ตอนที่ 826 มือบรรเลงบทเพลงปีศาจระดับ 5 ดาว
ย้อนกลับไปเวลาที่จางเซวียนเริ่มบรรเลงบทเพลงในหอประชุม
ทันทีที่เสียงดนตรีดังก้องกระทบผนัง มันก็เพิ่มความดังขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะพุ่งขึ้นสู่ด้านบน
ฟึ่บ!
ไม่ช้า นกกระเรียนตัวหนึ่งก็บินเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงจุ๊กจิ๊ก จากนั้นก็เริ่มร่ายรำอย่างรื่นเริงไปพร้อมกับเสียงดนตรีอันงดงาม
เยี่ยม! จางเซวียนตาโต
ในเมื่อนกกระเรียนบินเข้ามา 1 ตัวแล้ว นั่นก็หมายความว่าเขาผ่านการทดสอบเป็นมือบรรเลงบทเพลงปีศาจระดับ 1 ดาว
ดูซิว่าเราจะเรียกมา 2 ตัวได้หรือไม่
จางเซวียนไม่ได้เปลี่ยนโน้ตเพลง เขาปรับสภาพจิตและสำแดงศาสตร์แห่งมือบรรเลงบทเพลงปีศาจเทียบฟ้าระดับ 2 ดาวออกมา ทันใดนั้น เสียงดนตรีก็แจ่มชัดและคมกริบกว่าเดิม
โดยปกติ การทดสอบในแต่ละระดับขั้นจะต้องใช้โน้ตเพลงแตกต่างกันไป แต่จางเซวียนขี้เกียจเกินกว่าจะออกไปเอาโน้ตแผ่นใหม่จากชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้า และถึงอย่างไร เสียงที่ได้ยินก็ไพเราะเสนาะหูดีอยู่ เขาจึงตัดสินใจจะใช้โน้ตแผ่นนี้ไปให้ไกลที่สุด
เมื่อเปลี่ยนจากศาสตร์แห่งมือบรรเลงบทเพลงปีศาจเทียบฟ้าระดับ 1 ดาวไปสู่ระดับ 2 ดาว เจตจำนงเบื้องหลังการบรรเลงของจางเซวียนก็เข้มข้นขึ้น เสียงที่เขาบรรเลงออกมาก็ดูจะสดใสและแจ่มชัดกว่าเดิม
แต่การบรรเลงที่แตกต่างออกไปดูเหมือนจะมีแรงกดดันบางอย่างกับนกกระเรียนที่กำลังร่ายรำอยู่ มันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ราวกับเจอเข้ากับการโจมตีบางอย่าง จากนั้นก็ร่วงลงมาจากท้องฟ้าและสลบไป
“เฮ้ย”
จางเซวียนตกใจและรีบเข้าไปตรวจอาการของนกกระเรียน แต่หลังจากแน่ใจว่ามันแค่หมดสติไปเท่านั้น เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
หรือว่าโน้ตแผ่นนี้ไม่เหมาะกับการทดสอบระดับ 2 ดาว? จางเซวียนเกาหัวอย่างสงสัย
ไม่ล่ะ ไม่น่าใช่ สาระสำคัญของศาสตร์แห่งมือบรรเลงบทเพลงปีศาจไม่ได้อยู่ในโน้ตเพลง แต่อยู่ในเจตจำนงเบื้องหลังการบรรเลงต่างหาก บางทีเจตจำนงที่เข้มข้นขึ้นของเราอาจไม่เหมาะสมกับโน้ตเพลง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ปรับเปลี่ยนโน้ตเพลงก็คงจะดีกว่า
ดนตรีก็ไม่ต่างอะไรกับการร่ายรำแบบนาฏศิลป์ มันคือสิ่งที่เป็นมากกว่าสื่อกลาง ใจความสำคัญของบทเพลงบรรเลงปีศาจก็ยังอยู่ที่เจตน์จำนงของผู้บรรเลงอยู่ดี
ยกตัวอย่างอาชีพจิตรกร ตราบใดที่ผู้นั้นมีทักษะการวาดภาพที่เข้าถึงระดับน่าทึ่ง สิ่งสำคัญก็คือเจตจำนง ตัวภาพวาดไม่ได้เป็นอะไรอื่นนอกจากสื่อกลาง
สิ่งที่จางเซวียนกำลังประสบอยู่ตอนนี้คือความไม่สอดคล้องกันระหว่างเจตจำนงอันเข้มข้นที่เขาปลดปล่อยออกมากับโน้ตเพลงที่ใช้ แต่หากเขาปรับแต่งให้มันสอดคล้องกัน ก็จะไม่มีปัญหาอะไร
ด้วยดวงตาหยั่งรู้และความเข้าใจในศาสตร์แห่งมือบรรเลงบทเพลงปีศาจ การดัดแปลงปรับเปลี่ยนโน้ตเพลงจึงไม่ได้ยากเกินไปสำหรับเขา ไม่ช้าจางเซวียนก็ปรับเปลี่ยนโน้ตได้เหมาะสมกับเจตจำนง
จากนั้นเขาก็พรมนิ้วลงบนสายพิณอีกครั้ง
เป็นอย่างที่คิดไว้ ไม่นานนกกระเรียนอีก 2 ตัวก็บินเข้ามาในหอประชุมและร่ายรำอยู่เหนือหัวเขา
พอเห็นว่าใช้ได้ผล จางเซวียนหัวเราะอย่างลิงโลด
เมื่อผ่านการทดสอบเป็นมือบรรเลงบทเพลงปีศาจระดับ 2 ดาวแล้ว จางเซวียนก็ปรับสภาวะจิตอีกครั้งเพื่อดึงเจตจำนงที่มีความเข้มข้นระดับ 3 ดาวออกมา จากนั้น ก็ลงมือดีดพิณ แต่ออกจะแรงไปสักหน่อย ‘แต่วววว!’ สายพิณขาด
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาดีดพิณ จึงไม่ได้ตรวจสอบสภาพของมันให้ดี ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
ตุ้บ ตุ้บ!
นกกระเรียนทั้ง 2 ตัวร่วงลงมากองกับพื้น มันชักดิ้นชักงอและน้ำลายฟูมปาก นัยน์ตาเหลือกลานจนเห็นแต่ตาขาว
ดูเหมือนพวกมันจะแผ่รังสีของการตัดพ้อบางอย่าง ราวกับจะบอกว่า “พวกเราก็แค่มาชื่นชมการบรรเลงดนตรีของคุณ ทำไมต้องทำแบบนี้กับเราด้วย?”
“เหวอออ” จางเซวียนหน้าตาบูดเบี้ยว
เขาเพิ่งผ่านการทดสอบระดับ 2 ดาวเท่านั้น แต่นกกระเรียนก็สลบไป 3 ตัวแล้ว เขาคงเป็นคนแรกที่ทำแบบนี้ตั้งแต่โรงเรียนมือบรรเลงบทเพลงปีศาจก่อตั้งมา
แต่เขาไม่ได้ตั้งใจ! ไอ้พิณตัวนี้มันคุณภาพห่วยต่างหาก!
เราจะต้องไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาอะไรขึ้นอีก
จางเซวียนตัดสินใจใหม่ เขาปรับเปลี่ยนโน้ตเพลงและจูนพิณ หลังจากแน่ใจว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรแล้วจึงเล่นต่อ
ทันทีที่เสียงดนตรีดังขึ้น ใช้เวลาไม่นานก็มีนกกระเรียน 3 ตัวบินเข้ามาในหอประชุม
คราวนี้จางเซวียนตั้งใจควบคุมพละกำลังของเขา จึงไม่ได้ทำให้นกตัวไหนบาดเจ็บอีก แล้วการทดสอบระดับ 4 ดาวก็ผ่านไป
แต่ขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าสู่การทดสอบระดับ 5 ดาว ก็พลั้งมือออกแรงมากเกินไปอีกครั้ง ‘แต่วววว!” สายพิณอีกสายหนึ่งขาด
เสียงแปร่งหูจากสายพิณที่ขาดทำให้นกกระเรียน 4 ตัวที่กำลังเริงร่าอยู่บนท้องฟ้าร่วงลงมากองกับพื้น
พิณนี้ไม่มีปัญหาอะไรมากนักกับการบรรเลงระดับ 3 ดาว แต่ดูเหมือนการบรรเลงระดับ 4 ดาวจะเป็นขีดจำกัดของมัน
อีกอย่าง การพลั้งมือใช้พละกำลังมากเกินไปของจางเซวียน ประกอบกับทักษะอันอ่อนด้อยของเขาก็ทำให้ไม่อาจควบคุมเรี่ยวแรงได้อย่างเหมาะสม
แต่เพราะรู้ดีว่าไม่มีพิณที่ดีกว่านี้ให้ยืมแล้ว จางเซวียนจึงได้แต่ระงับความหงุดหงิดไว้และดำเนินการทดสอบต่อไป สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือระมัดระวังให้มากกว่าเดิม
จางเซวียนเริ่มเตรียมการสำหรับการทดสอบเป็นมือบรรเลงบทเพลงปีศาจระดับ 5 ดาว
เมื่อผ่านระดับ 5 ดาวแล้ว ผู้นั้นจะเรียกได้ว่าเป็นมือบรรเลงบทเพลงปีศาจผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง จึงเป็นธรรมดาที่การทดสอบจะต้องยากกว่าที่ผ่านมา
จางเซวียนรวบรวมสมาธิ และพรมนิ้วลงบนสายพิณ เสียงดนตรีอันไพเราะดังไปทั่วห้อง
นกกระเรียนตัวอื่นๆ ดูจะใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะซึมซาบในบทเพลง จึงไม่ได้รีบบินเข้ามาอย่างตัวก่อนๆ ใช้เวลาราว 5 นาทีกว่าพวกมันจะเริ่มบินเข้ามา
เมื่อเห็นนกกระเรียน 5 ตัวมาร่ายรำพร้อมกับเสียงดนตรี จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่และกำลังจะหยุดเล่น ก็พอดีกับที่ ‘แต่ววว!’ ‘แต่ววววว!”สายขาด คราวนี้ขาดทีเดียวสองสายเลย
เมื่อเกิดเสียงบาดหูขึ้นกะทันหัน นกกระเรียนทั้ง 5 ตัวจ้องหน้าจางเซวียน ก่อนจะส่งเสียงกู่ก้องอย่างโกรธเคือง และจากนั้นก็ร่วงลงมากองกับพื้น
เมื่อเห็นนกกระเรียน 12 ตัวสลบไสลระเกะระกะไปทั่ว จางเซวียนรู้สึกเหมือนจะหน้ามืด
เขาไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ !
ไอ้พิณเสร่อนี่งี่เง่าเกินกว่าจะรองรับพละกำลังด้านจิตวิญญาณของเขา!
ก็เหมือนกับการให้ผู้ใหญ่ใช้คันธนูของเด็ก ออกแรงมากเกินไปเพียงนิดเดียวก็ทำให้สูญเสียการควบคุม
โชคดีที่จิตวิญญาณของนกกระเรียนพวกนี้เพียงแค่ได้รับการกระทบกระเทือนเท่านั้น ทำให้พวกมันหมดสติไปเพียงชั่วคราว ถ้าหากมันต้องพิกลพิการไปเพราะเขาเข้ารับการทดสอบล่ะก็ หัวหน้าเจียงชิงชิงจะต้องถลกหนังเขาทั้งเป็นแน่
แต่เท่านี้ก็ทำให้จางเซวียนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้ว แม้เขาจะสามารถปลุกมันให้ฟื้นคืนสติได้ด้วยวิถีทางของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ แต่การกระทำของเขาจะทำให้สมองของนกกระเรียนพวกนี้ได้รับความบอบช้ำ ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ในระยะเวลาอันใกล้นี้ พวกมันจะไม่อาจซาบซึ้งกับดนตรีของเขา
พูดง่ายๆ ก็คือ นกกระเรียนทั้ง 12 ตัวนี้ใช้วัดระดับการบรรเลงบทเพลงของเขาไม่ได้อีกต่อไป
แต่ถึงอย่างไรเราก็ผ่านการทดสอบระดับ 5 ดาวแล้ว ตอนนี้เราถือเป็นมือบรรเลงบทเพลงปีศาจระดับ 5 ดาวอย่างเป็นทางการ เพราะฉะนั้นก็ควรจะไปต่อที่ระดับ 6 ดาวเสียเลย! จางเซวียนคิด
หากจะต้องกลับมาที่โรงเรียนมือบรรเลงบทเพลงปีศาจในวันหลังก็ดูจะยุ่งยาก และจางเซวียนก็รู้ดีว่าตัวเขามีความสามารถมากพอที่จะผ่านการทดสอบระดับ 6 ดาวได้ในวันนี้ แม้สภาพแวดล้อมจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไหร่ แต่เขาก็ยังอยากลอง
จางเซวียนปรับแต่งสายเสียใหม่และปรับสภาวะจิตก่อนจะลงมือบรรเลงอีกครั้ง
เสียงดนตรีอันไพเราะแจ่มใสดังสะท้อนท่ามกลางหมู่เมฆ และสิบนาทีต่อมา นกกระเรียนสวรรค์ 3 ตัวก็ปรากฏ
ทำไมมีแค่ 3 ตัวล่ะ?
จางเซวียนแน่ใจว่าเขาบรรเลงด้วยฝีมือระดับ 6 ดาวแล้ว แต่กลับมีนกกระเรียนเข้ามาแค่ 3 ตัว จึงอดงงกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้
เขาเล่นต่อ หวังว่าจะมีนกบินเข้ามาอีก แต่จนกระทั่งจบเพลง ก็ยังไม่มีวี่แววว่านกจะบินเข้ามาเพิ่ม จางเซวียนจึงจำเป็นต้องเลิกล้มความตั้งใจและเดินออกไป
ดูเหมือนข้อจำกัดจะมาจากคุณภาพของพิณ มันคงรองรับได้เพียงแค่การทดสอบระดับ 5 ดาว เขาคงไม่มีโอกาสผ่านการทดสอบระดับ 6 ดาวในวันนี้
จางเซวียนเดินออกมา เมื่อชายหนุ่มที่อยู่ตรงปากทางเข้าเห็นอีกฝ่ายหน้าตายู่ยี่ ก็หัวเราะเบาๆ และถามว่า “การทดสอบเป็นมือบรรเลงบทเพลงปีศาจไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดใช่ไหม?”
“ใช่” จางเซวียนตอบ
เขาคิดว่าการผ่านการทดสอบระดับ 6 ดาวคงจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่อุปกรณ์ที่มีในมือมันงี่เง่าเกินไป ดูเหมือนเขาต้องหาทางซื้อพิณที่เหมาะสมกับตัวเอง ก่อนจะกลับมาเข้ารับการทดสอบอีกครั้ง
“คุณรู้ไหมว่าผมจะไปซื้อพิณที่ดีกว่านี้ได้ที่ไหน?” จางเซวียนถาม
“ถ้าคุณอยากได้พิณที่ดีจริงๆ ล่ะก็ จะต้องประดิษฐ์ด้วยตัวเอง การประดิษฐ์เองเท่านั้นที่จะตอบสนองความต้องการและดึงศักยภาพของคุณออกมาได้มากที่สุด!” ชายหนุ่มอธิบาย
จางเซวียนรุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าและตอบว่า “เข้าใจแล้ว”
จากการอ่านหนังสือมากมายนับไม่ถ้วน เขาพอมีความรู้เรื่องการประดิษฐ์พิณอยู่บ้าง แต่เขาไม่มีทั้งเวลาและวัตถุดิบที่ดีพออยู่ในมือ ดูเหมือนคงต้องรอไปก่อน
“แล้วผมจะไปขอรับตราสัญลักษณ์ผ่านการทดสอบได้ที่ไหน?” จางเซวียนถาม
แม้ออกจะน่าผิดหวังที่เขาผ่านการทดสอบระดับ 6 ดาวไม่ได้ แต่ได้ตราสัญลักษณ์ระดับ 5 ดาวมาก่อนก็ยังดี
“ตราสัญลักษณ์? คุณผ่านการทดสอบระดับ 1 ดาวหรือ?”
ชายหนุ่มประหลาดใจ แต่แล้วก็ชี้นิ้วไป “คุณไปรับตราสัญลักษณ์ตรงนู้นได้เลย แค่ทาบฝ่ามือลงบนกำแพง ตราสัญลักษณ์ก็จะออกมา!”
จางเซวียนเดินไปตามทิศทางที่ชายหนุ่มบอก ไม่ช้าก็มายืนอยู่ตรงหน้ากำแพงบานหนึ่ง
ดูเหมือนจะเป็นกลไกแบบเดียวกับที่มีในมหานทีแห่งวรยุทธของโรงเรียนช่างตีเหล็ก
เขาทาบฝ่ามือลงบนกำแพง
วิ้ง!
ตราสัญลักษณ์ที่มีดาว 5 ดวงส่องสว่างปรากฏขึ้น
“5 ดาว?”
ชายหนุ่มเดินตามจางเซวียนมาเพราะอยากรู้ว่าเขาผ่านการทดสอบระดับ 1 ดาวจริงๆ หรือเปล่า ซึ่งก็ต้องถึงกับอึ้งตะลึงเมื่อได้เห็นตราสัญลักษณ์ระดับ 5 ดาว
ผ่านการทดสอบระดับ 1 ดาวไปถึง 5 ดาวในรวดเดียวโดยใช้พิณงี่เง่าของโรงเรียนนี่นะ
เขาทำได้อย่างไรกัน?
ถ้าเป็นตัวเขาล่ะก็ ด้วยพิณงี่เง่าแบบนี้ จะผ่านการทดสอบระดับ 3 ดาวก็คงไม่ได้!
ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย และพูดว่า “คุณน่าจะบอกผมก่อนว่าคุณจะเข้ารับการทดสอบระดับ 5 ดาวผมจะได้บอกบรรดานกกระเรียนให้เตรียมตัว ไม่อย่างนั้น ต่อให้การบรรเลงของคุณเข้าถึงระดับที่กำหนด แต่นกกระเรียนไม่ได้ยินหรือมีจำนวนนกกระเรียนไม่มากพอ คุณก็สอบไม่ผ่านอยู่ดี”
“มีนกกระเรียนไม่มากพอ?” จางเซวียนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพลันคิดได้ “ที่นี่มีนกกระเรียนทั้งหมดกี่ตัว?”
“15” ชายหนุ่มตอบ “หัวหน้าก็มีอีก 2 ตัว แต่พวกมันอยู่ห่างจากหอประชุมแห่งนี้ จึงไม่อาจได้ยินเสียงบรรเลงและไม่สามารถเข้าร่วมประเมินการทดสอบได้”
“15 ตัว?” จางเซวียนพลันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เหตุผลที่มีนกกระเรียนบินเข้ามาไม่มากพอในการทดสอบระดับ 6 ดาวของเขาไม่ใช่เพราะเขาขาดความสามารถ แต่เป็นเพราะ 12 ตัวนอนสลบไสลอยู่กับพื้น และอีก 3 ตัวที่เหลือก็ร่ายรำให้เขาเห็นแล้ว
ไม่มีนกกระเรียนเหลือพอที่จะมาตัดสินฝีมือของเขาแล้วต่างหาก!
นั่นอธิบายได้ว่าทำไมนกกระเรียนทั้ง 3 ตัวสุดท้ายจึงมองเขาอย่างพรั่นพรึงราวกับอยากบินหนี แต่เพราะด้วยความหลงใหลในบทเพลงที่ได้ยิน จึงไม่อาจทำแบบนั้นได้
“นกกระเรียนที่มีไม่มากพอสามารถทำให้สอบตกได้ด้วยหรือ?” จางเซวีนนถาม
“ก็ใช่น่ะสิ เพราะประชุมมือบรรเลงบทเพลงปีศาจตัดสินความสามารถของผู้เข้ารับการทดสอบตามจำนวนนกกระเรียนที่เข้ามา จึงเป็นธรรมดาที่หากมีนกกระเรียนไม่มากพอ มันก็จะตัดสินว่าสอบไม่ผ่าน!” ชายหนุ่มตอบ
“ผมเข้าใจแล้ว ขอบคุณมากที่ชี้แนะ”
เมื่อรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร จางเซวียนก็รีบกลับไปยังสำนักงานของหัวหน้าเจียง
ในเมื่อมีนกกระเรียนไม่พอ เขาก็จำเป็นต้องขอยืมสักหน่อย
ว่าแต่…ก็ออกจะหวั่นๆ ใจอยู่ว่าหัวหน้าเจียงจะให้เขายืมนกกระเรียนหรือเปล่า?
