Skip to content

Library Of Heaven’s Path 543


ตอนที่ 543 สละสิทธิ์

ขณะที่ทั้งคู่ปรึกษาหารือกันเรื่องเทคนิคเพลงดาบ คนข้างนอกก็เริ่มร้อนรน

“ประธานคัง ปรมาจารย์จางอยู่ข้างในตั้ง 2 ชั่วโมงแล้วนะ คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่…ผู้อาวุโสหงจะโมโหจนฆ่าเขาตายไปแล้ว?”

ปรมาจารย์สู่วถามอย่างไม่สบายใจ

จางเซวียนเข้าไปในห้องราว 2 ชั่วโมงแล้ว แต่ผลการทดสอบก็ไม่ออก แถมไม่มีวี่แววของความเคลื่อนไหวในนั้นด้วย ทุกคนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน บรรยากาศตึงเครียดเข้าครอบงำไปทั่ว

“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าสองคนนั้นทะเลาะกัน ทันทีที่ใครคนหนึ่งเริ่มโจมตี ตัวเลขก็ต้องขึ้น…แต่ในเมื่อไม่มีตัวเลขเลย แปลว่าพวกเขาไม่ได้ต่อสู้กัน…” ถึงจะปลอบปรมาจารย์สู่ว แต่ประธานคังก็ขมวดคิ้ว

ต่อให้จางเซวียนปากเสียแค่ไหน ผู้อาวุโสหงก็น่าจะยั้งใจได้! เพราะจะเป็นไปได้อย่างไรที่ผู้ใหญ่ซึ่งดูโลกมากว่า 1 ศตวรรษแล้วจะลงมือกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งต่อหน้าต่อตาปรมาจารย์ตั้งมากมาย?

อีกอย่าง ทันทีที่เกิดการโจมตี ตัวเลขก็จะต้องปรากฏ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย หรือทั้งคู่หลับอยู่ในนั้น นี่มันอะไรกัน?

“ท่านประธาน ทำไมคุณไม่…เข้าไปดูเสียหน่อย?” ปรมาจารย์หลิวหันมาถาม

รออยู่ข้างนอกแบบนี้ไม่ช่วยอะไรเลย ถ้าท่านประธานเข้าไป อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ก็ได้!” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ประธานคังก็พยักหน้า “พวกคุณอยู่ตรงนี้แหละ ผมจะเข้าไปคนเดียว หากมีอะไรก็น่าจะจัดการได้ง่ายกว่า!”

ปรมาจารย์สู่วกับปรมาจารย์หลิวพยักหน้า ประธานคังสูดหายใจลึกและกำลังจะผลักประตูเข้าไป ก็พอดีกับที่ ‘แอ๊ด!’ ประตูเปิดออก และจางเซวียนเดินออกมาพร้อมกับผู้อาวุโสหง

ทั้งคู่เดินตัวติดกันอย่างสนิทสนม แถมยังยิ้มร่า ไม่มีวี่แววของความบาดหมางแม้แต่น้อย

ทุกคนพากันเซ่อไปและมองหน้ากันอย่างงงงัน

สุดท้าย…ผ่านไปตั้ง 2 ชั่วโมง คุณสองคนก็ไม่ได้สู้กันเลย ถ้าไม่คิดจะสู้กัน ทำไมไม่ออกมาข้างนอก? ไม่คิดบ้างหรือว่าทำให้พวกเราเสียเวลา?

ทั้งสามผู้อาวุโสก่อนหน้า คือผู้อาวุโสอู๋ ผู้อาวุโสไป๋ และผู้อาวุโสอวิ๋นก็มองหน้ากันอย่างสงสัย

จากประสบการณ์ของพวกเขา ต่อให้ทั้งสองคนไม่สู้กัน ผู้อาวุโสหงก็น่าจะอยู่ในสภาพดูไม่จืด ไม่คิดเลยว่าทั้งคู่จะยิ้มร่าออกจากห้องมาด้วยกันแบบนี้

ปรมาจารย์จางเอาอะไรทุบหัวผู้อาวุโสหงหรือเปล่า?

ทั้งๆ ที่ทำให้พวกเขาอยู่ในสภาพนี้ แต่กลับดูแลผู้อาวุโสหงอย่างดี…ทั้งสามคนแสนจะงงงัน

“ผู้อาวุโสหง นี่มัน…” ประธานคังตั้งคำถาม

“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก!” ผู้อาวุโสหงส่ายหน้า เขาชำเลืองมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ จนกระทั่งถึงตอนนี้ ความตกตะลึงและความชื่นชมที่เขามีให้อีกฝ่ายก็ยังไม่จางหาย

เขาคิดว่าแค่การที่ชายหนุ่มระบุข้อบกพร่องในกระบวนท่าของเขาได้ก็สุดๆ แล้ว แต่หลังจากได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ถึงได้รู้ว่าความรู้ความเข้าใจในวรยุทธของปรมาจารย์จางนั้นอยู่ในระดับที่เรียกว่าเหลือเชื่อ แค่คำชี้แนะไม่กี่ประโยค ก็ทำให้ผู้ได้ฟังมีพละกำลังเพิ่มขึ้นอีกมาก ซึ่งเทคนิคบัวสีเลือดเก้าดาบที่เคยทำให้เขาภาคภูมิใจนักหนาก็มีข้อบกพร่องอยู่เต็มไปหมด!

มันเป็นเทคนิคที่เอาชนะนักรบทั่วไปในระดับเดียวกับเขาได้ก็จริง แต่หากเจอกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเข้า ก็แทบใช้การไม่ได้เลย!

หากเขาใช้เทคนิคนี้ท้าทายผู้เชี่ยวชาญคนไหน คงต้องตายเพราะแรงตีกลับก่อนที่จะทันได้ทำร้ายคู่ต่อสู้เสียอีก

ต้องตายเพราะแรงตีกลับของพลังปราณจากเทคนิคการต่อสู้ที่ตัวเองเป็นผู้คิดค้น…หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เขาคงกลายเป็นตัวตลกไปอีกแสนนาน ชื่อเสียงที่สั่งสมมาด้วยความยากลำบากคงป่นปี้

เมื่อรู้แล้ว ผู้อาวุโสหงจึงตั้งอกตั้งใจแสวงหาคำชี้แนะของอีกฝ่ายตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม และด้วยสิ่งที่จางเซวียนชี้ให้เห็น ความเข้าใจในเพลงดาบของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกมาก หากมีเวลามากกว่านี้ เขามั่นใจว่าจะต้องคิดค้นเทคนิคขั้นสุดยอดที่ทรงพลังและสมบูรณ์แบบได้แน่

“ไม่มีอะไร? แล้ว…ผลการทดสอบล่ะ?”

เห็นอีกฝ่ายไม่อยากพูดมาก ประธานคังจึงเปลี่ยนเรื่อง

“ผมจะประกาศผลการทดสอบเดี๋ยวนี้!”

ผู้อาวุโสหงพยักหน้าและยิ้มกว้าง “นี่คือผลการทดสอบของผู้เข้าท้าชิงทั้งหมด จากการประเมินของผม, หลัวฉี่และตู๋หู่รับมือได้ 3 กระบวนท่า-อันดับ 5,เฟิงมั่วเซินและฟู่เสี่ยวเฉินรับมือได้ 5 กระบวนท่า-อันดับ 3,จวินโหลวฮวนรับมือได้ 6 กระบวนท่า-อันดับ 2,และอันดับ 1 คือ…จางเซวียน!”

“ปรมาจารย์จางได้ที่ 1?”

“ที่ 1 อีกแล้ว? ผมนึกว่าเขาไม่ได้สู้กันเลยเสียอีก”

เมื่อได้ฟังคำตัดสิน ทุกคนก็ผงะ

ผลการทดสอบของจวินโหลวฮวนและผู้เข้าท้าชิงคนอื่นก็เห็นๆ กันอยู่ แต่สำหรับปรมาจารย์จาง ไม่มีตัวเลขสักตัวด้วยซ้ำ…แล้วได้ที่ 1 มาอย่างไร?

“ผมไม่ยอมรับ!”

คุณชายโหลวฮวนโพล่งออกมา

ถ้าผลการทดสอบของอีกฝ่ายเหนือกว่าเขาจริงๆ เขาก็ไม่มีปัญหา แต่นี่…ผลการทดสอบก็ไม่มีสักตัว! ไอ้การประกาศให้จางเซวียนได้ที่ 1 โดยไม่ได้แข่งขัน แบบนี้มันยุติธรรมแล้วหรือ?

ก็เหมือนกับการที่เขาได้ 99 คะแนน หากคู่ต่อสู้ได้ 100 คะแนน เขาก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ แต่คู่ต่อสู้ไม่ได้ทำข้อสอบด้วยซ้ำ แล้วเอาสิทธิ์อะไรมาได้อันดับ 1!

“คุณไม่ยอมรับ?” ผู้อาวุโสหงขมวดคิ้ว

“ก็ใช่น่ะสิ! ผมทำความเข้าใจเทคนิคบัวสีเลือดเก้าดาบจนเข้าถึงความเชี่ยวชาญขั้นริเริ่ม แถมยังรับมือกับการโจมตีของผู้อาวุโสได้ถึง 6 กระบวนท่า อยากจะถามว่า…ในเมื่อผู้อาวุโสให้เขาได้ที่ 1 แล้วเขาทำความเข้าใจเทคนิคนี้ได้ถึงขั้นไหน? ถึงการประสบความสำเร็จเบื้องต้นหรือ?”

คุณชายโหลวฮวนกัดฟันกรอดและมองหน้าชายหนุ่ม “ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะเข้าถึงความเชี่ยวชาญขั้นการประสบความสำเร็จเบื้องต้นภายในเวลาแค่ 1 ก้านธูป…จนกว่าคุณจะดวลกับผมตรงนี้ และใช้เพลงดาบนั้นเอาชนะผมให้ได้!”

“ดวลกับคุณ?” จางเซวียนส่ายหน้า “ลืมได้เลย ผมไม่ชอบรังแกใคร!”

“เฮ้ยยยย!”

“จะอวดดีไปไหม?”

เมื่อได้ยิน ผู้ชมก็ได้แต่มองหน้ากัน

ถึงอย่างไร คุณชายโหลวฮวนก็เป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวและนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 แถมยังเชี่ยวชาญเพลงดาบด้วย แต่อีกฝ่ายกล้าพูดว่า…ไม่อยากรังแกเขา!

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเพลงหอก พูดจาโอหังขนาดนี้ ไม่กลัวฟันร่วงหรือไง?

“คุณ…” คุณชายโหลวฮวนหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห “ไม่อยากดวลก็ไม่ต้องดวล แค่คุณประกาศออกมาให้ชัดๆ ว่า คุณเข้าใจเทคนิคบัวสีเลือดเก้าดาบจนเข้าถึงความเชี่ยวชาญขั้นการประสบความสำเร็จเบื้องต้นภายในเวลา 1 ก้านธูป ผมก็จะยอมแพ้ทันที!”

เหล่าปรมาจารย์ให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีและความไว้เนื้อเชื่อใจ ถ้าอีกฝ่ายกล้าโป้ปดมดเท็จต่อหน้าปรมาจารย์มากมายแบบนี้ ชื่อเสียงของเขาย่อมพังไม่เหลือชิ้นดีแน่

“การประสบความสำเร็จเบื้องต้น…”

จางเซวียนส่ายหน้า “ผมไม่ได้ศึกษาเทคนิคบัวสีเลือดเก้าดาบสักกระบวนท่าด้วยซ้ำ จะเอาอะไรไปสำเร็จ?”

‘ไม่ได้ศึกษาสักกระบวนท่า?”

ไม่เฉพาะคุณชายโหลวฮวนที่ชะงัก ผู้ชมคนอื่นก็งงเป็นไก่ตาแตก

ไม่ได้เรียนสักกระบวนท่าเดียว? แล้วเอาอะไรมาประกาศว่าได้ที่ 1?

จะพิลึกพิลั่นเกินไปไหม?

ทั้งประธานคัง ปรมาจารย์สู่ว และคนอื่นๆ ก็ไปต่อไม่ถูก

พวกเขารู้จักผู้อาวุโสหงมาหลายปีแล้ว รู้ดีว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมาแค่ไหน เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเข้าข้างใครด้วยเรื่องแบบนี้ แต่ในเมื่อปรมาจารย์จางไม่ได้ศึกษาเทคนิคนั้นเลย แล้วเอาอะไรมาได้ที่ 1?

นี่คือการทดสอบเพื่อคัดเลือกตัวแทนเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์ ทำแบบนี้จะง่ายไปหรือเปล่า?

“หรือว่า…ปรมาจารย์จางเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสหง เขาอยากให้ลูกศิษย์ได้เข้าร่วมการประลองปรมาจารย์ ก็เลยจงใจออมมือให้?”

“แต่ผู้อาวุโสหงไม่ใช่คนแบบนั้น!”

“ก็ถ้าไม่ใช่แบบนั้น อยู่ในห้องกันทำไมตั้ง 2 ชั่วโมง แถมปรมาจารย์จางยังไม่ได้ศึกษาสักกระบวนท่า…แต่ก็ได้ที่ 1 เสียอย่างนั้น?”

ผู้ชมถกเถียงกันเซ็งแซ่

ตอนแรก ปรมาจารย์จางกับผู้อาวุโสหงดูเหมือนไม่รู้จักกัน แต่ตอนที่ออกจากห้อง กลับยิ้มร่าและเดินเคียงข้างกันมา ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าทั้งคู่จะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ

ประธานคังหันไปถามผู้อาวุโสหง “ผู้อาวุโส มันเกิดอะไรขึ้น?”

ทุกสายตาจับจ้องเขาทันที อยากรู้ว่าคำตอบคืออะไร

“เป็นศิษย์ของผม?”

เมื่อได้ฟังการคาดเดาของหลายคน ผู้อาวุโสหงก็หน้าตาเหยเก

พวกคุณก็คิดไปได้!

ต่อให้ผมอยากรับเขาเป็นศิษย์…คงต้องทำตัวให้เจ๋งพอเสียก่อน!

ผู้อาวุโสหงส่ายหน้าและไขข้อข้องใจของทุกคน “พวกคุณอย่าคาดเดาอีกเลย ผมต่างหากที่ขอร้องให้ปรมาจารย์จางยอมเป็นอาจารย์ของผม แต่เขาก็ปฏิเสธ!”

“ขอปรมาจารย์จางให้เป็น…อาจารย์ของคุณ? และเขาปฏิเสธ?”

“ผู้อาวุโสหง คุณล้อพวกเราเล่นใช่ไหม?”

ทุกคนอ้าปากค้าง ความเงียบงันอันแสนพิลึกพิลั่นเข้าครอบงำห้องนั้น

ผู้อาวุโสหงคือผู้เชี่ยวชาญหมายเลข 1 เรื่องเทคนิคการต่อสู้และเทคนิควรยุทธของเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร เขาได้คิดค้นเทคนิคขั้นสุดยอดมากมายที่เหล่าปรมาจารย์ใช้ฝึกฝนกัน อันที่จริง พูดได้เลยว่ากว่าครึ่งหนึ่งของปรมาจารย์ที่อยู่ในห้องนี้ก็ถือเป็นกึ่งศิษย์ของเขา

แต่บุคคลผู้มีอิทธิพลระดับนี้อยากให้ชายหนุ่มคนนั้นมาเป็นอาจารย์?

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ปรมาจารย์กว่าครึ่งในห้องนี้มีกลายเป็นศิษย์หลานของเขาหรือ?

และที่ช็อกหนักไปกว่าก็คือ…อีกฝ่ายปฏิเสธ?

เอาจริงๆ สิ?

“ความปราดเปรื่องของปรมาจารย์จางนั้นโดดเด่นมาก และความเข้าใจเรื่องวรยุทธก็อยู่ในระดับที่เรียกว่าน่าอัศจรรย์ ผมทำอะไรไม่ได้เลย แม้เขาจะไม่ศึกษาเทคนิคบัวสีเลือดเก้าดาบที่ผมคิดค้นขึ้นมา…แต่ความเข้าใจที่เขามีต่อเทคนิคนี้ก็ลึกซึ้งเสียจนผมเทียบไม่ได้ ผมขอคำชี้แนะจากเขาอยู่ตลอด 2 ชั่วโมง และได้ประโยชน์จากคำชี้แนะเหล่านั้นอย่างมาก!” ผู้อาวุโสหงตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“ขอคำชี้แนะจากปรมาจารย์จาง?”

ทุกคนมองหน้ากัน สมองตีบตันจนคิดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง

คุณใช้เวลา 10 ปีคิดค้นเทคนิคบัวสีเลือดเก้าดาบขึ้นมา และฝึกฝนมันจนเข้าถึงความเชี่ยวชาญระดับการประสบความสำเร็จในภาพรวมไม่ใช่หรือ? แต่กับชายหนุ่มที่เพิ่งศึกษามันได้เพียงชั่วเวลา 1 ก้านธูป คุณกลับขอคำชี้แนะจากเขา…แถมยังได้ประโยชน์มากจนอยากขอให้เขามาเป็นอาจารย์…

พิสดารอะไรขนาดนั้น?

ผู้อาวุโสอู๋ ผู้อาวุโสไป๋ และคนอื่นๆ ถึงกับตาค้าง

ตอนแรกที่พวกเขาเห็นทั้งคู่เดินยิ้มร่าออกมา ต่างพากันคิดว่าปรมาจารย์จางเปลี่ยนนิสัยแล้ว แต่ตอนนี้ก็รู้ตัวว่าเพ้อล้วนๆ

ปรมาจารย์จางไม่ได้เปลี่ยนนิสัย แต่เขากุมหัวใจผู้อาวุโสหงเสียอยู่หมัด!

อย่างน้อย พวกเขาก็แค่บาดเจ็บ แต่ผู้อาวุโสหง…ถ้าเขารับปรมาจารย์จางเป็นอาจารย์ขึ้นมาจริงๆ ตำแหน่งและชื่อเสียงที่สั่งสมมาคงหายวับไปในชั่วพริบตา

“การทดสอบนี้เป็นการประเมินความเข้าใจเรื่องวรยุทธ ภายในระยะเวลา 1 ก้านธูป คุณชายโหลวฮวนรับมือกับผมได้ 6 กระบวนท่า แต่ในระยะเวลาเท่ากัน ปรมาจารย์จางให้คำชี้แนะที่มีค่ากับผม ถึงเขาจะไม่ได้ศึกษาเทคนิคบัวสีเลือดเก้าดาบ แต่คำตัดสินของผมที่ให้เขาเป็นที่ 1 ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใช่ไหม?”

ผู้อาวุโสหงจ้องหน้าจวินโหลวฮวน

“เอ่อ…”

คุณชายโหลวฮวนตัวสั่นและแทบปล่อยโฮออกมาเดี๋ยวนั้น

ด้วยสถานภาพและตำแหน่งของผู้อาวุโสหง ไม่มีทางที่เขาจะลดตัวลงมาโป้ปดมดเท็จ แถมยังมีความเป็นไปได้สูงที่อีกฝ่ายจะพูดความจริง ตัวเขาเองกระหยิ่มยิ้มย่องที่เข้าถึงความเชี่ยวชาญขั้นริเริ่ม คิดไปว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ แต่อีกฝ่ายทำได้ถึงขนาดเข้าใจเทคนิคอย่างถี่ถ้วน จนกระทั่งกลายเป็นอาจารย์ของผู้คิดค้นเทคนิคนั้น…

โว้ยยยย!

ไอ้ปีศาจตัวนี้โผล่มาจากไหนวะ!

ทำได้ขนาดนี้ ยังสมควรเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า?

ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมจางเซวียนถึงพูดว่าไม่อยากรังแกเขา…สำหรับตัวเขาที่รับมือกับผู้อาวุโสหงได้เพียง 6 กระบวนท่า จะเอาอะไรไปสู้กับคนที่กลายเป็นอาจารย์ของผู้อาวุโส…มันจะต้องเป็นการ ถูกยำเละอยู่ฝ่ายเดียวแน่!

“ในเมื่อได้ผลการทดสอบแล้ว ต่อด่านถัดไปเลยก็แล้วกัน!”

เห็นลูกศิษย์ใกล้จะขาดใจตาย ประธานคังรีบเปลี่ยนเรื่อง

“นี่คือการแข่งขันรอบคัดเลือกด่านสุดท้าย การชี้ข้อบกพร่องของกระบวนการฝึกวรยุทธและการให้คำชี้แนะเพื่อแก้ไข…”

ประธานคังยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงพูดแทรก เมื่อหันกลับมา ก็พบว่าจางเซวียนมองหน้าเขาอยู่

“ผมขอสละสิทธิ์ด่านนี้!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version