ตอนที่ 115 : คดีฉ้อโกง
“หากไม่ได้รับอนุญาต พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์เอ่ยนามเราให้ใครได้ยิน”
…
แม้ชุมนุมไพ่ทาโรต์จะยุติไปแล้วหลายนาที แต่ทั้งออเดรย์และอัลเจอร์ ยังคงได้ยินถ้อยคำแสนเย็นยะเยียบ ดังกังวานซ้ำไปมาในหัว
สำหรับแฮงแมนและจัสติส มิสเตอร์ฟูลมักมีบรรยากาศรอบตัวสุขุม ผ่อนคลาย และลึกลับอยู่เสมอ จึงไม่ปรกติอย่างมากเมื่อผู้ปกครองแห่งมิติสายหมอกออกอาการขึงขังแข็งกร้าวเช่นเมื่อครู่
ด้วยเหตุนี้ ทั้งออเดรย์และอัลเจอร์จึงตื่นตัวมากเป็นพิเศษ ไม่มีใครกล้าขัดความประสงค์ของมิสเตอร์ฟูล
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันล้วนคุ้นเคยกับประโยคดังกล่าวเป็นอย่างดี เพราะนั่นคือข้อความสำคัญซึ่งปรากฏในพระคัมภีร์แห่งรัตติกาลและพระคัมภีร์แห่งวายุสลาตัน!
ข้อความของเทพ!
…
ณ ทิงเก็นเขตใต้ ถนนดารารัตน์
ไคลน์ลุกไปเปิดม่านเพื่อรับแสงแดดสีทองเข้ามาในห้อง
ก่อนกลับมายังโลกความจริง มันทดสอบส่งพลังวิญญาณเข้าไปในดาวแดงของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลซึ่งมักก้มกราบสวดภาวนา
แต่คราวนี้กลับไม่มีภาพใดปรากฏให้เห็น
ตามปรกติแล้ว ดาวแดงบนมิติสายหมอกสามารถ ‘กักเก็บ’ ภาพการสวดภาวนาของอีกฝ่ายไว้ได้ คล้ายกับข้อความออฟไลน์ซึ่งสามารถเปิดอ่านภายหลัง
ดังนั้น หมายความว่าเด็กหนุ่มผมน้ำตาลมิได้สวดภาวนาเพิ่มเติมนับตั้งแต่ไคลน์ตรวจสอบครั้งก่อน
มันประเมินว่า พ่อและแม่ของอีกฝ่ายคงอาการหนักเกินเยียวยาแล้ว เด็กหนุ่มจึงหมดหวังกับการสวดอ้อนวอนให้ผู้อื่นช่วยเหลือ
ไคลน์หันหลังให้หน้าต่าง เดินตรงไปยังเตียงนอนและทิ้งตัวลง ร่างกายอ่อนล้าชนิดไม่ต้องการลุกขึ้นมาอีก
มันรู้ตัวดีว่า เวลาว่างเช่นนี้ควรเดินทางไปยังสโมสรพยากรณ์และทำหน้าที่หมอดู
เทคนิคสวมบทบาทคือสิ่งสำคัญ และอีกเพียงนิดเดียวตนจะย่อยโอสถนักทำนายเสร็จสมบูรณ์
ตั้งแต่อังคารถึงศุกร์ ตารางชีวิตของไคลน์แน่นขนัดชนิดปราศจากช่องว่างหายใจ ช่วงเช้าเรียนศาสตร์เร้นลับ ช่วงบ่ายฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ พอตกเย็นก็อ่อนเพลียจนแทบไร้เรี่ยวแรง
เสาร์เช้ายังต้องเรียนศาสตร์เร้นลับอยู่เหมือนเดิม แต่ช่วงบ่ายต้องเริ่มเข้าเวรเฝ้าประตูยานิส ชีวิตภายในห้องใต้ดินลากยาวไปจนกระทั่งรุ่งสางวันอาทิตย์
เช้าถึงบ่ายของวันอาทิตย์คือเวลานอนพักผ่อนหลังจากเข้าเวรยาว
เมื่อตื่นขึ้นในตอนบ่ายวันเดียวกัน ไคลน์จะประเมินว่าตนควรเดินทางไปยังสโมสรพยากรณ์หรือไม่
ถัดมาคือวันหยุดเพียงหนึ่งเดียวของสัปดาห์ วันจันทร์ช่วงเช้า มันต้องเดินทางไปมหาวิทยาลัยโฮอี้เพื่อพูดคุยกับอะซิก จากนั้นก็กลับห้องทบทวนเหตุการณ์ประจำสัปดาห์ และเริ่มชุมนุมไพ่ทาโรต์ตอนบ่ายสามตรง
หลังจบชุมนุม มันยังคงลังเลว่าตนควรพักผ่อน หรือเดินทางไปยังสโมสรพยากรณ์เพื่อสวมบทบาทนักทำนายดี
แทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลยในหนึ่งสัปดาห์
ด้วยเหตุนี้ ไคลน์จึงอยากทิ้งร่างนอนเฉยๆ บนเตียงโดยไม่กระทำสิ่งใด
ไม่ได้เด็ดขาด…
หัวหน้าใหญ่องค์กรลับนอกรีตอย่างตน สมควรแล้วหรือหากมัวทำตัวขี้เกียจเช่นนี้!
ถ้าจัสติสและแฮงแมนทราบเข้าคงได้เสื่อมศรัทธาแน่…
ไคลน์ตัดพ้อขณะใช้ใบหน้าซุกไซ้ผ้าห่มหนานุ่มแสนสบาย
“เรามีสูตรโอสถตัวตลกแล้ว ต้องรีบย่อยพลังนักทำนายโดยเร็ว เรามีสูตรโอสถตัวตลกแล้ว ต้องรีบย่อยพลังนักทำนายโดยเร็ว…”
มันพยายามสะกดจิตตัวเองพักใหญ่
หลังจากดีดตัวขึ้นมานั่งบนเตียง ไคลน์หยิบเหรียญทองแดงในกระเป๋าเสื้อออกมากำ
มันทำนายว่าตนควรเดินทางไปยังสโมสรพยากรณ์วันนี้หรือไม่
ผลลัพธ์ออกมาในเชิงบวก
“ห้า.สี่.สาม.สอง.หนึ่ง.ฮึบ!”
ชายหนุ่มปลุกเร้าตัวเองให้ตื่นจากความเกียจคร้าน ก่อนจะแต่งกายให้เรียบร้อยโดยสวมสูทและหมวกเต็มยศ
…
ณ ห้องโถงใหญ่ สโมสรพยากรณ์
ไคลน์นั่งจิบชาดำซิบป์พลางอ่านหนังสือพิมพ์ทิงเก็นซื่อตรง รอบกายมีสมาชิกสโมสรไม่มากนัก ราวหกถึงเจ็ดเท่านั้น
ขณะกำลังขบขันจุดผิดทางไวยากรณ์บนหนังสือพิมพ์ ชายหนุ่มเหลือบเห็น ‘กลาซิส’ บุรุษหนุ่มสวมแว่นขาเดียว เดินเข้ามาพร้อมกับสตรีอายุราวสามสิบในเดรสสีฟ้าอ่อน
หญิงสาวคนดังกล่าวมีขนตาโค้งงอน ดวงตากลมโตแต่หม่นหมอง มือซ้ายถือหมวกอินทิสใบใหญ่ซึ่งตกแต่งด้วยขนหงส์ดำ
หืม…ไม่เมื่อยคอบ้างหรือนั่น?
ไคลน์รำพันติดตลกพร้อมกับแสร้งนวดคลึงหน้าผากคล้ายกับกำลังเหนื่อยหน่าย
จากการเพ่งมองด้วยเนตรวิญญาณ มันมองเห็นกลาซิสและสตรีปริศนาต่างมีสุขภาพแข็งแรงด้วยกันทั้งคู่ แต่อารมณ์ค่อนข้างคุกรุ่น เปี่ยมด้วยความหงุดหงิด โมโห และฉุนเฉียว
“ทิวาสวัสดิ์ครับ มิสเตอร์กลาซิส ผมบอกแล้วว่ามิสเตอร์ลาเนวุสคนนั้นเชื่อถือไม่ได้”
ไคลน์ฉีกยิ้มขณะนั่งท่าเดิม
ในอดีต กลาซิสเคยขอให้ไคลน์ช่วยดูดวงเกี่ยวกับการลงทุนเหมืองเหล็กกล้าในโครงการของลาเนวุส และผลลัพธ์ออกมาเลวร้าย
เมื่อเห็นอารมณ์โมโหของอีกฝ่าย ชายหนุ่มจึงประเมินว่า กลาซิสไม่เชื่อตนและนำเงินบางส่วนไปลงทุน ไคลน์ได้แต่ภาวนาให้ไม่เป็นเงินก้อนใหญ่นัก
กลาซิสพลันผงะเมื่อได้ยินไคลน์ทัก
ก่อนจะยิ้มแห้ง
“ผมโกรธตัวเองมากที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำเตือนของคุณ จริงสิ ในอดีตก็เคยพูดแบบนี้ไปแล้วหนหนึ่ง ผมได้แต่หวังว่า ไม่สิ…ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีครั้งที่สามเด็ดขาด”
เมื่อพูดจบ กลาซิสหันไปมองสตรีด้านข้างซึ่งใบหน้ามีริ้วรอยเล็กๆ ปรากฏ
“มาดามคริสทีน่า เห็นหรือยังครับว่าสุภาพบุรุษผู้นี้ยอดเยี่ยมเพียงใด? สามารถคาดเดาได้แม่นยำโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า จากบรรดาหมอดูมากมาย เขายอดเยี่ยมที่สุดอย่างไร้ข้อกังขา ควรค่าแก่การเรียกว่านักทำนายตัวจริงเสียงจริง”
“ทิวาสวัสดิ์ค่ะ มิสเตอร์โมเร็ตติ พวกเรามาหาคุณในวันนี้ด้วยเรื่องของลาเนวุส”
คริสทีน่าโค้งศีรษะให้เล็กน้อย ลักษณะท่าทางยังคงแฝงอาการหงุดหงิด
“ไปห้องบุษราคัมกันไหม?”
กลาซิสทำตัวคุ้นชินกับสถานที่ มันใช้ค้างชี้ไปยังทิศทางนอกโถงรวม
ไคลน์อมยิ้ม มันลุกขึ้นยืน
“ไม่มีปัญหา”
มันเดินตามกลาซิสไปยังห้องบุษราคัม
เมื่อทุกคนเข้ามาครบ กลาซิสล็อกกลอนประตูและเดินไปนั่งเก้าอี้ด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว
“ลาเนวุสหายตัวไป มันอ้างว่าไปดูงานขุดเจาะในแคว้นซิลวารัส จึงออกเดินทางไปนอกทิงเก็นและไม่กลับมาอีกเลย พวกเราส่งคนขึ้นรถจักรไอน้ำออกไปสืบหาความจริง จนกระทั่งพบว่า เหมืองแร่ซึ่งลาเวนุสกล่าวอ้าง มีเพียงตัวตนจอมปลอมบนแผนที่เท่านั้น โชคยังดี ผมยอมฟังคำเตือนของคุณอยู่บ้าง จึงหมดเงินเพียงหนึ่งในสามของความตั้งใจเดิม ไม่อย่างนั้นผมคงสูญเสียครอบครัวไปตลอดกาล”
นัยน์ตาไคลน์เปลี่ยนเป็นสีเข้มขณะเหลือบมองใบหน้าลูกค้าทั้งสอง
มันซักถามด้วยน้ำเสียงเจือความสงสัย
“ก่อนจะลงทุนมูลค่ามหาศาล พวกคุณไม่ได้ส่งตัวแทนไปตรวจสอบก่อนหรือ ว่าเหมืองแร่ซึ่งอีกฝ่ายกล่าวอ้าง มีตัวตนจริงบนเทือกเขาโฮนาซิสหรือไม่?”
คริสทีน่าตอบกลับทันที
“ตัวแทนพวกเราถูกตบตาโดยกลอุบายชั่วของลาเนวุส มันเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าวจริง แต่สร้างรั้วโรงงานจอมปลอมขึ้นคล้ายกับเตรียมขุดเจาะ โดยไม่ให้อนุญาตผู้ใดผ่านเข้าไปตรวจสอบ”
ไคลน์ไม่ไต่ถามต่อ มันรักษามาดของนักทำนายผู้รอบรู้ทุกสิ่ง
ชายหนุ่มพูดเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ
“คุณสองคนต้องการให้ผมทำนายสิ่งใด?”
“ดิฉันต้องการทราบว่า พวกเราจะได้รับเงินลงทุนกลับคืนมาบ้างหรือไม่”
คริสทีน่าตอบขณะหันไปมองกลาซิส
ไคลน์ก้มตัวหยิบแผ่นกระดาษและปากกาหมึกซึมออกมาวางหน้าตน
“ผมจะทำนายด้วยโหราศาสตร์ ผมถาม พวกคุณตอบ”
…
ระหว่างบทสนทนา ไคลน์บันทึกข้อมูลมากมายลงบนกระดาษ ก่อนจะจัดแจงตั้งค่าเครื่องทำนายดวงดาวอย่างละเอียด เป็นความละเอียดซึ่งไม่พบในหมอดูทั่วไป
ในเทคนิคทำนายโหราศาสตร์ ยิ่งบรรจุข้อมูลมากก็จะยิ่งเข้าใกล้ความจริง และผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายคือผู้บรรลุศาสตร์นี้
“มาดาม มิสเตอร์ ชะตาของพวกคุณกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หากโลภมากหรือใจร้อนเกินเหตุ หวังเงินลงทุนกลับคืนโดยใช้วิธีมุทะลุ อนาคตของพวกคุณจะยิ่งดำดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความมืดมิด แต่หากอดทนรออย่างใจเย็น แสงสว่างอันสดใสจะมาเยือนในสักวันแน่นอน”
ไคลน์อธิบายผลลัพธ์ด้วยน้ำเสียงสุขุม
“เข้าใจแล้วค่ะ”
คริสทีน่าผงกศีรษะเบาๆ ก่อนจะทำสีหน้าครุ่นคิดสักพัก
เธอตัดสินใจถาม
“มิสเตอร์โมเร็ตติ คุณสามารถค้นหาที่อยู่ของลาเนวุสได้ไหม?”
“ไม่ครับ คิดว่าทำไม่ได้ ข้อมูลทั้งหมดของลาเนวุสอาจถูกปลอมขึ้นมา รวมถึงชื่อจริงด้วย ผมไม่มีทางระบุตัวตนของอีกฝ่ายได้เลย นอกเสียจากจะมีข้อมูลซึ่งมั่นใจว่าถูกต้อง หรือไม่ก็สิ่งของซึ่งเกี่ยวพันลาเนวุสสักชิ้น”
ไคลน์ตอบตามตรง
คริสทีน่าเงียบงันหลายวินาที ก่อนจะหยิบธนบัตรหนึ่งซูลยื่นให้ไคลน์
“ดิฉันได้ยินจากกลาซิสว่า คุณคือนักทำนายซึ่งเคร่งครัดเกี่ยวกับค่าตอบแทนมาก จะไม่ยอมรับเงินเกินจำนวนเด็ดขาด ดังนั้นขอให้ถือว่า เงินส่วนที่เกินมา เป็นสินน้ำใจสำหรับสโมสรพยากรณ์ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณที่เลือกใช้บริการครับ”
ไม่รับค่าตอบเกินจำนวนเด็ดขาด…
ใช่ซะที่ไหน ผมกำลังถังแตกต่างหาก
ไคลน์นึกเสียใจในคำประกาศของตัวเอง
ขณะเห็นคริสทีน่าเดินออกไป กลาซิสปิดประตูห้องพร้อมกับหันมาถาม
“ไม่มีวิธีทวงเงินคืนจริงหรือครับ?”
“ปัจจุบันยังไม่มี”
ไคลน์เอนหลังพิงเก้าอี้
กลาซิสถอนหายใจ
“ลาเนวุสได้เงินไปมากกว่าหนึ่งหมื่นปอนด์ เหยื่อมีจำนวนเกินร้อยคน ค่อนข้างโชคดี ผมปรึกษาคุณก่อน จึงสูญเงินไปเพียง ห้าสิบปอนด์เท่านั้น และชีวิตของผมไม่มีหนี้สิน แต่ทางมาดามคริสทีน่าลงทุนไปถึง หนึ่งร้อยห้าสิบปอนด์ เป็นจำนวนเงินมากเกินกว่าจะให้ยอมถอดใจ”
“แจ้งตำรวจหรือยัง?”
ไคลน์เริ่มโมโหหลังจากได้ยินว่าอีกฝ่ายฉ้อโกงผู้คนเป็นจำนวนมากถึงหนึ่งหมื่นปอนด์
ตนทำงานแทบตายได้แค่ซูลเดียว!
หนึ่งหมื่นปอนด์ถือเป็นจำนวนเงินระดับเศรษฐี ไม่เว้นแม้ในเมืองใหญ่อย่างเบ็คลันด์
มันไม่มีทางทราบเลยว่า กรมตำรวจจะส่งต่อคดีธรรมดาเช่นนี้ให้กับเหยี่ยวราตรี ทูตพิพากษา และจิตแห่งจักรกลหรือไม่
ไคลน์ก้มหน้าครุ่นคิดหาความเป็นไปได้
กลาซิสพยักหน้า
“พวกเราแจ้งตำรวจแล้วครับ และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากประชุมกับทุกฝ่าย ทางกลุ่มผู้เสียหายตัดสินใจตั้งค่าหัวและมอบเงินตอบแทนจำนวนสิบปอนด์ให้กับใครก็ตามที่สามารถแจ้งเบาะแสลาเนวุส สำหรับคุณ หากช่วยระบุแหล่งกบดานปัจจุบันของลาเนวุสได้ชัดเจนจนนำไปสู่การจับกุมตัว รางวัลตอบแทนจะเท่ากับหนึ่งร้อยปอนด์ถ้วน”
สิบปอนด์สำหรับเบาะแส และหนึ่งร้อยปอนด์หากเบาะแสนำไปสู่การจับกุมตัว?
ดวงตาไคลน์พลันส่องประกายหลังจากได้ยิน หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
ปัจจุบัน มันกำลังกังวลว่าตนจะหาเงินมาจ่ายค่าจ้างนักสืบเอกชนเฮนรีไม่ทัน
สำหรับงานประจำที่เหยี่ยวราตรี ตนอาจได้รับค่าจ้างเพิ่มอีกสามปอนด์ภายในสัปดาห์นี้ก็จริง แต่หากนักสืบเอกชนเฮนรีพบเบาะแสของปล่องไฟแดงหรือบุรุษปริศนาในผับมังกรชั่วได้เร็ว ตัวมันจะมีเงินไม่พอจ่ายงวดแรก
ยังขาดอยู่หลายซูล โดยคำนึงจากการไม่ใช้เงินออมไปทำเรื่องฟุ่มเฟือยแล้ว
บางที กรมตำรวจอาจมีสิ่งของเกี่ยวพันกับลาเนวุสสักชิ้นสองชิ้น แต่คงไม่เกิดประโยชน์หากอีกฝ่ายหนีไปไกลจากทิงเก็น
ไคลน์ทั้งตื่นเต้นและผิดหวัง
…
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ระหว่างนี้มีลูกค้าใหม่เพิ่มสองรายจากคำแนะนำของแอนเจลิก้า
รายแรกเป็นการดูดวงให้ทารกวัยหนึ่งขวบ ไคลน์อาศัยวันเดือนปีเกิดทำนายด้วยเทคนิคโหราศาสตร์ คำอธิบายของมันทำให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
รายที่สองเป็นการตามหาสิ่งของ ไคลน์ใช้เทคนิคไพ่ทาโรต์ผสานกับทำนายความฝันเพื่อให้เห็นภาพ จากนั้นก็มอบพิกัดสิ่งของดังกล่าวอย่างละเอียด
ลูกค้าแสดงสีหน้าสุดทึ่ง มันไม่เคยพบเห็นหมอดูคนใดมอบผลทำนายได้ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน
บางที ปัญหาเงินส่วนต่างค่านักสืบอาจถูกคลี่คลายได้ด้วยการดูดวงไปเรื่อยๆ
ไคลน์ครุ่นคิดขณะเดินผ่านห้องรับแขกเตรียมตัวกลับบ้าน
ทันใดนั้น คริสทีน่ากลับมายังสโมสรพยากรณ์อีกครั้งพร้อมกับเด็กสาวสวมหมวกชายหาดปีกกว้าง
เมื่อเห็นไคลน์ คริสทีน่ารีบเดินเข้าไปทักทาย
“มิสเตอร์โมเร็ตติ คุณบอกว่าสามารถทำนายหาแหล่งกบดานของลาเนวุสได้ หากมีสิ่งของในชีวิตประจำวันใช่ไหมคะ?”
“ถูกต้องครับ”
ไคลน์ผงกศีรษะ
คริสทีน่าถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าอย่างนั้น ลูกของชายคนนั้น ถือเป็นสิ่งของเกี่ยวพันได้ไหมคะ?”
อะไรนะ…?
ลูก? ในท้องหรือ?
คำขอร้องไม่คาดคิด ทำเอาไคลน์ถึงกับผงะ
……………………
