Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 984

I Shall Seal The Heaven Chapter 984

ตอนที่ 984

สามสิบสามสวรรค์!

ในอาณาจักรเซียน…จำนวนชีพจรเซียนของแต่ละคน เป็นการบ่งชี้ถึงความอ่อนแอหรือความแข็งแกร่งเมื่อต้องทำการต่อสู้

เป็นบางสิ่งที่คนทั้งหมดรับรู้ อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าไม่มีใครรู้ถึงเรื่องโชคชะตา หรือการเปลี่ยนแปลงที่จะปรากฏขึ้น เมื่อมีใครยืนกรานเต๋าของตนเอง

นั่นเป็นเพราะว่าในจิ่วต้าซานไห่ (เก้าขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่) มีแต่ตี้จ้างต้าจุนเท่านั้นที่เคยทำได้สำเร็จ แต่ตอนนี้เมิ่งฮ่าวเปิดชีพจรได้ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบสามจุด เหล่าปรมาจารย์อาณาจักรเต๋า รวมทั้งผู้ถูกเลือกเซียนแท้และผู้แข็งแกร่งอาณาจักรโบราณทั้งหมด ต่างก็สั่นสะท้านขึ้นโดยสิ้นเชิง และเริ่มตระหนักว่าอาจจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น

เซียนที่ยืนกรานเต๋าของตนเอง สามารถจะเปลี่ยนแปลงชีพจรเซียนของพวกมันได้อย่างแท้จริง!

นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ชีพจรได้หลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นความสามารถศักดิ์สิทธิ์ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ…ระดับพลังที่มากกว่าปกติถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเท่า สามารถจะถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้เกิดเป็นแรงกระแทกเข้าไปในจิตใจของผู้ฝึกตนทั้งหมดอย่างน่ากลัวและน่าตกใจยิ่ง

“เซียนที่ยืนกรานในเต๋าของพวกมันเอง ไม่จำเป็นต้องใช้เวทลับใดๆ ก็สามารถจะเพิ่มพลังของชีพจรเซียนตนเองเมื่อทำการต่อสู้ นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของเซียนเหล่านั้นเป็นเวทลับในตัวมันเองอยู่แล้ว!”

“เรื่องเช่นนั้นช่างน่าหวาดกลัวและน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมตี้จ้างต้าจุนถึงได้กลายมาเป็นราชันแห่งขุนเขาทะเลที่สี่!”

“เด็กผู้นี้…ช่างมีความสามารถอย่างที่ไม่อาจจะคาดคิดได้!”

ขุนเขาทะเลที่เก้าตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย ขณะที่สายตาทุกคู่ต่างก็จ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว

สิ่งที่เมิ่งฮ่าวกระทำมาจะต้องกลายเป็นตำนาน หรือความลี้ลับอย่างแน่นอน!

ชีพจรหนึ่งร้อยยี่สิบสามจุดไม่เพียงแต่จะทำให้เขากลายเป็นบุคคลอันดับหนึ่ง ในอาณาจักรเซียนแห่งขุนเขาทะเลที่เก้าเท่านั้น แต่ยังเป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่เคยถูกเปิดออกมาของคนทั้งหมดในจิ่วต้าซานไห่ (เก้าขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่) อีกด้วย!

กายเนื้อเซียนแท้ และพื้นฐานฝึกตนเซียนแท้!

ในตอนนี้เขาคือผู้ยิ่งใหญ่! เป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรเซียน!

เขาถูกห้อมล้อมด้วยมังกรเซียนที่กำลังแผดร้องคำรามอย่างน่าประหลาดใจหนึ่งร้อยยี่สิบสามตัว มังกรตัวสุดท้ายประกอบขึ้นมาจากเปลวไฟตลอดทั้งร่าง และกระจายพลังของกลิ่นอายแก่นแท้ออกมา!

“เสร็จสิ้นแล้ว” เมิ่งฮ่าวพึมพำ รับรู้ได้ถึงพลังเซียนอันไร้ขอบเขตที่อยู่ภายในร่าง ทำให้พื้นฐานฝึกตนของเขาแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็สามารถจะกล่าวได้ว่า ก่อนหน้านี้เมิ่งฮ่าวเป็นแค่ต้นไม้หนึ่งต้น แต่ในตอนนี้เขาคือผืนป่า!

ความรู้สึกถึงพลังได้ไหลผ่านไปทั่วร่าง ทำให้ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้าขณะที่มองขึ้นไป เขารู้สึกได้ว่าโลหิตกำลังเดือดพล่าน และสามารถจะรับรู้ได้ถึงปราณเซียนที่อยู่ภายในร่างได้อย่างชัดเจน

หลังจากที่ผ่านไปนานสักพัก เขาก็ยื่นสองมือออกไป

“กลับมา!” ขณะที่คำพูดนี้ดังก้องออกไป มังกรเซียนหนึ่งร้อยยี่สิบสามตัวที่อยู่ด้านนอกของประตูเซียนก็ส่งเสียงแผดร้องคำราม จากนั้นก็พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว เสียงกระหึ่มได้ยินมาขณะที่พวกมันหลอมรวมเข้าไปในร่างเขา ทำให้พลังพุ่งขึ้นไป

ในที่สุดประตูเซียนก็เริ่มจางหายไป แสงเซียนก็จางไปจนกระทั่งหมดสิ้น และปราณเซียนก็เหือดแห้งไป ทัณฑ์เซียนแท้ถูกเมิ่งฮ่าว…

เอาชนะไปได้โดยสิ้นเชิง!!

ตอนนี้เขากลายเป็นเซียนแล้ว!

เส้นผมที่ยาวของเมิ่งฮ่าวลอยพลิ้วไปมา และกระจายกลิ่นอายแห่งเซียนออกมา ตลอดทั้งร่างเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา ตอนนี้เขาแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้เขามีหน้าตาที่หล่อเหลา แต่ตอนนี้ได้กระจายความรู้สึกแห่งเทพเซียนออกมา ราวกับว่าแค่การปรากฏตัวขึ้นมาเพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอที่จะไปดึงดูดความสนใจของคนทั้งหมดได้แล้ว

ในช่วงเวลาเดียวกับที่ประตูเซียนได้จางหายไปโดยสมบูรณ์ ทันใดนั้นก็มองเห็นภาพสะท้อนอยู่รอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าว!

นักรบเซียนที่สวมใส่ชุดเกราะทองคำนับไม่ถ้วนได้ปรากฏขึ้น ขยายยืดยาวออกไปในทั่วทุกทิศทางจนยากที่จะนับได้ ทั้งหมดจ้องมองมายังเมิ่งฮ่าวอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะคุกเข่าลงไปและโขกศีรษะให้กับเขา

ในเวลาเดียวกันนั้น วิหารเซียนจำนวนมากก็ได้ปรากฏขึ้นใหม่อีกครั้ง กระจายเต็มไปทั่วบริเวณนั้น แท่นขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ด้านล่างเท้าของเมิ่งฮ่าว ยกเขาให้ลอยเด่นขึ้นไปเหนือคนทั้งหมด

แสงเซียนปรากฏขึ้นอีกครั้ง กระจายออกไปอย่างไร้ขอบเขต และกลุ่มเมฆก็ม้วนตัวไปมาเต็มไปทั่วบริเวณนั้น

มังกรทองนับไม่ถ้วนหมุนวนไปมาอยู่ที่ด้านบน ส่งเสียงคำรามด้วยความอ่อนน้อมออกมา เมื่อมองมาจากที่ห่างไกล ก็สามารถจะมองเห็นนักรบเซียนกำลังโขกศีรษะอยู่ มังกรทองยอมจำนน และจากนั้นเงาร่างอันเลือนรางนับไม่ถ้วนได้โผล่ออกมาจากวิหารเซียน ประสานมือและโค้งตัวลงต่ำให้กับเมิ่งฮ่าว

ท้องฟ้ามืดสลัวดูเลือนราง และท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวก็สั่นสะเทือน ผู้ฝึกตนทั้งหมดแห่งขุนเขาทะเลที่เก้าซึ่งกำลังเฝ้ามองดูเมิ่งฮ่าว ตกอยู่ในความเงียบไปโดยสิ้นเชิงเมื่อได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้

นี่คือ…ภาพนิมิตร!

เมื่อฝานตงเอ๋อร์กลายเป็นเซียน มีหงส์ร่อนมังกรเหิน เมื่อฟางเว่ยกลายเป็นเซียน นักรบหนึ่งหมื่นนายก้มศีรษะให้ อันที่จริงภาพนิมิตเช่นนี้ได้ปรากฏขึ้น เมื่อผู้ถูกเลือกคนอื่นๆ ได้บรรลุกลายเป็นเซียนกันทุกคน

ตอนนี้ ภาพนิมิตเช่นนี้ได้ปรากฏขึ้นสำหรับเมิ่งฮ่าวด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว ภาพนิมิตนี้ดูโอ่อ่าเกรียงไกรและน่าตกใจยิ่งกว่ามากนัก!

อันที่จริงมีอยู่หลายคนที่คาดคิดว่าภาพนิมิตนี้กำลังจะสิ้นสุดลง แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีอีกสิ่งได้ปรากฏขึ้นตรงบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับเมิ่งฮ่าว…เก้าขุนเขา!

เก้าขุนเขาเหล่านี้ทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน ขุนเขาเหล่านั้นคล้ายกับเป็นขุนเขาแห่งราชัน!

ระหว่างขุนเขาแต่ละลูกเป็นทะเล ซึ่งก็หมายความว่ามีทะเลอยู่เก้าแห่งด้วยเช่นกัน!

เก้าขุนเขา! เก้าทะเล! หนึ่งตะวัน, หนึ่งจันทรา และมีดวงดาวโคจรอยู่รอบๆ พวกมัน!

คนทั้งหมดที่มองเห็นภาพนี้ต่างก็สั่นสะท้านอยู่ภายในใจ สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรแห่งจิ่วต้าซานไห่ (เก้าขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่) แล้ว ไม่มีอะไรที่จะน่าตื่นตระหนกมากไปกว่าภาพนี้อีกแล้ว ไม่มีอะไรจะสามารถมาเทียบกับความงดงามของมันได้

“เก้าขุนเขา เก้าทะเล…คาดไม่ถึงว่าจะมีภาพนิมิตเช่นนี้ปรากฏขึ้น! การยืนกรานในเต๋าของตนเองช่างทรงพลังอย่างแท้จริง!!”

“เป็นไปได้หรือไม่ว่า…นี่เป็นการแสดงออกถึงการรับรองของเก้าขุนเขาทะเลเอง? เหนือผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังมีจอมราชัน! มีกลิ่นอายแห่งจอมราชันอยู่บนร่างมันหรือไม่?!”

“นับจากวันนี้เป็นต้นไป ขุนเขาทะเลที่เก้า…ได้มีตะวันอันเจิดจ้าดวงใหม่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งจะทำให้ขุนเขาทะเลทั้งหมดต้องสั่นสะเทือนอย่างแน่นอน!!” คนทั้งหมดตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว พวกมันไม่อาจจะทำจิตใจให้สงบลงได้ จากตอนที่เขาได้เริ่มเอาชนะทัณฑ์เซียน ก็มีความแตกต่างไปจากคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง และไม่ได้หยุดแต่เพียงเท่านี้ แม้แต่ในตอนที่เอาชนะทัณฑ์เซียนได้แล้ว ประตูเซียนได้จางหายไป เขาก็ยังคงทำให้คนทั้งหมดต้องตกตะลึงไปตามๆ กัน

เมิ่งฮ่าวมองไปยังภาพนิมิตที่อยู่รอบๆ ตัว และจากนั้นก็มองไปยังทิศทางของดาวหนานเทียนด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่ลึกๆ ภายในจิตใจ กล่าวพึมพำขึ้น

“เตีย, เหนียง ข้าได้สร้างชื่ออยู่ในตระกูลฟางแล้ว!”

“ซือจุน (ท่านอาจารย์) ท่านได้เห็นข้าจากที่ไหนสักแห่งในเต๋าคุนหลุนหรือไม่?”

“อี้ฟู่ (บิดาบุญธรรม) วิญญาณที่อยู่ในสรวงสวรรค์ของท่านได้เห็นข้าหรือไม่?”

“ชิงเอ๋อร์…ได้เห็นข้าหรือไม่?” นี่คือช่วงที่เขาน่าจะมีความสุขและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง แต่…ในความเป็นจริงแล้ว ก็ไม่มีใครยืนอยู่ที่ข้างกายเขาเพื่อร่วมยิ้มด้วยกันเลย

บิดามารดาอยู่บนดาวหนานเทียน ท่านอาจารย์อยู่ในเต๋าคุนหลุน อี้ฟู่…ได้กลายเป็นเถ้าธุลีไปนานแล้ว สวี่ชิงผู้เป็นภรรยา…ตอนนี้อยู่ในสถานที่ไหนสักแห่งเพื่อถือกำเนิดขึ้นมาใหม่

เมิ่งฮ่าวถอนหายใจ จากนั้นก็มองขึ้นไปและพยายามควบคุมอารมณ์ความรู้สึกอย่างดีที่สุด อีกครั้งที่ดวงตาเริ่มสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้า

“ชีพจรเซียนของข้าได้เปิดออกแล้ว ต่อไป…ก็ถึงเวลาที่จะสร้างวิญญาณเซียนของข้าขึ้นมา!”

“ทุกคนมีสามจิตเจ็ดวิญญาณ ดังนั้นชีพจรที่เปิดออกหนึ่งร้อยจุดก็สามารถจะสร้างเป็นสิบวิญญาณ!”

“จากความเข้าใจของข้า หลังจากชีพจรหนึ่งร้อยจุด แต่ละชีพจรที่มีเพิ่มขึ้นก็น่าจะสามารถสร้างเป็นวิญญาณอื่นๆ ได้อีก!”

“วิญญาณเซียน…ก่อตัวขึ้น!” เมิ่งฮ่าวกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ ในทันทีที่คำพูดหลุดออกมาจากปาก ชีพจรเซียนของเขาก็กระจายเสียงกระหึ่มอย่างรุนแรงออกมา

อย่างน่าตกใจยิ่ง ภาพแห่งธรรมขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง ในตอนนี้แทบจะถูกต้องถ้าจะกล่าวว่าภาพแห่งธรรมนี้…คือวิญญาณแห่งเซียนแท้!

มีความสูงถึงหนึ่งหมื่นสองพันสามร้อยจ้าง!

เสียงกระหึ่มได้ยินมา ขณะที่วิญญาณดวงที่สองก่อตัวขึ้น จากนั้นก็สาม และสี่…

วิญญาณเซียนแท้ทั้งสิบได้ปรากฏขึ้น แต่ละดวงได้กระจายพลังอันน่าตกใจออกไปทั่วทุกทิศทาง จากนั้นก็เป็นสิบเอ็ด, สิบสอง, สิบสาม…ปรากฏขึ้นมาทั้งหมด

วิญญาณแต่ละดวงที่ปรากฏขึ้นมานั้น ทำให้คนทั้งหมดที่มองไปต้องสั่นสะท้านขึ้น ระลอกคลื่นกระจายเข้าไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว และพลังของเมิ่งฮ่าวก็พุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

ตูมมมมมมม!

วิญญาณดวงที่ยี่สิบเอ็ด, ยี่สิบสอง, ยี่สิบสาม!

ในที่สุดวิญญาณดวงที่ยี่สิบเก้าก็ปรากฏขึ้น และจากนั้นก็สามสิบ!

วิญญาณเซียนทั้งหมดได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังเมิ่งฮ่าว นอกเหนือจากสิบวิญญาณดั้งเดิมแล้ว วิญญาณเซียนที่ปรากฏขึ้นมากกว่านั้นก็เนื่องมาจากโชควาสนาต่างๆ และความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของเขาเอง

วิญญาณดวงที่สามสิบเอ็ด, สามสิบสอง…ในที่สุดก็มีทั้งหมดสามสิบสามวิญญาณ!!

สามสิบสามวิญญาณเซียนแท้เหล่านี้ ได้ทำให้เกิดเป็นแรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อสามสิบสามชนิดแผ่กระจายออกไป ราวกับว่า…สวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นได้ปรากฏขึ้น!

สวรรค์มีอยู่มากมายเท่าใด? สามสิบสามสวรรค์คือจำนวนที่สูงสุด!

ในตำนานของจิ่วต้าซานไห่ (เก้าขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่) เหนือเก้าขุนเขาขึ้นไปเป็นสวรรค์สามสิบสามชั้น ถ้าใครสามารถจะทะลวงผ่านสามสิบสามสวรรค์เหล่านั้นขึ้นไปได้ ก็จะออกไปจากจิ่วต้าซานไห่ได้

ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามว่า…ทัณฑ์แห่งขุนเขาทะเล!

พื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าวส่งเสียงดังกระหึ่ม แต่ก็ไม่ได้หันหลังมองกลับไป เขาสามารถรับรู้ได้ถึงพลังของวิญญาณเซียนแท้ทั้งสามสิบสามดวงอยู่ที่ด้านหลัง แต่ก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะแข็งแกร่งมากแค่ไหนกันแน่

แต่ก็แน่ใจได้ว่า…ถ้าเขากลับไปยังดินแดนบรรพบุรุษ และได้เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งอาณาจักรโบราณซึ่งมีตะเกียงวิญญาณดับไปแล้วหนึ่งดวงในตอนนี้ เขาไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากนักรบศิลา…เพื่อที่จะสังหารพวกมันไปอีกแล้ว!

สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน ขณะที่เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่ที่นั่นในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ใต้เท้าของเขาเป็นแท่นขนาดใหญ่ และถูกห้อมล้อมด้วยนักรบเซียนที่กำลังโขกศีรษะอยู่นับไม่ถ้วน มองเห็นเก้าขุนเขาเก้าทะเล รวมทั้งหนึ่งตะวันและหนึ่งจันทรา ที่ห่างไกลออกไป เงาร่างมากมายได้โผล่ออกมาจากวิหารเซียน ประสานมือและก้มศีรษะให้

ด้านหลังเมิ่งฮ่าวเป็นวิญญาณเซียนแท้สามสิบสามดวง ซึ่งได้กลายเป็นสวรรค์สามสิบสามชั้น!

คนทั้งหมดที่มองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ ต่างก็ตื่นตระหนกไปโดยสิ้นเชิง

“สามสิบสามสวรรค์…ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมมันถึงเปิดชีพจรได้ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบสามจุด!”

“นั่นคือขีดจำกัดของอาณาจักรเซียนในจิ่วต้าซานไห่ นั่นคือวงจรอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง!” เหล่าปรมาจารย์อาณาจักรเต๋าแห่งสำนักและตระกูลต่างๆ เข้าใจถึงเรื่องนี้ได้ทั้งหมด พวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าว และสิ่งที่เห็นก็คือดวงตะวันอันเจิดจ้าของขุนเขาทะเลที่เก้า ซึ่งเป็นคนที่จะยิ่งมีชื่อเสียงมากขึ้นไปกว่าเดิมในที่สุด

ในเวลาเดียวกันนั้น ผู้ถูกเลือกเซียนแท้ของสำนักและตระกูลต่างๆ ทั้งหมดก็มองไปอย่างเงียบๆ จากสีหน้าของพวกมัน ทำให้สามารถจะบอกได้ว่าพวกมันต้องการจะต่อสู้กับเมิ่งฮ่าวมากกว่าสิ่งอื่นใด ผู้ถูกเลือกทั้งหมดไม่ว่าพวกมันจะเคยต่อสู้กับเมิ่งฮ่าวมาก่อนหรือไม่ ต่างก็เต็มไปด้วยความต้องการต่อสู้อย่างเข้มข้น

“ข้าต้องสู้! ถ้าไม่ ข้าก็จะถูกรบกวนโดยจิตมารนี้ตลอดไปชั่วกาลนาน!”

“มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นในเส้นทางของข้า คือการที่กล้าไปต่อสู้กับมัน และเอาชนะมันให้จงได้! จากนั้นข้าก็สามารถจะดิ้นรนให้มีชื่อเสียงขึ้นมาในยุคนี้ได้!”

“มันมีเวทลับที่ช่วยให้กลายเป็นเซียนที่ยืนกรานเต๋าของตนเอง แต่พวกเราก็มีเวทลับของตัวเองด้วยเช่นกัน เป็นมรดกที่ตกทอดกันมาในสำนักของพวกเรา ทำให้สามารถเพิ่มพลังของชีพจรเซียนได้เป็นหลายเท่า ดังนั้นการต่อสู้กับมัน…ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!”

ไท่หยางจื่อหมกมุ่นอยู่ในความคิดเช่นนี้ ซ่งหลัวตานกำหมัดจนแน่น สีหน้าหวังมู่เปลี่ยนไปด้วยความต้องการสังหาร จ้าวอีฝานชักกระบี่ออกมา ดวงตาฝานตงเอ๋อร์สาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้า

หลี่หลิงเอ๋อร์, ซุนไห่ และแม้แต่หวังเถิงเฟย รวมทั้งคนอื่นๆ ที่เมิ่งฮ่าวไม่เคยพบเห็นมาก่อน ซึ่งเป็นผู้ถูกเลือกที่ทะลวงผ่านเข้าไปเป็นเซียนแท้ทั้งหมด…

ต่างก็มีความต้องการจะต่อสู้อย่างรุนแรง!

เป็นเรื่องธรรมดาที่แม้แต่ฟางเว่ยก็ไม่เว้น มันลอยตัวอยู่กลางอากาศ มองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าวที่อยู่ในท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ดาว และดวงตาก็สาดประกายขึ้นด้วยความต้องการต่อสู้เท่าที่มันจะสามารถรวบรวมขึ้นมาได้

“ข้าคือฟางเว่ย และในยุคนี้ ข้าจะไม่ปล่อยให้ฟางฮ่าวส่องประกาย มีชื่อเสียงแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น!” ฟางเว่ยสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ จากนั้นก็ทำจิตใจให้เยือกเย็นลง การที่ได้เห็นเมิ่งฮ่าวเอาชนะทัณฑ์เซียนได้ด้วยสองตาของตนเอง คือประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทั้งชีวิตของมันไป ทำให้จิตใจมันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: