ตอนที่ 1444 อสูรมังกรบาดาลฝ่าด่านวรยุทธ
ฟึ่บ!
อสูรเพลิงนรกหยิบยาเม็ดสีทองขึ้นมาแล้วบีบมันเบาๆ ยิ่งจ้องดูนานแค่ไหนก็ยิ่งงงงันมากขึ้นเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะมองอย่างไร ยาเม็ดนี้ก็ดูเหมือนยาฟื้นฟูพละกำลังแบบธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษเลย
แม้จะเป็นความจริงที่ว่ายานี้พลังจิตวิญญาณเข้มข้น แต่สำหรับอสูรที่มีพละกำลังระดับมัน สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ชายหนุ่มบอกว่ายาเม็ดนี้จะช่วยให้มันฝ่าด่านวรยุทธได้?
หมอนี่เห็นมันเป็นตัวตลกหรือเปล่า?
“แกจะฝ่าด่านวรยุทธได้โดยการกินยาเม็ดนี้ อย่ามัวลังเลอยู่เลย โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีทุกวันนะ” เห็นสีหน้าแคลงใจของอสูรเพลิงนรก จางเซวียนเร่ง
อสูรเพลิงนรกลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโยนยาเม็ดกลับคืนให้จางเซวียนและคำราม “ผมจะไม่กินยาที่หาต้นตอที่มาไม่ได้ ใครจะไปรู้ว่ามันเป็นยาพิษหรือเปล่า?”
ขนาดตระกูลจางยังไม่สามารถช่วยให้มันฝ่าด่านวรยุทธได้เลย แล้วชายหนุ่มอายุเพียง 20 ปีจะทำอะไรที่ดีกว่านั้นได้อย่างไร?
อีกอย่าง มันก็ได้ตรวจสอบยาเม็ดอย่างถี่ถ้วนแล้ว นอกจากพลังจิตวิญญาณที่ดูจะเข้มข้นกว่าปกติสักหน่อย ก็ไม่มีอย่างอื่นที่พิเศษเลย ต่อให้มันฝ่าด่านวรยุทธไม่สำเร็จหลังจากกินยาเม็ดนี้ก็ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้ามียาพิษร้ายแรงบางอย่างที่รักษาไม่ได้อยู่ในยาเม็ดล่ะ มันก็คงจะต้องทุกข์ทรมาน
นี่เป็นความเสี่ยงที่อสูรเพลิงนรกไม่พร้อมจะรับ
“ยาพิษ?” จางเซวียนตาโตด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินคำนั้น เขาอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงน้ำเสียงเข้มงวด “แกไม่มั่นใจในความชอบธรรมของฉันหรือ? ไม่มีทางที่ฉันจะทำอะไรชั่วร้ายแบบนั้นหรอก! อีกอย่าง ฉันเป็นแค่นักรบสุดยอดการควบคุม แกคิดว่าฉันมียาพิษที่จะทำร้ายแกได้หรือไง? และที่สำคัญกว่านั้น ถึงฉันทำร้ายแกไป ฉันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาสักหน่อย!”
อสูรเพลิงนรกเงียบไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
ก็จริง หมอนี่ไม่มีทั้งความสามารถและแรงจูงใจที่จะวางยามัน
แต่มนุษย์นั้นเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหลอกลวงและความโหดร้าย ใครจะบอกได้ว่าหมอนี่แอบซุกซ่อนอะไรเอาไว้ อีกอย่าง ก็ดูเป็นการกระทำที่โง่เขลาหากกินสิ่งที่หาต้นกำเนิดไม่ได้
ดังนั้น อสูรเพลิงนรกจึงตัดสินใจที่จะไม่ใส่ใจชายหนุ่มอีก มันล้มตัวลงนอนอย่างขี้เกียจเหมือนเดิม เตรียมพร้อมที่จะหลับ
เมื่อเห็นภาพนั้น จางเซวียนคำรามอย่างหงุดหงิด “ในเมื่อแกไม่เชื่อฉัน ฉันก็จะพิสูจน์ให้แกเห็น!”
จากนั้นเขาก็สะบัดข้อมือ
อสูรมังกรบาดาลตัวมหึมาปรากฏขึ้นทันที
“นายท่าน” อสูรมังกรบาดาลก้มศีรษะให้และทักทายจางเซวียนอย่างนอบน้อม
“กินยานี้ซะ ฉันจะช่วยให้แกฝ่าด่านวรยุทธ!” จางเซวียนพูดขณะโยนยาเม็ดสีทองในมือให้
“ขอรับ นายท่าน” อสูรมังกรบาดาลพยักหน้า มันอ้าปากและกลืนยาเม็ดสีทองลงไปโดยไม่ลังเล
ฟิ้ววววว!
ขณะที่พลังจิตวิญญาณเข้มข้นระเบิดออกจากเม็ดยา อสูรมังกรบาดาลมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ แต่แล้วก็กลับตรงกันข้ามกับความคาดหวังของมัน กระแสพลังงานที่มันรอคอยมานานไม่ได้แสดงทีท่าว่าจะก่อให้เกิดการฝ่าด่านวรยุทธแต่อย่างใด
ดูเหมือนยาเม็ดนั้นจะไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างที่มันคิด
“นายท่าน…” อสูรมังกรบาดาลหันไปมองจางเซวียนอย่างงุนงง
“ใจเย็นก่อน ทุกอย่างจัดการได้” จางเซวียนหัวเราะหึๆ ขณะสะบัดข้อมืออีกครั้ง
พรึ่บ!
ดาบกว่า 100 เล่มปรากฏขึ้นกลางอากาศ หลังจากจัดเรียงตัวกันอยู่ชั่วขณะหนึ่ง มันก็ก่อตัวขึ้นเป็นสะพานด้วยการเชื่อมโยงปลายดาบเข้าด้วยกัน
“นอนลงบนดาบของฉัน” จางเซวียนสั่งการ
ถึงอสูรมังกรบาดาลจะงงๆ กับเจตนาของจางเซวียน แต่มันก็บินมาอย่างว่าง่ายและนอนลงบนสะพานดาบนั้น
ด้วยความที่ร่างกายของอสูรมังกรบาดาลนั้นเรียวยาว ภาพที่มันลงนอนราบบนสะพานดาบจึงดูเหมือนไส้กรอกอันใหญ่
“ดี” จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ
เขาโบกมือแล้วสร้างกระแสพลังปราณขึ้นเพื่อปกป้องอสูรมังกรบาดาลไว้ให้แน่ใจว่ามันจะไม่ร่วงลงจากสะพานดาบ จากนั้นก็หันไปพูดกับอสูรเพลิงนรก “ยาขนานนี้ของฉันดูดซึมได้ยาก ต้องใช้เปลวเพลิงนรกของแกเป็นสื่อกลางเพื่อช่วยให้ส่วนผสมของยาแตกตัว ในเมื่อแกไม่ไว้ใจฉัน ทำไมไม่ให้ฉันพิสูจน์ล่ะว่าแกคิดผิด? ให้ฉันยืมเปลวเพลิงของแกสักหน่อย”
แม้อสูรเพลิงนรกทำท่าเหมือนอยากจะหลับ แต่แท้ที่จริงแล้วมันแอบดูด้วยความอยากรู้ว่าชายหนุ่มกำลังจะทำอะไร เมื่อพ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับอสูรมังกรบาดาล ลงท้ายมันจึงพยักหน้า
ถึงมันจะไม่กล้ากินยาของชายหนุ่ม แต่การให้อีกฝ่ายยืมเปลวเพลิงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และถ้ายานั้นสร้างปาฏิหาริย์ในการฝ่าด่านวรยุทธได้จริงๆ บางทีการจะเป็นพันธมิตรกับชายคนนี้ก็คงไม่ใช่ความคิดที่แย่นัก
หลังจากตอบตกลงแล้ว อสูรเพลิงนรกก็อ้าปาก แล้วเปลวเพลิงสีแดงก่ำก็ระเบิดออกมา ในชั่วพริบตา เปลวเพลิงก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งกรง
“ทางนี้, ทางนี้! ลงมาที่อสูรมังกรบาดาล!” จางเซวียนสั่งการ
ซรืดดดดดด!
เปลวเพลิงนรกนั้นมีอุณหภูมิสูงถึงขนาดที่ทำให้ทุกอย่างบิดเบี้ยวไปหมด ทันทีที่มันแผดเผาแผ่นหลังของอสูรมังกรบาดาล เสียงฉี่ฉ่าก็ดังขึ้นกลางอากาศ
ในตอนนั้นเอง จางเซวียนก็เริ่มหมุนดาบ ราวกับหมุนบาร์บีคิว
“…..”
ด้านนอกกรง จางหวู่เฉินกับคนอื่นๆ มองภาพนั้นด้วยสีหน้าอึ้งตะลึง
แม้แต่จางเจี้ยงซึ่งเป็นอัจฉริยะนักฝึกอสูรก็ยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
เป็นที่รู้กันว่าอสูรมังกรบาดาลเป็นอสูรของจางเซวียน ในฐานะที่เป็นแค่นักรบสุดยอดการควบคุมขั้นสูงสุด หมอนั่นควรจะขอบคุณสวรรค์แล้วที่ได้อสูรที่มีวรยุทธการแบ่งแยกมิติขั้นสูงสุดมาครอบครอง แล้วทำไมจู่ๆ ถึงจะย่างมัน?
เปลวเพลิงของอสูรเพลิงนรกนั้นเข้มข้นกว่าเปลวเพลิงปฐพีที่ร้อนที่สุดเสียอีก แม้แต่ของล้ำค่าขั้นสูงก็ยังหลอมละลายอย่างรวดเร็ว ภายใต้เปลวเพลิงนั้น ต่อให้อสูรมังกรบาดาลจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่มันจะมีชีวิตรอดอยู่ดี เมื่อต้องเผชิญกับความร้อนระดับนั้น ไม่ช้ามันต้องตายแน่!
ที่เขาพูดว่าจะสำแดงศิลปะเพลงดาบนั้น หมายถึงสิ่งนี้หรือ? เจี้ยนชิงเซินพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
เมื่อครู่ก่อนนี่เองที่ชายหนุ่มพูดว่าเขาจะนำความรุ่งโรจน์มาให้กับศิลปะเพลงดาบของปูชนียสถานนักปราชญ์ เจี้ยนชิงเซินจึงเข้าใจว่าชายหนุ่มคิดจะใช้ศิลปะเพลงดาบของเขารับมือกับอสูรเพลิงนรก แต่กลับกลายเป็นว่าเขาใช้ดาบเป็นไม้สำหรับย่างอสูรของตัวเอง…
นี่คุณจะเข้าใจอะไรผิดมากไปกว่านี้ได้อีกไหม?
ซรืดดดดดด!
ภายใต้ความร้อนแสนสาหัสนั้น น้ำมันเริ่มซึมออกมาจากผิวของอสูรมังกรบาดาล กลิ่นหอมอบอวลอย่างประหลาดฟุ้งตลบไปทั่ว
“นายท่าน…”
อสูรมังกรบาดาลเริ่มจะทนไม่ไหว มันพยายามจะพลิกตัวไปมา แต่กระแสพลังปราณที่รัดมันเอาไว้ทำให้มันสำแดงพละกำลังไม่ได้ ความพยายามทั้งหมดจึงสูญเปล่า
เมื่อเห็นชีวิตของตัวเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย สีหน้าของมันปรากฏความสิ้นหวัง
“กัดฟันและอดทนไว้ ถ้าแกอยากฝ่าด่านวรยุทธให้สำเร็จ แกจะต้องผ่านความเจ็บปวดครั้งนี้ไปให้ได้!” จางเซวียนส่งโทรจิตหา “อสูรมังกรบาดาลมีความเยือกเย็นของทวีปแห่งบาดาลอยู่ในร่างกาย ทำให้วรยุทธมีแนวโน้มที่จะมีองค์ประกอบของพลังเย็น เมื่อเจอกับเปลวเพลิงของอสูรเพลิงนรกเข้าไป มันจะช่วยทำลายสิ่งที่อุดตันในทางเดินพลังปราณของแกและชำระสายเลือด นำไปสู่การฝ่าด่านวรยุทธ!”
ยาเม็ดที่จางเซวียนให้มันกินก่อนหน้านี้ถูกถ่ายทอดพลังปราณเทียบฟ้าเอาไว้ จึงเป็นธรรมดาที่จะมีอานุภาพในการชำระสายเลือดเช่นกัน แต่โชคไม่ดีที่อานุภาพของมันมีจำกัดเมื่อนำมาใช้กับอสูรมังกรบาดาลที่มีระดับวรยุทธสูงกว่าเขามาก
พูดอีกอย่างหนึ่ง คำสัญญาที่จางเซวียนให้ไว้กับอสูรเพลิงนรกตั้งแต่แรกว่าจะช่วยมันฝ่าด่านวรยุทธด้วยการให้มันกินยาเม็ดสีทองนั้นถือเป็นการโกหกคำโต เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเขาก็คือเพื่อใช้ประโยชน์จากความร้อนแสนสาหัสของเพลิงนรกมาขัดเกลาสายเลือดของอสูรมังกรบาดาลและทำให้มันฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นอสูรระดับเซียนขั้น 8 สูงสุดให้ได้!
“ผมเข้าใจแล้ว” เมื่อรู้แล้วว่านายท่านของมันตั้งใจทำอะไรให้ อสูรมังกรบาดาลกัดฟันทนและพยายามฝืนใจยอมรับความเจ็บปวดแสนสาหัสนั้น
เมื่อเพลิงซึมซาบเข้าสู่ร่างของมัน อสูรมังกรบาดาลรู้สึกได้ว่าเลือดที่ไหลอยู่ในร่างกายนั้นเดือดพล่านเป็นฟอง พร้อมที่จะเหือดแห้งไปได้ทุกขณะ มันสั่นสะท้านและอ่อนแรงไปทั้งตัว สติสัมปชัญญะใกล้จะหลุดลอยเต็มที
ขณะที่มันเกือบจะทนไม่ไหวแล้ว ยาเม็ดนั้นที่มันได้กลืนเข้าไปก่อนหน้าก็ระเบิดพลังงานออกมา ทำให้เปลวเพลิงในร่างกายของมันเปิดทุกอย่างที่อุดตันอยู่ภายใน
ด้วยเหตุนี้ เลือดของมันจึงไหลเวียนได้ดีขึ้นกว่าเดิม
มันได้ผลจริงๆ ! นัยน์ตาของอสูรมังกรบาดาลเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
แม้มันจะเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมในตัวนำยท่าน แต่ความโล่งใจก็บังเกิดขึ้นทันทีที่เห็นความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของตัวเอง เท่าที่เห็น ดูเหมือนมันน่าจะฝ่าด่านวรยุทธได้เร็วๆ นี้
ดังนั้น มันจึงรวบรวมความอดทนทั้งหมดเพื่อเก็บกลั้นความเจ็บปวด แล้วสุดท้ายทุกอย่างก็ได้ผล
3 นาทีต่อมา อสูรมังกรบาดาลรู้สึกได้ว่าเพดานที่มองไม่เห็นที่ปิดกั้นวรยุทธระดับเซียนขั้น 8 สูงสุดไว้ได้สลายไป
“ตอนนี้แหละ!” ทันใดนั้น เสียงของนายท่านก็ดังขึ้นข้างหู
มันรวบรวมพลังงานที่เหลืออยู่อย่างไม่ลังเลเพื่อปล่อยเสียงคำรามดังกึกก้องออกมา
บึ้มมมม!
แม้แต่กรงโลหะหนาหนักก็ยังสั่นสะเทือนเพราะเสียงคำรามดังสนั่นนั้น
พละกำลังของอสูรมังกรบาดาลพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ และสุดท้ายร่างกายของมันก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังได้ พลังงานมหาศาลจึงพุ่งขึ้นสู่กลางอากาศ
“มันฝ่าด่านวรยุทธได้จริงๆ …ยาเม็ดสีทองทำให้ฝ่าด่านวรยุทธได้จริงๆ ?” อสูรเพลิงนรกถอนเปลวเพลิงของมันและยืนตัวแข็งทื่อ
มันยังคงแคลงใจตอนที่ชายหนุ่มพูดว่ายาเม็ดสีทองจะช่วยให้มันฝ่าด่านวรยุทธได้ภายใน 10 นาที แต่เท่าที่เห็นตอนนี้ ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้โกหก…
ยาเม็ดสีทองนั้นเป็นยาที่สร้างปาฏิหาริย์ได้จริงๆ !
มันรีบหันไปมองชายหนุ่ม และเห็นอีกฝ่ายง่วนอยู่กับการควบคุมดาบร้อยเล่มที่เขานำออกมา ขวดหยกที่บรรจุยาเม็ดสีทองนั้นวางอยู่บนพื้นที่ไม่ห่างออกไปนัก และถูกเปิดอ้าไว้
“ฮ่าฮ่า เป็นของเราหมดเลย!” นัยน์ตาของอสูรเพลิงนรกเป็นประกาย มันกระดิกอุ้งมือ
ในชั่วพริบตา ขวดหยกก็มาอยู่ในอุ้งมือของมัน เมื่อมองเข้าไปข้างใน ก็เห็นในนั้นมียาเม็ดสีทองอยู่ 7 เม็ด มันจึงกลืนเข้าไปทั้งหมดรวดเดียวโดยไม่ลังเล
