Home Novel Novel 18+ Queen revenge Chapter 10

Queen revenge Chapter 10

Chapter 10

200 ไห!

อวี้จื่อหานยกสุราจิบ

ว่านซินส่งเสียงเรียกเข้าไปก่อน “คุณชายเจ้าคะ”

“เข้ามา” อวี้จื่อหานบอก วางจอกสุราลง

ว่านซินเปิดประตูเดินเข้าไปในห้อง “ท่านต้องการอะไรเพิ่มหรือเจ้าคะ?”

อวี้จื่อหานและหวังโหย่วหันไปมองเถ้าแก่เนี้ย

“เจ้าได้สุรานี่มาจากไหนหรือ? ข้าชอบ อยากเหมาทั้งหมด แล้วขนมนี่ใครเป็นคนทำหรือ? ตามตัวมาพบข้าหน่อย ข้าชอบมากอยากตบรางวัลให้สักหน่อย” อวี้จื่อหานบอกสีหน้าเรียบเฉย

“ได้เจ้าค่ะ” ว่านซินยิ้มแย้มแล้วก็หันไปสั่งเสี่ยวเอ้อว่า “ไปเรียกพ่อครัวมาที คุณชายอยากให้รางวัล”

“ขอรับ” เสี่ยวเอ้อรีบไปตามพ่อครัวมา

“ว่าแต่ท่านจะให้ข้าจัดส่งสุราไปที่ไหนเจ้าคะ?” ว่านซินถาม

“ไม่ต้องส่ง เก็บไว้ที่นี่ เวลาข้ามาก็เอามาให้ข้า ห้ามขายให้คนอื่น” อวี้จื่อหานสั่ง

“เจ้าค่ะ” ว่านซินรับคำสั่งแล้วก็บอกว่า “สุราทั้งหมด 200 ไห รวมทั้งสิ้น….เจ้าค่ะ”

200 ไห! ทำไมร้านนี้มีสุรานี่ตั้ง 200 ไห? หวังโหย่วตกใจ แต่พอหันไปสบตาสหายก็รีบหยิบตั๋วเงินให้เถ้าแก่เนี้ย

ว่านซินยิ้มแย้ม “ขอบคุณเจ้าค่ะ” แล้วก็เดินเข้าไปเก็บตั๋วเงิน นางรินสุราเติมให้เมื่อเห็นว่าจอกสุราพร่องไป

“พ่อครัวมาแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อบอก

พ่อครัวเดินเข้าไปคารวะ “คารวะคุณชายทั้งสองขอรับ”

“เจ้าเป็นคนทำขนมนี่รึ?” อวี้จื่อหานถาม มองสำรวจพ่อครัวตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ขอรับ” พ่อครัวพยักหน้ารับ

“เจ้าได้สูตรขนมนี่มาจากที่ใดรึ?” อวี้จื่อหานถามอีก

พ่อครัวยิ้มแล้วตอบว่า “ต้องขออภัยที่ข้าไม่อาจบอกได้ขอรับ เป็นความลับทางการค้าขอรับ”

“นี่เจ้า!” อวี้จื่อหานโมโหลุกพรวดไปขยุ้มคอเสื้อพ่อครัวจ้องหน้าข่มขู่ “เจ้าจะบอกข้าดีๆหรือไม่ห๊ะ!”

พ่อครัวยิ้มอย่างใจเย็น “ขออภัยที่ข้าไม่อาจบอกได้จริงๆขอรับ เป็นความลับทางการค้าที่ไม่อาจเปิดเผยได้ขอรับ คุณชายโปรดเมตตาสักครั้งเถอะขอรับ หากวันหน้าคุณชายอยากกินอีกก็เชิญมาที่นี่ได้ขอรับเพียงแต่ช่วยแจ้งล่วงหน้ามาสักหนึ่งวันให้ข้าได้มีเวลาจัดเตรียมวัตถุดิบสักหน่อยขอรับ”

อวี้จื่อหานปล่อยมือแล้วก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ เขาส่งสายตาให้หวังโหย่ว

หวังโหย่วก็รีบล้วงเงินส่งให้ “เอ้านี่รางวัลของเจ้า ไปได้แล้ว”

พ่อครัวเดินเข้าไปรับรางวัลแล้วก็รีบออกไป

ว่านซินคารวะแล้วก็เดินตามพ่อครัวออกไปด้วย พร้อมกับปิดประตูห้องให้ด้วย

อวี้จื่อหานยกสุราขึ้นจิบ มุมปากเหยียดยิ้มนิดๆ พ่อครัวไม่ใช่คนทำขนม ดูท่าร้านนี้คงไม่ยอมเปิดเผยตัวคนทำขนม

เขาหยิบขนมขึ้นมาส่งเข้าปาก ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนทำขนมนี่

ทางด้านว่านซินก็ไปรายงานคุณหนูไป๋

“ท่าทางคุณชายทั้งสองตอนเห็นขนม ตกใจกันน่าดูเจ้าค่ะ” ว่านซินรายงาน “ส่วนสุราก็เหมาทั้งหมดไม่ให้ขายให้ผู้ใด”

ไป๋เฟิ่งหวงพยักหน้ารับรู้แล้วก็โบกมือ

ว่านซินคารวะแล้วก็ออกจากห้องกลับไปทำงานต่อ

ไป๋เฟิ่งหวงระแคะระคายเรื่องคุณชายทั้งสองที่เหมาห้องส่วนตัวตลอดทั้งเดือน ส่งคนไปซุ่มเฝ้าที่บ้านตระกูลไป๋ไม่พอ ยังคิดจะตามมาจับตาดูนางถึงที่นี่อีกงั้นรึ

วันนี้นางจึงอยากทดสอบเขาให้แน่ใจว่าเขาคือคนที่นางสงสัย จึงแกล้งส่งสุราโม่หลี่ฮวา(โม่หลี่ฮวา คือดอกมะลิ) ไปทดสอบ ซึ่งสุราโม่หลี่ฮวาเป็นสุราที่ผลิตในวังหลวงหนานถิงโดยเฉพาะ สุราที่มีกลิ่นดอกโม่หลี่ฮวาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ นางเคยดื่มสุรานี้ตอนที่ยังเป็นฮองเฮา แคว้นหนานถิงส่งสุรานี้มาเป็นของขวัญวันเกิดฮ่องเต้ในปีหนึ่ง นางติดใจความหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจึงพยายามทำเลียนแบบอยู่หลายคราแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งได้ไปเรียนวิชากับเฒ่าร้อยพิษ เห็นสุราที่เฒ่าร้อยพิษหมักบ่มเอาไว้ ได้ลองชิมจึงรู้สูตรทำสุราโม่หลี่ฮวาขึ้นมาทันใด นางจึงลงมือหมักสุราโมหลี่ฮวาเอาไว้ก่อนที่จะเข้าหน้าฝนแล้วไม่มีดอกโม่หลี่ฮวาอีก ต้องรอจนถึงหน้าร้อนครั้งถัดไปจึงจะมีดอกไม้ให้ใช้ทำสุรา

ด้วยต้องการเอาสุรามาทดสอบคน นางจึงส่งคนขึ้นเขาไปขนสุราลงมาจากหุบเขาร้อยพิษ เฒ่าร้อยพิษจึงฝากคำจดหมายมากับคนของนาง เมื่อนางเปิดอ่านก็เห็นคำว่า…นังเด็กอกตัญญู

หึๆๆๆ เอาน่าอาจารย์ อดใจรอไปก่อน เสร็จศึกแก้แค้นเมื่อไหร่ข้าจะรีบขึ้นเขาไปทำขนมให้ท่านกิน

ส่วนขนมหนวดมังกรก็เป็นแคว้นหนานถิงส่งพ่อครัวมาทำถวายฮ่องเต้ถึงที่นี่ถือเป็นของขวัญอีกอย่างจากแคว้นหนานถิงในคราวนั้น นางติดใจในรสชาติจึงจดจำวิธีทำขนมเอาไว้แม่นยำ เห็นเพียงครั้งเดียวนางก็จดจำได้หมด

นางไม่รู้ว่าเขามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ใด แต่ถ้าจะมาเกะกะงานของนางก็คงจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้เช่นกัน! นางต้องการจะเตือนให้เขารู้ว่านางรู้สถานะของเขาแล้ว อย่าได้คิดยื่นมือเท้าเข้ามาเกะกะงานของนางเด็ดขาด! อวี้จื่อหาน

อวี้จื่อหานจิบสุราไป กินขนมไป “ท่าทางว่าสถานะของข้าคงถูกเปิดเผยแล้ว”

“ใครกันนะที่รู้สถานะของเจ้าได้น่ะ?” หวังโหย่วครุ่นคิด “แล้วจะเป็นอันตรายกับพวกเรารึเปล่า?”

“รอดูต่อไป” อวี้จื่อหานบอกอย่างไม่สะทกสะท้าน “ดำเนินแผนการของพวกเราต่อไป”

“ได้” หวังโหย่วรับคำสั่ง

อวี้จื่อหานหันไปเรียกเสี่ยวเอ้อ “เสี่ยวเอ้อ”

“ขอรับคุณชาย” เสี่ยวเอ้อรีบเปิดประตูเข้าไป

“ไปถามเถ้าแก่เนี้ยที วันนี้ยังมีเมนูอะไรจากหนานถิงอีก ก็ยกเข้ามาได้เลย” อวี้จื่อหานสั่ง

“ขอรับคุณชาย” เสี่ยวเอ้อค้อมตัวแล้วก็เดินออกจากห้องไป

ครู่ต่อมา อาหารวังหลวงหนานถิงก็ถูกส่งมาขึ้นโต๊ะ

อวี้จื่อหานมองการท้าทายนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน

เสี่ยวเอ้อวางจดหมายไว้บนโต๊ะเป็นลำดับสุดท้ายแล้วก็ออกจากห้องไป

หวังโหย่วมองจดหมายอย่างสงสัย หยิบไปเปิดดู เขาอ่านจดหมายแล้วก็ทำสีหน้ายุ่งยาก จากนั้นก็ยื่นจดหมายให้สหาย

อวี้จื่อหานรับไปอ่าน ‘ข้าไม่อาจย้ายวังหนานถิงมาที่นี่ได้ ทำได้เพียงจัดหาสุราและอาหารหนานถิงให้ท่านได้เท่านั้น หวังว่าท่านจะสำราญพระทัยในสิ่งที่ข้าเตรียมให้’

เรียวปากยกยิ้ม

หวังโหย่วทำหน้ายุ่ง “สถานะของเจ้ามีคนล่วงรู้แล้วจริงๆ”

“รู้แล้วยังไง?” อวี้จื่อหานย้อนถามอย่างไม่สะทกสะท้าน

“หากเรื่องนี้รู้ไปถึงฮ่องเต้หลงถังเล่า?” หวังโหย่วพูดอย่างกังวล

“หากนางอยากเอาเรื่องนี้ไปบอกเจ้าฮ่องเต้นั้น นางคงทำไปนานแล้วล่ะ แต่สิ่งที่นางทำคือการเตือนข้าว่าอย่าทำอะไรล้ำเส้น” อวี้จื่อหานลุกไปเปิดฝาเตากำยานแล้วก็จ่อกระดาษกับกำยานที่กำลังเผาไหม้ จนกระดาษติดไฟ เขาปล่อยให้ไฟลามเกือบถึงมือก็ปล่อยกระดาษลงในเตากำยาน พริบตาเดียวกระดาษก็มอดไหม้หมด เขาปิดฝาเตาแล้วก็เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ หยิบตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก หึๆๆๆ คุณหนูตระกูลไป๋ ดูถูกนางไม่ได้จริงๆ

หวังโหย่วหยิบตะเกียบขึ้น คีบอาหารเข้าปาก สมองก็ครุ่นคิดหาทางอารักขาคนตรงหน้า หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เขาจะได้ส่งคนเป็นสหายและเจ้านายออกจากเมืองไปก่อน ดูท่าต้องเรียกกำลังมาเสริมเสียแล้ว

หลังจากกินอาหารเสร็จ อวี้จื่อหานกับหวังโหย่วก็ออกจากร้าน ทั้งสองเดินผ่านโรงหมอซันหลิว เห็นผู้คนมาต่อแถวรอตรวจยาวเหยียดก็พยายามเดินเลี่ยงคนพวกนั้นไป

พลัน! เด็กที่กำลังต่อแถวอยู่หน้าร้านคนหนึ่งกำลังกินพุทธาแล้วเกิดติดคอขึ้นมา ค๊อกๆๆๆ

“อาเหมา เจ้าเป็นอะไร?” คนเป็นแม่หันไปมอง

อาเหมาไอค๊อกแค๊กหน้าแดงน้ำตาไหล ชี้ที่คอ พยายามส่งเสียงบอก “ชะ…แค๊กๆ”

แม่พยายามช่วยทุบหลัง แต่ทำอย่างไรก็ไม่หาย “อาเหมาๆ”

หมอซันหลิวได้ยินเสียงดังก็เงยหน้าไปมอง เห็นเด็กกำลังหน้าเขียวก็รีบลุกไปดู

“ท่านหมอ ช่วยลูกข้าด้วย” คนเป็นแม่รีบคารวะปะหงกๆ

หมอซันหลิว อ้อมไปข้างหลังตัวเด็ก โอบสองมือประสานไปใต้ลิ้นปี่แล้วก็กระแทกแรงๆสองที พุทธาก็หลุดกระเด็นออกมา

เด็กหายใจออก หน้าเริ่มหายเขียว หมอก็ปล่อยตัวเด็ก

“ขอบคุณท่านหมอ ขอบคุณเจ้าค่ะ” แม่เด็กคารวะปะหงกๆ “อาเหมา เป็นยังไงมั่ง?”

เด็กเช็ดน้ำตาส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นอะไรแล้วแม่” เด็กหันไปคารวะหมอ “ขอบคุณท่านหมอที่ช่วยชีวิตขอรับ”

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” หมอซันหลิวเอื้อมมือไปขยี้ผมเด็กอย่างเอ็นดู

อวี้จื่อหานซึ่งกำลังจะเข้าไปช่วยเด็ก แต่ก็ช้ากว่าหมอไปสองก้าว จึงขยับเข้าไปยืนดูสถานการณ์อยู่ใกล้ๆ

หมอยิ้มให้สองแม่ลูกแล้วก็เดินกลับเข้าไปด้านใน เขาเดินผ่านอวี้จื่อหานไป

อวี้จื่อหานกำลังจะเดินจากไป แต่เมื่อหมอเดินผ่านเขาไป คนตัวโตกว่าก็ชะงักกึก! คว้าแขนหมอทันที “เดี๋ยวก่อน”

หมอซันหลิวหันไปมองมือที่จับแขนรั้งไว้ แล้วก็เงยหน้ามองคนตัวใหญ่กว่า เอ่ยเสียงแหบต่ำว่า “มีอะไรหรือ?”

อวี้จื่อหานขยับเข้าไปชิดตัวหมอ

หมอมองด้วยดวงตาสงบนิ่ง แล้วก็ชี้มือไปที่ปลายแถว “หากจะมาตรวจก็ไปเข้าแถว อย่าได้คิดตัดหน้าคนอื่น”

อวี้จื่อหานยกยิ้มมุมปาก ปล่อยแขนแล้วก็เดินจากไป

หมอมองตามอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็เดินกลับไปตรวจคนไข้ต่อ

หวังโหย่วรีบขยับเข้าไปกระซิบถาม “มีอะไรงั้นรึ?”

อวี้จื่อหานกระซิบตอบ “ข้ารู้แล้วว่าใครเป็นคนทำขนมนั่น”

หวังโหย่วเหลือบไปมองโรงหมอแล้วก็หันไปมองสหาย “เจ้าหมอคนนั้นน่ะรึ?”

อวี้จื่อหานพยักหน้า กระซิบว่า “จับตาดูหมอซันหลิวด้วย ข้าว่าเจ้านั่นต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับร้านไป๋เฟิ่งหวงแน่ๆ สืบประวัติเจ้านั่นมาด้วย”

“ได้” หวังโหย่วพยักหน้ารับ

ข่าวเรื่องร้านไป๋เฟิ่งหวงทำอาหารได้อร่อยล้ำเลิศเลื่องลือไปจนถึงในวัง

ฮองเฮาเย่เฟยได้ยินข่าวก็อยากจะลองชิมอาหารนั้นดูบ้างจึงมีรับสั่งให้ร้านไป๋เฟิ่งหวงเข้าวังไปทำอาหารถวาย

“คุณหนูจะสั่งการอย่างไรเจ้าคะ?” ว่านซินถามหลังจากขันทีนำพระเสาวนีย์มาถึงที่ร้าน

“ส่งพ่อครัวเข้าไป” ไป๋เฟิ่งหวงสั่ง

“เจ้าค่ะ” ว่านซินรับคำสั่ง แล้วก็จัดส่งพ่อครัวเข้าวัง

ณ วังหลวง พ่อครัวทำอาหารสุดฝีมือ

เกากงกงเชิญเครื่องเสวยไปถวายฮ่องเต้และฮองเฮา

หลังเสวยเสร็จ ฮ่องเต้ก็ตรัสอย่างพอพระทัยว่า “อาหารวันนี้รสชาติถูกใจข้านัก เรียกคนทำมาที ข้าจะตบรางวัลให้”

“พระเจ้าข้า” เกากงกงรับพระบัญชาแล้วก็เรียกตัวพ่อครัวไปเข้าเฝ้า

พ่อครัวเข้าเฝ้าฮ่องเต้ด้วยท่าทางเลิ่กลั่กหวั่นกลัว

“เจ้ารึที่ทำอาหารได้ถูกใจข้า?” ฮ่องเต้ถาม มองคนที่หมอบตัวสั่นอยู่บนพื้น

พ่อครัวเหลือบไปมองเกากงกงอย่างหวั่นกลัว

เกากงกงดุ “ฝ่าบาทถาม เจ้าก็ตอบไปซิ”

“ขอรับ เอ้ย พระ…พระ…เจ้าข้า” พ่อครัวกราบทูล

“เช่นนั้นเจ้าก็มาเป็นพ่อครัวให้ข้าเถอะ” ฮ่องเต้ตรัส

“หา!” พ่อครัวตกตะลึง

“ยังไม่รีบขอบพระทัยอีก” เกากงกงดุ

“ขอบ…ขอบ…พระทัย…พระ…เจ้าข้า” พ่อครัวพูดตะกุกตะกัก ก้มหน้าซ่อนแววตาสมใจ ปลาติดเบ็ดแล้ว

“อ่อ จริงซิ เจ้าเป็นคนของร้าน…” ฮ่องเต้พยายามนึก

“ร้านไป๋เฟิ่งหวงพะย่ะค่ะ” เกากงกงรีบทูล

“อ่อ ร้านไป๋เฟิ่งหวง ข้ายังไม่ได้ถามความยินยอมจากเถ้าแก่ของเจ้าเลยนี่น่าว่ายอมให้เจ้ามาทำงานให้ข้ารึเปล่า?” ฮ่องเต้ตรัสไปงั้นแหละ ลองไม่ยอมซิ!

“เรียกตัวเถ้าแก่มาซิ” ฮ่องเต้รับสั่ง

เกากงกงปาดเหงื่อทันที “เอ่อ…คือว่าเถ้าแก่เนี้ยไม่ได้มาด้วยพะย่ะค่ะ”

ฮองเฮาหรี่เนตรอย่างไม่พอพระทัย “อะไรกัน! ข้าเรียกเข้าวัง มีคนกล้าไม่มาด้วยรึ!”

เกากงกงรีบบอก “ได้ยินว่าเถ้าแก่เนี้ยป่วยพะย่ะค่ะ จึงมาไม่ได้พะย่ะค่ะ”

“งั้นรึ” ฮ่องเต้พยักพระพักตร์แล้วก็ตรัสว่า “เช่นนั้นก็นำทองไปมอบให้นาง 200 ตำลึงทองเป็นค่าตอบแทนที่ข้าขอพ่อครัวของนางก็แล้วกัน”

“รับด้วยเกล้าพระเจ้าข้า” เกากงกงรับพระบัญชา

ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์

เกากงกงจึงดึงคอเสื้อคนที่หมอบติดพื้นให้ลุกขึ้นเดินตามไป “มากับข้า”

พ่อครัวรีบลุกขึ้นเลิ่กลั่กตามไป

หลังจากนั้นเกากงกงก็นำทองไปมอบให้เถ้าแก่เนี้ย แล้วก็กลับวังไป

ไป๋เฟิ่งหวงมองทองบนถาดแล้วก็โบกมือ “เอาไปเก็บ”

“เจ้าค่ะ” ว่านซินรับคำสั่งแล้วก็เอาทองไปเก็บ

ไป๋เฟิ่งหวงเหยียดยิ้ม ปลากินเบ็ดแล้ว ฮุบเข้าไปคำโตเสียด้วย หึๆๆๆๆ

ณ ที่พักของอวี้จื่อหาน

“สายรายงานว่ามาฮ่องเต้ฉกพ่อครัวร้านไป๋เฟิ่งหวงไปแล้ว เช่นนี้ร้านไป๋เฟิ่งหวงคงแย่แน่” หวังโหย่วรายงาน

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: