ตอนที่ 481 ท้าทายทะเลค่ายกล
“ค่ายกลสมบูรณ์แบบ?” เห็นเพื่อนเก่าถึงกับไปไม่เป็น ประธานไซ่ก็ยิ่งงงหนัก
เขาเคยได้ยินว่ามีค่ายกลกักกัน, ค่ายกลภาพลวงตา, ค่ายกลล่อลวง, ค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณ…แต่ไม่เคยได้ยินว่ามีค่ายกลสมบูรณ์แบบ
“ก็เหมือนกับภาพวาดและยาเม็ด ระดับความสมบูรณ์แบบของค่ายกลก็มีขั้น เพราะเวลาประกอบค่ายกลชนิดเดียวกัน ค่ายกลที่ประกอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 2 ดาวจะดีเทียบเท่ากับค่ายกลที่ประกอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 5 ดาวไปไม่ได้”
ประธานเจิ้งข่มความงุนงงไว้และตั้งต้นอธิบาย
ประธานไซ่ถึงกับผงะ
แม้จะเป็นแผ่นค่ายกลเกรดเดียวกัน แต่ทุกคนก็หวังว่าจะได้ซื้อแผ่นค่ายกลที่เป็นฝีมือของผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลในระดับขั้นสูงกว่า เพราะฝีมือของคนเหล่านั้นย่อมจะเสถียรและทรงพลังกว่าอย่างแน่นอน
เช่นเดียวกันกับยาเม็ด ยาเม็ดที่หลอมโดยนักปรุงยาระดับสูงกว่าก็มีแนวโน้มที่จะมีคุณภาพดีและมีคุณสมบัติในการรักษาที่เข้มข้นกว่า
“ความแตกต่างระหว่างค่ายกลอยู่ที่ว่ามันสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมมากแค่ไหน และสามารถดึงพลังงานจากบริเวณโดยรอบมาใช้ได้เท่าไหร่!”
เห็นประธานไซ่ยังหน้าเหวอ ประธานเจิ้งอธิบายต่อ “ค่ายกลที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมได้ 20 % จะเรียกว่าอยู่ในขั้นต้น ค่ายกลระดับนี้จะสามารถทำในสิ่งที่เป็นวัตถุประสงค์ของมันได้สำเร็จ มีแต่ผู้ที่ประกอบค่ายกลให้อยู่ในขั้นนี้ได้เท่านั้นที่จะเรียกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลอย่างเป็นทางการ”
“หากระดับความสอดคล้องอยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ ค่ายกลนั้นจะสามารถดึงเอาพลังงานที่อยู่โดยรอบมาเพิ่มพลังให้กับตัวมันเองได้ ในขั้นนี้ ความรู้ความเข้าใจของผู้ที่ประกอบมันขึ้นมาจะจัดว่าอยู่ในขั้นกลาง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 4 ดาว ตัวผมเองก็สามารถเข้าถึงขั้นนี้ได้ง่ายเมื่อประกอบค่ายกลเกรด 2”
“ต่อนะ สำหรับระดับความสอดคล้องที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ตัวค่ายกลกับสภาพแวดล้อมจะเติมเต็มซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี เราเรียกสิ่งนี้ว่าค่ายกลขั้นสูง ซึ่งในบางครั้งที่ผมประกอบค่ายกลเกรด 1 ก็สามารถเข้าถึงขั้นนี้ได้…”
“ที่ระดับความสอดคล้อง 80 % หากจะพูดว่าสภาพแวดล้อมเป็นตัวขับเคลื่อนค่ายกลนั้นก็ไม่ผิด มันเหมือนกับเครื่องมือที่มีจิตวิญญาณในตัวเอง ค่ายกลที่เข้าถึงขั้นนี้จะสามารถนำพลังธรรมชาติที่อยู่โดยรอบมาสร้างเป็นพายุเฮอริเคน, ไต้ฝุ่น, กับดัก และทำให้ผู้ที่หลงเข้าไปต้องตกที่นั่งลำบาก”
หลังจากพูดจบ ประธานเจิ้งก็ปากซีด “ต่อให้คุณฝ่าค่ายกลได้ แล้วคุณฝ่าสภาพแวดล้อมได้หรือเปล่า?”
ประธานไซ่ถึงกับอึ้ง
ใครก็สามารถเดินออกจากค่ายกล ออกจากห้อง ออกจากลานบ้านได้…แต่ทุกที่ๆ ทุกคนยืนอยู่ก็คือสภาพแวดล้อม แล้วจะเดินออกมาได้ไหม? ฝ่ามันไปได้หรือเปล่า?
ค่ายกลที่เข้าถึงระดับนี้ หากเข้าไปติดกับแล้ว ต่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลเองก็ยังฝ่าค่ายกลออกมาได้ยาก
“รอเดี๋ยว…”
เมื่อนึกอะไรได้ ประธานไซ่ก็ตัวสั่นและตาโตอีกครั้ง เขาจ้องหน้าประธานเจิ้งอย่างไม่อยากเชื่อและตั้งคำถาม “นั่นมันระดับความสอดคล้องแค่ 80 เปอร์เซ็นต์…แล้ว 100 % ล่ะ?”
“ก็นั่นแหละ เป็นอย่างที่คุณคิด มันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ…ค่ายกลสมบูรณ์แบบ!”
ประธานเจิ้งพูดด้วยเสียงที่ออกจะสั่นเล็กน้อย “มันสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมอย่างสมบูรณ์แบบเสียจนเมื่ออยู่ในสภาวะสงบนิ่ง ก็จะไม่ก่อให้เกิดการรบกวนสภาพแวดล้อมเลย ทำให้ได้ชื่อว่า ‘ไร้แรงกระเพื่อม’ แต่นั่นแหละ เมื่อไหร่ที่ถูกเปิดใช้งาน สภาพแวดล้อมก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ค่ายกลจะกลายเป็นสภาพแวดล้อม และสภาพแวดล้อมก็จะกลายเป็นค่ายกล…ลองคิดดูนะว่าการฝึกวรยุทธในค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณน่ะ จะเทียบชั้นกับการฝึกวรยุทธในสภาพแวดล้อมธรรมชาติได้อย่างไร?”
ก็เหมือนกับเครื่องปรับอากาศ ต่อให้อุณหภูมิจะดีงามแค่ไหนก็ไม่อาจเทียบกับความอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิได้
“ใช้แค่ธงกับแกนกลางค่ายกลเพื่อปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ตำนานกล่าวไว้ว่า มีแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 6 ดาวขึ้นไปเท่านั้นที่ทำได้…”
เมื่อมาถึงตรงนี้ แม้แต่ตัวประธานเจิ้งเองก็ยังไม่อยากเชื่อ
ก็เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขายังไม่รู้แม้กระทั่งว่าแผ่นค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณนั้นไม่มีวางขายในสมาคม แต่พอมาตอนนี้ ก็สามารถประกอบค่ายกลที่มีแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 6 ดาวเท่านั้นที่ทำได้, ค่ายกลสมบูรณ์แบบ…”
นี่เราเสียสติ หรือโลกนี้เพี้ยน?
ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ของสมาคม
ระหว่างที่ยังงงๆ เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้น “ตอนนี้ คุณก็ขายธงค่ายกล แกนกลางค่ายกล และพิมพ์เขียวให้ผมได้แล้วสิ ใช่ไหม?”
ค่ายกลที่จางเซวียนเพิ่งประกอบนั้นเป็นค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณขั้นพื้นฐานที่สุด มันไม่สามารถดึงเอาพลังจิตวิญญาณจากหินวิเศษได้มากพอจะนำมาให้เขาใช้ ซึ่งค่ายกลที่จะทำแบบนั้นได้จะต้องเป็นค่ายกลเกรด 4 เป็นอย่างน้อย
“แน่นอน…”
ประธานเจิ้งพยักหน้าแบบเจื่อนๆ
หากคนที่ประกอบค่ายกลสมบูรณ์แบบได้ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะซื้อของพวกนี้ แล้วตัวเขาเองจะไม่ยิ่งกว่าขาดคุณสมบัติหรือ?
“ไม่ทราบว่า…ปรมาจารย์จางเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับไหน?” เมื่อพูดกันรู้เรื่องแล้ว ประธานเจิ้งก็อ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งคำถาม
เป็นที่รู้กันว่ามีแต่ปรมาจารย์มีแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 6 ดาวเท่านั้นที่จะสามารถประกอบค่ายกลเกรด 2 ให้อยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบได้ แต่อัจฉริยะแถวหน้าบางคนก็ทำได้เหมือนกัน ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขายังไม่ได้เป็นนักรบเหนือมนุษย์เสียด้วยซ้ำ จึงไม่มีทางที่ระดับขั้นของเขาจะสูงส่งมากมาย แต่ถึงอย่างนั้น ประธานเจิ้งก็ยังอยากรู้ระดับขั้นของอีกฝ่าย เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตัวต่อเขาได้เหมาะสม
“ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล? ผมไม่เคยเข้ารับการทดสอบด้วยซ้ำ จะเรียกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ได้หรอก…” จางเซวียนส่ายหน้า
ก็เขาเพิ่งเรียนวิชาค่ายกลเมื่อครู่นี้เอง จะให้ไปสอบที่ไหน?
“คุณไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล?” ประธานเจิ้งถึงกับยืนโงนเงนและอ้าปากค้างไปอีกรอบ
นอกจากจะประกอบค่ายกลได้อย่างรวดเร็วแล้ว ค่ายกลนั้นก็ยังอยู่ในขั้นสูงด้วย…แต่ตัวเขาไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล? เจ้าปีศาจตนนี้มาจากไหน?
ตัวเขาเองเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญค่ายกลระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุด แต่ในด้านความเร็วก็ยังเทียบกับอีกฝ่ายไม่ได้ และแน่นอนว่าเขาไม่อาจประกอบค่ายกลให้เข้าขั้นสมบูรณ์แบบด้วย
“ไม่ทราบว่า เอ่อ…ปรมาจารย์จางสนใจเข้ารับการทดสอบในสมาคมของเราไหม?”
ประธานเจิ้งเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เขาถึงกับตาโต
สมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลก็มีสาขานับไม่ถ้วน หากชายหนุ่มเข้ารับการทดสอบที่นี่ เขาย่อมจะกลายเป็นอัจฉริยะของเมืองหงไห่ ซึ่งถ้าสำนักงานใหญ่รู้เรื่องนี้ พวกเขาก็จะต้องตบรางวัลให้กับสาขาของเขาอย่างแน่นอน
“อยากสิ!” จางเซวียนพยักหน้า
จะเข้ารับการทดสอบที่ไหนก็ไม่สำคัญ เพราะถึงอย่างไร ในการจะก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์ระดับที่สูงขึ้น เขาก็ต้องมีอาชีพรองรับให้มากกว่าเดิมอยู่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลเป็นหนึ่งในอาชีพที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเก้าสถานะระดับบน จึงย่อมจะดีมากหากเขาได้เป็นสมาชิกคนหนึ่งของวิชาชีพนี้
“เยี่ยมเลย ผมจะไปเตรียมการทดสอบให้…”
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายตอบตกลง ประธานเจิ้งยิ้มย่องอย่างตื่นเต้น “ส่วนพิมพ์เขียว ธง และแกนกลางค่ายกลที่ใช้ในการประกอบค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณน่ะ เมื่อคุณสอบผ่านแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อหรอก ผมให้คุณชุดหนึ่งได้เลย!”
ระบบของสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลก็ไม่แตกต่างกับสมาคมนักปรุงยา : สมาชิกที่ยังอยู่ในระดับขั้นต่ำๆ ก็ไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่อยู่สูงกว่าระดับขั้นของตัวเองได้ โดยจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ที่มีอำนาจก่อน
แต่หากเข้าถึงระดับขั้นตามที่กำหนดไว้แล้ว ก็สามารถนำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ
“ได้สิ!” เมื่อได้รู้ว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก จางเซวียนก็รีบพยักหน้า
ถึงตอนนี้เขาจะไม่ขาดแคลนหินวิเศษแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าควรจะเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะเขายังต้องใช้หินวิเศษอีกมหาศาลในการฝ่าด่านวรยุทธ หินวิเศษหลายหมื่นก้อนอาจเป็นลาภก้อนใหญ่สำหรับนักรบคนอื่น แต่สำหรับเขา มันไม่พอจะช่วยให้ฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2 ได้ด้วยซ้ำ
จางเซวียนจึงรู้สึกว่าจะต้องเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด
“การทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลมีรูปแบบอย่างไร?” จางเซวียนถาม
เขารู้สึกว่าอย่างน้อย ก่อนจะสอบ ถามให้รู้ไว้สักหน่อยก็ดี
ก็เหมือนกับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ การทดสอบที่นี่ก็มีหลายด่าน ซึ่งแต่ละสาขาก็จะมีรูปแบบแตกต่างกันออกไป
อย่างในอาณาจักรเทียนหวู่ การทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 1 ดาวก็คือต้องประกอบค่ายกลเกรด 1 ให้สำเร็จ แต่สำหรับเมืองใหญ่ๆ ที่เจริญรุ่งเรืองของสมาพันธุ์นานาอาณาจักร การทดสอบก็น่าจะแตกต่างออกไป
“การทดสอบของสาขาเราออกจะแหวกแนวอยู่สักหน่อยเมื่อเปรียบเทียบกับสาขาอื่น มันยากกว่ากันเล็กน้อย เราเรียกมันว่า…ทะเลค่ายกล!” ประธานเจิ้งตอบ
“ทะเลค่ายกล?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
“ถูกต้อง ทะเลค่ายกลคือการรวบรวมเอาค่ายกลที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนในสมาคมได้มอบไว้ให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อเข้าไปในนั้น ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องเจอกับค่ายกลหลากหลายรูปแบบ เงื่อนไขของการสอบผ่านก็คือ เมื่อเข้าไปติดกับแล้ว ก็จะต้องฝ่าค่ายกลนั้นออกมาให้ได้ มีทั้งหมด 4 ขั้น และแต่ละขั้นคือค่ายกลเกรด 1 ไปจนถึงเกรด 4 ตามลำดับ หากผ่านด่านแรก ก็จะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 1 ดาว ผ่านด่านที่สองก็เป็นระดับ 2 ดาว…และต่อๆ ไปตามนั้น!” ประธานเจิ้งอธิบาย
“ผมเข้าใจแล้ว มันยากกว่าการประกอบค่ายกลเสียอีก!” จางเซวียนพยักหน้า
การประกอบค่ายกลและการฝ่าด่านค่ายกลออกมานั้นก็เหมือนกับการขึ้นและลงเขา ขึ้นเขานั้นง่าย แต่การลงเขาจะต้องเจอกับความยากลำบากหลายอย่าง
ในการประกอบค่ายกลให้สำเร็จ ผู้นั้นจะต้องระบุองค์ประกอบและตำแหน่งในการจัดวางค่ายกลให้ถูกต้อง แต่ในการฝ่าด่านค่ายกล…เมื่อเข้าไปติดกับในค่ายกลแล้ว การจำลองสถานการณ์ให้ออกและระบุชนิดของค่ายกลให้ได้ย่อมเป็นเรื่องยาก หากประเมินพลาดแม้เพียงนิดเดียวก็อาจกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่
“มันก็ออกจะยากอยู่สักหน่อย แต่ถ้ามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องค่ายกลอย่างลึกซึ้งล่ะก็ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก!” ประธานเจิ้งหัวเราะหึๆ
“แม้ว่าในทะเลค่ายกลจะมีค่ายกลอยู่นับไม่ถ้วน แต่หากผู้เข้ารับการทดสอบสามารถระบุชนิด ชื่อ และประตูชีวิตของค่ายกลนั้นได้อย่างรวดเร็ว การฝ่ามันออกมาจะง่ายกว่าการประกอบมันมาก แต่ไม่ว่าการทดสอบจะเป็นแบบไหน ในเมื่อเป็นสิ่งที่ทะเลค่ายกลจัดให้ ผู้เข้ารับการทดสอบก็จะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในค่ายกลเสียก่อน ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางสอบผ่าน!”
หลังจากอธิบายจบ ประธานเจิ้งก็มองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าและพูดว่า “ในเมื่อปรมาจารย์จางไม่เคยเข้ารับการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลมาก่อน คุณก็ควรจะเริ่มจากค่ายกลเกรด 1 เพื่อให้คุ้นเคยกับมัน ด้วยวิธีนี้ คุณก็จะได้สั่งสมประสบการณ์ และไม่ตระหนกเมื่อต้องเจอกับค่ายกลขั้นสูงขึ้นไป!”
จางเซวียนพยักหน้า หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็พูดว่า “แต่ก่อนจะทดสอบ ผมอยากขอเข้าชมหอสมุดก่อน!”
ค่ายกลอานุภาพสูงสุดที่เขาถ่ายโอนข้อมูลไว้ในหอสมุดเทียบฟ้าก็เป็นแค่ค่ายกลเกรด 2 เท่านั้น หากอยากจะเข้ารับการทดสอบ ก็ควรจะอ่านหนังสือให้ได้มากขึ้น
“คุณอยากดูหนังสือหรือ? ได้เลย เสียวอู่, พาปรมาจารย์จางไปหอสมุดด้วย นานมาแล้วที่ไม่มีใครเข้าท้าทายทะเลค่ายกลทั้ง 4 ด่าน ก็คงต้องเตรียมตัวกันหน่อย”
ประธานเจิ้งหัวเราะหึๆ
เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่จางเซวียนอยากดูหนังสือ
ก็เป็นธรรมดาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลจะอยากดูหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของตัวเอง ตัวเขาก็เข้าหอสมุดอยู่บ่อยๆ เพื่อศึกษาค่ายกลพิเศษบางชนิดให้หูตากว้างไกลกว่าเดิม
“ขอรับ!” ชายหนุ่มที่ชื่อเสียวอู่พยักหน้า
“ปรมาจารย์จาง…”
เสียวอู่นำจางเซวียนออกจากห้องไป ส่วนประธานไซ่ก็ได้แต่ยืนตะลึงพรึงเพริด
คุณมาที่นี่เพื่อซื้อแผ่นค่ายกลไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงกลายเป็นเข้ารับการทดสอบเสียเอง?
นี่มันหนึ่งในเก้าสถานะระดับบน, อาชีพชั้นนำของทวีปนี้ จู่ๆ ก็พรวดพราดเข้ารับการทดสอบ…ไม่ต่างอะไรกับตอนที่เข้าท้าทายสายน้ำมหาสมบัติเลย
“สหายเจิ้ง คุณคิดว่าปรมาจารย์จางจะผ่านด่านการทดสอบได้สักกี่ด่าน?”
เขาอดตั้งคำถามกับประธานเจิ้งไม่ได้
“ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะผ่านได้กี่ด่าน แต่ดูจากการที่เขาประกอบค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณเกรด 2 ได้เข้าขั้นสมบูรณ์แบบ ก็แปลว่าความรู้ความเข้าใจเรื่องค่ายกลของเขาจะต้องสูงกว่าผมเสียอีก พูดง่ายๆ ก็คือ อย่างน้อยก็น่าจะเป็นระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุด หรืออาจจะเป็น…ระดับ 5 ดาวก็ได้!” ประธานเจิ้งตอบอย่างเคร่งขรึม
“4 ดาว ขั้นสูงสุด? 5 ดาว?” ประธานไซ่ถึงกับตะลึง
ครั้งแรกที่เขาพบกับปรมาจารย์จาง ก็คิดว่าอีกฝ่ายคงเก่งกาจแค่การตรวจสอบสมบัติ ซึ่งแม้จะแค่นั้น ก็มากเกินพอจะทำให้เขายำเกรงแล้ว ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าปรมาจารย์จางจะรอบรู้เรื่องค่ายกลด้วย ถึงกับเหนือกว่าเพื่อนเก่าของเขาเสียอีก
อายุอานามเพียงเท่านี้ แต่มีความรอบรู้และเก่งกาจเสียขนาดนั้น… เขาทำได้อย่างไร?
“ถูกต้อง แต่ถึงอย่างไรทะเลค่ายกลก็ไม่ง่าย คนไม่มีประสบการณ์ไม่อาจผ่านการทดสอบได้ง่ายนักหรอก ที่ผมหวังไว้ก็คือ อยากให้เขาฝ่าด่านได้มากกว่าที่อัจฉริยะคนอื่นเคยมาทำสถิติไว้ที่สาขาของเรา!”
ประธานเจิ้งพยักหน้า
“ฝ่าด่านได้มากกว่า…”
ประธานไซ่ถึงกับหน้าตาเหยเกเมื่อได้ฟังคำตอบ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
ถ้าชายหนุ่มคนนี้เข้าท้าทายทะเลค่ายกล จะลงเอยเหมือนที่…สมาคมนักตรวจสอบสมบัติหรือเปล่า? เขาจะสร้างความปั่นป่วนให้กับสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลด้วยไหม?
