Skip to content

Outside Of Time 1205


บทที่ 1205 แม่น้ำดารานำทาง

ผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ทั้งหมด หลังจากเข้าสู่สวรรค์นอกพิภพและได้รับการจัดสรรจักรวาลแล้ว ล้วนมีเวลาพัก 1 ปี

1 ปีนี้ก็เพื่อให้ผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่เพิ่งขึ้นมาใหม่เหล่านี้ คุ้นเคยกับสวรรค์นอกพิภพ คุ้นเคยกับจักรวาลที่ตนอยู่ และดูดซับรางวัลที่ได้รับ

จนกระทั่งสิ้นสุดระยะเวลาพัก จักรวาลเชื่อมต่อของนภา 9 ฝั่งจะรวบรวมเกณฑ์พล

สิ่งที่รอคอยพวกเขา คือการจัดสรรหน้าที่ในอนาคต

ข้อมูลเหล่านี้ในขณะที่ผุดขึ้นในใจของสวี่ชิง เขาก็กลับมายังตำหนักเซียนของจักรวาลตะวันดับแล้ว

ยืนอยู่บนค่ายกลส่งข้ามที่กลางตำหนักเซียน สวี่ชิงไม่ลังเล เปิดการส่งข้าม

ส่วนตุ๊กตาจิ้งจอก ได้กลายเป็นตราประทับ ประทับไปบนแขนของสวี่ชิงแล้ว

ในไม่ช้า จากการสั่นสะเทือนของตำหนักเซียน ระลอกคลื่นอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่กระจายออกมาจากตำหนักเซียนไปทั่วทุกสารทิศ

ในเสียงสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น พลังการส่งข้ามก็ปะทุออกมาอย่างเต็มที่

และการส่งข้ามในครั้งนี้ ใช้เวลานานกว่าประสบการณ์ของสวี่ชิงก่อนหน้านี้มาก เห็นได้ชัดว่าจักรวาลเชื่อมต่ออยู่ห่างไกลจากจักรวาลตะวันดับอย่างยิ่ง

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในสัมผัสรับรู้ของสวี่ชิง เขาราวกับฝันถึงความฝันที่เต็มไปด้วยสีสันพร่างพราย

ในความฝัน ทุกสิ่งล้วนพร่าเลือน สีสันนับไม่ถ้วน ถักทอเป็นแสงที่บิดเบี้ยว

จวบจนกระทั่งแสงค่อยๆ จางหายไป ภาพตรงหน้าเขาก็ชัดเจนขึ้น

แม่น้ำสีทองอันกว้างใหญ่สายหนึ่ง ปรากฏขึ้นในสายตาของสวี่ชิง

แม่น้ำสายนี้อยู่ในแดนดารานับไม่ถ้วน ในคลื่นวนดวงดาวนับไม่ถ้วน ภายในเต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน

ดวงดาวเหล่านี้ ต่างเปล่งแสงสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ออกมา

และดวงดาวในแม่น้ำสีทองนี้ เดิมทีหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว ทว่าจากการไหลของแสงดาว กลับให้ความรู้สึกราวกับว่าแม่น้ำสีทองนี้กำลังไหลจากบนลงล่าง

นี่เป็นครั้งแรกที่สวี่ชิงได้เห็นแม่น้ำแห่งดวงดาวสีทองเช่นนี้

และที่นี่ ก็คือจักรวาลนำทาง!

และยังเป็น 1 ใน 72 สถานที่ถือครองอำนาจปกครองแห่งเต๋าที่มีอำนาจรองจากวังเซียนในนภา 9 ฝั่งทั้งหมด!

เป็นสถานที่ที่มีอำนาจหน้าที่ในระบบการทำงานของนภา 9 ฝั่ง ในยุคที่ตนปกครอง ยิ่งสามารถบัญชาการสำนักงานใหญ่ระบบการนำทางที่เกี่ยวข้องของสวรรค์นอกพิภพแห่งอื่นๆ ได้อีกด้วย

มันไม่เพียงแต่รับผิดชอบการนำทางผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่เพิ่งขึ้นมาใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการชี้นำโลกใบเล็กเหล่านั้นที่อยู่ใต้ระบบดาวที่ 5 ตลอดจนการจัดสรรต่างเผ่าพันธุ์ทั้งหมดในจักรวาลของทั้งระบบดาวที่ 5

ในบางแง่ มันเป็นทั้งค่ายฝึกทหารใหม่ และหน่วยบริหารจัดการกำลังคนด้วย

ผู้ที่ประจำการอยู่ที่นี่ ย่อมเป็นเซียนชั้นล่าง อีกทั้งยังมีจำนวนไม่น้อย

มองดูทุกสิ่งเหล่านี้ สัมผัสถึงอำนาจความน่าเกรงขามของแม่น้ำสีทองสายนี้ สวี่ชิงขณะที่จิตใจเกิดระลอกคลื่นอารมณ์ ในแม่น้ำสีทองอันน่าตื่นตะลึงก็มีแสงดาวเส้นหนึ่งพุ่งตรงมายังสวี่ชิง

เมื่อเทียบกับแม่น้ำสีทองทั้งสาย แสงนี้เล็กจ้อยมาก แต่ในสายตาของสวี่ชิง เนื่องจากระยะทาง แสงดาวสีทองที่มาถึงนี้ก็กว้างใหญ่เช่นกัน

มันปกคลุมเขาอย่างรวดเร็ว ก่อแรงดึงดูดขึ้น

และแสงดาวสีทองที่นำทางสวี่ชิงนี้ ต้นกำเนิดของมัน…คือดวงดาวในคลื่นวนดวงดาวลูกหนึ่งในดินแดนดาราแห่งหนึ่งในบริเวณปลายน้ำของแม่น้ำสีทองอันน่าตกตะลึงนี้!

อีกทั้งแสงดาวเหนี่ยวนำเช่นนี้ มีอยู่ทั่วไปในจักรวาลเชื่อมต่อทั้งหมด

ผู้บำเพ็ญทุกคนที่ส่งข้ามมาที่นี่ ล้วนเป็นเช่นนี้

ตามวัตถุประสงค์ของการมาถึงที่นี่ก็จะมีแสงดาวจากพื้นที่ต่างๆ มาถึง

เสี้ยวพริบตาต่อมา ภายใต้แรงดึงดูดของแสงนี้ ร่างของสวี่ชิงก็พุ่งตรงไปยังดาวดวงนั้น

ความเร็วรวดเร็วมาก ร่างกายของเขาทั้งร่างราวกับถูกฉุดกระชากจากแรงมหาศาล ราวกับดาวตกที่ร่วงหล่น

เพียงชั่วพริบตา เขาก็ถูกดึงจากนอกแม่น้ำดาราเข้าไปในแม่น้ำดารา เข้าสู่ดวงดาวที่เปล่งแสงดาวออกมาท่ามกลางดวงดาวนับไม่ถ้วนดวงนั้น

ทุกสิ่งเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปเร็วจี๋

จนกระทั่งมีเสียงสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น

ร่างของสวี่ชิง ตกลงสู่ทะเลบนดวงดาวนี้

นี่คือทะเลสีดำที่เหนียวหนืดเป็นอย่างยิ่ง ราวกับวุ้นเหนียวหนืด

และร่างกายที่อยู่ภายใต้แรงฉุดกระชากรุนแรงสูดสุดก็ตกลงสู่ทะเล นำมาซึ่งแรงกระแทกมหาศาล

โชคดีที่พลังบำเพ็ญของสวี่ชิงแข็งแกร่ง สามารถทนทานได้

หากเป็นผู้บำเพ็ญระดับต่ำ เกรงว่าในแรงฉุดกระชากนี้ วิญญาณคงจะหลุดลอยออกไป และเมื่อตกลงมา ร่างกายก็จะแหลกสลาย

ทว่าแม้พลังบำเพ็ญของสวี่ชิงจะเพียงพอ แต่ในเสี้ยวขณะที่ร่างกายกระแทกลงไป ในแรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวนั่น เขาก็จมลงใต้ทะเลวุ้นเหนียวหนืดสีดำ ก่อให้เกิดหลุมลึกหลุมหนึ่งบนผิวน้ำ

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง สวี่ชิงก็พยายามดิ้นรนบินออกมาจากหลุมลึกที่ตนเองกระแทกเข้าไป กวาดตามองไป ท้องฟ้าเป็นสีทอง ส่วนพื้นดินทั้งหมดเป็นทะเลวุ้นเหนียวหนืดสีดำที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต

กลางอากาศ จะเเห็นแสงดาวสีทองเป็นทางๆ กำลังเหนี่ยวนำผู้บำเพ็ญให้มาถึงอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น เสียงสะเทือนเลื่อนลั่นของการตกลงสู่ทะเลจึงดังไม่หยุดหย่อน

และบนผิวน้ำ ตอนนี้มีหลุมลึกหลายสิบหลุม

มีผู้บำเพ็ญบางคน กำลังทยอยบินออกมาจากหลุมลึก ส่วนใหญ่ในนั้นล้วนอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสะบักสะบอม

บางคนถึงกับมีเลือดสดๆ ไหลออกจากมุมปาก เห็นได้ชัดว่ายังคงหวาดกลัว

ในกลุ่มผู้คน สวี่ชิงเห็นโจวเจิ้งลี่ เห็นเสียหลิงจื่อ เห็นหลี่เมิ่งถู่ และหย่วนซานซู่ ตลอดจนเชียนจวินและปี้อี้

คนเหล่านี้ ล้วนเป็นผู้โบยบินสู่สวรรค์รุ่นเดียวกับสวี่ชิง

ตอนนี้ทุกคนถูกนำทางมาที่นี่

ซิงหวนจื่อ ก็อยู่ในนั้นด้วย

แต่เมื่อเทียบกับความสะบักสะบอมน่าสมเพชของคนอื่นๆ ซิงหวนจื่อเห็นได้ชัดว่าดูสุขุมกว่าเล็กน้อย เมื่อสายตาของสวี่ชิงจับจ้องไปที่เขา เขาก็หันกลับมามองสวี่ชิงผาดหนึ่ง

สายตาทั้ง 2 ประสานกัน แล้วต่างฝ่ายต่างก็ดึงสายตากลับไปโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ

เช่นนี้เองเวลาก็ผ่านไปอย่างช้าๆ ผู้คนทยอยมาถึง บ้างมาคนเดียว บ้างมาเป็นกลุ่ม จากประสบการณ์ในอดีตและปฏิสัมพันธ์ตลอด 1 ปีที่ผ่านมานี้ ก็แบ่งออกเป็นกลุ่มมากมาย

เสียหลิงจื่อยังคงอยู่เพียงลำพังเหมือนเช่นเคย

หย่วนซานซู่เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการเข้าร่วมกับฝ่ายใด เดิมทีตั้งใจจะอยู่คนเดียว แต่ผู้โบยบินสู่สวรรค์หญิงบางคนก็เลือกที่จะเข้ามาหานางเองไปตามธรรมชาติ

ส่วนเชียนจวินและปี้อี้เลือกที่จะยืนอยู่ข้างซิงหวนจื่อ และรอบๆ ตัวพวกเขายังมีผู้บำเพ็ญอีกหลายสิบคนที่ตัดสินใจเลือกเช่นเดียวกัน

ส่วนกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด ย่อมเป็นสวี่ชิงทางนี้

ชื่อเสียงของอันดับ 1 ทำให้ผู้คนจำนวนมากมายเมื่อเห็นสวี่ชิงแล้ว ต่างก็ยิ้มเดินเข้ามาหา

โจวเจิ้งลี่และหลี่เมิ่งถู่ ก็อยู่ในกลุ่มนั้น ต่างเดินมายังข้างกายสวี่ชิง ฝ่ายแรกก็ยังคงโค้งคำนับด้วยรอยยิ้มที่อ่อนน้อมถ่อมตนเหมือนเช่นเคย

ส่วนฝ่ายหลังนั้นมีสีหน้าเคร่งขรึม กล่าวเสียงต่ำทุ้มว่า “สหายสวี่ คนรุ่นนี้หายไป 11 คน!”

“ข้าคำนวณดูแล้ว ตอนนี้มีคนที่มาถึงเพียง 89 คนเท่านั้น!”

สวี่ชิงพยักหน้าเล็กน้อย โจวเจิ้งลี่ที่อยู่ข้างๆ ก็ยิ้ม

“ก็คงตายไปแล้วนั่นแหละ”

“แม้ว่า 1 ปีนี้จะเป็นช่วงพัก แต่ก็เป็นช่วงปรับตัวด้วยเช่นกัน ระบบดาวของเราแห่งนี้ ตั้งแต่โบราณกาลมาก็เหมือนกับการเลี้ยงกู่”

“ดังนั้น…” โจวเจิ้งลี่มองสวี่ชิงแวบหนึ่ง ตลอด 1 ปีนี้ เขาได้สืบเรื่องราวเกี่ยวกับสวรรค์นอกพิภพมามากมาย ดังนั้นเขาจึงระมัดระวังต่ออนาคตเช่นกัน

ความคิดที่จะผูกมิตรกับสวี่ชิงก็ยิ่งมากขึ้น

จากนั้นจึงพูดขึ้นอีกว่า “ไม่ใช่แค่ใน 4 ดินแดนดาราในอดีตเท่านั้น แต่ในสวรรค์นอกพิภพนี้ ความจริงแล้วยิ่งโหดร้ายและรุนแรงกว่า”

“และสำหรับผู้ที่อยู่ตำแหน่งเหนือกว่า ผู้ที่พวกเขาให้ความสำคัญจริงๆ จะต้องเป็นอย่างน้อยระดับเตรียมเซียนขึ้นไป อย่างเช่น นายน้อย อย่างเช่น ซิงหวนจื่อ อย่างเช่น หย่วนซานซู่ อาจจะเป็นไปได้ว่าในรุ่นนี้ มีเพียงพวกท่าน 3 คนเท่านั้นที่ได้รับความสำคัญ”

“ระดับเจ้าเหนือหัว…ผู้ที่อยู่ตำแหน่งเหนือกว่าไม่มีทางไปสนใจสักเท่าไร”

“ดังนั้น นอกเสียจากจะมีเส้นสายที่หยั่งรากลึกลงไปอีก ไม่เช่นนั้น หากต้องการจะเดินต่อไปให้ราบรื่นยิ่งขึ้น ได้รับทรัพยากรมากขึ้น การรวมกลุ่มกับระดับเตรียมเซียนย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”

คำพูดสุดท้ายนี้ โจวเจิ้งลี่ไม่ได้ปกปิดเสียงไว้ ดังนั้นเหล่าผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่อยู่รอบๆ สวี่ชิงเหล่านั้นจึงได้ยินอย่างชัดเจน

ในใจของแต่ละคนต่างก็เริ่มครุ่นคิด

สวี่ชิงมองโจวเจิ้งลี่ผาดหนึ่ง

โจวเจิ้งลี่ยิ้มอย่างถ่อมตน

สวี่ชิงดึงสายตากลับมา ในสมองเขานึกถึงคำพูดนั้นของโจวเจิ้งลี่ที่พูดเอาไว้ก่อนเดินทางจากไปเมื่อ 1 ปีก่อน

“เขาคาดเดาว่า การจัดสรรหน้าที่ในครั้งนี้ ทุกคนจะอยู่รวมกัน…” สวี่ชิงครุ่นคิด

และเวลา ท่ามกลางการรอคอยอย่างช้าๆ ของคนทั้งหลาย เวลาก็ค่อยๆ หมุนผ่านไป

บนผืนทะเลอันกว้างใหญ่ นอกจากพวกเขาแล้ว ไม่มีผู้บำเพ็ญคนอื่นอีก

และก็ไม่มีผู้นำทางปรากฏตัวขึ้น

ทุกคนล้วนไม่ใช่คนธรรมดา ย่อมไม่มีทางกระวนกระวายร้อนรนเพราะรอคอยเวลาเพียงแค่นี้ ดังนั้นจึงต่างนั่งขัดสมาธิทำสมาธิ

จนกระทั่งผ่านไปอีก 1 ชั่วยาม

ยามเมื่อในฟ้าดินมีลมพัดขึ้น ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวโหยหวนจากลมกรรโชก สวี่ชิงและซิงหวนจื่อต่างก็รับรู้ได้ เงยหน้ามองท้องฟ้าตามลำดับ

หย่วนซานซู่เป็นคนที่ 3 ที่เงยหน้ามอง

คนอื่นๆ รับรู้ได้ค่อนข้างช้า ต่างจ้องมองไป

เห็นเพียงท้องฟ้าแผ่ระลอกคลื่นแล้วพลันปรากฏแสงสีทองขึ้น

แสงสีทองเหล่านั้นเป็นแสงนำทางเช่นกัน มีทั้งหมด 70-80 ทาง ภายในมีคนจำนวนหนึ่งนำหน้า ที่เหลือตามอยู่ข้างหลัง ลงมาเยือน

เสี้ยวพริบตาต่อมา ฟ้าดินสั่นสะเทือน

ในแสงสีทองเหล่านั้น มีเพียงไม่กี่ร่างที่กระแทกลงบนผิวน้ำจนเกิดหลุมลึก ส่วนใหญ่ในนั้นทันทีที่ที่ตกลงมา ก็ยืนอยู่บนผิวน้ำได้อย่างมั่นคง

ราวกับว่าสำหรับพวกเขา มาที่นี่หลายครั้งแล้ว ได้เรียนรู้ทักษะการควบคุมแล้ว

และบนร่างพวกเขาล้วนแต่งกายแบบเดียวกัน

เสื้อผ้าสวมใส่ล้วนเป็น…ชุดคลุมสีเทาร้อยกระเป๋าที่สวี่ชิงเคยเห็นในจักรวาลหลอมเต๋า!

นั่นคือเสื้อผ้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้รวบรวมทรัพยากรที่มีชื่อเสียงย่ำแย่

ในนั้นมีระดับเตรียมเซียน 7-8 คน คนอื่นๆ ล้วนถือพวกเขาเป็นผู้นำ

ตอนนี้หลังจากลงมา สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ แต่ในบรรดาผู้โบยบินสู่สวรรค์รุ่นนี้ มีไม่น้อยที่สายตาเคร่งเครียด

และผู้บำเพ็ญเหล่านี้ที่ถูกผู้โบยบินสู่สวรรค์รุ่นนี้จ้องมอง สายตาของพวกเขาก็พุ่งตรงมาเช่นกัน

กวาดมองไปยังพวกสวี่ชิง

สายตานั่น เหมือนหมาป่า ฉายความเฉยชาและโหดเหี้ยมต่อชีวิต

จากนั้นก็ไม่พูดอะไร ขณะที่ผู้บำเพ็ญที่เป็นผู้นำก้าวเดิน คนกลุ่มนี้ก็พุ่งไปยังที่ไกลออกไป

“นายน้อย พวกเขาคือผู้รวบรวมทรัพยากร…ดูเหมือนว่าครั้งนี้ ดวงดาวที่เราถูกนำทางมา มีความเป็นไปได้สูงว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการรวบรวมทรัพยากร” โจวเจิ้งลี่กล่าวเสียงต่ำทุ้ม

สวี่ชิงพยักหน้า

และการลงมาเยือนก็ยังไม่สิ้นสุดแค่นี้

หลังจากนั้น 1 ก้านธูป แสงสีทองก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนท้องฟ้า

มีอีกหลายสิบสายเช่นกัน สวมชุดร้อยกระเป๋าเช่นกัน ผู้มาเยือนหลังจากลงมาแล้ว ก็ไม่ได้หยุดพัก พุ่งตรงไปยังที่ไกล

เช่นนี้เอง จากการไหลผ่านไปของเวลา ผู้รวบรวมทรัพยากรเป็นชุดๆ ก็ทยอยมาถึง

ในระหว่างนั้น พวกเขาส่วนใหญ่แล้วเมินเฉยต่อสวี่ชิงและผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่เพิ่งขึ้นมาใหม่เหล่านี้

และกลิ่นอายบนตัวของพวกเขา เมื่อสวี่ชิงมองเห็นมากขึ้นก็สัมผัสได้ถึงความเย็นชาและความโลภประเภทนั้น อีกทั้งยิ่งเป็นผู้แข็งแกร่งมากเท่าไร ปราณศพและกลิ่นอายความตายบนร่างก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น

อีกทั้งกลิ่นคาวเลือดก็เช่นกัน

ราวกับว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกับศพและความตายมาอย่างยาวนาน

จนกระทั่งยามค่ำคืนมาเยือน เมื่อแสงสีทองบนท้องฟ้าเริ่มจางลง ก็มีแสงสีทองอีกหลายสิบทาง พุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างมากมายบนผิวน้ำ

ภายในนั้น มีคนหนึ่งที่แผ่กลิ่นอายที่น่าตกตะลึงอย่างยิ่ง

นั่นคือชายชราที่เหมือนแร้ง ร่างตัวอ่อนเซียนของเขา ได้บรรลุถึงขั้นบริบูรณ์แล้ว

ห่างจากแปรเปลี่ยนเป็นเซียนเหลือเพียงอีกก้าวเดียวเท่านั้น!

ตอนนี้หลังจากลงมา เขากลายเป็นผู้นำ กำลังจะจากไป…

ทันใดนั้น ในหมู่คนด้านหลังชายชราผู้นั้น มีผู้บำเพ็ญวัยกลางคนคนหนึ่งฝีเท้าหยุดลง หันกลับมาสายตากวาดมองสวี่ชิงและคนอื่นๆ และสุดท้ายก็มองไปที่…ซิงหวนจื่อและเชียนจวินและปี้อี้ที่อยู่ข้างหลังเขา

จากนั้น คนคนนี้ก็ยิ้ม

คนคนนี้ สวี่ชิงเคยเห็นมาก่อน เขาคือผู้บำเพ็ญระดับเตรียมเซียนคนนั้นที่หวังจะเกณฑ์เชียนจวินและปี้อี้เข้าร่วมด้วยในจักรวาลหลอมเต๋าคนนั้น!

ตอนนี้จุดสนใจของสายตาเขาอยู่ที่ซิงหวนจื่อ และการหยุดของเขาก็ทำให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ เขาต่างหยุดลงเช่นกัน

จากนั้น เขาก็รีบเดินไป 2-3 ก้าว มาถึงยังข้างชายชราที่มีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวคนนั้น กระซิบอะไรบางอย่าง

จากนั้น ชายชราก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า

เมื่อได้รับการยินยอมจากชายชรา ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนก็เดินยิ้มเข้าหาซิงหวนจื่อ ส่งเสียงออกมา “กลุ่มของข้าครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจากการต่อสู้ไปหลายคน จำเป็นต้องเสริมกำลัง ตอนนี้ขอเกณฑ์พวกเจ้า 3 คน เข้ากลุ่มของข้า!”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version