Scumbag System 84

0 Comments

ตอนที่ 84

ไข่แม่มึง! ฝ่ามือกับแผ่นอกของลั่วปิงเหอมีรอยแผลจากกระบี่น่ะซิ ตอนนั้นฉันนี่แหละทำเองกับมือ!

เสิ่นชิงชิวถามว่า “เจ้าอยากรู้จริงๆน่ะรึ”

‘ลั่วปิงเหอ’ ลดตัวต่ำลงมาเล็กน้อย กล่าวด้วยเสียงเย็นยะเยียบระคนยั่วเย้าอยู่ในที “ไม่บอกก็ช่างเถอะ พวกเรายังมีเวลาอีกมาก ค่อยๆค้นหาไปก็ได้”

เสิ่นชิงชิวกล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ลองหันไปดูซิ”

มุมปากที่ยกโค้งอยู่ของลั่วปิงเหอพลันแข็งทื่อ ตื่นตัวขึ้นมาทันที หันกลับไปอย่างระแวดระวัง

ท่ามกลางแสงสว่างวับๆแวมๆ ใบหน้าที่เหมือนกับเขาไม่มีผิดเพี้ยนโผล่เข้ามาเสียใกล้

ผู้มาสีหน้าเย็นยะเยียบเข้าไปถึงกระดูก ประหนึ่งน้ำแข็งประดุจหิมะ ส่วนแววตากลับลุกเรืองแดงฉานราวกับไฟปีศาจ

ในเรือนไผ่ คนสองคนที่รูปร่างเหมือนกันราวกับคนๆเดียวกัน ใบหน้าราวกับถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน

ยกเว้นคนหนึ่งสวมชุดขาว คนหนึ่งสวมชุดดำ ก็ไม่มีตรงไหนแตกต่างกันเลย

ที่เอวของลั่วปิงเหอชุดดำสะพายกระบี่ไว้เล่มหนึ่ง ใช้ยันต์ผนึกไว้อย่างแน่นหนาชั้นแล้วชั้นเล่า

กระบี่ซินหมัวที่องอาจในครั้งอดีต กลับถูกห่อหนาเปอะเสียจนอัปลักษณ์ดูไม่ได้ ปราณมารแม้แต่สายเดียวไม่อาจเล็ดลอดออกมา

เขาตวาดด้วยเสียงแหบแห้ง “ลงมาเดี๋ยวนี้!”

ที่ตามหลังเสียงตวาดอันกราดเกรี้ยวมาคือการฟาดจู่โจม

ลั่วปิงเหอชุดขาวที่นั่งอยู่ระหว่างขาสองข้างของเสิ่นชิงชิวก็ตอบโต้กลับไปอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ ฝ่ามือทั้งสองปะทะกันกลางอากาศเสียงดังสนั่น ฝุ่นฟุ้งกระจาย

เขาดูเหมือนจะเซ็งจัด กล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “เร็วกว่านี้ไม่มา ช้ากว่านี้ไม่มา ดันจะต้องมาเวลาแบบนี้…”

ยังไม่ทันพูดจบ เสิ่นชิงชิวก็งอนิ้วชี้และนิ้วกลาง กระบี่ซิวหย่าที่แทงพลาดเลยไปปักเข้าที่ผนังเมื่อครู่สั่นเบาๆ ก่อนจะเหินเข้ามาอยู่ในมือเขาโดยพลัน พอเสิ่นชิงชิวจับกระบี่ได้มั่นก็ตวัดฟันออกไปเดี๋ยวนั้น

ถูกโจมตีจากสองทาง ในที่สุด ‘ลั่วปิงเหอ’ ก็ไม่สามารถอยู่ในท่าหยอกเย้าต่อไปได้อีก เขาพลิกกายลงจากเตียง ตอนจะจากไปยังอุตส่าห์ไม่ลืมหยิกเอวเสิ่นชิงชิวทีหนึ่ง แล้วพลิ้วกายไปยังอีกฟากของเรือนไผ่ แกล้งพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “ซือจุนลงมือหนักไม่เบา สักนิดก็ไม่สงสารศิษย์เลยหรือ”

ไสหัวไปหาแม่แกเลย!

ใครเป็นซือจุนแก หา!

หมอนี่ก็คือ ‘ลั่วปิงเหอ’ พระเอกตัวออริจินอลของนิยายฮาเร็ม ‘เทพมารอหังการ’ แห่งเว็บจงเตี่ยนนั่นเอง ก่อนหน้านี้ตอนระบบเปิดใช้งานการลงโทษ เคยออกมาครั้งหนึ่ง ชายหนุ่มที่นักอ่านล้วนเทิดทูนบูชาราวกับเทพเจ้า ใครๆล้วนเรียกด้วยความยกย่องว่า ปิงเกอ!

เสิ่นชิงชิวคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าหมอนี่ไม่เพียงปรากฏตัวในช่วงกระบวนการลงโทษได้ แต่ยังสามารถใช้ร่างจริงมาปรากฏตัวที่โลกนี้ด้วย ดูๆแล้ว อันสิ่งที่เรียกว่าการลงโทษของระบบนั้น ไม่ใช่แค่การจำลองบุคลิกมาใช้ แต่เป็นการไปดึงเอาตัวปิงเกอฉบับออริจินอลจากโลกคู่ขนานมาเองเลยทีเดียว

ถึงแม้เขาจะรู้สึกตงิดๆ มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าเหมือนจะมีตรงไหนสักแห่งไม่ถูกต้อง แต่สาวน้อยแซ่ลั่วก็มักจะเดี๋ยวแง่งอนเดี๋ยวออดอ้อนเป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งอารามเป็นห่วง เลยมัวแต่รักษาอาการบาดเจ็บให้เขา เสิ่นชิงชิวจึงไม่ทันได้พิจารณาให้ถี่ถ้วน

ลั่วปิงเหอตัวจริง ที่มือกับที่อกจะมีแผลจากกระบี่ที่เขาเป็นคนฝากเอาไว้ด้วยตัวเองอยู่ ของพรรค์นี้ถูกเจ้าเด็กนี่ยึดถือราวกับเป็นของล้ำค่าไม่ยอมรักษาให้หาย แล้วเขาจะลูบเจอ ‘ผิวพรรณเรียบลื่นละมุน’ ได้อย่างไร

สรุปแล้ว เป็นเพราะต่างก็ยังไม่คุ้นเคยกับร่างกายของกันและกันดีพอ จึงฉุกคิดขึ้นมาได้สายไปหน่อย แต่ยังดีที่ยั้งม้าไว้ที่หน้าผาได้ทัน อันตรายเอามากๆ เกือบไปแล้วไหมล่ะ เกียรติยศศักดิ์ศรีที่เฝ้าถนอมมานานปี (……………….) เกือบรักษาไม่อยู่ซะแล้ว

เช่นนั้นตอนอยู่ในตำหนักใต้ดินเมื่อวาน ที่เขาพูดว่า ‘ไป’ ก็เป็นอันเข้าใจแล้ว ความหมายของคำนี้ ไม่ใช่บอกให้เขา ‘รีบหนี่ไป ข้าไม่อยากเป็นภาระให้ท่าน’ หากแต่เป็น ‘คนสารเลวสมควรตายเช่นเจ้ารีบไสหัวออกไปให้ข้าเสียโดยดี!’

ลั่วปิงเหอชุดดำที่สะพายกระบี่ไว้ข้างเอวโผเข้ามาทันที กล่าวอย่างร้อนใจว่า “ซือจุน ไอ้หมาพันทางตัวนั้นมันทำอะไรท่านหรือไม่”

เฮ้ย ไปด่าเขาไอ้หมาพันทาง ไม่เท่ากับด่าตัวเองหรอกรึ…

แขวะก็ส่วนแขวะ พอเห็นใบหน้าลั่วปิงเหอเต็มไปด้วยความร้อนใจคว้าตนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เสิ่นชิงชิวก็พอใจเป็นอันมาก ต้องแบบนี้ซิ ถึงจะถูก!

เขากระแอมให้คอโล่ง ตรวจดูให้แน่ใจว่าเสื้อผ้ายังอยู่ดีเรียบร้อย สารรูปไม่เยิน จึงค่อยกล่าวว่า “เหวยซือไม่เป็นไร”

แต่แล้วอยู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อวานนี้ ‘ลั่วปิงเหอ’ บาดเจ็บ มีแต่แผลเหวอหวะไปทั้งตัว เลยห่วงว่าร่างนี้ก็น่าจะเจ็บเนื้อเจ็บตัวมาด้วยเช่นกัน จึงรีบถามว่า “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ได้รับบาดเจ็บกระมัง”

ลั่วปิงเหอพยักหน้า “หายดีแล้ว”

เสิ่นชิงชิวคว้าแขนเขาขึ้นมาพลิกๆดู พอเห็นที่ฝ่ามือมีรอยแผลเป็นสีขาวอยู่รอยหนึ่ง บอกว่าจางไม่จาง บอกว่าลึกไม่ลึก ก็รู้สึกเหมือนถูกสะกิดเข้าที่หัวใจ “ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สองวันนี้เจ้าไปอยู่ไหนมา ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

ลั่วปิงเหอส่ายหน้า “ศิษย์ไม่รู้ สองวันก่อน ศิษย์ปิดด่านฝึกวิชาอยู่ในตำหนักใต้ดิน อยู่ซากกระบี่ซินหมัวที่เหลืออยู่ก็เปล่งแสงสีม่วงออกมาแล้ว คะ…คนผู้นี้ก็ปรากฏตัวออกมา ในมือยังถือกระบี่ซินหมัวอีกเล่มเอาไว้ด้วย ข้าประมือกับเขา เผลอนิดเดียว…ก็พลัดเข้าไปในช่องว่างที่กระบี่ซินหมัวเปิดไว้ หลางจากนั้นช่องว่างก็ปิดลง ข้าทันแค่แย่งเอากระบี่เขาไว้ได้ พอกลับมาอีกที ก็ไม่เห็นซือจุนแล้ว จึงได้แต่มาตามหาที่ชางฉยงซานนี่แหละขอรับ”

สรุปแล้วสองวันที่ผ่านมานี้ ลั่วปิงเหอเข้าไปอยู่ใน ‘เทพมารอหังการ’ ฉบับดั้งเดิมมาหรือ

นึกไม่ถึงว่าความสามมารถในการผ่ามิติของกระบี่ซินหมัวจะมีอานุภาพถึงเพียงนี้ แม้แต่ทางเข้าของมิติคู่ขนานก็สามารถผ่าได้

นี่ไม่ใช่เรื่องที่เอาคำว่ามี Bug มาอธิบายได้แล้ว

เกยะที่มึนงงสับสนจากเว็บจจ.(จิ้นเจียง)คนหนึ่ง อยู่ๆพลัดเข้าไปในฮาเร็มที่เต็มไปด้วยสาวงามสามพันของเว็บจงเตี่ยน เด็กคนนี้คงตกใจกลัวแย่แล้ว ขณะที่เสิ่นชิงชิวเกิดความเอ็นดูสงสารขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ (…..) จู่ๆก็ได้ยินเสียงเย็นยะเยียบดังขึ้น “ขอโทษที ข้ายังอยู่ตรงนี้นะ อย่าทำเป็นไม่สนใจกันซิ”

ลั่วปิงเหอตัวออริจินอลชินกับการเป็นศูนย์รวมแห่งความสนใจของคนทั้งโลก พอเห็นอาจารย์ศิษย์คู่นี้เจอหน้ากันก็โผเข้าหากันทันที กระหนุงกระหนิงกันจนน่าขนลุก ทำราวกับไม่มีเขาอยู่ตรงนี้ด้วย ก็หงุดหงิดขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก ลอบส่งกำลังไปที่ใต้เท้า เหยียบหินปูพื้นแตกไปหลายแผ่นโดยไม่มีเสียง

ลั่วปิงเหอเอาตัวเข้าไปขวางหน้าเสิ่นชิงชิวไว้ กล่าวด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “เมื่อกี้เจ้ากำลังทำอะไร”

‘ลั่วปิงเหอ’ กล่าวเรียบเรื่อย “เล่นสนุกนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

เสิ่นชิงชิวช็อคไปแล้ว

เล่นใคร

เล่นฉันเหรอ

ปิงเกอ นายมัน…ไม่ว่าใครก็เอาหมดเลยเรอะ!?

จะหญิงหรือชายไม่เกี่ยง จะเนื้อหมูหรือเนื้อปลาก็ไม่สน ส่งถึงปากก็กินโลด?

หรือว่าพอมาทางนี้แล้วสาวๆที่เคยอยู่ในฮาเร็มกลับไม่เหลือเลยสักคน เลยกลัดมัน?

ปิงเกอเดาะลิ้นอย่างขัดใจ “ใครใช้ให้เจ้ามันใช้การไม่ได้ขนาดนี้เล่า ผู้หญิงสักคนก็ไม่มี”

เจอบรรทัดฐานของคำว่า ‘ใช้การไม่ได้’ แบบนี้ ทำเอาเสิ่นชิงชิวไปไม่เป็นเลยทีเดียว

แต่ความสนใจของลั่วปิงเหอไม่ได้อยู่ที่ประเด็นนี้ เขาโกรธเสียจนลูกตาแทบจะหลั่งออกมาเป็นเลือด กล่าวเสียงต่ำว่า “เจ้าบังอาจลบหลู่ซือจุนเช่นนี้…”

ดวงตาของ ‘ลั่วปิงเหอ’ อีกคนหนึ่งก็แดงฉานขึ้นมาอย่างฉับพลันเช่นกัน สบตากับเขาแล้วหัวเราะหยัน “ข้าคงไม่ได้เพียงแค่ลบหลู่เขาเท่านั้นหรอกกระมัง ดูท่าทางที่ไม่เอาไหนเช่นนี้ของเจ้าแล้ว ในฐานะที่เป็น ‘ลั่วปิงเหอ’ แต่กลับทำตัวน่าอับอายแบบนี้ คลุกคลีอยู่กับคนสารเลวเสิ่นชิงชิงทั้งวัน…”

เขาไม่ทันพูดให้จบ ลั่วปิงเหอก็ระเบิดลงแล้ว

ภายในเรือนไผ่ถูกปราณดำปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ทันใดนั้น จู่ๆก็มีแสงสีขาวทะลุลงมาจากด้านบน ที่แท้ทั้งสองฝ่ายต่างซัดพลังเข้าใส่กัน หลังคาเรือนไผ่เลยโดนลูกหลงระเบิดเป็นรูโหว่เบ้อเร่อ

ลั่วปิงเหอเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าเขาพลันดำทะมึนเสียยิ่งกว่าปราณมารที่ฟาดออกไปอีก

เสิ่นชิงชิวก็มีสีหน้าแทบจะไม่ต่างกัน

ไข่แม่มึง! เดี๋ยวตอนเรียกอันติ้งเฟิงมาซ่อมจะบอกเขายังไงล่ะนี่

ลั่วปิงเหอไม่อยากสร้างความเสียหายให้เรือนไผ่ จึงกระโดดออกไปนอกประตู ตะโกนว่า “ออกมา”

ลั่วปิงเหอตัวออริจินอลเพียงแค่นเสียง “ดีเลย ห้องเล็กๆ สับปะรังเคนี่ไม่พอมือพอเท้าข้าหรอก”

เงาหนึ่งขาว เงาหนึ่งดำ หายวับไปจากสายตาในชั่วอึดใจ

เสิ่นชิงชิวกำลังคิดอยู่เลยว่าหากเรียกคนของไป่จั้นเฟิงเข้ามา พอพวกเขาเห็นลั่วปิงเหอสองคนก็จะปรี่เข้าไปตีให้ตายโดยไม่แยกแยะหรือไม่

เวลานี้เอง หมิงฟานกับหนิงอิงอิงก็นำศิษย์โขยงหนึ่งพรวดเข้ามา ดูท่าว่าเมื่อกี้คงกำลังทบทวนบทเรียนตอนเย็นกันอยู่ พอได้ยินเสียงผิดปกติ ก็รีบรุดมายังจุดเกิดเหตุ บ้างก็ยังกอดฉิน บ้างยังถือตำราในมืออยู่เลย

เสิ่นชิงชิวกล่าวทันที “หยุดอยู่กับที่ห้ามขยับ!”

ศิษย์ทุกคนรีบยืนตัวตรงแหน็วเดี๋ยวนั้น

หมิงฟานเอ่ยถามว่า “ซือจุนทางนี้เกิดเรื่อง…”

เสิ่นชิงชิวตัดบทเขาฉับ “ตั้งแถว”

บรรดาศิษย์ชิงจิ้งเฟิงตั้งแถวตามคำสั่งทันทีอันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ

เสิ่นชิงชิงกล่าวต่อ “ลงไปวิ่งรอบชิงจิ้งเฟิง 30 รอบ!”

หากไล่พวกเขาไปตรงๆ เจ้าเด็กพวกนี้คงไม่ยินยอม จะต้องขอรั้งอยู่ช่วย(เพิ่มความยุ่งยาก)แน่ๆ สู้ไล่ไปก่อนเลยดีกว่า

พอเจอคำสั่งโดยตรงเช่นนี้ ศิษย์ทุกคนก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ซือจุนสั่งให้วิ่ง เช่นนั้นก็วิ่งเถอะ หนุ่มน้อยสาวน้อยในชุดสีเขียวชักแถวกันวิ่งลงไปจากชิงจิ้งเฟิงราวกับขบวนรถไฟ

เสิ่นชิงชิวเห็นว่าไล่พวกเขาไปได้แล้วก็ถอนหายใจ กลับหลังหันกระโดดตามเข้าไปในป่าไผ่หลังเขาอีกคน

ลั่วปิงเหอตัวออริจินอลนั้นสามารถควบคุมกระบี่ซินหมัวได้โดยสมบูรณ์ แต่ลั่วปิงเหอที่เขาเลี้ยงมา กลับความคิดไม่นิ่งพอ หรือพูดอีกอย่างก็คือคิดฟุ้งซ่านมากเกินไป จึงถูกโจมตีและโดนกระบี่แว้งกัดได้โดยง่าย และคงเพราะเหตุนี้เลยไม่กล้าบุ่มบ่ามเอากระบี่ซินหมัวออกมาใช้ จึงเหมือนถูกมัดมือมัดเท้าไปโดยปริยาย และน่าจะเพราะเหตุนี้เช่นกัน เขาจึงเอายันต์ผนึกกระบี่ซินหมัวไว้เสียเลย มีดัชนีทองคำแต่ไม่กล้าเอาออกมาใช้ก็เหมือนถือชามทองคำแล้วเอาออกมาขอท่านไม่ได้นั่นแหละ ดังนั้นพอไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ดูไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับสู้มือเปล่าเลย

แต่อานุภาพทำลายล้างของมือเปล่าก็แข็งแกร่งยิ่งนัก

พื้นดินถูกฟาดแบะออกไปหลายสิบแนว ต้นไผ่ล้มระเนระนาด ใบไม้ปลิวว่อน ทำเอานกที่ทำรังอยู่บนต้นไม้ตกอกตกใจบินกันเตลิดเปิดเปิง ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป ชิงจิ้งเฟิงจะต้องถูกปอกจนกลายเป็นเขาหัวโล้นแน่

เสิ่นชิงชิวมองหาช่องว่าง แล้วสั่งการซิวหย่าให้พุ่งเข้าใส่ตัวออริจินอลทันที

แสงสีเงินวาบผ่านสายตา ‘ลั่วปิงเหอ’ เบนหน้าหลบโดยพลันพร้อมกับดีดนิ้วผลักตัวกระบี่ออกไป แล้วเอียงคอกล่าวว่า “เห็นๆอยู่ว่าพวกเราเป็นคนคนเดียวกัน ซือจุนไฉนช่วยเขาแต่ทำร้ายข้าเล่า”

ผีซิถึงจะเป็นคนคนเดียวกับนาย!

ลั่วปิงเหอที่เขากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมาคนนี้ หลังจากถูกเสิ่นชิงชิวเข้าไปป่วนเนื้อเรื่อง กลายเป็นสาวน้อยประสาทแดกจนถูกระบบย้ายไปอยู่หมวดนิยายรักของเว็บจจ. เรียกสั้นๆว่า ปิงเม่ย(น้องสาวปิง) ไม่ใช่คนคนเดียวกับพระเอกนิยายสายฮาเร็มที่มีราศีของอันธพาลตั้งแต่หัวจรดเท้าในสมองเต็มไปด้วยความคิดลามก เพิ่มเลเวลด้วยการสู้กับพวกศัตรูและตัวประกอบไร้สมองอย่างแกซะหน่อย

เสิ่นชิงชิวหุบปากไม่ตอบคำ แค่สบตากับลั่วปิงเหอก็เข้าไปโจมตีตัวออริจินอลพร้อมเพรียงกันโดยไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ

ความจริงระหว่างสองคนนี้ พละกำลังไม่ทิ้งห่างจากกันเท่าไหร่ บาดแผลบนร่าง ‘ลั่วปิงเหอตัวออริจินอล’ ก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นฝีมือของลั่วปิงเหอนั่นเอง และเมื่อมีเสิ่นชิงชิวเพิ่มมาอีกคน ตาชั่งจึงค่อยๆเอนเอียงอย่างเห็นได้ชัด

ท่ามกลางรังสีกระบี่ขาวพร่างประหนึ่งมังกรทะยาน พลังทิพย์กับปราณมารสลับกันยิงอย่างสอดประสานกลมกลืนชนิดไร้ช่องโหว่ ‘ลั่วปิงเหอ’ หลบหลีกการโจมตีไปได้อย่างฉิวเฉียดสองสามระลอก เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เหมือนจะโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ไม่ได้ออกอาการจนเกินไป เพียงเม้มปากแน่นเท่านั้น

แต่แล้ว เขาก็กล่าวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “ฝีมือเขาย่ำแย่ปานนี้ มีดีที่ตรงไหนกัน”

อยู่ดีๆก็กล่าวประโยคนี้ออกมา ทำเอาเสิ่นชิงชิวมือกระตุกทีหนึ่ง

อดทนไว้ สู้ต่อ

นึกไม่ถึงว่า ปิงเกอยังคงไม่เจียมตัว “ซือจุน ท่านก็ได้ประจักษ์ความสามารถของข้ามาแล้วนี้ อย่างไรเสียก็เป็นคนคนเดียวกัน มิสู้ไปกับข้าดีกว่า ข้าจะต้องทำให้ท่านมีความสุขได้มากกว่าเขาแน่นอน”

เสิ่นชิงชิว “หุบปาก!”

ลั่วปิงเหอกล่าวงึมงำ “…ได้ประจักษ์มาแล้วหรือ”

เสิ่นชิงชิว “คิดแต่เรื่องสู้ซิ”

ลั่วปิงเหอกล่าวต่อ “ทำไมถึงบอกว่าได้ประจักษ์มาแล้ว ทำไมถึงบอกว่าจะทำให้มีความสุขได้มากกว่าข้าล่ะ”

‘ลั่วปิงเหอ’ ตอบอย่างชวนให้คิดลึกว่า “หรือความจริงแล้วซือจุนชอบเป็นฝ่ายถูกทำให้เจ็บ ต่อให้เป็นเช่นนี้ ศิษย์ก็รับประกันว่าสามารถทำให้ท่านพออกพอใจได้”

ใบหน้าของลั่วปิงเหอบิดเบี้ยวเหยเกขึ้นมาในชั่วพริบตา ทำท่าจะเอามือไปวางบนกระบี่ซินหมัวโดยไม่รู้ตัว

เสิ่นชิงชิวรีบตะโกน “อย่าชักออกมานะ!”

ลั่วปิงเหอจึงค่อยได้สติกลับคืนมา ละมือทันที ทว่าสีแดงในดวงตากลับยิ่งเจิดจ้าขึ้น ลมหายใจก็ถี่กระชั้นขึ้นเช่นกัน เขากัดฟันกรอด เป็นฝ่ายเปิดเข้าไปชิงโจมตีระยะประชิดก่อน

นี่เป็นการปะทะกันแบบเพชรตัดเพชร พละกำลังของคนทั้งคู่มีพอกัน สไตล์การต่อสู้ก็เหมือนกัน ได้ผลลัพธ์ออกมาก็เหมือนกันอีก เสิ่นชิงชิวได้ยินเสียงดังกร๊อบ

ลั่วปิงเหอทั้งสอง คนหนึ่งมือซ้ายหัก คนหนึ่งแขนขวาหัก แขนห้อยต่องแต่งกันทั้งคู่ แม้แต่ปฏิกิริยาที่ตามมายังเหมือนกันอีก มือหักก็ใช้ขาเตะ ดังนั้น เสียงกร็อบเลยดังขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง แต่ที่หักรอบนี้ก็คือขา

เสิ่นชิงชิวกล่าวอย่างอดรนทนไม่ไหว “พอได้แล้ว!”

เล่นแบบนี้ คือกะเอาให้ตายตกไปตามกันใช่ไหม

‘ลั่วปิงเหอ’ อยู่ๆก็สีหน้าอ่อนโยนขึ้น หันมากล่าวกับเสิ่นชิงชิวว่า “ซือจุน ท่านตำหนิที่ครั้งก่อนข้าทำท่านเจ็บหรือ”

ลั่วปิงเหออีกคนเบิกตากว้าง “ซือจุน ท่านเคยเจอเขามาก่อนหรือ”

หากเอาตอนที่อยู่ในระบบมานับว่าเป็นการเจอหน้า ก็ถือว่าใช่แหละ เสิ่นชิงชิวไม่อยากตอบแบบไม่จริงใจ เลยกล่าวว่า “เจอโดยบังเอิญก็แค่นั้น”

ปิงเกอหาช่องโหว่เจอก็ไม่ละเว้น กล่าวตัดพ้อว่า “คราวก่อนเป็นข้าไม่ดีเอง ศิษย์สำนึกผิดแล้ว แต่เมื่อครู่ซือจุนก็มิใช่มีความสุขหรอกหรือ เป็นศิษย์ด้วยกันทั้งคู่ ทำไมท่านถึงทำกับศิษย์เช่นนี้ได้ลงคอเล่า”

ตอแหล! ไอ้ตอแหล! ตอแหลเข้าไป! สมกับเป็นปิงเกอไอ้มนุษย์สองหน้าปากหวานก้นเปรี้ยว พูดจายิ้มแย้มแต่ในใจถือมีดเตรียมเชือดจริงๆ!

พระเอกสายดาร์กแห่งเว็บจงเตี่ยนเป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือโดยแท้ เขาจงใจพูดเพื่อก่อกวนสมาธิของลั่วปิงเหอนั่นเอง เสิ่นชิงชิวไหนเลยจะปล่อยให้เขาสมดังใจ ด่าอย่างเต็มปากเต็มคำและตรงประเด็นออกไปว่า “สักนิดก็ไม่มีความสุข!”

พอได้ระบายออกไป เขาก็รู้สึกอ่อนปวกเปียกและร้อนวาบอย่างรุนแรงขึ้นมาจากท้องน้อยทันที

เพิกเฉยก็ไม่ได้ สะกดข่มก็ไม่อยู่ เหมือนกับมีพันหมื่นมดแมลง ดิ้นกันยึกยือยุ่บยั่บอยู่ในร่างกายเขา

มุมปากของ ‘ลั่วปิงเหอ’ ยกโค้งขึ้น กล่าวอย่างพออกพอใจ ทว่าดูหลอนอยู่ในที “ยังจะทำเป็นปากไม่ตรงกับใจอยู่อีกหรือ”

โลหิตมารฟ้า

ลืมไปได้อย่างไร ขอเพียงเป็นลั่วปิงเหอ ล้วนสามารถควบคุมสั่งการกู่โลหิตในกายเขาได้ทั้งคู่

ลั่วปิงเหอทั้งสองคนนี้ คนหนึ่งปลุกกระตุ้นกู่โลหิต อีกคนหนึ่งสะกดข่มกู่โลหิต ชัดเจนว่าผลที่เกิดขึ้นจากการประลองกำลังครั้งนี้ก็คือ อาการชาและร้อนวูบวาบเป็นระลอกๆ แล่นปราดจากส่วนท้องไปทั่วทั้งร่างกายแม้กระทั่งปลายนิ้ว เสิ่นชิงชิวหอบหายใจสองสามเฮือก สายตาเริ่มเบลอ มือที่กุมกระบี่เริ่มจับไม่ค่อยจะอยู่

พอลั่วปิงเหอเผลอ กระบี่ซินหมัวที่ห้อยอยู่ข้างเอวก็ถูกแย่งชิงไปเดี๋ยวนั้น

ตัวออริจินอลยิ้มอย่างลำพอง แฝงไว้ด้วยความกระหายเลือดอยู่ในที กำด้ามกระบี่ไว้ในมือมั่น ขณะที่เขากำลังจะชักกระบี่ออกมานั่นเอง จู่ๆเสิ่นชิงชิวก็กล่าวเสียงเย็นยะเยียบ “อย่ารีบหลงระเริงเร็วไปนัก ดูบนหัวเจ้าเสียก่อน”

เหนือศีรษะของพวกเขา 3 คนในขณะนี้ มีเพียงใบไผ่เสียดสีกันดังแกรงกราก พอลมพัดก็แกว่งไกวไปตามแรงลม ‘ลั่วปิงเหอ’ ไม่จำเป็นต้องเงยหน้า ก็รู้ได้เลยว่าด้านบนหาได้มีอะไรที่จะมาเป็นภัยคุกคามไม่ เขายิ้มบางๆ “อุบายหลอกเด็กเช่นนี้ ซือจุนนำมาใช้หยอกล้อศิษย์ ออกจะดูถูกกันเกินไปแล้ว”

ไม่มองเหรอ

ได้ รนหาที่เองนะ!

มือซ้ายของเสิ่นชิงชิวอยู่ในท่าร่ายคาถา ดีดนิ้วเสียงดังฟังชัดทีหนึ่งแล้วจ้องเขม็ง

‘ลั่วปิงเหอ’ กำลังนึกหาคำพูด ใบไม้ใบหนึ่งก็บินกรีดผ่านหน้าเขาไป

รอยยิ้มเขาพลันแข็งค้าง

หยาดเลือดเล็กบางสายหนึ่ง ค่อยๆไหลลงมาตามร่องแก้มเขา

ใบไผ่รอบด้านยิ่งโปรยปรายลงมามากขึ้น ใบไม้เขียวๆปลิวคว้างอย่างรวดเร็ว แต่ละใบพุ่งตรงเข้าหาเขาราวกับมีดอันเย็นยะเยียบที่มาพร้อมกับลมบูรพา

วิชาปลิดใบไม้ปลิวบุปผาฉบับแก่นแท้ พันใบไม้หมื่นบุปผา!

‘ลั่วปิงเหอ’ โบกมือทีหนึ่งซัดพลังใส่มีดใบไม้ที่มุ่งโจมตีตน ป่าไผ่ทั้งป่าล้วนมีแต่ใบไม้บินที่ไล่ตามล่าเอาชีวิตเขาประหนึ่งเทพธิดาโปรยบุปผา ใบไม้ที่มองดูอ่อนนุ่ม แต่หากโดนเข้าจะมีอานุภาพบาดลึกถึงกระดูก เพียงแค่ใบสองใบก็ยังพอจะหลบเลี่ยงได้ ทว่าไบไม้นับพันที่ตีโอบเข้ามาแบบครอบฟ้าคลุมดิน ต่อให้เก่งแค่ไหนก็สามารถทำให้คนมือเท้าเป็นระวิงจนสับสนไปพักหนึ่ง กอปรกับเมื่อครู่พวกเขาสองคนเพิ่งจะสู้กันอย่างบ้าดีเดือดจนมือหักขาหักไปอย่างละข้างทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก

เสิ่นชิงชิวกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปก็เห็นเงาร่างสีดำชิงขึ้นนำหน้า มือข้างเดียวที่ยังดีอยู่ฟาดเข้าไปที่ตำแหน่งหัวใจของ ‘ลั่วปิงเหอ’ อย่างถนัดถนี่

เมื่อมองใบหน้าที่คุ้นตาอย่างถึงที่สุดทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ พริบตานั้นเสิ่นชิงชิวกับรู้สึกสงสาร

‘ลั่วปิงเหอ’ ถอยผงะไปสองก้าว ลูกกระเดือกขยับ คล้ายกับจะกลืนเลือดลงท้องไปคำหนึ่ง เขาหัวเราะหยัน “ช่างรู้ใจกันจริงๆไม่เลวนี่”

ถึงแม่จะเป็นคำถากถาง แต่มือข้างเดียวที่ยังดีอยู่ของเขาก็กำเป็นหมัดแน่น เส้นเอ็นเขียวๆบนหลังมือเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่

หลังจากโตเป็นผู้ใหญ่มา ไม่เคยมีใครไล่ต้อนเขาให้จนมุมได้ถึงขั้นนี้มาก่อน

สภาพที่เป็นเบี้ยล่างเช่นนี้ มันทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่เคยถูกคนเยาะเย้ยและเหยียบย่ำสารพัดในอดีต

ตอนที่โดนน้ำชาร้อยๆราดหัว ห้องเก็บฟืนที่ลมลอดเข้ามาได้ทุกด้าน การกระหน่ำทุบตีด้วยมือเท้าและคำพูดหยามหยันอันไม่จบไม่สิ้น การคุกเข่าตั้งแต่บ่ายภายใต้แสงแดดแผดเผายันกลางดึกและไม่เคยได้กินอิ่มท้อง

วันเวลาเหล่านั้น เกี่ยวกันกับใบหน้าที่เห็นอยู่ตรงนี้อย่างสางไม่ออก

แต่ตอนนี้ เจ้าของใบหน้ากลับยืนอยู่ข้างกายคนผู้นั้นที่เหมือนกับเขาทุกประการ พยุงแขนข้างที่หักข้างนั้นให้เขา ไม่กล้าแต่แต่ก็ไม่กล้าปล่อยราวกับว่าตนเองก็รู้สึกเจ็บปวดไปด้วย ทั้งยังนิ่วหน้ากล่าวว่า “ทำไมต้องปะทะกับเขารุนแรงขนาดนั้น รู้ทั้งรู้ว่าแขนหักก็ยังซัดออกไปอีก คราวหน้าห้ามทำอะไรซี้ซั้วแบบนี้อีกนะ”

ถึงแม้ฟังแล้วจะเป็นการตำหนิ แต่น้ำเสียงที่ใช้มีทั้งโกรธทั้งร้อนใจรวมทั้งความสงสารแฝงไว้ด้วยเช่นกัน

ต่อให้เป็นคนโง่แค่ไหนก็ฟังออก

ลมหนาวพัดลอดป่าไผ่ ใบไม้ขยับไหวซู่ซ่า ใบไผ่ร่วงโรยโปรยปราย

ไม่ยอม

ไม่ยุติธรรม

ภายที่คนทั้งสองยืนอยู่ด้วยกัน กลับบาดนัยน์ตาเขาถึงเพียงนี้ บาดเสียจนเจ็บตา กระบอกตาร้อนผ่าว

เห็นๆอยู่ว่าเป็น ‘ลั่วปิงเหอ’ เหมือนกัน แต่ทำไม ที่คนผู้นั้นเจอกลับเป็นเสิ่นชิงชิวที่เป็นแบบนี้ ส่วนคนที่ตนเจอกลับจิตใจคับแคบ ไร้ยางอาย อิจฉาริษยาจนเป็นนิจสิน

ทำไม!

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 244
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 243
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 242
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: