซิ่งเงียบกริบไปโดยสิ้นเชิง ทั้งกลุ่มคนในตระกูลฟาง และผู้ฝึกตนอื่นๆ ต่างก็จ้องมองไปบนท้องฟ้าด้วยความตกตะลึง ซึ่งตอนนี้ไร้กลุ่มเมฆลงทัณฑ์ไปโดยสิ้นเชิง

การเอาชนะทัณฑ์เซียนด้วยวิธีการเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนโดยสิ้นเชิง!

การเอาชนะทัณฑ์เซียนด้วยความบ้าคลั่งเช่นนี้ คือความทรนงที่น่าเหลือเชื่อ!

ราวกับว่าเมิ่งฮ่าวได้เตรียมตัวมาทำลายสิ่งใดๆ ก็ตาม ที่มาขัดขวางเส้นทางที่จะกลายเป็นเซียนของเขาไปโดยสิ้นเชิง

ไม่มีใครจะสามารถกระทำได้เช่นนี้มาก่อน เพราะว่าไม่เคยมีใครจะสามารถเทียบได้กับเซียนชั้นที่สิบในตอนที่เอาชนะทัณฑ์เซียนได้

นี่คือ…คำกล่าวที่ว่า “ถ้าข้าต้องการเป็นเซียน สวรรค์ก็ไม่อาจจะทำสิ่งใดเพื่อหยุดข้าได้!”

นี่คือ…ความทรนงที่กล่าวไว้ว่า “ถ้าข้าต้องการ สวรรค์ก็ไม่อาจจะมี! ถ้าข้าไม่ต้องการ สวรรค์ก็ไม่ควรจะมี!”

ดูเหมือนว่ามันจะน่าเหลือเชื่อ แต่ถ้าครุ่นคิดให้ลึกซึ้ง…เมื่อใครบางคนมีพลังการต่อสู้ของเซียนชั้นที่สิบซึ่งมีชีพจรเซียนหนึ่งร้อยจุด ก็ไม่มีอะไรที่จะเป็นไปไม่ได้สำหรับคนผู้นั้น ที่จะเอาชนะทัณฑ์เซียนได้เช่นนี้

หลังจากที่เงียบกริบไปชั่วขณะ ดาวตงเซิ่งก็ระเบิดขึ้นด้วยความโกลาหลวุ่นวาย คนทั้งหมดในตระกูลฟางส่งเสียงร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

พวกมันมีท่าทางคลุ้มคลั่ง, ร้อนแรง และหลงใหลในตัวเมิ่งฮ่าว พวกมันคิดว่าเขาคือคนของตระกูลฟาง ดังนั้นชื่อเสียงของเขาก็ได้ทำให้พวกมันรู้สึกภาคภูมิใจด้วยเช่นกัน

“ฟางฮ่าว!”

“ฟางฮ่าว!!”

“ฟางฮ่าว!!!”

เงาร่างมากมายบินขึ้นไปในท้องฟ้า เพื่อนั่งขัดสมาธิใกล้กับเมิ่งฮ่าว ไม่มีใครกระทำการใดๆ พวกมันแค่ไปนั่งอยู่ที่นั่น…ในฐานะที่เป็นผู้พิทักษ์เต๋าให้กับเมิ่งฮ่าว!

กลุ่มสายโลหิตหลักทั้งหมดมารวมตัวกัน ฟางซีมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็แหงนหน้าขึ้นและหัวเราะออกมา นอกจากกลุ่มคนในสายโลหิตหลักแล้ว คนอื่นๆ แทบจะทั้งหมดซึ่งได้เคลื่อนที่ออกไปเพื่อช่วยเหลือเมิ่งฮ่าว…คือกลุ่มคนของสาขาที่วางตัวเป็นกลาง หลังจากที่ได้เห็นโอกาสในอนาคตซึ่งเมิ่งฮ่าวได้แสดงออกมา พวกมันก็ขยับตัวเคลื่อนไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อต้องให้เลือกระหว่างเมิ่งฮ่าวและฟางเว่ย พวกมันเลือก…เมิ่งฮ่าว!

ฟางเว่ยยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ มองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าว อีกครั้งที่ดวงตามันสาดประกายด้วยแสงแห่งความต้องการจะต่อสู้ด้วย แต่กลับกันฟางซิ่วซานที่ยืนอยู่ด้านข้างมัน มีใบหน้าที่ซีดขาว จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวและแผดร้องอยู่ภายในใจ

“เจ้าฟางฮ่าวบัดซบ! ทำไมต้องมาปรากฏตัวขึ้น! เจ้าออกจากตระกูลฟางไปแล้ว! ทำไมต้องกลับมาอีก!? ทำไมต้องกลายเป็นเซียน!? ทำไม!?!?”

“และเจ้า, ฟางซิ่วเฟิง! เจ้ามักจะนำหน้าข้ามาโดยตลอด มักจะทำให้ข้าไม่อาจจะหายใจได้ และในตอนนี้เมื่อบุตรชายข้าพุ่งทะยานขึ้นไปราวกับเป็นกิเลน บุตรชายที่ไม่มีอะไรเลยของเจ้าก็มาสะกดข่มมันไว้อีก!!” ฟางซิ่วซานไม่อาจจะทำจิตใจให้เยือกเย็นลงไปได้ สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยความเกลียดชังอย่างชั่วร้าย

ผู้เฒ่าสูงสุดยืนอยู่ที่นั่น อย่างเงียบงัน

ปู่ของฟางเว่ยถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา มองไปยังฟางซิ่วซานด้วยสีหน้าผิดหวัง จากนั้นก็หันหน้าไปมองยังฟางเว่ย และสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นความมุ่งหวังขึ้นมา

ดาวตงเซิ่งสั่นสะเทือนไปโดยสิ้นเชิง สำนักและตระกูลในขุนเขาทะเลที่เก้าทั้งหมดต่างก็ประหลาดใจ ในตอนนี้นามของเมิ่งฮ่าวและรูปร่างหน้าตาของเขาได้ตรึงแน่นอยู่ในจิตใจของผู้คนนับไม่ถ้วน สร้างความหลงใหลให้กับผู้คนมากมายจนถึงจุดที่แทบจะคลุ้มคลั่งไป

แน่นอนว่า ผู้ถูกเลือกทั้งหมดที่มองดูอยู่ต่างก็นิ่งเงียบกันไปทั่ว

“เรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ทัณฑ์เซียนยังไม่กระจายหายไป และประตูเซียนก็ยังไม่ถูกเปิดออกมา พวกเรายังต้องรอดูว่า…มันจะเปิดชีพจรเซียนได้มากมายเท่าใดกันแน่!”

ความคิดเช่นนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ภายในใจของผู้ถูกเลือกทั้งหมด ซึ่งได้กลายเป็นเซียนแท้ไปเมื่อเร็วๆ นี้ สายตาพวกมันจ้องนิ่งไปยังทิศทางของดาวตงเซิ่งและเมิ่งฮ่าว

เหล่าปรมาจารย์จากสำนักและตระกูลต่างๆ แห่งขุนเขาทะเลที่เก้าถอนหายใจออกมา สบตากันกับกลุ่มคนที่อยู่รอบๆ ตัว จากนั้นก็เริ่มพูดคุยกัน

“คนในรุ่นนี้จะมีใครเทียบได้กับเมิ่งฮ่าวอีก…? บางทีอาจจะมีแค่ดาวจรัสแสงเพียงคนเดียวเท่านั้น ในงานแข่งขันของสามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่…ฟางมู่!”

“เห็นได้ชัดว่าฟางมู่เป็นนามปลอม ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วมันคือใคร…อย่างไรก็ตาม อาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้าได้รับมันไว้ในฐานะศิษย์ และมันก็ยังไม่ได้ไปรับของรางวัลจากสามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่เลย สุดท้ายแล้ว…มันจะต้องปรากฏตัวขึ้นอย่างแน่นอน”

“บางทีอาจจะเป็นมันเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถเทียบกับเมิ่งฮ่าวได้จริงๆ นี่ไม่ใช่ยุคของพวกเราอีกแล้ว แต่เป็นยุคของพวกมัน…”

อันที่จริง ไม่เพียงแต่พวกมันเท่านั้นที่จะคิดไปถึงฟางมู่ ยังมีผู้ฝึกตนอื่นๆ อีกมากมายในขุนเขาทะเลที่เก้า ต่างก็จดจำความสามารถอันน่าตื่นตาตื่นใจของฟางมู่ได้เช่นเดียวกัน!

เขาได้อันดับหนึ่งในการแข่งขันของสามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่!

ชายชราจากอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้า ซึ่งได้สร้างเป็นความสัมพันธ์อันดีกับเมิ่งฮ่าวเมื่อปีนั้นถอนหายใจออกมา ปรมาจารย์ที่สำคัญจากสามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่, เซียนกู่เต้าฉ่าง (พิธีเต๋าเซียนโบราณ) จ้องมองไปยังทิศทางของดาวตงเซิ่ง และยิ้มน้อยๆ ออกมา ดวงตาสาดประกายด้วยแสงอันเจิดจ้า

“เจ้ามีการเชื่อมต่อกับเซียนกู่เต้าฉ่างด้วยโชคชะตา…ในที่สุด เจ้าก็จะมาที่นี่เอง”

เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่กลางอากาศเหนือดาวตงเซิ่ง เส้นผมลอยพลิ้วไปมาอยู่รอบๆ ตัว สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และอาณาจักรความเป็นนิรันดร์ก็ทำงานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เขามองขึ้นไปในท้องฟ้า

ไม่มีกลุ่มเมฆลงทัณฑ์อีกต่อไป สิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ตรงเบื้องหน้าเขา เป็นวิหารเซียนอันไร้ขอบเขต ซึ่งได้มากีดขวางเส้นทางที่จะไปยังประตูเซียนของเขา

ประตูเซียนลอยตัวอยู่ที่ด้านหลังของวิหารเซียน กระจายแรงกดดันอันแข็งแกร่งออกมา

“ตัวอักษร เซียน (仙) ประกอบด้วย หนึ่งคน (人) หนึ่งภูเขา (山) ข้าน่าจะมีภูเขายืนยันเต๋า…” เมิ่งฮ่าวมองไปยังวิหารเซียนชั่วขณะ จากนั้นก็เริ่มมุ่งหน้าตรงขึ้นไป

“ภูเขายืนยันเต๋าของข้า น่าจะเป็นภูเขาที่คงอยู่ในความทรงจำของข้าตลอดไป…เขาต้าชิง”

“น่าเสียดายที่เขาต้าชิงยังคงอยู่ในแคว้นจ้าว ซึ่งถูกตัวบัดซบปรมาจารย์เอกะเทวะนำจากไปแล้ว และในตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าเต่าชราบัดซบนั่นไปอยู่ที่ไหน”

“เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็ต้องกลายเป็นภูเขาของตัวเอง กายเนื้อของข้าจะเป็นภูเขาของข้า และวิญญาณของข้าก็จะเป็นตัวแทนของชีวิตข้า หนึ่งคน (人) หนึ่งภูเขา (山) ข้าคือ…เซียน (仙)!” พลังของเมิ่งฮ่าวพุ่งขึ้นมา และความเร็วก็เพิ่มมากขึ้น ในชั่วพริบตาเขาก็ไปอยู่ที่เบื้องหน้าของวิหารเซียน

ทันใดนั้นเงาร่างที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาอยู่ที่ด้านในของวิหารเซียน ซึ่งดูคล้ายกับเป็นนักรบเซียน ได้หันหน้ามองมายังเมิ่งฮ่าว และจากนั้นก็พุ่งเข้ามาโจมตี ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงกระหึ่มก็ดังก้องออกมาจากวิหารเซียน ซึ่งได้ลอยตรงมายังเมิ่งฮ่าวเพื่อโจมตีด้วยเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าพวกมันต้องการจะบดขยี้เขาไป พลังเซียนอันแข็งแกร่งพุ่งออกมาขณะที่พวกมันเข้ามาใกล้

เพียงมองไปแค่แวบแรก ก็แทบจะดูเหมือนว่าไม่อาจจะนับได้ว่าวิหารเซียนนี้มีจำนวนมากมายเท่าใดกันแน่ แต่จริงๆ แล้วก็มีทั้งหมดหนึ่งแสนหลัง และเป็นภาพลวงตาทั้งหมดไม่ใช่ของจริง ดูคล้ายกับเป็นเครื่องหมายผนึกหนึ่งแสนชิ้น บดขยี้ลงมายังเมิ่งฮ่าว ยิ่งไปกว่านั้นวิหารเซียนเหล่านี้ยังได้กระจาย…พลังแห่งผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเซียนออกมาอีกด้วย!

นี่คือทัณฑ์เซียน ที่มีแต่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรเซียนเท่านั้นถึงจะสามารถเอาชนะได้

สีสันแวบขึ้นไป และท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวสั่นสะท้าน ขณะที่หนึ่งแสนวิหารเซียนส่งเสียงกรีดร้องตรงไปยังเมิ่งฮ่าวในรูปแบบของภาพลวงตา

แรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อกดทับลงไปบนพื้นดินทั้งหมด ทำให้ดาวตงเซิ่งสั่นสะเทือน เมิ่งฮ่าวกลายเป็นจุดศูนย์กลางของทัณฑ์เซียนเพียงลำพัง ทำให้รับรู้ได้ถึงระดับความเข้มข้นของแรงกดดันนี้ รู้สึกราวกับว่ามีภูเขานับไม่ถ้วนกำลังบดขยี้ลงมาบนร่าง

พื้นฐานฝึกตนของเขาพุ่งขึ้นไป และภาพแห่งธรรมหนึ่งหมื่นจ้างก็สาดประกายด้วยแสงสีทอง ขณะที่มันต่อยหมัดตรงไปยังวิหารเซียนหลังแรกที่ใกล้เข้ามา

ขณะที่ภาพแห่งธรรมต่อยหมัดออกไป นักรบเซียนก็หายตัวไป และวิหารเซียนที่ใกล้เข้ามาก็เริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับกันภาพแห่งธรรมของเขาแค่สั่นสะท้านขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

ต่อมาวิหารเซียนหลังที่สองก็ตกลงมา จากนั้นก็สาม, และสี่…วิหารเซียนหลังแล้วหลังเล่าถูกบดขยี้ไป โลหิตไหลซึมออกมาจากปากของเมิ่งฮ่าว ขณะที่เขาโจมตีไปอย่างต่อเนื่อง

น่าเสียดายที่เขาค่อยๆ ถูกผลักดันให้กลับลงไปยังพื้นดินที่ด้านล่างอย่างช้าๆ วิหารเซียนดูเหมือนจะไร้จุดสิ้นสุด และเห็นได้ชัดว่าพวกมันต้องการจะผลักดันเมิ่งฮ่าวให้ตกลงไปบนพื้น และบดขยี้เขาจนแหลกเป็นชิ้นๆ!

การโจมตีไปยังวิหารเซียนแต่ละครั้งมักจะทำให้เกิดเป็นผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรง ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับเมิ่งฮ่าวมากยิ่งขึ้น เขาสามารถจะบดขยี้พวกมันไปสิบหลัง, ทำลายไปหนึ่งร้อยหลัง, ทำให้แตกกระจายไปหนึ่งพันหลัง แต่…พวกมันมีทั้งหมดหนึ่งแสนหลัง!

พลังของพวกมันยังคงพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และกลิ่นอายแห่งผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรเซียนก็กระจายออกไป ราวกับว่าเซียนทั้งหมด…ถูกบังคับให้ต้องคุกเข่าโขกศีรษะต่อกลิ่นอายนี้!

ถ้าไม่ยอมโขกศีรษะ ก็จะต้องถูกบดขยี้ไป!

เมื่อกลุ่มคนในตระกูลฟางมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ พวกมันก็เริ่มมีความกระวนกระวายใจมากขึ้น ผู้ฝึกตนอื่นๆ บนดาวตงเซิ่งต่างก็ตื่นตระหนก ทัณฑ์เซียนนี้เป็นสิ่งที่พวกมันไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต

ฟางซิ่วซานกำลังรู้สึกตื่นเต้น จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว ปรารถนาให้วิหารเซียนเหล่านั้น มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่ากว่าในตอนนี้ จะได้กำจัดเมิ่งฮ่าวไปโดยสิ้นเชิงในทันที

ปรมาจารย์จากสำนักและตระกูลต่างๆ แห่งขุนเขาทะเลที่เก้า เริ่มมีอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมาในทันที และพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“เหล่านั้นคือภาพของวิหารเซียนผู้ยิ่งใหญ่!”

“มีแต่ผู้ยิ่งใหญ่ในท่ามกลางเหล่าเซียนเท่านั้น ที่จะสามารถต่อสู้กลับไปยังทัณฑ์เซียนเช่นนี้ได้!”

“ข้าเกรงว่าฟางฮ่าวผู้นี้…ไม่อาจจะก้าวขึ้นไปได้ไกลมากกว่านี้อีกแล้ว”

ขณะที่พวกมันบ่นพึมพำ เมิ่งฮ่าวก็ต่อยหมัดออกไปยังวิหารเซียนอีกแห่ง โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากเขา และอาณาจักรความเป็นนิรันดร์ก็ทำงานอย่างไม่รู้จบ ดวงตาเริ่มมีความดุร้ายมากขึ้นไปกว่าเดิม

“พวกมันเป็นแค่ภาพสะท้อนของวิหารเซียนพร้อมกับกลิ่นอายผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น…ข้าจะแสดงให้ทัณฑ์เซียนนี้เห็นว่า…สิ่งที่เป็นภาพสะท้อนของผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ เป็นเช่นใด!”

“ตอนนี้เมื่อข้ามาถึงจุดนี้แล้ว การเปิดเผยตัวตนของข้าออกมาก็ไม่สำคัญอีกต่อไป ถึงเวลาที่จะแสดงให้ขุนเขาทะเลที่เก้ารู้ว่า ข้าคือฟางมู่ และฟางมู่…ก็คือข้า!” เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และยื่นมือขวาออกโบกสะบัดขึ้นไปในอากาศ เพื่อใช้เวทแห่งเต๋าของผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงพลังมากที่สุดของเขาออกมา

“สุดยอดสะพาน!”

 

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: