Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1241


ตอนที่ 1241 การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณ

“ใช่แล้ว!” ปรมาจารย์ซ่งตอบด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกายเย็นเยียบ

“การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณ?” จางเซวียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

มีรายละเอียดเกี่ยวกับการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของการบ่มเพาะจิตวิญญาณอยู่ในหนังสือที่สภาปรมาจารย์ของจักรวรรดิฉิงหย่วน เขาจึงพอเข้าใจอยู่บ้าง

การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์นั้นคือความสามารถที่เกิดขึ้นจากระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณ เมื่อถ้อยคำเหล่านั้นเชื่อมโยงกับแก่นแท้ของโลก มันจะทำให้นักเรียนและผู้ฟังตกอยู่ในภวังค์ พวกเขาจะสามารถซึมซับความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาได้ดีกว่าเดิม และในเวลาเดียวกัน ก็จะสร้าง ปรากฏการณ์บางอย่างในสภาพแวดล้อม อย่างเช่นการรวมตัวกันของพลังจิตวิญญาณเพื่อทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนมีคุณภาพมากขึ้น

ยิ่งเนื้อหานั้นลึกซึ้งและเกี่ยวพันกับสาระสำคัญของโลกมากขึ้นเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณก็เหมือนกันกับการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ในแง่หลักการ แต่อย่างแรกนั้นเกิดผลโดยการใช้ของล้ำค่าซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์

พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์นั้นไม่ใช่ของล้ำค่าระดับเซียน แต่เป็นของล้ำค่าชนิดพิเศษที่ได้รับการถ่ายทอดจิตวิญญาณของเหล่าปรมาจารย์เอาไว้ และมีความสามารถในการประเมินความเท็จจริงของถ้อยคำที่เหล่าปรมาจารย์พูดออกมา หากถ้อยคำที่พวกเขาพูดออกมานั้นเชื่อมโยงกับสาระสำคัญของโลกและก่อให้เกิดมุมมองใหม่ๆ พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ก็จะเคลื่อนไหวโดยอัตโนมัติเพื่อเขียนรายละเอียดของสิ่งเหล่านั้นลงในรูปของตัวอักษร

การได้เห็นการจารึกตัวอักษรเหล่านั้นจะทำให้เกิดผลเช่นเดียวกับผลที่ได้จากการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ คือยกระดับวรยุทธของผู้นั้นขึ้นได้อีกมาก

แต่แน่นอนว่าตัวอักษรที่ถูกจารึกโดยพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์นั้นจะไม่ได้ปรากฏให้พบเห็นทั่วไป เมื่อมีใครคนหนึ่งได้เห็นแล้ว ตัวอักษรเหล่านั้นก็จะหายไป

มี 2 เหตุผลที่การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของการของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณได้รับการพิจารณาว่าเป็นการท้าทายประเภทที่ยากที่สุดของการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์

อย่างแรก พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์นั้นได้รับการถ่ายทอดความคิดและความเข้าใจของเหล่าปรมาจารย์นับไม่ถ้วนลงไป ดังนั้นมันจึงมีโอกาสได้รับฟังการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของปรมาจารย์มาแล้วนับไม่ถ้วน การจะกระตุ้นให้มันเคลื่อนไหวได้นั้น เนื้อหาที่ถูกถ่ายทอดออกมาจะต้องเป็นของใหม่ เมื่อเปรียบเทียบกับการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของปรมาจารย์คนก่อนๆ

อย่างที่ 2 การกระทำนี้ต้องใช้ระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณมาก ทำให้ผู้ถ่ายทอดเหน็ดเหนื่อยยิ่งกว่าการถ่ายทอดบทเรียนโดยทั่วไป โดยเฉลี่ยแล้ว ตัวอักษร 1 ตัวจะทำให้ปรมาจารย์ผู้นั้นสูญเสียระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณไปถึง 1.0 เลยทีเดียว

เพราะสองเหตุผลนี้ ที่ทำให้ปรมาจารย์นับไม่ถ้วนต้องพ่ายแพ้ มีปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดมากมายที่ไม่สามารถกระตุ้นให้พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์เคลื่อนไหวได้แม้จะเปิดการบรรยายเป็นระยะเวลานาน และแม้แต่กับปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว ตัวอักษรที่ออกมาจากพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์นั้นก็มีเพียง 10 ตัว ยังไม่มีใครทำลายสถิตินั้นได้

“การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณนั้นจะทำให้สูญเสียระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณไปมาก คุณแน่ใจนะว่าจะเลือกการดวลชนิดนี้?” ปรมาจารย์เหยาถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

การทำให้พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ลงมือเขียนตัวอักษรได้นั้นจะต้องสิ้นเปลืองระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณมาก หากปรมาจารย์พลาดพลั้งบีบบังคับตัวเองมากเกินไปก็อาจทำให้สภาพจิตพังทลาย และวรยุทธที่สั่งสมมาเป็นเวลาหลายปีก็อาจเสียหาย ดังนั้นการดวลชนิดนี้จึงไม่เพียงแต่ยากเย็น แต่ยังเป็นอันตรายอีกด้วย

“ผมแน่ใจ!” ปรมาจารย์ซ่งตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ

“คุณล่ะ?” ปรมาจารย์เหยาขมวดคิ้วใส่ปรมาจารย์ซ่งก่อนจะหันมามองจางเซวียน “ปรมาจารย์จาง คุณมองเรื่องนี้อย่างไร? หากคุณไม่อยากจะเข้าร่วมการดวล คุณสามารถปฏิเสธได้นะ”

ขณะที่เธอพูดแบบนั้นกับจางเซวียน ก็ส่งโทรจิตหาเขาไปด้วย “ซ่งชวนได้ร่ำเรียนมาเป็นพิเศษเกี่ยวกับการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณ และทำสถิติอันโดดเด่นในการขับเคลื่อนพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ คุณไม่เคยใช้พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์มาก่อน คงยากที่จะเอาชนะเขา ทำไมคุณไม่ปฏิเสธข้อเสนอนี้และเลือกการดวลรูปแบบอื่นล่ะ?”

หากไม่มีประสบการณ์ในการใช้พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์มาก่อน ก็ยากที่จะรู้ได้ว่าเนื้อหาชนิดไหนที่จะกระตุ้นให้มันเคลื่อนไหว ทำให้เกือบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขับเคลื่อนพู่กันให้ทำงาน ดังนั้นจึงมีปรมาจารย์เพียงไม่กี่คนที่สามารถขับเคลื่อนพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ให้เคลื่อนไหวได้ตั้งแต่ใช้ความพยายามครั้งแรก

เหตุผลที่ปรมาจารย์ซ่งเสนอการท้าดวลรูปแบบนี้ก็เพราะเขามีพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ แถมยังเคยทำสถิติ 8 ตัวอักษรมาแล้วด้วย

เมื่อพิจารณาจากสถิติจากขีดจำกัดของปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาวซึ่งมี 10 ตัวอักษร สถิติของเขาที่ 8 ตัวอักษรจึงทำให้เขาก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์ชั้นยอดแม้แต่ในสภาปรมาจารย์ของจักรวรรดิเฉียนฉง

แน่นอนว่าซ่งชวนได้เปรียบมาก ทำให้การดวลครั้งนี้ไม่ยุติธรรมสำหรับจางเซวียน

“ไม่เป็นไรหรอก ทำตามกติกาของเขานั่นแหละ” รู้ดีว่าปรมาจารย์เหยาแนะนำด้วยความปรารถนาดี จางเซวียนจึงพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้อย่างสำนึกในบุญคุณของเธอ

มันเป็นแค่การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณ ถึงเขาจะไม่เคยรู้จักมันมาก่อน แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะยากเกินไป

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้” เห็นจางเซวียนพร้อมรับการดวลโดยไม่รู้สึกรู้สา ปรมาจารย์เหยาได้แต่ส่ายหน้า เธอสะบัดข้อมือ แล้วพู่กันสีทองอันหนึ่งก็ลอยอยู่ตรงหน้าทุกคน

มันมีความยาวราวหนึ่งสือ และไม่มีหมึกอยู่ที่ปลายด้าม หากตรวจสอบโดยใช้การรับรู้จิตวิญญาณ ก็จะรู้สึกถึงรังสีพิเศษ ทำให้เกิดความรู้สึกกดดันเล็กน้อย

ด้วยการเคาะหนึ่งครั้ง พู่กันนั้นก็มาอยู่ระหว่างทั้งคู่ จากนั้น ปรมาจารย์เหยามองทั้งสองคนแล้วพูดว่า “นี่คือพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ ใครจะเป็นคนแรก?”

“ในเมื่อปรมาจารย์ซ่งเป็นผู้เสนอกติกาการดวล ก็ให้เขาเริ่มก่อนเถอะ” จางเซวียนตอบอย่างถ่อมตัว

แม้เขาจะรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณมาบ้าง แต่ก็ยังไม่เคยทดลองด้วยตัวเองมาก่อน จึงยังไม่แน่ใจในกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับมัน หากให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน เขาก็จะได้มีโอกาสดูว่าพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์นั้นควรใช้อย่างไร

“เยี่ยมเลย!” ปรมาจารย์ซ่งพยักหน้า

เขาเดิน 2 ก้าวเข้าหาพู่กัน และริมฝีปากของเขาก็เริ่มขยับ

ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน เพราะเขากำลังสื่อสารกับพู่กันโดยผ่านทางโทรจิตพลังปราณ

เกรงว่าจางเซวียนจะไม่เข้าใจ ปรมาจารย์เหยาอธิบายให้เขาฟังผ่านทางโทรจิต “ด้วยการใช้พลังปราณ อานุภาพของการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์จะพุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมายได้ดีกว่า และนั่นจะทำให้การขับเคลื่อนพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์เป็นไปได้ง่ายขึ้น”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น จางเซวียนพยักหน้า

อันที่จริง มีความแตกต่างอยู่มากระหว่างการอบรมเป็นรายบุคคลกับการอบรมคนเป็นกลุ่ม

แน่นอนว่าการให้คำชี้แนะตัวต่อตัวจากอาจารย์ย่อมได้ผลดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการชี้แนะผู้ฟังจำนวนมาก

ด้วยการใช้พลังปราณ อานุภาพของการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์จะพุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมายได้ดีกว่า ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น

ปรมาจารย์ซ่งดำเนินการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของเขาโดยขยับริมฝีปากไม่หยุด ไม่ช้าเหงื่อก็เกาะพราวเต็มหน้าผาก แต่พู่กันที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ยังไม่ยอมเคลื่อนไหว ราวกับถูกตรึงไว้

จางเซวียนใช้การรับรู้จิตวิญญาณประเมินสถานการณ์ และรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณของปรมาจารย์ซ่งกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ!

หลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง พู่กันที่เงียบงันอยู่นานก็เริ่มเคลื่อนไหว มันสะบัดอย่างรวดเร็วและตัวหนังสือขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

ภาพติดตา!

ตัวหนังสือที่พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์เขียนขึ้นนั้นไม่ใช่ภาษาที่จางเซวียนคุ้นเคย มันไม่ใช่ภาษาของมนุษย์ เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น หรือภาษาอสูร แต่เป็นตัวอักษรที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงเขาจะไม่รู้จักตัวหนังสือเหล่านั้น แต่ก็รู้สึกได้อย่างเลือนรางว่าเข้าใจความหมายและแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังมัน

หากนักรบธรรมดาสามัญคนหนึ่งศึกษาตัวอักษรเหล่านี้ พลังปราณของเขาจะถูกขับเคลื่อนให้ฝึกฝนวรยุทธไปตามกรรมวิธีที่ปรากฏอยู่ในนั้น

“เมื่อใช้การรับรู้จิตวิญญาณตรวจสอบตัวอักษร คุณจะสามารถเรียนรู้แนวคิดที่ถ่ายทอดอยู่ในตัวอักษรนั้น แต่มันก็จะหายไปหลังจากการมองดูเพียงครั้งเดียว” ปรมาจารย์เหยาอธิบายให้จางเซวียนฟัง

การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณนั้นถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ มันสามารถขับเคลื่อนพลังปราณของนักรบผ่านความรู้อันล้ำลึกที่ปรากฏอยู่ในตัวอักษรเหล่านั้น ตราบใดที่นักรบพิจารณาตัวอักษรด้วยการรับรู้จิตวิญญาณ พวกเขาจะพบว่าร่างกายฝึกฝนเทคนิคนั้นไปโดยอัตโนมัติ แต่ตัวอักษรซึ่งผ่านการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณจะใช้งานได้ครั้งเดียว ไม่ว่าเทคนิคที่อยู่ในตัวอักษรจะล้ำลึกสักแค่ไหน ก็สามารถถูกใช้งานได้โดยบุคคลเพียงคนเดียวเท่านั้น

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตัวอักษรที่เกิดจากการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์รูปแบบนี้จะเป็นของขวัญที่เหล่าปรมาจารย์มอบให้ผู้ที่พวกเขามองว่ามีวาสนาต่อกัน

ความรู้ที่อยู่ในตัวอักษรนั้นถือเป็นของล้ำค่า แต่ด้วยความยากเย็นของการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณ มันจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจใช้เงินซื้อหามาได้

เมื่อตัวอักษรตัวแรกปรากฏขึ้น เหงื่อบนศีรษะของปรมาจารย์ซ่งก็ยิ่งมีมากขึ้นทุกขณะ หลังจากตัวอักษรตัวที่ 2 ปรากฏ ตามมาด้วยตัวที่ 3 และตัวที่ 4

ยิ่งตัวอักษรเพิ่มขึ้น ใบหน้าของปรมาจารย์ซ่งก็ซีดเผือดลงทุกที ดูเหมือนเขาจะใช้ระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณมากเกินไปจนแทบจะหมดแล้ว

ปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาวจะมีระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณอยู่ที่ 23 ขึ้นไป แต่พวกเขาไม่สามารถใช้ทีเดียวหมดได้ เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายของสภาพจิต นำมาซึ่งปีศาจใต้สำนึกนับไม่ถ้วนที่อาจเกิดขึ้นในจิตใจของพวกเขา

พูดกันตามตรง ปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาวจะตกอยู่ในภาวะอันตรายหากระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณของเขาลดลงต่ำกว่า 15

จากการเปิดใช้ดวงตาหยั่งรู้ จางเซวียนสำรวจปรมาจารย์ซ่งอย่างตั้งใจ ขณะที่จำนวนตัวอักษรเพิ่มขึ้น ร่างของอีกฝ่ายก็สั่นสะท้านรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาเริ่มแสดงสัญญาณของความบอบช้ำ

โชคดีที่จิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาได้รับการบ่มเพาะจากการทดสอบสายฟ้าถึง 4 ครั้ง ไม่อย่างนั้นก็คงจะเสียหายไปแล้ว

“6, 7, 8 ตัวอักษร 8 ตัว! นั่นคือสถิติของเขา”

ในนาทีที่ 10 ก็ปรากฏตัวอักษร 8 ตัวลอยอยู่อย่างเงียบเชียบกลางอากาศ มันเรืองแสงออกมา

8 ตัวอักษรคือสถิติของปรมาจารย์ซ่ง เช่นเดียวกับขีดจำกัดของเขา ร่างของเขาสั่นสะท้านไม่หยุด และดูเหมือนพร้อมจะทรุดลงกับพื้นได้ทุกขณะ ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ ไม่มีสีเลือดให้เห็น

แต่ดูเหมือนปรมาจารย์ซ่งไม่มีทีท่าจะหยุด เขายังคงสื่อสารกับพู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์โดยใช้พลังปราณต่อไป

เมื่อเห็นแบบนั้น จางเซวียนขมวดคิ้ว “ถ้าคุณยังบีบบังคับตัวเองอยู่แบบนี้ คุณอาจทำให้ร่างกายบอบช้ำชนิดที่แก้ไขไม่ได้”

ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนวรยุทธหรือการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ นักรบควรใส่ใจขีดจำกัดของตัวเองและไม่พยายามบีบคั้นตัวเองให้ใช้พลังเกินขนาด ไม่อย่างนั้น ร่างกายของพวกเขาอาจบอบช้ำถาวรจนถึงขั้นที่เยียวยาไม่ได้

ในฐานะนายแพทย์ระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุด เขาบอกได้ว่าปรมาจารย์ซ่งใช้พลังจนถึงขีดจำกัดของตัวเองแล้ว บางทีเขาอาจได้รับผลที่คาดไม่ถึงหากยังคงบีบบังคับตัวเองต่อไป แต่นั่นก็อาจหมายถึงความบอบช้ำอย่างถาวรต่อร่างกาย และอาจรวมถึงสภาวะจิตใจด้วย

สิ่งนี้จะทำให้ระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณลดลงอย่างรวดเร็ว และในฐานะปรมาจารย์ นั่นย่อมหมายความว่าปรมาจารย์ซ่งจะต้องเป็นปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาวไปตลอดชีวิต ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อีก

พลั่ก!

ทั้งๆ ที่อยู่ในสภาพร่อแร่ แต่ปรมาจารย์ซ่งก็ยังกัดฟันและบีบบังคับตัวเองต่อไป ทันใดนั้น เขาก็กระอักเลือดออกมาและดูแก่ไปมากในชั่วพริบตา

ควั่บ!

พู่กันที่อยู่กลางอากาศขยับอีกครั้งและเขียนตัวอักษรตัวที่ 9

วิ้ง!

ตัวอักษรเพียงตัวเดียวนั้นดูเหมือนจะสูบเอาความแข็งแกร่งหยดสุดท้ายที่ปรมาจารย์ซ่งมีออกไป เขาล้มลงกับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน และสลบไป

“เฮ่อ มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องทำถึงขนาดนี้” เห็นปรมาจารย์ซ่งบีบคั้นตัวเองอย่างหนักเพียงเพื่อจะให้ได้รับชัยชนะ จางเซวียนได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

โยนอนาคตของตัวเองทิ้งไปเพียงเพื่อจะเอาชนะเขา หมอนี่ก็ช่างบ้าดีเดือดเสียจริง

จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเดินไปที่ปรมาจารย์ซ่งและทาบนิ้วลงบนจุดชีพจรของอีกฝ่ายก่อนจะส่งกระแสพลังปราณเข้าไป ครู่ต่อมา ปรมาจารย์ซ่งก็ค่อยๆ ลืมตา

“คุณ” เขากัดฟันอย่างโกรธเกรี้ยวก่อนกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “สายไปแล้วล่ะที่จะมาแสดงความปรารถนาดีตอนนี้ มันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก”

จางเซวียนยักไหล่ “เอาที่คุณสบายใจก็แล้วกัน”

เขาช่วยชีวิตอีกฝ่ายไว้ก็เพราะหน้าที่ของปรมาจารย์ ส่วนการที่อีกฝ่ายจะรู้สึกขอบคุณในการกระทำของเขาหรือไม่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจ

หลังจากได้สติแล้ว ปรมาจารย์ซ่งรีบหยิบยาออกมากลืนลงไป จากนั้นผิวพรรณของเขาจึงค่อยมีเลือดฝาดขึ้น เขาหันไปพูดกับปรมาจารย์เหยา “ปรมาจารย์เหยา ผมทำการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณเสร็จเรียบร้อยแล้ว หวังว่าคุณจะเป็นพยานให้กับสิ่งที่ผมได้ทำ”

“คุณเขียนตัวอักษรได้ 9 ตัว แม้จะไม่ทำลายสถิติ 10 ตัวอักษรของปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว แต่ก็ถือว่าคุณทำได้ดีมาก” ปรมาจารย์เหยาตอบพร้อมกับพยักหน้า

ตัวอักษร 9 ตัวนั้นอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ในหมู่ปรมาจารย์ระดับ 8 ดาว แต่แน่นอนว่าเป็นผลงานที่น่าทึ่งในหมู่ปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว แม้แต่ประธานสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิเฉียนฉงก็ยังไม่สามารถแข่งขันกับเขาในภารกิจนี้ได้

“ขอบคุณสำหรับคำชมเชยของคุณ ปรมาจารย์เหยา” เห็นปรมาจารย์เหยาให้การรับรองผลงานของเขา ปรมาจารย์ซ่งชำเลืองมองจางเซวียนพร้อมกับหรี่ตา “ปรมาจารย์จาง ถึงตาคุณแล้ว”

“ได้เลย” จางเซวียนพยักหน้า

เขาได้เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายทำการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของลายมือบ่มเพาะจิตวิญญาณอย่างไร และนั่นทำให้เขาได้ความคิดว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรเช่นกัน

จางเซวียนเดินไปที่พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ซึ่งลอยอยู่ และด้วยสองมือไพล่หลัง เขาเริ่มถ่ายทอดความรู้โดยขยับริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้ยากที่ใครจะรู้ได้ว่าเขาพูดอะไร

พู่กันยังคงลอยอยู่กลางอากาศ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของจางเซวียน มันก็แข็งทื่อไปทันที ราวกับมีใครจับตรึงเอาไว้

“นี่ก็เกือบ 1 ชั่วโมงแล้วนะ ทำไมพู่กันถึงยังไม่เคลื่อนไหวเลย?”

“คงไม่ใช่ว่าปรมาจารย์จางไม่สามารถเขียนตัวอักษรได้แม้แต่ตัวเดียวจากการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์หรอกนะ ใช่ไหม?”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงจะแย่มากเลย”

หลังจากรออยู่เกือบ 1 ชั่วโมง พู่กันก็ยังคงหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว ฝูงชนต่างมองหน้ากันเอง งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในระยะเวลาประมาณนี้ ปรมาจารย์ซ่งทำให้พู่กันแห่งการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์เขียนตัวอักษรไปได้ 7-8 ตัวแล้ว

แต่ทำไมถึงไม่มีการเคลื่อนไหวเลยเมื่อถึงคราวของปรมาจารย์จาง?

หรือว่าเขาจะแพ้?

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version