ตอนที่ 1535 การเจรจาล้มเหลว
แรงกดดันนั้นให้ความรู้สึกราวกับว่า หากเหรินชิงหยวนต้องการ เขาก็สามารถทำลายจิตวิญญาณของคนเหล่านั้นได้ในชั่วพริบตา
นี่คือพละกำลังมหาศาลที่อยู่ในตราประทับสภาปรมาจารย์!
นอกเหนือจากคัมภีร์ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ ตราประทับสภาปรมาจารย์ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นของล้ำค่าอันดับ 1 ของสภาปรมาจารย์เลยทีเดียว ถึงรองประธานสภาปรมาจารย์จะใช้พละกำลังของมันได้เพียง 1 ใน 10 แต่ก็มากเกินพอที่จะคงสถานภาพอันแข็งแกร่งของสภาปรมาจารย์ในทวีปแห่งปรมาจารย์เอาไว้ได้ ทำให้ทุกกลุ่มอำนาจเกิดความยำเกรง
ในเมื่อพละกำลังของรองประธานสภาปรมาจารย์สามารถเอาชนะนักรบทุกคนที่มีวรยุทธต่ำกว่าขั้นนักปราชญ์โบราณได้ ดังนั้น แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์หยางก็ยังไม่กล้าปะทะกับเขา!
“ลูกศิษย์ของคุณอาจทรงพลังก็จริง แต่ด้วยตราประทับสภาปรมาจารย์ในมือของผม ผมสามารถทำลายจิตวิญญาณของเธอได้อย่างง่ายดาย ต่อให้สภาวะกายพิษแต่กำเนิดของเธอก็ยับยั้งผมไม่ได้!” เหรินชิงหยวนพูดขณะปล่อยให้ตราประทับลอยตัวอย่างอิสระอยู่ตรงหน้าเขา
เรื่องนี้ต้องใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ ในเมื่อเขาชี้หนทางที่เป็นไปได้ที่จะออกจากสภาวะคับขันที่ทั้งคู่เผชิญอยู่แล้ว เขาก็จะต้องทำให้พวกนั้นรู้ด้วยว่าประสิทธิภาพของสภาปรมาจารย์ไม่ได้มีเพียงแค่คำพูด อีกฝ่ายจะได้รู้ตัวว่าควรตัดสินใจอย่างไร
เว่ยหรูเหยียนมองตราประทับสภาปรมาจารย์ก่อนจะหันไปมองท่านอาจารย์ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร จางเซวียนก็ส่ายหน้า “คุณสู้กับมันไม่ไหวหรอก”
ตราประทับสภาปรมาจารย์ที่ลอยอยู่ตรงหน้าเหรินชิงหยวนนั้นแข็งแกร่งกว่าตราประทับหัวหน้าปูชนียสถานของเขาหลายเท่า ถ้าเหรินชิงหยวนใช้พลังของมันจริงๆ ทั้งคู่ก็หมดหนทาง
“ถ้าอย่างนั้น ผมถามหน่อยว่าถ้าผมประทับจิตวิญญาณของผมลงไปแล้ว มันจะส่งผลกับผมอย่างไร?” จางเซวียนตั้งคำถาม
“มันจะทำให้แน่ใจว่าผมจะไม่มีวันหันหลังให้สภาปรมาจารย์? พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมจะต้องทำสัญญาผูกมัดจิตวิญญาณและมอบจิตวิญญาณให้อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกคุณใช่ไหม?” จางเซวียนถาม
เท่าที่เขาฟัง มันเหมือนกับการทำสัญญาผูกมัดจิตวิญญาณระหว่างนักฝึกอสูรกับอสูรของพวกเขา หากเขาประทับจิตวิญญาณลงไปบนนั้น ก็เท่ากับมอบชีวิตของเขาไว้ในมือของสภาปรมาจารย์
“เหตุผลเดียวที่ผมขอให้คุณประทับจิตวิญญาณลงบนตรานี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ที่คุณจะทำอะไรที่เป็นการต่อต้านมวลมนุษย์อีก วางใจเถอะว่าผมจะไม่บีบบังคับให้คุณทำอะไรทั้งนั้น!” เหรินชิงหยวนตอบ
เหตุผลที่เขาขอให้จางเซวียนประทับจิตวิญญาณลงไปบนตราประทับสภาปรมาจารย์ก็เพื่อเผื่อไว้ในกรณีที่เหตุการณ์เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้น ไม่ได้ต้องการทำให้อะไรยุ่งยากสำหรับอีกฝ่าย
กระบวนการนี้จะหล่อหลอมให้เกิดสายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาดระหว่างจางเซวียนกับสภาปรมาจารย์ พวกเขาจะได้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป นี่เป็นสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ สภาปรมาจารย์ได้แนวร่วมที่ไว้วางใจได้และทรงพลัง ขณะที่จางเซวียนก็ได้สภาปรมาจารย์เป็นผู้หนุนหลัง
“ต้องขออภัยด้วย แต่ต่อให้คุณไม่ทำสัญญาผูกมัดจิตวิญญาณกับผม ผมก็ไม่ขอวางชีวิตไว้ในมือของพวกคุณหรอก” จางเซวียนส่ายหน้า
ตราบใดที่รอยประทับจิตวิญญาณของเขาอยู่บนตราสัญลักษณ์สภาปรมาจารย์ ต่อให้เหรินชิงหยวนบอกว่าไม่มีวันบีบบังคับให้เขาทำอะไร แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นเครื่องรับประกันได้ว่าอีกฝ่ายจะรักษาคำพูด หากเหรินชิงหยวนตัดสินใจกลับคำขึ้นมา เขาก็อาจถูกบีบบังคับให้ทำในสิ่งที่เหรินชิงหยวนสั่งการให้เขาทำ ราวกับมนุษย์สั่งการอสูรตัวหนึ่ง แล้วเขาจะยอมรับการปฏิบัติแบบนั้นได้อย่างไร?
จางเซวียนกับเหรินชิงหยวนไม่ได้อยู่ในสถานภาพเดียวกัน หากตัดสินใจไปแล้วจะคืนคำไม่ได้ และอาจส่งผลร้ายต่อชีวิตของเขา
ยกตัวอย่าง ถ้าเหรินชิงหยวนสั่งการให้เขาตัดตอนวรยุทธของเว่ยหรูเหยียนและทำลายห้องโถงแห่งยาพิษหลังจากที่เขาประทับวิญญาณลงไปบนตราสัญลักษณ์สภาปรมาจารย์แล้ว ในสายตาของชาวโลก นั่นก็เป็นหน้าที่ของปรมาจารย์ และคงแทบไม่มีใครวิพากษ์วิจารณ์เหรินชิงหยวนที่ตัดสินใจทำแบบนั้น
ซึ่งหากเกิดเหตุอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆ อีกฝ่ายย่อมไม่สูญเสียอะไรเลย ขณะที่จางเซวียนต้องสูญเสียทุกอย่าง
“คุณปฏิเสธข้อเสนอของผม?” เหรินชิงหยวนหน้าดำคร่ำเครียด “รู้หรือเปล่าว่าผลที่จะตามมาจากการตัดสินใจของคุณคืออะไร?”
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้ที่มีอิทธิพลอย่างจางเซวียนลอยนวลอยู่โดยปราศจากการควบคุมได้ ในมุมมองของเขา ไม่ช้าไม่นานหมอนี่ก็คงจะเป็นภัยคุกคามต่อโลก
“ผมปฏิเสธ” จางเซวียนพยักหน้าก่อนจะหันไปมองสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างขอโทษขอโพย “เสียใจด้วยนะ แต่ดูเหมือนคราวนี้ผมจะทำให้คุณลำบากเสียแล้ว…”
เมื่อเขาไม่ยอมจำนน สภาปรมาจารย์ก็ย่อมเลือกที่จะกำจัดเขา และในเมื่อเว่ยหรูเหยียนมาช่วยชีวิตเขาถึงที่นี่ การตัดสินใจที่เขาเลือกก็เท่ากับผลักดันเว่ยหรูเหยียนให้กลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกับสภาปรมาจารย์ไปด้วย
“ท่านอาจารย์ โปรดอย่าพูดว่าคุณทำให้ฉันลำบาก คุณคือผู้มอบชีวิตใหม่ให้ฉัน ระหว่างเราไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรแบบนั้น” เว่ยหรูเหยียนตอบพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน
จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืนและจ้องหน้าเหรินชิงหยวนกับบรรดาปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวด้วยสายตาเย็นเยียบก่อนจะพูดต่อ “เอาล่ะ ถ้าพวกเขาอยากจะเป็นศัตรูกับเราจริงๆ อย่างแรก ก็ควรเตรียมตัวที่จะสูญเสียบุคลากรจำนวนครึ่งหนึ่งของตัวเองไปเสียก่อน!”
จากนั้นเธอก็สะบัดข้อมือ แล้วกลุ่มคนจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏตรงหน้า
ทุกคนสวมเสื้อคลุมปรมาจารย์ และสิ่งหนึ่งที่ฝูงชนสังเกตเห็นได้ในทันทีก็คือพวกเขาล้วนมีใบหน้าดำคล้ำ ต่างคนต่างชักดิ้นชักงออยู่กับพื้นอย่างทุกข์ทรมาน ราวกับสูญเสียสติสัมปชัญญะไปแล้ว
ไม่ต้องเป็นอัจฉริยะก็บอกได้ว่าพวกเขาถูกวางยา
“นั่น…เหล่าปรมาจารย์ของเราใช่ไหม?”
“เธอวางยาปรมาจารย์ของพวกเราจำนวนมากขนาดนั้นเชียวหรือ?”
ทุกคนต่างอ้าปากค้าง
เหรินชิงหยวนก็หน้าดำคร่ำเครียด
เขารู้จักปรมาจารย์บางคนที่นอนชักดิ้นชักงออยู่กับพื้น คนเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของสภาปรมาจารย์ที่อยู่ในรัศมี 60,000 ลี้จากศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง และมีหลายคนในกลุ่มนั้นที่เป็นปรมาจารย์ระดับ 8 ดาว สำหรับสภาปรมาจารย์ พวกเขาล้วนแต่เป็นบุคคลผู้ทรงพลังที่สามารถใช้คำพูดชี้ชะตาของผู้คนนับไม่ถ้วนได้ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับห้องโถงแห่งยาพิษ ก็หมดหนทางต่อสู้โดยสิ้นเชิง
ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะถูกเธอจับตัวมา
“คุณต้องการอะไร?” เหรินชิงหยวนคำรามพร้อมกับหรี่ตา
“ก็ไม่มีอะไรมาก หากคุณคิดจะเล่นงานฉันกับท่านอาจารย์ ก็เชิญตามสบาย แต่บอกคุณไว้ได้เลยว่าหากวันนี้พวกเราตายที่นี่ เหล่ากูรูยาพิษของห้องโถงแห่งยาพิษจะพากันลุกฮือ และปรมาจารย์จำนวนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งทั่วทั้งทวีปแห่งปรมาจารย์จะต้องเสียชีวิตเร็วๆ นี้” เว่ยหรูเหยียนตอบอย่างอาจหาญขณะเอาสองมือไพล่หลังไว้ ท่าเดียวกับที่ท่านอาจารย์ของเธอใช้เป็นประจำ
เมื่อ 2-3 เดือนก่อน เธอยังเป็นสาวน้อยที่เกาะติดท่านอาจารย์ แต่ตอนนี้ เธอคือผู้นำตัวจริงที่สามารถแสดงศักยภาพต่อทวีปแห่งปรมาจารย์ได้แล้ว ต่อให้สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็ไม่อาจสังหารเธอได้ตามอำเภอใจ
“บังอาจ! นี่มันบังอาจมาก!”
“กล้าดีอย่างไรมาขู่พวกเรา? ดูเหมือนสภาปรมาจารย์จะทำผิดพลาดเสียแล้วที่ไม่ทำลายพวกคุณเสียก่อนหน้านี้!”
ได้ยินคำพูดนั้น เหล่าปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวถึงกับตัวสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
ในฐานะอาชีพหมายเลข 1 ของทวีปแห่งปรมาจารย์ พวกเขาชินกับการได้รับความเคารพยกย่องจากใครๆ ไม่เคยมีใครพูดจากับพวกเขาด้วยทีท่าแบบนี้
เหรินชิงหยวนจ้องหน้าเว่ยหรูเหยียนด้วยสายตาเย็นชา “ปรมาจารย์อย่างพวกเรามอบชีวิตให้เพื่อเป็นประโยชน์กับมวลมนุษย์ทันทีที่เราประกาศตัวเป็นปรมาจารย์ ไม่มีประโยชน์หรอกที่จะมาขู่ผมด้วยชีวิตของพวกเขา!”
“เหล่ากูรูยาพิษของคุณอาจรับมือด้วยได้ยาก แต่รู้ไว้ซะว่ายาพิษของคุณนั้นใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ ตราบใดที่พวกเราทุ่มเทความพยายาม เหล่าปรมาจารย์ย่อมหาวิธีทำลายอานุภาพยาพิษของพวกคุณได้”
“ในครั้งนั้น ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณที่แสนชั่วร้ายก็ถือเป็นผู้ทรงพลังเช่นกัน แต่สภาปรมาจารย์ก็สามารถถอนรากถอนโคนพวกเขาได้ เพียงเพราะข้อเท็จจริงที่ว่าความสามารถพิเศษของกูรูยาพิษในเรื่องยาสมุนไพรอาจช่วยเหลือมวลมนุษย์ได้หรอกนะ พวกเราจึงอดทนยอมรับในตัวพวกคุณตลอดมา ผมหวังว่าคุณจะไม่นำพาจุดจบมาสู่ตำนานอันยาวนานของห้องโถงแห่งยาพิษเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของคุณเอง!”
เห็นเหรินชิงหยวนปราศจากความหวาดกลัว เว่ยหรูเหยียนหัวเราะลั่น “คุณบอกว่าเหล่าปรมาจารย์ของคุณพร้อมมอบชีวิตให้เพื่อมวลมนุษยชาติหรือ? น่าทึ่งจริงๆ ! ฉันอยากเห็นนักว่าพวกเขามุ่งมั่นแค่ไหน มาดูกันเถอะว่าใครจะยอมแพ้ก่อน!”
จากนั้นเธอก็โบกมือ แล้วบรรยากาศเจือยาพิษที่ล้อมรอบเว่ยหรูเหยียนอยู่ก็แพร่กระจายออกไปโดยรอบ
ปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวที่อยู่ใกล้เธอที่สุดหนีไม่ทัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำขณะที่ทรุดฮวบลงกับพื้นและอาเจียนไม่หยุด
“ฮะ?”
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศพิษนั้นน่าสะพรึงแค่ไหน จางหวู่เหิง โหยวโร่วชิงและคนอื่นๆ รีบหนีด้วยความหวาดกลัว
ประสิทธิภาพของสภาวะกายพิษแต่กำเนิดนั้นน่าสะพรึงสมกับชื่อเสียงของมัน!
“ในเมื่อคุณรนหาที่ตาย ผมก็จะจัดให้!” เหรินชิงหยวนคำราม
บรรยากาศพิษที่เว่ยหรูเหยียนแผ่ออกมานั้นสามารถทำให้ทั้งสมาพันธ์นานาจักรวรรดิกลายเป็นนรกทั้งเป็นได้เลยทีเดียว เขาไม่อาจปล่อยให้เรื่องเลวร้ายแบบนั้นเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาได้ จึงก้าวออกไปและแตะตราประทับสภาปรมาจารย์ที่อยู่ตรงหน้า
วิ้ง!
ตราประทับสภาปรมาจารย์สั่นสะท้านเบาๆ เป็นการตอบสนอง จากนั้นพละกำลังอันน่าสะพรึงก็ระเบิดออกมา พุ่งตรงเข้าโจมตีจิตวิญญาณต้นกำเนิดของเว่ยหรูเหยียน
บึ้มมม!
เว่ยหรูเหยียนเลิกคิ้วขณะรีบรวบรวมพลังปราณเพื่อปัดป้องการโจมตีนั้น
ขณะที่เว่ยหรูเหยียนใกล้จะทนไม่ไหว เสียงเย็นเยียบเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นกลางอากาศ
“คุณดูถูกผู้พยากรณ์จิตวิญญาณเสียเหลือเกิน แต่กลับใช้ศาสตร์แห่งจิตวิญญาณที่คุณดูถูกมาเล่นงานท่านอาจารย์กับศิษย์น้องของผม สภาปรมาจารย์หน้าไหว้หลังหลอกขนาดนี้เชียวหรือ?”
จิตวิญญาณขนาดมหึมาปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันกลางอากาศ ปกคลุมไปทั่วฝูงชน ด้วยการโบกมือเบาๆ ตราประทับสภาปรมาจารย์ก็ลอยละลิ่วเข้าสู่มือของจิตวิญญาณดวงนั้น ตราประทับพยายามดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากมือของจิตวิญญาณขนาดมหึมาดวงนั้นได้เลย
