Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1546


ตอนที่ 1546 จางเซวียนให้คำชี้แนะ (1)

“ท่านอาจารย์ระดับวรยุทธของคุณ…” เจิ้งหยางแสดงความกังวล

ท่านอาจารย์ของเขาเป็นแค่นักรบการแบ่งแยกมิติขั้นต้นส่วนหัวหน้าตระกูลจางนั้นสามารถระเบิดกระแสดาบฉีที่ปัดป้องหุ่นของหวังหยิ่งได้จากระยะไกลบ่งบอกชัดเจนว่าอีกฝ่ายเป็นนักรบระดับเซียนขั้น9!

ด้วยความเหลื่อมล้ำในระดับวรยุทธของทั้งคู่ท่านอาจารย์กับเซียนดาบชิงจะสู้กันได้อย่างไร?

เพราะการใช้ประโยชน์จากหยดเลือดของตราประทับสภาปรมาจารย์จางเซวียนจึงมีพละกำลังเหนือกว่าขีดจำกัดเดิมของเขาแต่ด้วยระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณที่สูงธรรมชาติของพลังปราณเทียบฟ้าและข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจงใจไม่เปิดเผยดังนั้นแม้แต่เจิ้งหยางก็ไม่รู้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในประสิทธิภาพการต่อสู้ของอาจารย์ของเขาในช่วงไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา

รู้ดีว่าเจิ้งหยางกังวลอะไรเซียนดาบชิงพูดยิ้มๆ “ผมจะลดระดับวรยุทธลงให้เท่ากับปรมาจารย์จางและมันจะเป็นการดวลศิลปะเพลงดาบแบบเรียบง่ายคุณวางใจได้เลยว่าผมจะไม่ทำให้อาจารย์ของคุณได้รับบาดเจ็บ!”

“ถ้าผมแพ้ผมจะกล่าวคำขอโทษคุณในนามของตระกูลจางและไม่เอาเรื่องเอาราวกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแต่ถ้าผมชนะผมต้องขอให้ปรมาจารย์จางทำตามข้อตกลงที่เราเคยคุยกันไว้”

เมื่อครั้งที่จางเซวียนท้าทายเซียนดาบชิงเข้าสู่การดวลเขาได้สัญญาไว้ว่าหากเขาแพ้ก็จะเข้าร่วมกับตระกูลจางในฐานะผู้อาวุโส

“แน่นอนผมจะไม่ผิดสัญญา!” จางเซวียนพยักหน้า “เอาล่ะแต่ในเมื่อมันเป็นการดวลผมจะไม่เอาเปรียบคุณเช่นกันคุณไม่จำเป็นต้องลดระดับวรยุทธหรอกใช้พละกำลังสูงสุดของคุณได้เลย”

“คุณจะให้ผมใช้พละกำลังเต็มพิกัดกับคุณหรือ?” เซียนดาบชิงถึงกับชะงัก

ด้วยระดับวรยุทธของเขาหากเขาใช้พละกำลังเต็มที่ต่อให้รองประธานเหรินชิงหยวนก็รับมือได้ยากแล้วนักรบการแบ่งแยกมิติขั้นต้นอย่างชายหนุ่มหมายความตามที่เขาพูดจริงๆ หรือ?

“หมอนั่นเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?”

เหรินชิงหยวนจางหวู่เหิงและคนอื่นๆ ก็งงกับคำพูดของจางเซวียน

ก่อนหน้านี้พวกเขาได้เห็นพละกำลังของชายหนุ่มแล้วซึ่งนอกจากวิถีทางต่างๆ นานาของเขาและบรรดาลูกศิษย์ที่ทรงพลังตัวชายหนุ่มเองก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ

กล้าบอกให้เซียนดาบชิงใช้พละกำลังเต็มพิกัดโดยไม่ต้องลดระดับวรยุทธนั่นเท่ากับร้องขอความตายดีๆ นี่เอง!

“ใช่แล้ว” จางเซวียนพยักหน้า “นอกเหนือจากนั้นผมจะนั่งอยู่ตรงนี้และสู้กับคุณโดยใช้มือข้างเดียวหากร่างของผมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยหรือผมใช้มืออีกข้างหนึ่งล่ะก็ผมจะยอมแพ้ทันที!”

“……” เซียนดาบชิงอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำพูดนั้น

เขามี 2 เหตุผลที่ทำให้อยากดวลกับจางเซวียนข้อแรกเขาต้องการตรวจสอบว่าชายหนุ่มเป็นลูกชายของเขาจริงๆ หรือเปล่าส่วนข้อ 2 เขาอยากจะใช้วิธีนี้คลี่คลายความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างชายหนุ่มกับตระกูลจางคือทำให้เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลจางสบายใจขณะที่ควบคุมพละกำลังของตัวเองอย่างระมัดระวังเพื่อให้แน่ใจว่าชายหนุ่มจะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

การที่ชายหนุ่มจะไม่รับความปรารถนาดีของเขาก็เป็นเรื่องหนึ่งแต่ถึงกับพูดจาโอหังแบบนั้น…

“ช่างเหมือนคุณจริงๆ …”

ขณะที่เซียนดาบชิงกำลังโมโหเดือดก็พลันได้ยินเสียงภรรยาแว่วเข้าหูเขาตัวงอด้วยความขยาด “ผมโอหังขนาดนั้นจริงๆ หรือ?”

“ตอนคุณยังหนุ่มน่ะคุณโอหังยิ่งกว่าเขาเสียอีก!” เซียนดาบเหมิงตอบยิ้มๆ

“เอ่อ…” เซียนดาบชิงเกาหัวก่อนจะมองจางเซวียนอย่างจนปัญญา “เอาอย่างนั้นก็ได้ในเมื่อคุณเรียกร้องผมก็จะทำตาม”

เมื่อพูดจบเขาก็ร่อนลงมาจากกลางอากาศ

แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้นเสียงจากโทรจิตของภรรยาก็แว่วเข้าหู “ถ้าคุณทำร้ายลูกชายของฉันแม้แต่ปลายผมอย่าได้หวังว่าจะได้นอนเตียงเดียวกับฉันอีก!”

“ผม…” เซียนดาบชิงถึงกับเซเมื่อได้ยินคำพูดนั้นเขาแทบปล่อยโฮ

นี่เราทำอะไรผิดถึงต้องเจอเรื่องแบบนี้?

เจ้าหนุ่มนั่นคิดบ้างหรือเปล่าว่าผลจะออกมาแบบนี้ตอนที่เสนอว่าจะเผชิญหน้ากับการโจมตีของเขาด้วยมือข้างเดียวขณะที่นั่งอยู่กับพื้น?

“ท่านอาจารย์…”

ตรงกันข้ามกับอาการร่ำๆ จะปล่อยโฮของเซียนดาบชิงทั้งเจิ้งหยางเว่ยหรูเหยียนและคนอื่นๆ ส่งสายตาที่แสดงความกังวลใส่จางเซวียน

แต่ละคนได้รับทรัพยากรอย่างเต็มที่ทำให้พวกเขาเติบโตและก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแต่ท่านอาจารย์ของพวกเขาไม่ได้โชคดีแบบนั้นระดับวรยุทธของเขาจึงยังคงล้าหลังเป็นแค่นักรบการแบ่งแยกมิติขั้นต้นด้วยความแข็งแกร่งที่มีอยู่ตอนนี้ไม่มีทางที่อาจารย์จะรับมือกับเซียนดาบชิงที่ใช้พละกำลังเต็มพิกัดได้เลย!

โอกาสชนะนั้นเป็นศูนย์อย่างสิ้นเชิง

“ไม่ต้องห่วงน่ะมีครั้งไหนบ้างที่ท่านอาจารย์ของเราเข้าร่วมสงครามที่เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะชนะในเมื่ออาจารย์พูดแบบนั้นออกมาแปลว่าเขามีแผนการอยู่ในใจแล้ว!” หยวนเทาพูดยิ้มๆ

“ผมก็หวังว่าจะจริง…” เจิ้งหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า

เว่ยหรูเหยียนเพิ่งมาเป็นศิษย์ของจางเซวียนได้ไม่นานจึงไม่รู้วีรกรรมที่ผ่านมาของเขาแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พอเข้าใจบุคลิกและนิสัยของอีกฝ่าย

ถ้าจะมีสักอย่างที่เธอแน่ใจนั่นคือท่านอาจารย์ของเธอไม่มีวันจับไม้สั้น!

ผู้ที่กล้าท้าทายเขาจะต้องลงเอยด้วยการพ่ายแพ้อย่างยับเยิน!

“เดี๋ยวก่อนพวกคุณรู้สึกบ้างหรือเปล่าว่ารังสีของท่านอาจารย์ดูจะ…เปลี่ยนไป” หวังหยิ่งพูดขึ้น “เมื่อครู่นี้ฉันยังกะประมาณพละกำลังของเขาได้แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนกับจ้องลงไปในมหาสมุทรที่ล้ำลึกไม่มีที่สิ้นสุดมองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น”

คำพูดนั้นทำให้เจิ้งหยางเว่ยหรูเหยียนและคนอื่นๆ พากันพิจารณาท่านอาจารย์ของพวกเขาอีกครั้งและก็เป็นไปตามนั้นอีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงไปมากแม้เขายังคงนั่งอยู่กับที่แต่พลังงานภายในร่างกายก็ดูจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าจนถึงระดับที่แม้แต่พวกเขาก็ไม่อาจกะประมาณได้

“ท่านอาจารย์ฝ่าด่านวรยุทธอีกแล้ว…” ลู่ชงเอ่ยขึ้นอย่างลังเล

ในฐานะผู้พยากรณ์จิตวิญญาณเขามีความอ่อนไหวต่อสภาพรอบตัวมากกว่าคนอื่นๆ เมื่อครู่ก่อนท่านอาจารย์ยังอยู่ในระดับที่เขาสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดายแต่ตอนนี้เพียงแค่อยู่ใกล้อีกฝ่ายเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่โถมทับเข้าใส่ทำให้เขาอึดอัด

ลู่ชงไม่รู้ว่าอะไรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากกับท่านอาจารย์ภายในระยะเวลาอันสั้นแต่ในเมื่อคนที่พวกเขากำลังพูดถึงคืออาจารย์ทำให้ ‘ความเป็นไปไม่ได้’ ก็ไม่ถึงขั้นที่จะเรียกว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา

เห็นท่านอาจารย์เตรียมพร้อมในที่สุดเจิ้งหยางก็ละวางความกังวลใจเขาหัวเราะหึๆ ดันคนอื่นให้หลบไปอยู่ด้านข้างและพูดว่า “ในเมื่อเป็นอย่างนั้นพวกเราก็อย่ากังวลเลยนั่งดูท่านอาจารย์ของเราสั่งสอนบทเรียนให้เซียนดาบชิงดีกว่า!”

เพราะจดจำได้ถึงคำขู่ของภรรยาอันเป็นที่รักเซียนดาบชิงสูดหายใจลึกก่อนจะสะบัดข้อมือและชักดาบออกมา “คุณเริ่มก่อนเลย!”

“ผมเกรงว่าจะพลั้งมือทำให้คุณบาดเจ็บหากผมใช้ดาบในเมื่อเป็นการดวลฉันมิตรผมขอไม่ใช้ดาบก็แล้วกัน” จางเซวียนมองเซียนดาบชิงและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“คุณจะไม่ใช้ดาบ?แล้วจะต่อสู้อย่างไร?”

ในตอนนั้นเซียนดาบชิงรู้สึกอยากจะทึ้งผมตัวเองออกมา

ไม่มีวันที่จะพูดจากันรู้เรื่องกับคนโง่เง่าที่หยิ่งผยองขนาดนี้!

ก็จริงเขายอมรับว่าเขาออกจะหยิ่งผยองไม่เบาเมื่อตอนที่ยังหนุ่มพยายามจะเกทับคู่ต่อสู้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสแต่เขาก็ยังไม่คุยโวโอ้อวดขนาดนี้!

ดูเหมือนชายหนุ่มพยายามจะตบหน้าเขาด้วยคำพูดทุกประโยคของตัวเอง!

ใครก็ตามที่อยู่ในสภาพเดียวกับเขาย่อมโมโหเดือดแต่กับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า…เขาไม่อาจโมโหได้แม้จะอยากโมโหสักแค่ไหน

เซียนดาบชิงยังไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มเป็นลูกชายของเขาจริงๆ หรือเปล่าแต่เขามีความรู้สึกเหมือนภรรยามันยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดแต่ก็เหมือนกับมีสายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาดระหว่างตัวเขากับชายหนุ่มคนนี้

“ผมจะสู้กับคุณแบบนี้แหละ”

จางเซวียนไม่รับรู้ความรู้สึกของเซียนดาบชิงเขากระดิกนิ้วแล้วกระแสดาบฉีที่มีความยาวราว 3สือก็รวมตัวกันที่ปลายนิ้วของเขาเปล่งประกายเย็นเยือกออกมา

“ก็ได้เอาที่คุณสบายใจแต่…พยายามหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บนะตกลงไหม?”

ยากที่จะบอกได้ว่าเป็นความโมโหหรือความขัดใจเซียนดาบชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่

จากนั้นเขาก็กวัดแกว่งดาบและพุ่งเข้าใส่จางเซวียน

เขาใช้พละกำลังเพียงแค่ 1 ใน 10 แต่ไม่ได้ยับยั้งเจตจำนงเพลงดาบของตัวเองขณะที่ดาบถูกจ้วงแทงออกไปมันทะลุช่องว่างและไปจ่ออยู่ตรงหน้าหว่างคิ้วของจางเซวียนในชั่วพริบตา

“ไม่เลวเลยขอบอกว่าศิลปะเพลงดาบของคุณน่าทึ่งมาก!” จางเซวียนหัวเราะหึๆ

สมกับที่เป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะเพลงดาบหมายเลข 1 ของตระกูลจางทันทีที่ออกตัวก็เห็นชัดว่าเพลงดาบของเขาเหนือชั้นกว่าจางฉู่กับคนอื่นๆ มาก

จางเซวียนไม่คิดจะหลบเขานั่งนิ่งอยู่กับที่ใช้มือซ้ายแผ้วถางทางเดินพลังปราณให้จ้าวหย่าขณะที่ยกมือขวาขึ้นและเคาะช่องว่างที่อยู่ตรงหน้า

กระแสดาบฉีระเบิดออกจากปลายนิ้วมันทะลุช่องว่างไปในชั่วพริบตา

ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มออกตัวเจตจำนงหรือการปลดปล่อยเทคนิคศิลปะเพลงดาบที่จางเซวียนสำแดงออกมานั้นเหมือนกับของเซียนดาบชิงอย่างไม่มีผิดเพี้ยนหากมีคนนอกที่ไม่รู้ถึงความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างจางเซวียนกับตระกูลจางมาก่อนจะต้องคิดว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องร่วมสำนักที่กำลังดวลเพลงดาบกัน

แต่ถึงแม้จะเป็นกระบวนท่าแบบเดียวกันการโจมตีของจางเซวียนก็พุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมายแม้จะถูกสำแดงออกมาทีหลังเท่าที่เห็นศิลปะเพลงดาบของเซียนดาบชิงถูกทำลายก่อนที่จะได้เข้าใกล้กว่านั้น

“เฮ้ย…” เซียนดาบชิงตัวแข็งด้วยความประหลาดใจกับการพลิกผันอย่างคาดไม่ถึงของสถานการณ์เขาอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ “เป็นไปได้อย่างไร?”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version