Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 994

I Shall Seal The Heaven Chapter 994

ตอนที่ 994

ตระกูลตกอยู่ในห้วงกลียุค!

ตระกูลฟางตกอยู่ในห้วงกลียุคไปโดยสิ้นเชิง!!

ผู้ฝึกตนที่กำลังมองดูอยู่ในขุนเขาทะเลที่เก้า อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงต่อภาพที่เห็นนั้น ไม่เคยมีสิ่งใดๆ ที่บ่งบอกว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาก่อน ฉับพลันนั้น…ทั่วทั้งตระกูลฟางก็ตกอยู่ในความปั่นป่วนโกลาหล!

ในเวลาเดียวกันนั้น เกราะป้องกันเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นที่ด้านนอกของดาวตงเซิ่งในทันที ปกคลุมไปทั่วทั้งดวงดาว ผนึกมันไว้โดยสิ้นเชิง!

ตอนนี้ดวงดาวแห่งนี้ทั้งหมดถูกโดดเดี่ยวแบ่งแยกออกไป ไม่ยอมให้ใครผ่านเข้ามาหรือจากไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต!

ที่ถูกผนึกไว้ด้านใน ไม่ใช่เพียงแค่คนทั้งหมดบนดาวตงเซิ่งเท่านั้น แต่ยังมีผู้ถูกเลือกจากสำนักและตระกูลต่างๆ ด้วยเช่นกัน พวกมันติดอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว มองไปด้วยความตกตะลึง ขณะที่ความวุ่นวายได้เกิดขึ้นมาตรงด้านล่างของดาวดวงนี้

เสียงกรีดร้องอย่างน่าอนาถใจดังก้องออกมาจากตระกูลฟาง ตามมาด้วยเสียงแผดร้องด้วยโทสะและเสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนก

“เจ้า…ฟางเจ๋ออี้, เจ้า…”

“ฟางไห่เทา, ท่านกำลังทำอะไร? ท่านเป็นอาของข้านะ!!”

“นี่คือการก่อกบฎ!! เจ้ากล้าที่จะทรยศตระกูลจริงๆ!?!?”

เสียงระเบิดอย่างน่าตกใจดังก้องออกไป ขณะที่ผู้อาวุโสสี่ในสิบส่วนจากคฤหาสน์โบราณของตระกูลฟางที่ออกมาชมดูการต่อสู้ระหว่างเมิ่งฮ่าวและฟางเว่ย จู่ๆ ก็โจมตีไปยังผู้อาวุโสของตระกูลด้วยกันเอง พวกมันปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่โหดเหี้ยมมากที่สุดออกมาในทันที

ผู้อาวุโสบางคนถูกต่อยจากทางด้านหลัง ร่างกายสั่นสะท้านพุ่งไปข้างหน้า โลหิตพ่นกระจายออกไปทั่วทุกที่ จากนั้นพวกมันก็หมุนตัวไปรอบๆ ด้วยเสียงแผดร้องที่เต็มไปด้วยโทสะ

บางคนก็ถูกโจมตีมาพร้อมกันทีเดียวหลายคน และก่อนที่จะทันได้มีปฏิกิริยาใดๆ ร่างกายก็แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ศีรษะลอยขึ้นไป ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ขณะที่พวกมันถูกสังหารไปทั้งร่างกายและวิญญาณ

บางคนก็สามารถจะหลบเลี่ยงการโจมตีอันโหดร้ายนั้นไปได้ พื้นฐานฝึกตนของพวกมันพุ่งขึ้นไปด้วยพลัง ขณะที่หมุนตัวไปเผชิญหน้ากับผู้ทรยศด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน เต็มไปด้วยโทสะและความไม่อยากจะเชื่อในแววตา

ตูมมมมมมม!

ในชั่วพริบตา ผู้อาวุโสมากกว่าครึ่งของหกในสิบส่วน ที่ยังคงจงรักภักดีต่อตระกูลต้องได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสไป มีอยู่มากมายหลายคนที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะป้องกันตนเอง ถูกสังหารไปในทันที!

โลหิตไหลนองไปทั่วทั้งคฤหาสน์โบราณ

นั่นคือสถานการณ์ของผู้อาวุโส แต่ความปั่นป่วนวุ่นวายนี้ก็ไม่ได้มีขีดจำกัดอยู่ที่พวกมัน กลุ่มสายโลหิตของฟางเว่ยแทบจะทั้งหมดขยับตัวเคลื่อนไหว ใบหน้าเต็มไปด้วยความดุร้าย ขณะที่พวกมันโจมตีไปยังสหายร่วมตระกูล ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออกไป ขณะที่สายโลหิตของตระกูลที่เคยเป็นกลางมาก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นผู้ทรยศด้วยเช่นกัน พวกมันขยับตัวขึ้นในทันที ทำการโจมตีไปยังสมาชิกของตระกูลคนอื่นๆ อย่างโหดเหี้ยม เสียงกรีดร้องอย่างน่าอนาถใจได้ยินมา ขณะที่ทั่วทั้งตระกูลสั่นสะท้าน และมีผู้คนตกตายไปนับไม่ถ้วน

โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากของฟางเซียงซาน นางล่าถอยไปทางด้านหลัง ขณะที่หนึ่งในพี่สาวร่วมตระกูลของนางไล่ติดตามมาด้วยความต้องการสังหาร

จากนั้นก็เป็นฟางอวิ๋นอี้ มันไม่ได้อยู่ในท่ามกลางเหล่าผู้ทรยศ ดังนั้นมันจึงมองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง ขณะที่โลกทั้งหมดของมันได้เปลี่ยนแปลงไป

ฟางซีกระอักโลหิตออกมา ขณะที่มันได้รับบาดเจ็บจากสมาชิกของตระกูลที่เป็นสายโลหิตหลักบางคน สีหน้าฟางซีเต็มไปด้วยโทสะและเดือดดาลใจ

“ฟางสุ่ย เจ้า…”

บุรุษหนุ่มที่ทำร้ายมันมองมาอย่างเงียบๆ อยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะโจมตีไปอีกครั้ง และคนทั้งสองก็เริ่มต่อสู้กันอย่างดุร้าย

ภาพแห่งความปั่นป่วนโกลาหลและต่อสู้กันอยู่นี้ ได้เกิดขึ้นมาอยู่ในสถานที่หลายแห่งทั่วทั้งตระกูลฟางในทันที

พื้นดินสั่นสะเทือน และอาคารบ้านเรือนก็พังทลายลงไป ขณะที่ความวุ่นวายกระจายตัวออกไป พื้นดินก็เต็มไปด้วยสีแดงของโลหิต ในชั่วพริบตาก็มีผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนต้องตกตายไป

สูงขึ้นไปในท้องฟ้า สือจิ่วซูและฟางซิ่วซานกำลังต่อสู้กันอยู่ เดิมทีสือจิ่วซูต้องการจะขัดขวางฟางซิ่วซานเท่านั้น แต่ตอนนี้ดวงตาท่านกลายเป็นสีแดงก่ำ และแผดร้องด้วยโทสะออกมา ขณะที่ปลดปล่อยการโจมตีอันน่ากลัวออกไปอย่างมากมาย

ฟางซิ่วซานแหงนหน้าขึ้นและหัวเราะอย่างดุร้ายออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

ทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากเกินไป แทบจะในทันทีที่ฟางซิ่วซานถูกขัดขวางโดยสือจิ่วซู ปู่ของฟางเว่ยก็บดขยี้แผ่นหยก และกลุ่มผู้อาวุโสสี่ในสิบส่วนก็โจมตีออกไป สูงขึ้นไปในกลางอากาศ เมิ่งฮ่าวเข้าไปใกล้ฟางเว่ย ยื่นมือออกไป และกำลังจะไปสัมผัสโดนหน้าผากของมัน

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาเดียวกันนี้เองที่ทันใดนั้น ความรู้สึกถึงอันตรายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ได้พุ่งขึ้นมาอยู่ในจิตใจ ความรู้สึกถึงอันตรายนี้ไม่ได้มาจากฟางซิ่วซาน ไม่ใช่จากปู่ของฟางเว่ย ทั้งไม่ได้มาจากความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นในตระกูล แต่มันออกมาจาก…ตัวของฟางเว่ยเอง!

ทันใดนั้น ท่าทางตะเกียกตะกายดิ้นรน จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของฟางเว่ย และทันใดนั้นสี่ม่านตาก็ได้ปรากฏขึ้น เกิดเป็นสองม่านตาอยู่ในดวงตาแต่ละข้าง จากนั้นม่านตาเหล่านั้นก็หลอมรวมเข้าด้วยกัน

ไม่มีใครมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้นอกจากเมิ่งฮ่าว ในทันทีที่เขารับรู้ได้ว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้น ก็รีบพุ่งถอยไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันนั้นเสียงกึกก้องก็ได้ยินออกมา เมื่อบริเวณที่เขาเพิ่งจะยืนอยู่เมื่อครู่นี้พังทลายลงไป พลังอันน่าเหลือเชื่อของอาณาจักรโบราณที่มีตะเกียงวิญญาณดับไปสิบดวงได้ปะทุออกมาในทันที

ถ้าเมิ่งฮ่าวลังเลแม้แต่แค่อึดใจเดียว เขาก็คงต้องตายไปอย่างแน่นอน

ในเวลาเดียวกันนั้น จู่ๆ ก็มีมือโผล่ออกมาจากท้องฟ้าที่แตกกระจายไป จากนั้นก็กดลงไปบนหน้าผากของฟางเว่ย

“หุ่นเชิดของข้า ตื่นขึ้นมา!” เสียงเก่าแก่โบราณกล่าวขึ้น ในเวลาเดียวกันนั้น ร่างกายของฟางเว่ยก็สั่นสะท้าน และแผดร้องเป็นเสียงแหลมเล็กออกมา

สูงขึ้นไปในกลางอากาศ หนังศีรษะเมิ่งฮ่าวด้านชา และสีหน้าก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ในตอนนี้เองที่เขาได้หันหน้ามองไปยังความปั่นป่วนวุ่ยวายทั้งหมด ที่กำลังเกิดขึ้นมาอยู่ในตระกูลฟาง

เขามองเห็นผู้คนตกตายไปมากมายนับไม่ถ้วน เขามองเห็นกลุ่มคนในตระกูลโจมตีซึ่งกันและกัน เป็นภาพที่ทำให้จิตใจต้องหมุนคว้าง…เขาไม่เคยเตรียมใจไว้ก่อนเลยว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น และทันใดนั้นจิตใจก็ต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง

ทุกแห่งหนที่เขามองไป ซากศพกำลังสุมทับกันไปมา สูงขึ้นไปในท้องฟ้า ผู้อาวุโสของตระกูลกำลังต่อสู้กันอย่างดุร้าย ที่ด้านล่างลงไปสมาชิกของตระกูลทั้งหมดตกอยู่ในความบ้าคลั่ง กลิ่นคาวโลหิตกระจายเต็มไปทั่วในอากาศ ทำให้ไม่มีทางที่จะขจัดมันออกไปได้แม้แต่น้อย

เมิ่งฮ่าวแทบไม่อยากจะเชื่อถึงภาพอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นมาอย่างฉับพลัน ซึ่งเขากำลังมองเห็นอยู่นี้

ดาวตงเซิ่งสั่นสะเทือนไปโดยสิ้นเชิง รวมทั้งสำนักเย่าเซียน (เซียนโอสถ) ต่างก็ประหลาดใจ แม้แต่ปรมาจารย์เอกะเทวะก็ต้องตกตะลึงไป

ถ้ากองกำลังบนดาวตงเซิ่งรู้สึกประหลาดใจ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงปฏิกิริยาของสำนักและตระกูลต่างๆ แห่งขุนเขาทะเลที่เก้า เมื่อพวกมันมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ จิตใจก็หมุนคว้างและดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง

“นี่…นี่เป็นไปไม่ได้!”

“นี่คือตระกูลฟาง! หนึ่งในสี่ตระกูลอันยิ่งใหญ่! แล้วจู่ๆ พวกมันมาเกิดกลียุคขึ้นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!?”

“ตระกูลฟาง…ตระกูลฟางกำลังตกอยู่ในสงครามกลางเมือง!!”

“ต้องมีกบฎอยู่ในตระกูล! ดูเหมือนว่าแทบจะครึ่งหนึ่งของตระกูลได้กลายเป็นกบฎ!!”

“เรื่องเช่นนี้กำลังทำให้ขุนเขาทะเลที่เก้าต้องสั่นสะเทือน!!!” กลุ่มผู้คนทั้งหมดของสำนักและตระกูลต่างๆ กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่กำลังมองเห็นอยู่นี้ ซึ่งมีแม่น้ำโลหิตกำลังไหลนองไปทั่วทั้งตระกูลฟาง!

“ฟางเฮ่อซาน เจ้ากำลังทำอะไรอยู่!?!?” ผู้เฒ่าสูงสุดแผดร้องตะโกนไปยังปู่ของฟางเว่ย “เจ้าก็รู้ว่าเหล่าปรมาจารย์ต่างก็อยู่ในคฤหาสน์โบราณเพื่อเข้าฌานตามลำพัง ความวุ่นวายเช่นนี้จะต้องไปปลุกพวกท่านให้ตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน! ถ้ามีแม้แต่คนเดียวในกลุ่มพวกท่านปรากฏตัวขึ้น เจ้าก็จะถูกลงโทษโดยการถูกสาปแช่งไปตราบชั่วนิรันดร์!” เส้นผมของผู้เฒ่าสูงสุดยุ่งเหยิงเป็นกระเซิง มันกำลังสั่นสะท้านและดวงตาก็กลายเป็นสีแดงก่ำ ราวกับว่าใกล้จะคลุ้มคลั่งไปแล้ว จิตใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นี่คือคฤหาสน์โบราณของตระกูลฟาง เป็นสถานที่ซึ่งตระกูลฟางได้สร้างขึ้นมาเป็นเวลานานหลายปีจนนับไม่ถ้วน แต่ทันใดนั้นมันก็ตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายเช่นนี้

ตลอดทั้งประวัติศาสตร์อันยาวนานของตระกูลฟาง ไม่เคยเกิดกบฏขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อน เรื่องเช่นนี้ทำให้โลหิตของผู้เฒ่าสูงสุดต้องเดือดพล่านด้วยโทสะ ขณะที่มันพุ่งตรงไปยังฟางเฮ่อซาน

ฟางเฮ่อซานซึ่งเป็นปู่ของฟางเว่ย ลอยตัวอยู่ในกลางอากาศ ใบหน้าเคร่งเครียดขณะที่มองไปรอบๆ ยังความวุ่นวายทั้งหมด มันมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตระกูล มองเห็นกลุ่มคนในตระกูลนับไม่ถ้วนที่กำลังตกตายไป มันได้กลิ่นคาวของเลือดเนื้อที่ถูกแยกชิ้นส่วนออกไป

“ข้ากำลังทำอะไรอยู่? นี่ไม่ใช่การตัดสินใจของข้า เป็นเพราะคนผู้นั้นได้บอกว่า ตระกูลฟางจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง และสำหรับปรมาจารย์ที่เจ้าเพิ่งจะเอ่ยขึ้นมาเหล่านั้น…?” จู่ๆ ฟางเฮ่อซานก็เริ่มหัวเราะขึ้นมาด้วยท่าทางแปลกๆ และไม่พูดอะไรออกมาอีก แต่ก้าวเท้าตรงไปและเริ่มต่อสู้กับผู้เฒ่าสูงสุด

เมื่อผู้เฒ่าสูงสุดมองเห็นสีหน้าของฟางเฮ่อซาน จิตใจมันก็เริ่มเต้นรัว

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังเต็มอยู่ในอากาศ ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะท้าน สิ่งปลูกสร้างในสถานที่มากมายหลายแห่ง ที่อยู่รอบๆ คฤหาสน์โบราณของตระกูลฟางพังทลายลงไป สิ่งมีชีวิตมากมายได้ปรากฏขึ้นอยู่ในพื้นดิน ทำให้เกิดเป็นการเข่นฆ่าสังหารอย่างโหดเหี้ยมมากขึ้นไปกว่าเดิม

ในเวลาเดียวกับที่ตระกูลฟางตกอยู่ในห้วงกลียุค ลึกเข้าไปในซอกหลืบของคฤหาสน์ ภายในถ้ำศิลา ปรมาจารย์รุ่นเจ็ดลุกขึ้นมายืน สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะและความไม่อยากจะเชื่อ ตลอดทั้งร่างกำลังสั่นสะท้าน และกำลังจะกระทืบเท้าและบินออกไปจากถ้ำศิลา เพื่อไปหยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้

ไม่เพียงแต่ปรมาจารย์รุ่นเจ็ดเท่านั้น ในเวลาเดียวกันนั้น เหล่าปรมาจารย์คนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นมายืนด้วยเช่นกัน แต่ในตอนนั้นเอง…

ฉับพลันนั้นปรมาจารย์รุ่นหกก็ยื่นมือผลักออกไปข้างหน้า ทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นอันทรงพลังระเบิดออกมา และกลายเป็นเกราะป้องกันไปในทันที ไม่ยินยอมให้ใครจากไปแม้แต่คนเดียว

“ท่านทั้งหลาย เหล่าฟูไม่ต้องการจะลงมือกับพวกท่านจริงๆ โปรดรอคอยอยู่ในที่แห่งนี้สักครู่จนกระทั่งเรื่องที่ด้านบนเรียบร้อยแล้ว เหล่าฟูก็จะปล่อยพวกท่านออกไป” มันกล่าวขึ้นอย่างช้าๆ

“เหล่าลิ่ว! (พี่หก)” ปรมาจารย์รุ่นเจ็ดร้องตะโกนขึ้น หมุนตัวกลับมาดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยรังสีสังหาร ในช่วงวิกฤตแห่งความปั่นป่วนวุ่นวายนี้ พวกมันจำเป็นต้องแสดงตัวขึ้นโดยไม่ลังเล เพื่อแก้ไขเรื่องราวในทันที การกระทำอย่างเชื่องช้าแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้ตระกูลต้องสูญเสียไปอย่างร้ายแรงมากขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่มันร้องตะโกน ก็รีบพุ่งตรงไปยังปรมาจารย์รุ่นหก

“เจ้าเพียงคนเดียว คิดว่าจะขัดขวางพวกเราทั้งหมดได้? เจ้าคิดว่าการพึ่งพาเพียงแค่ฟางเฮ่อซานที่ด้านนอกนั่น ก็จะทำการกบฏได้สำเร็จ?” โทสะของปรมาจารย์รุ่นเจ็ดเดือดพล่านขึ้นไปถึงสวรรค์ และรังสีสังหารก็ระเบิดออกมาจากร่างมัน แต่ขณะที่มันเริ่มจะเคลื่อนที่ตรงไป รอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของปรมาจารย์รุ่นหก

“ผู้เยาว์ฟางเฮ่อซานเป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งในตระกูลเท่านั้น สำหรับที่แห่งนี้ เจ้าคิดว่าข้าจะกระทำตามลำพัง? เหล่าชี (น้องเจ็ด)”

ขณะที่คำพูดหลุดออกมาจากปากของปรมาจารย์รุ่นหก สีหน้าของปรมาจารย์รุ่นเจ็ดก็บิดเบี้ยวขึ้นด้วยความตกตะลึง ขณะที่ปรมาจารย์รุ่นสี่หันหน้ามาในทันใด ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยรังสีสังหาร และจากนั้นก็โจมตีไปยังปรมาจารย์รุ่นห้า

“ซื่อเกอ (พี่สี่) ท่านกำลังทำอะไร?!” เสียงระเบิดอันน่าตกใจได้ยินมา ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ปรมาจารย์รุ่นห้ามีพื้นฐานฝึกตนที่ลึกล้ำ ดังนั้นถึงแม้ว่าจะถูกโจมตีโดยไม่คาดคิด แต่ก็ยังคงลุกขึ้นมายืนได้

ในเวลาเดียวกันนั้น ปรมาจารย์รุ่นที่สองก็หัวเราะเป็นเสียงเย็นชาออกมา ขณะที่มันก้าวเท้าตรงไปข้างหน้า และใบหน้าของปรมาจารย์รุ่นสามก็เปลี่ยนเป็นซีดขาว

ในแง่ของพลังแล้ว ปรมาจารย์รุ่นที่สองเป็นรองเพียงแค่ปรมาจารย์ปฐพีแห่งตระกูลฟางเท่านั้น กลิ่นอายอันน่ากลัวของมันทำให้จิตใจของปรมาจารย์คนอื่นๆ ต้องสั่นสะท้าน

จากหกคนในตอนนี้ มีอยู่สามคนที่กลายเป็นคนทรยศ!

เกิดเป็นเสียงระเบิดอย่างน่าตกใจดังขึ้นมา ขณะที่การโจมตีถูกปลดปล่อยออกไปอยู่ภายในถ้ำศิลา ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือน โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของปรมาจารย์รุ่นเจ็ด สีหน้ามันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจขณะที่ร้องถามขึ้น “ทำไม?!”

คนทั้งหกเหล่านี้นั่งเข้าฌานตามลำพังด้วยกันมานานหลายปี ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พี่น้องสายโลหิตเดียวกัน แต่ในแง่ของความผูกพันของแต่ละคน ก็แทบจะเหมือนกับเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ทำให้พวกมันต่างก็เรียกขานเป็นพี่เป็นน้องซึ่งกันและกัน

บุคคลที่ตอบคำถามปรมาจารย์รุ่นเจ็ดคือ ผู้แข็งแกร่งมากที่สุดในท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านี้, ปรมาจารย์รุ่นที่สอง

“เหล่าชี ข้าไม่ต้องการจะหลอกลวงเจ้า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ…มรดกแห่งราชันหลี่!”

การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงนี้ทำให้ตระกูลฟางต้องสั่นสะเทือน เสียงระเบิดดังเต็มอยู่ในอากาศ และดาวตงเซิ่งทั้งหมดกำลังสั่นไปมา ผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าแห่งสำนักและตระกูลต่างๆ มองไปด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

ในเวลาเดียวกันนั้น ปรมาจารย์ปฐพีที่อยู่ในท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ดาวที่ด้านนอกของดาวตงเซิ่ง เมื่อได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ แววตาแปลกๆ ก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของมัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครสามารถจะรับรู้ได้ก็ตามที มันมองเห็นกลุ่มคนในตระกูลกำลังตกตายไปบนดวงดาวที่อยู่ด้านล่าง และรู้ด้วยว่าไม่ว่าใครจะชนะหรือพ่ายแพ้ ตระกูลก็คงจะเกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในแง่ของกองกำลังทั้งหมดของพวกมัน แต่กระนั้นดวงตามันก็ยังคงแวบขึ้นราวกับว่ามันกำลังเยาะเย้ยต่อผู้ทรยศของตระกูล!

ร่างมันแวบขึ้นขณะที่เตรียมตัวจะพุ่งกลับไปยังดาวตงเซิ่ง เมื่อพิจารณาถึงระดับพื้นฐานฝึกตนของมันแล้ว ใครก็ตามสามารถจะบอกได้ว่าเมื่อไหร่ที่มันไปถึงที่นั่น ไม่ว่าจะมีผู้ทรยศมากมายแค่ไหน พวกมันก็คงจะไม่อาจจะต่อสู้กับมันได้!

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ดูเหมือนว่ามันกำลังจะขยับตัวเคลื่อนไหว รอยยิ้มอันเย็นชาก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนผู้หนึ่ง คนผู้นี้มาเพื่อต่อสู้กับเมิ่งฮ่าว แต่หลังจากที่ได้เห็นเขาเอาชนะผู้ถูกเลือกคนอื่นๆ แล้ว ก็ต้องหยุดชะงักไป ตอนนี้คนผู้นี้จู่ๆ ก็แวบขึ้นไปอยู่ที่เบื้องหน้าของปรมาจารย์ปฐพีตระกูลฟาง

นางเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้น ในท่ามกลางกลุ่มผู้ถูกเลือกทั้งหมด…ที่ยังไม่ได้ต่อสู้กับเมิ่งฮ่าว!

นางไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นคนที่ใครๆ ต่างก็รู้จักกันดีในนามว่า จี้ยิน!!

แต่จริงๆ แล้วนางไม่ใช่จี้ยิน!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: