Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1097


ตอนที่ 1097 ผมไม่ชอบให้ใครมาเต๊ะท่าใส่

ผู้อาวุโสมีอายุประมาณ 60 ปี มีผมขาวโพลนและคิ้วเฉียบคมที่ดูเหมือนลูกศร รังสีสังหารที่เขาแผ่ออกมานั้นบ่งบอกว่าเป็นผู้คร่ำหวอดการสู้รบ พละกำลังของเขาก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 4 จิตวิญญาณต้นกำเนิด-ขั้นต้น

“เขาคือหนึ่งในคู่แฝดโจรสลัดแห่งทุ่งหญ้าทิศเหนือ โจรสลัดเขย่าโลก เตาโคว่!”

เมื่อเห็นทีท่าของอีกฝ่าย เจ้าหน้าที่ก็หน้าซีดเผือด เขารีบส่งโทรจิตหาจางเซวียน “ชายที่อยู่ตรงนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อโจรสลัดเขย่าโลก เป็นหัวโจกที่อาศัยอยู่ใกล้กับทุ่งหญ้าทิศเหนือ ไม่เพียงแต่จะมีพละกำลังมาก ยังโอหังและไม่ทำตามกฎใดๆ เลยด้วย จะดีที่สุดหากไม่ทำให้เขาอารมณ์เสีย”

ทุ่งหญ้าทิศเหนือเป็นชื่อของอาณาเขตที่อยู่ในสังกัดของจักรวรรดิฉิงหย่วนอันทรงเกียรติ มันกินพื้นที่ใหญ่กว่าจักรวรรดิขั้น 1-หงหย่วนเสียอีก การเป็นหัวโจกในดินแดนนั้นจึงบ่งบอกถึงพละกำลังแข็งแกร่งของเตาโคว่ได้เป็นอย่างดี

“เขาไม่ทำตามกฎเกณฑ์ใดๆ เลย ก็แล้วอย่างไรล่ะ? รองประธานชูรับหินวิเศษของผมไปแล้ว เธอจะคืนคำหรือ?” จางเซวียนส่ายหัว ไม่ใส่ใจในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด

สภาปรมาจารย์จะไม่มีวันปล่อยให้พวกที่ไม่ทำตามกฎเกณฑ์เข้ามาอวดเบ่งในพื้นที่เด็ดขาด ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นนักรบขั้นจิตวิญญาณต้นกำเนิดก็ตาม จะต้องทำตามลำดับขั้น

“มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ โจรสลัดเขย่าโลกเตาโคว่เป็นคนโหดร้าย คุณต้องระวังเขาให้ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาแย่งชิงโควต้าจากคนอื่น และลูกค้าคนก่อนที่ปฏิเสธเขาก็ลงเอยด้วยความโชคร้าย”

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังอธิบายให้จางเซวียนฟัง รองประธานชูก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ฉันได้ร่ายมนต์กระตุ้นจิตวิญญาณให้กับลูกค้าไป 2 คนแล้ว แต่สุภาพบุรุษคนนี้มาถึงก่อนคุณ และเขาก็จ่ายค่าธรรมเนียมแล้วเช่นกัน เกรงว่าคุณจะต้องรอรอบต่อไปแล้วล่ะ!”

ในฐานะรองประธานสมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณ ก็เป็นธรรมดาที่เธอจะต้องทำตามกฎ

แถมคนที่อยู่ตรงหน้าเธอก็เป็นปรมาจารย์ด้วย

“คุณบอกว่าไอ้หนุ่มนี่มาก่อนผมเรอะ ปัญหานี้แก้ง่ายจะตาย!” เตาโคว่หัวเราะลั่นและเดินไปหาจางเซวียน เขาใช้น้ำเสียงข่มขู่ “สหาย ขอโควต้าให้ผมละกันนะ คุณจ่ายหินวิเศษขั้นสูงไปแล้ว 100 ก้อนใช่ไหม? เอ้านี่ 200 ก้อน, ถือซะว่าเป็นค่าชดเชยจากผมก็แล้วกัน!”

ขณะที่พูดอย่างนั้น เตาโคว่ก็สะบัดข้อมือ แล้วหินวิเศษขั้นสูง 200 ก้อนก็ลงมากองกับพื้นตรงหน้า

การโก่งราคาให้เป็น 2 เท่าภายในชั่วอึดใจเดียวนั้นเป็นข้อต่อรองที่ยากจะต้านทาน

หลังจากพูดจบ เตาโคว่ก็เอาสองมือไพล่หลัง รอให้อีกฝ่ายเก็บหินวิเศษขั้นสูงขึ้นมา ในความเห็นของเขา ไม่มีทางที่นักรบระดับเซียนขั้น 1 จะโง่ถึงขนาดทะเลาะเบาะแว้งกับเขาด้วยเรื่องโควต้าเพียงเท่านี้

แต่กลับตรงกันข้าม ชายหนุ่มดูจะไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด เขายังคงจ้องมองรองประธานชูและถามว่า “คุณบอกว่าการปลุกจิตวิญญาณขึ้นมาเป็นเรื่องยาก ไม่ทราบว่าความยากระดับไหน? บางทีผมอาจจะพอให้ความช่วยเหลือได้บ้าง”

เห็นชายหนุ่มไม่ใส่ใจท่านอาจารย์ของเขา ชายวัยกลางคนมีสีหน้าไม่พอใจ เขาตวาดก้อง “ไอ้หนุ่ม หูหนวกหรือไง? ไม่ได้ยินหรือว่าท่านอาจารย์ของฉันพูดกับแกอยู่?”

แต่จางเซวียนก็พูดกับรองประธานชูต่อไป ราวกับชายวัยกลางคนผู้นั้นไม่มีตัวตน “ผมอาจไม่เข้าใจการร่ายมนต์เรียกจิตวิญญาณมากนัก แต่ผมพร้อมที่จะเรียนรู้”

“เรียนรู้?” รองประธานชูส่ายหัว “การพลิกฟื้นจิตวิญญาณนั้นไม่ใช่อาชีพเฉพาะ จึงไม่ใช่อะไรที่จะสามารถเชี่ยวชาญกันได้ง่ายๆ หากคุณเริ่มเรียนรู้ตอนนี้ก็ไม่ทันหรอก การปลุกจิตวิญญาณที่หลับไหลนั้นต้องการการควบคุมที่แม่นยำและเป็นกระบวนการที่ยุ่งยาก ฉันยังรับประกันให้คุณไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจะทำสำเร็จ”

“เอ่อ” จางเซวียนขมวดคิ้ว “แล้วจะมีผลเสียอะไรไหมหากคุณปลุกจิตวิญญาณของหม้อต้นกำเนิดทองคำไม่สำเร็จ?”

การปลุกไม่สำเร็จนั้นยังพอรับได้ แต่สิ่งที่จะรับไม่ได้ก็คือกรณีที่จิตวิญญาณของหม้อต้นกำเนิดทองคำต้องเสื่อมสลายไป

“ไม่ต้องห่วง ถึงทำไม่สำเร็จก็ไม่เสียหายอะไรกับจิตวิญญาณในของล้ำค่า” รองประธานชูตอบยิ้มๆ

“ผมต้องขอรบกวนรองประธานชูสำหรับเรื่องนี้ด้วย ถ้าคุณปลุกจิตวิญญาณของหม้อต้นกำเนิดทองคำได้สำเร็จ ผมจะตอบแทนน้ำใจของคุณอย่างงาม” จางเซวียนโค้งคำนับ

“ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจไปหรอก ฉันเองก็ไม่มั่นใจนักว่าจะทำสำเร็จ จึงอยากขอร้องคุณว่าอย่าเพิ่งคาดหวังมากเกินไป แต่รับประกันได้ว่าฉันจะทำอย่างดีที่สุด” รองประธานชูพยักหน้า

ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงปรมาจารย์และมีของล้ำค่าอยู่ในครอบครอง ก็แปลว่าเขาย่อมไม่ใช่คนธรรมดา เสียงของรองประธานชูจึงไม่มีวี่แววของความไม่เคารพเจือปนอยู่แม้แต่น้อย

ถึงรองประธานชูจะไม่กล้ายั่วโมโหชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า แต่ก็ไม่ใช่กับเตาโคว่และชายวัยกลางคน

“ไอ้หนุ่ม เรากำลังพูดกับแกอยู่นะ กล้าดีอย่างไรมาเมินเรา?” เพราะไม่กล้ามีเรื่องกับรองประธานชู ชายวัยกลางคนจึงเดินเข้าใส่จางเซวียน ดวงตาของเขาเข้มข้นด้วยเจตนาสังหาร

การที่ไอ้หมอนี่จะเมินเขาก็เรื่องหนึ่ง แต่ถึงกับเมินท่านอาจารย์ของเขาด้วย ให้อภัยไม่ได้!

ด้วยวรยุทธระดับเซียนขั้น 3-สูงสุด ต่อให้เขาไม่ทำอะไร แรงกดดันที่เขาแผ่ออกมาก็หนักหน่วงพอจะทำให้นักรบระดับเซียนขั้น 1 ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวแล้ว

จางเซวียนมองหน้าชายวัยกลางคนอย่างเฉยชาขณะที่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พ่อหนุ่ม ระมัดระวังกิริยาหน่อยนะ ถ้าคุณดูถูกผมล่ะก็ ผมอาจจะตอบรับข้อเสนอของคุณก็ได้!”

“แกมันรนหาที่ตาย!” ได้ยินคำนั้น ชายวัยกลางคนหน้าถอดสีด้วยความโกรธ

ไม่น่าเชื่อว่าชายวัย 20 ปีคนหนึ่งจะกล้าเรียกเขาว่าพ่อหนุ่มและพูดด้วยราวกับพูดกับรุ่นน้อง เขาโมโหจนแทบจะระเบิด

เมื่ออดทนไม่ไหวอีกต่อไป ชายวัยกลางคนเงื้อฝ่ามือขึ้นและปล่อยพลังเข้าใส่จางเซวียน

เมื่อเห็นภาพนั้น รองประธานชูหน้าดำคร่ำเครียด เธอก้าวออกมายับยั้งชายวัยกลางคนทันที แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างนั้น ชายหนุ่มก็เงยหน้ามองและตวาดก้อง “ไสหัวไป!”

บึ้ม!

ราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางห้อง

เปรี้ยง! เปรี้ยง!

ชายวัยกลางคนดูเหมือนจะได้รับความกระทบกระเทือนหนัก ใบหน้าของเขาซีดเผือดและถอยกรูดไป 8 ก้าว เลือดกระอักออกมาจากปากของเขา

แม้ระดับวรยุทธของเขาจะเหนือกว่าจางเซวียนมาก แต่จางเซวียนเป็นเซียนฟ้าประทานซึ่งมีประสิทธิภาพการต่อสู้เหนือชั้นกว่านักรบทุกคนที่มีวรยุทธต่ำกว่าระดับจิตวิญญาณต้นกำเนิดลงมา เมื่อเจอกับนักรบที่ไม่ได้เป็นแม้แต่ปรมาจารย์ เขาจึงไม่จำเป็นต้องใช้แม้แต่นิ้ว ลำพังแค่เสียงตะโกนก็เพียงพอที่จะทำลายปราการจิตใจของอีกฝ่ายและทำให้วรยุทธของเขาแปรปรวนแล้ว

“เหยียนชี!”

เห็นลูกศิษย์ของเขาได้รับความบอบช้ำจากเสียงตะโกนเพียงครั้งเดียว เตาโคว่หน้าตาถมึงทึง เขารีบถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปในร่างของศิษย์สายตรงเพื่อบรรเทาพิษบาดแผล จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นจ้องชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นเยียบ “ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์และมือบรรเลงบทเพลงปีศาจ? สหาย ไม่รู้สึกว่าตัวเองทำเกินเลยไปหน่อยหรือ?”

ด้วยประสบการณ์อันคร่ำหวอดของเขา เขาอ่านการโจมตีของชายหนุ่มได้ในทันที

มันเป็นเพียงแค่คำคำเดียว แต่ที่ถ่ายทอดอยู่ในนั้นคือความแข็งแกร่งตามแบบของมือบรรเลงบทเพลงปีศาจและผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ ทำให้ยากที่จะรับมือ

“ถ้าผมไม่ตอบโต้ ป่านนี้คงลงไปกองกับพื้นแล้ว” จางเซวียนตอบก่อนจะเมินหน้าไปทางอื่น

“ลูกศิษย์ของผมออกจะอารมณ์ร้อนไปบ้าง แต่เขาจะไม่ทำร้ายใครโดยไม่มีเหตุผล!” เตาโคว่คำราม “ในเมื่อคุณทำร้ายลูกศิษย์ของผม ผมก็เชื่อว่าผมมีสิทธิที่จะตอบโต้ แต่ในเมื่อคุณเป็นแค่นักรบระดับเซียนขั้น 1 ผมจะไม่รังแกคุณหรอกนะ, 3 ครั้ง ถ้าคุณได้แตะชายเสื้อของผมภายในการออกตัว 3 ครั้ง ผมจะจบเรื่องนี้และไปทันที แต่ถ้าไม่ล่ะก็ คุณจะต้องมอบโควต้าของคุณให้ผมและกลับไปซะ หรือไม่ก็ต้องเตรียมตัวรับมือความขุ่นเคืองของผมกันหน่อย!”

ในฐานะหัวโจกแห่งทุ่งหญ้าทิศเหนือ เขาเคยถูกใครหยามหน้าเสียที่ไหน?

“3 ครั้ง?” จางเซวียนเลิกคิ้ว “ได้สิ คุณเริ่มเลย!”

“…..” เตาโคว่หายใจหายคอไม่ออก ผมหมายความว่าผมจะให้คุณโจมตีผม 3 ครั้ง!”

จางเซวียนหน้าระรื่นขึ้นมาทันที “คุณแน่ใจนะ?”

“แน่ใจสิ!” เตาโคว่ตอบอย่างมั่นใจ

แม้ชายหนุ่มคนนี้จะทรงพลังและสามารถทำศิษย์สายตรงของเขาบาดเจ็บได้เพียงแค่การคำราม แต่เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นผู้มีทักษะในการใช้จิตวิญญาณเท่านั้น

เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ทุ่มเทให้กับการฝึกฝนศิลปะของจิตวิญญาณจะมีกายเนื้อที่อ่อนแอ เรื่องนี้เป็นที่รู้กันในหมู่นักรบทั่วไป อีกอย่าง ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังอายุน้อย เขาจะแข็งแกร่งได้แค่ไหนกันเชียว

นี่คือเหตุผลที่เตาโคว่ยื่นข้อเสนอแบบนี้

ใครๆ ที่อยู่ในทุ่งหญ้าทิศเหนือต่างก็รู้ดีว่านี่เป็นการดวลที่ไม่แฟร์ ทั้งข้อเท็จจริงที่ว่าเตาโคว่เป็นนักรบระดับเซียนขั้น 4 เขายังมีความเชี่ยวชาญในเรื่องความเร็วด้วย การดวลกับนักรบระดับเซียนขั้น 1 นั้นเท่ากับหาเรื่องสังหารอีกฝ่ายดีๆ นี่เอง

“ได้เลย!” จางเซวียนพยักหน้า ไม่ใส่ใจรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเตาโคว่

พริบตาต่อมา ร่างของเขาก็พร่าเลือน ก่อนที่ใครจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไปยืนตรงหน้าเตาโคว่แล้ว

แม้เขาจะไม่ค่อยเต็มใจฝึกฝนวรยุทธในเคล็ดวิชาการเดินทางอันไร้จุดจบ เพราะมีข้อบกพร่องอยู่หลายข้อ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งมันไป ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้พยายามผนวกมันเข้ากับเคล็ดวิชาเทียบฟ้า จึงทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกมาก แม้จะยังทำไม่ได้ดีนักกับการเคลื่อนที่ระยะไกล แต่ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพดีหากเป็นระยะประชิด

นับจากระยะเวลาที่เขาเคลื่อนไหวไปจนปรากฏตัวตรงหน้าเตาโคว่ กินเวลาไม่ถึง 1 ใน 10 อึดใจด้วยซ้ำ

พลั่ก!

ทันทีที่จางเซวียนปรากฏตัว หมัดก็ถูกปล่อยออกไป

“แก!” นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพรวดเข้ามาตั้งแต่เขายังไม่ทันเตรียมตัว แถมยังใช้ความเร็วขนาดนี้ เตาโคว่หน้าซีดด้วยความสะพรึง

เขายกมือขึ้นเพื่อตอบโต้ทันที แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่าหมัดของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ารวดเร็วกว่าที่เขาคิดไว้ เขารู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก แล้วก็ต้องร้องโหยหวนเมื่อถูกสอยกระเด็นไป

พลั่ก!

เตาโคว่กระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง ตัวของเขาค่อยๆ รูดลงมากองอยู่ที่พื้น นัยน์ตาเหลือกลาน และจากนั้นก็สลบไป

“โจรสลัดเขย่าโลกเตาโคว่นั้นมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในเรื่องความเร็วและเทคนิคการเคลื่อนไหว ฝ่าเท้าใบไม้ร่วงของเขาทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วราวกับภาพลวงตา คุณไม่ควรจะสู้กับเขา”

คำพูดนี้ดูจะซับซ้อน แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที ตอนที่ชายหนุ่มได้ยินจางเซวียนตอบรับคำท้า เขาก็รีบส่งโทรจิตหา แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบ เตาโคว่ก็แหงแก๋อยู่กับพื้นเสียแล้ว ทำให้เขาพูดไม่ออก ปล่อยให้ทุกอย่างวนเวียนอยู่ในหัว

เท่าที่เห็น ก็ชัดเจนว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้อายุมากกว่าเขาสักเท่าไหร่ ใครจะไปคิดว่าจะสามารถทำให้นักรบระดับตัวอ่อนจิตวิญญาณได้รับบาดเจ็บเพียงแค่การตะโกน และทำให้นักรบระดับจิตวิญญาณต้นกำเนิดบาดเจ็บได้เพียงแค่การใช้หมัด

ด้วยเทคนิคการเคลื่อนไหวของเขา, ฝ่าเท้าใบไม้ร่วง โจรสลัดเขย่าโลกเตาโคว่สามารถเอาชนะได้แม้แต่นักรบขั้นจิตวิญญาณต้นกำเนิดขั้นสูงสุด เพราะเทคนิคนี้ที่ทำให้เขาเป็นที่ร่ำลือไปทั่วทุ่งหญ้าทิศเหนือ แต่ยังไม่ทันที่เตาโคว่จะได้ใช้เทคนิคการเคลื่อนไหวของเขา ก็ถูกน็อคสลบเสียก่อน

ชายหนุ่มได้แต่กลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่น

โชคดีที่เขาไม่คิดจะขโมยของล้ำค่าระดับเซียนขั้นกลางจากมือของอีกฝ่าย เพราะหากทำอย่างนั้น คงได้ลงไปนอนอยู่กับพื้น

“อาจารย์!”

ในตอนนั้น ชายวัยกลางคนก็เริ่มฟื้นตัว เขารีบพุ่งเข้าไปช่วยเหลืออาจารย์ของเขา

ซึ่งในขณะเดียวกัน จางเซวียนก็ได้แต่มองเตาโคว่ที่สลบไสลและส่ายหัว

3 หน?

หนเดียวยังเอาตัวไม่รอดเลย มีพละกำลังเพียงแค่นี้ จะโชว์ออฟหาอะไร?

ผมนึกว่าคุณจะเป็นคู่ต่อสู้ที่มีกึ๋นกว่านี้ เอาจริงๆ นะ ผมไม่ชอบคนที่เต๊ะท่าโดยไม่ได้มีความสามารถจริงๆ

น่าอาย! น่าอายมากๆ !

พูดกันตามตรง ถ้าเตาโคว่ใช้พละกำลังที่แท้จริงของเขาในฐานะนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิดโจมตีจางเซวียนตั้งแต่แรก เขาก็ยังพอจะรับมือไหว

แต่เขากลับเลือกที่จะให้จางเซวียนออกตัว 3 ครั้ง ซึ่งเป็นการรนหาที่ทรมานแท้ๆ !

ไม่มีใครเอาเปรียบจางเซวียนได้ทั้งนั้น!

อย่าว่าแต่นักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิดเลย ต่อให้นักรบขั้นการละทิ้งช่องว่างอย่างราชาใบไม้ท้องฟ้าที่กล้าเอาเปรียบเขา ลงท้ายก็ต้องถูกจัดการ

แม้พละกำลังของจางเซวียนจะด้อยกว่านักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิด แต่เขาก็มีไม้ตายซ่อนไว้มากพอที่จะทำให้เอาชนะได้

จางเซวียนถอนหายใจเฮือกและส่ายหัวก่อนจะจ้องไปยังที่ไกลแสนไกล แววตาของเขาเปล่าเปลี่ยวราวกับนักรบผู้ไร้เทียมทานที่โหยหาคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจทัดเทียมกัน

“ผมไม่ชอบให้ใครมาเต๊ะท่าใส่ แต่คุณก็ทำอย่างนั้น คุณรนหาที่เองนะ”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version