Home Novel Novel Yaoi Yuri Scumbag System 92

Scumbag System 92

ตอนที่ 92

ไม่เคยเห็นตัวโกงเรื่องไหนจะไอคิวต่ำเท่าตัวโกงเรื่องนี้อีกแล้ว ลิ่วล้อตัวประกอบไอคิว 40 ตัวโกงหลักไอคิว 60 ล้วนโดนนักเขียนตบหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อความฟินของนักอ่านจนเหมือนได้สยิวตลอด 24 ช.ม. แบบนี้ไม่กลัวฝ่อกันบ้างรึไง ตัวละครหญิงแทบทั้งเรื่องฉลาดน้อย ดีแต่สวย หลิ่วหมิงเยียนที่เป็นดาวเด่นอยู่คนเดียวทำไมถึงไม่จัดการบ้านเล็กบ้านน้อยพวกนี้ซะที เป็นเมียเอกแท้ๆ แต่ดันทำเฉย ล้อเล้นเปล่าฟะ!

องค์ประกอบของนิยาย เพื่อนๆนักอ่านด่าไปตั้งแต่ 3 แสนตัวอักษรแรกแล้ว ผมจะไม่ด่าซ้ำละ ความจริงส่วนที่สนุกที่สุดคือปีศาจในภพมารเขียนให้มากๆหน่อยก็จะดี แถมตอนหลังยังมีฉากเทครัวรับน้องหนู 50 กว่าคนจากตระกูลเดียวกันที่ยอมอุทิศกายถวายชีวิตให้พระเอกมาเข้าฮาเร็มได้อีก สาวๆแต่ละคนกระทั่งนิสัยก็เหมือนกันหมอ สำนวนการเขียนยิ่งไม่ได้เรื่องอย่างแรง ขอแค่มีผู้หญิงออกมาสักคนก็จะใช้ ‘อกอิ่มสะท้านสั่นไหว’ อยู่นั่นแหละ สั่นแม่แกซิ ขี้หมูขี้หมาก็เปลี่ยนคำสักนิดจะได้มั้ย คำถามซีเรียสคือวิชาภาษาจีนสมัยประถมของเฟยจี ได้ครู่ที่ไหนมาสอนให้เนี่ย

แต่คาแรคเตอร์พระเอกกลับสร้างขึ้นมาได้ไม่เลว การเปลี่ยนผ่านคาแรคเตอร์จากใสซื่อมีคุณธรรมมาเป็นสัปปับอำมหิตเขียนได้อย่างละเอียดเป็นธรรมชาติ มีบุญคุณก็ตอบแทนพระคุณ มีแค้นก็ล้างแค้น ที่ควรฆ่าก็ฆ่าเลย ไม่มีใจอ่อนแม้แต่น้อย ทำเอาอ่านนิยายแนวพระเอกเป็นเศษฟืนแล้วอยากเบิ๊ดกะโหลกเลย ปิงเกอช่างคู่ควรจะให้เรียก ‘เกอ’ จริงๆ ดาร์กได้ใจ ฟินได้ใจ ผมชอบนะ

ส่วนเสิ่นชิงชิวนั้นเลวแบบไร้ที่มาที่ไปโดยแท้

10 # หัวหน้าแผนกกวาดบันไดทางขึ้นเขาชางฉยงซาน :

มีใครชอบเจ้าสำนักเยวี่ยไหม ชอบฝ่ายรุกที่อบอุ่นที่สุด งี๊ดๆๆ ว่าแล้วก็ลอยจากไปเงียบๆ

11 # ค้อนนักรบ :

ไม่สนุก เขียนสู้ ‘ศึก XX เซียน’ ไม่ได้ ห่างกันคนละชั้นเลย แบบนั้นซิถึงจะเรียกว่านิยายผู้ฝึกวิชาเซียนอย่างแท้จริง วางองค์ประกอบมาอย่างพิถีพิถัน เนื้อหาแน่นปัง นักเขียนทุ่มเทความคิดไปไม่น้อย ตั้งอกตั้งใจเขียนดีมาก

12 # โทษของเจ้าไม่อาจอภัย :

คห.บน เหยียบฝั่งหนึ่งแล้วมาชื่นชมอีกฝั่งหนึ่ง ฟินมากใช่เปล่า เหอๆ

13 # ไม่ยอมขุดหลุม :

หวงกวาซยง คห.9 เขียนด่าซะยาวขนาดนี้ต้องรักมากแน่เลย

14 # อ่านหนังสือสิบปีลับกระบี่หนึ่งเล่ม :

ตอบ คห.12 เหอๆไม่กล้ารับ ขอคืนกลับไปให้คุณละกัน แฟนเทพมารฯ อย่างกับเหยียบย่ำนิยายเรื่องอื่นน้อยนักนี่ จะต้องให้แคปหน้าจอมาประจานไหม

15 # แผนกเฝ้าประตูชางฉยงซาน :

ตอบ คห.10 [มีใครชอบเจ้าสำนักเยวี่ยมั่งไหม งี๊ดๆ ว่าแล้วก็ลอยจากไปเงียบๆ]

คว้ามือน้องสาว คห.10 น้องสาวใช่เปล่า ฉันก็ชอบศิษย์พี่เจ้าสำนักนะ! ตั๊ลร้าก! เอาใจแบบไร้ลิมิต น่ารักสุดๆ แต่เสียดายที่อีกฝ่ายเป็นศิษย์น้องผู้ชอบรนหาที่ตายซะเหลือเกิน เลยแบดเอนด์จนเอาไปจิ้นไม่ออกเลยอ่ะ

15 # พี่ชายบังเกิดเกล้าของชิงเกอ :

[เสิ่นชิงชิวนั้นเลวแบบไร้ที่มาที่ไปโดยแท้] เห็นด้วยเลย +10086!

มายก๊อด คห.15 ชอบคนสารเลวแบบนี้เหรอ แค่นึกถึงมันก็จะอ้วกแล้ว ที่มันฆ่าสุดที่รักของฉันนี่ยังไงก็ลบมลทินไม่ได้หรอก

มักจะรู้สึกว่าเจ้ายอดเขาไป่จั้นเฟิงตายเร็วขนาดนั้นน่าสงสารมากอ่า ท่านเฟยจีก็ดันไม่ยอมเขียนซะอีก ไม่อย่างนั้นก็มีคู่อื่นให้จิ้นไปแล้ว

17 # กลบหลุมบ้างเป็นบางโอกาส :

คห.บนๆ มีข้อมูลเยอะมาก ฉันอยากบอกว่ากระทู้นี้น่าจะถูกตัวประหลาดบุกแล้ว…

18 # เจวี๋ยซื่อหวงกวา [ผู้เชี่ยวชาญ] :

คห.บนใจเย็นๆ ในกระทู้นี้มีสาวๆที่เป็นสาวกเว็บจจ.เยอะเหมือนกันนะนี่ [แว่นดำ]

19 # เสี่ยวเอ้อร์นะเออ:

เจวี๋ยซื่อหวงกวาเป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ แต่พอมาบ่นตรงนี้ดุเดือดน้อยกว่าในฟอรัมรีวิวหนังสือนะ ไม่แสบซะแล้ว แย่จัง

20 # ชาวนาเช่นฉันตอนกลางวันอยู่ที่ไหน :

แฟนๆเทพมารฯ มาทะเลาะกันอีกละ จะไปที่ไหนก็เจอนิยายเรื่องนี้ตลอด ระดับความร้อนแรงของนิยายเรื่องนี้ไม่น่าจะถึงขนาดนี้นะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเฟยจีไม่ได้จ้างคนมาเม้มต์ รอนักวิเคราะห์มาเปิดกระทู้ว่าเขาโกงคะแนนโหวตเปล่า

21 # ชาวนาเช่นฉันตอนกลางวันอยู่ที่ไหน :

ตอบ คห.4 [ข้างบนว่าใครงี่เง่า หย่อนการอบรมจริงๆ]

ขำวุ้ย เด็กประถมที่ชอบอ่านหนังสือกากๆนี่มีหน้าจะมาพูดเรื่องการอบรม ไม่มีใครจะหย่อนการอบรมเท่าพวกเธอแล้วล่ะ

22 # พี่ชายบังเกิดเกล้าของชิงเกอ :

เพราะคนแค่ไม่กี่คนก็ด่ากราดไปทั่วแบบนี้ พูดไม่ออกจริงๆ เห็นคห.20 โผล่มาจุดชนวนอีกละ นี่เป็นไอดีอีกอันของจขกท.เปล่า การที่คะแนนโหวดของเฟยจีเยอะ เป็นเพราะเขาใช้ทุกวิถีทางที่ไร้ขีดจำกัดล่างในการขอคะแนนไงเล่า อย่างอื่นยังไม่ต้องพูดถึง ดูแค่การอัพนิยายรายวันของเขาก่อนก็ได้ วันละหมื่นตัวอักษร วันหยุดจัดไปสองหมื่นห้า มีสักกี่คนที่ทำได้อย่างเขาล่ะ แต่อย่าไปพูดถึงเรื่องคุณภาพนะ

23 # มองหาเพื่อนกินข้าวที่ขั้วโลกเหนือทุกวัน :

เขียนแฟนฟิค ปิงเกอ X สารเลวเสิ่นไว้ (:3)<)_ ไม่รู้มีใครอยากอ่านมั้ย ชอบคู่ที่ไม่มีใครเขาสนนี่มันทรมานเหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือจริงๆ มาหาคู่จิ้นหวานแหววในจงเตี่ยนนี่ ฉันมันรนหาที่แท้ๆเลย

24 # หัวหน้าแผนกกวาดบันไดทางขึ้นเขาชางฉยงซาน :

น้องสาวที่เขียนแฟนฟิคอย่าเพิ่งไป ใช่เรื่องที่ขึ้นต้นตัวอักษรตัวที่แปด* ไหม ขอหน่อย ฮือๆๆๆ

(อักษรตัวที่แปด หมายถึงตัว H อันเป็นอักษณย่อของคำว่า Hentai ในภาษาญี่ปุ่น ในที่นี้หมายถึงนิยายลามก)

25 # กลบหลุมบ้างเป็นบางโอกาส :

เฟยจีเขียนซีนอารมณ์ไม่ค่อยจะซึ้งเท่าไหร่ สู้อย่าเขียนดีกว่า ฉันว่าลั่วปิงเหอไม่มีความรักให้เมียคนไหนเลย มีแต่ใช้ประโยชน์ และดูไม่ออกเลยว่าผู้หญิงพวกนั้นรักเขาด้วยใจจริงที่ตรงไหน

26 # ค้อนของนักรบ :

เก็บน้องๆหนูๆกินให้หมดก็พอ จะรักไม่รักก็ช่างมันเหอะ

27 # เจวี๋ยซื่อหวงกวา [ผู้เชี่ยวชาญ] :

พี่กลบหลุม คห.25 นี่ฮาอ่ะ จะให้เฟยจีเลิกเขียนฉากฮาเร็มเนี่ยนะ แบบนี้เท่ากับ 80% ของนิยายเรื่องนี้จะหายไปเลย

28 # คิดถึงจนตาลายมองแดงผิดเป็นเขียว :

แต่ฉันว่าฉันดูออกนะ เจ้ายอดเขาคนไหนรักเจ้ายอดเขาคนไหนด้วยใจจริงน่ะ…มองฟ้า

ฉันว่านะ เขาเขียนความรู้สึกผูกพันระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องเพศเดียวกันในสำนักออกมาได้ละเอียดอ่อนกว่าฉากปิงเกอกับเมียอีก เป็นความผูกพันลึกซึ้งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลย เนื้อแท้ของเฟยจีเป็นนักเขียนที่เชิดชูโบรแมนซ์เหมือนกันนะนี่

ปล. น้อง คห.24 หิวขึ้นมาก็กินไม่เลือกเลยนะ…

29 # ชาวนาเช่นฉันตอนกลางวันอยู่ที่ไหน :

[เนื่องจากความเห็นนี้เข้าข่ายละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นจึงถูกระงับชั่วคราว จนกว่าเจ้าของความเห็นจะมีการแก้ไข]

………………..

………………..

………………..

เซี่ยงเทียนต่าเฟยจีนั่งไขว่ห้าง คนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพลางขยับเม้าส์เลื่อนหน้าจอไล่อ่านกระทู้ไปเรื่อยๆอย่างใจเย็น แน่นอนว่าพอเห็นชื่อไอดี เจวี๋ยซื่อหวงกวาอันคุ้นเคย ดวงตาก็เรืองประกายสว่างวาบขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

ขาวิจารณ์อาจเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ มีแต่อีตาหวงกวานี่แหละที่เป็นเจ้าประจำไม่ไปไหน หวงกวาซยงผู้โด่งดังคนนี้มักชอบเข้ามาด่าๆในฟอรัมรีวิวนิยายของเขา แต่การกดฟอลโลว์และกดเร่งรัดตอนต่อไปกลับไม่เคยขาดเลยสักครั้ง ด้วยเหตุนี้ ครั้งหนึ่งเขาเลยสงสัยว่าคนๆนี้อาจจะเป็นสาย M

“ดีมาก คุณดึงดูดความสนใจผมสำเร็จแล้ว” เฟยจีวางมาดของประธานบริษัทผู้เฉียบขาด เริ่มเข้าไปอ่านที่หวงกวาซยงก่นด่าเขาไว้ในฟอรัมรีวิวหนังสือแบบชิลล์ๆ

ในที่สุด เขาก็ได้ข้อสรุปว่า คนๆนี้ช่างเหมือนหญิงสาวที่แต่งกับผัวซึ่งไม่ได้ดั่งใจจนอยากจะขึ้นไปนั่งคร่อมผัว จับบีบคอเขย่า จูบไปด้วยด่าไปด้อยอย่างทั้งรักทั้งแค้นเสียมากกว่า เจวี๋ยซื่อหวงกวาก็คือคนประเภทที่ทางหนึ่งก็วิ่งไล่ตามอย่างไม่อาจตัดใจ ทางหนึ่งก็เกลียดที่ทำไมฉันถึงควบคุมมือเฮงซวยของฉันไม่อยู่ คอยคลิกเข้าไปอ่านนิยายอยู่ได้

“ปากว่าตาขยิบ”

ท่านเฟยจีลงความเห็น พลางตบโต๊ะคอมหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง

แต่ตบนี้อาจจแรงเกินไปหน่อย ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพลิกคว่ำกระฉอกใส่คีย์บอร์ดสุดเลิฟที่ทำงานหนักรับใช้เขาเป็นอย่างดีมาโดยตลอด น้ำซุปหมาล่าที่เผ็ดร้อนไหลนอง ต่าเฟยจีตกใจจนหน้าถอดสี กระโดดผึงช่วยชีวิตคีย์บอร์ดเป็นการด่วน เขากระโดดสูงเกินไป ขาเลยไปสะดุดเอาสายปลั๊กต่อเข้า โน้ตบุ๊คดับวูบ

หลังจากปฏิกิริยาลูกโซ่อันเกิดขึ้นจากให้ทุกข์แก่ท่านทุกย์นั้นถึงตัว ต่าเฟยจีก็หน้าซีด

วอท เดอร์ ฟัคคคคคค!!

เขากำลังอ่านกระทู้ไปพลางโหลดหนังอย่างว่าไปพลาง แถมยังเปิดไฟล์นิยายไว้ด้วย แม่ง อย่าให้พังพินาศเลย วันนี้เขียนไปได้แปดดันตัวอักษรแล้วนะ

เขาพุ่งตัวไปที่เต้าเสียบปลั๊กทันทีตามสัญชาตญาณ หยิบปลั๊กขึ้นมายัดเข้าไปในรู——

จากนั้นก็ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ‘อัสนีบาตจากสวรรค์เก้าชั้นฟ้าผ่าลงมาใส่ร่าง’ ด้วยตัวเองเลยทีเดียว

…………………………………..

“เจ้าคนโง่ คิดจะทำอะไรหา! ยังไม่ไปทำงานอีก!”

ท่านเฟยจีทำเสียง ‘ถุย’ ถ่มหญ้าหางหมาในปากออกมา

เขาชูนิ้วกลางอยู่ในใจให้ศิษย์พี่อันติ้งเฟิงผู้ดุดันพร้อมกับกล่าวคำที่ขึ้นต้นด้วยอักษร F ไปนับพันจง ขณะที่หันหน้าไปยิ้มหวาน ตีหน้าสุดชื่นเดินเข้าไปหม “มาแล้วขอรับ!”

ศิษย์พี่ X ถุยน้ำลาย “เจ้ามันรู้จักแต่อู้”

ซั่งชิงหัว ศิษย์นอก* ผู้มีอายุมากกว่าใครเพื่อนขณะที่อายุทางร่างกายคือ 17 ปี เดินตามคนกลุ่มใหญ่ขนสินค้าขึ้นจากเรือมาไว้บนท่าน้ำพลางเหลียวหน้ามองไปรอบๆ

(ศิษย์นอก หมายถึง ศิษย์ทั่วไป ไม่มีพรสวรรค์โดดเด่น ได้รับการส่งเสริมจากสำนักน้อย ต้องผ่านการพิสูจน์ฝีมือหรือมีความดีความชอบระดับหนึ่ง จึงจะได้รับโอกาสเข้าเป็นศิษย์ใน ซึ่งจะได้รับการส่งเสริมจากสำนักมากกว่า)

ถูกต้อง นี่คือท่านต่าเฟยจี หรือตอนนี้อาจจะเรียกเขาได้ว่า ซั่งชิงหัว

คนถ่อยสถุนในนิยายฮาเร็มที่เขาเขียนขึ้นมาเองกับมือ สายลับสองหน้า ลิ่วล้อผู้ทำงานอย่างขยันขันแข็งให้กับโม่เป่ยจวิน สุดท้าย พอใช้งานเสร็จ ก็ถูกเจ้ายายผู้อำมหิตเลือดเย็นของตัวเองฆ่าทิ้ง เขาล่ะ ซั่งชิงหัว แผนกธุรการแนวหลังนั่นเอง

ไม่ถูกซิ เวลานี้ เขายังเป็นศิษย์นอกของอันติ้งเฟิงที่ใครๆ ก็รังแกเขาได้อยู่เลย ไม่ใช่หัวหน้าศิษย์ และยังไม่ได้รับการเปลี่ยนชื่อที่มีคำว่า ‘ชิง’ ตามชื่อของรุ่น

อันติ้งเฟิงนั้นเป็นยอดเขาที่รัดทดนัก

ตัวเจ้ายอดเขาเป็นเหมือนผู้อำนวยการศูนย์แม่บ้าน ช่างแสนจะอึดอัด ศิษย์ทั้งหลายเหมือนแรงงานที่ไร้ค่าตัว ก็อึดอัดไปด้วย ส่วนศิษย์นอกนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นสิ่งมีชีวติที่ชั้นต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร ยิ่งอึดอัดซ้อนอึดอัดเข้าไปอีก มีแต่คนอารมณ์ร้อน คนที่อาวุโสกว่ารังแกคนที่อาวุโสน้อยกว่าถือเป็นเรื่องปกติ

ซั่งชิงหัวจะคอยแช่งชักหักกระดูกอยู่ในใจเป็นครั้งเป็นคราว นี่ถ้าพ่อได้เป็นเจ้ายอดเขาเมื่อไหร่ล่ะก็ พวกแกคอยดู๊…เหอๆ

ทว่า ความคิดเพ้อฝันเช่นนี้ก็ถูกตัวเขาเองขยี้ดับอย่างรวดเร็ว

คิดดูก็แล้วกัน เป็นเจ้ายอดเขา = ได้รับการหนุนหลังจากภพมาร = โม่เป่ยจวินเป็นนาย = ผลลัพธ์สุดท้ายซึ่งก็คือ ถูกเจ้านายใช้งานเสร็จก็ฆ่าทิ้ง ไม่ได้ตายดี

ดูแล้วก็รู้ว่าไม่คุ้ม

หากสามารถทำตามความปรารถนาได้ล่ะก็ ซั่งชิงหัวจะถอดชุดนี้ทิ้ง ม้วนที่หลับที่นอนแล้ววิ่งแจ้นลงไปจากชางฉยงซาน ไปให้พ้นจากโลกของผู้ฝึกวิชาเซียน ไปใช้ชีวิตแบบคนจนๆที่แสนจะอิสระ อาศัยข้อมูลที่เขาเคยค้นคว้าเพื่อเอามาใช้เขียนนิยายฮาเร็มมาก่อน เช่น การทำสบู่ เป่าแก้ว ดีดลูกคิด เขาเชื่อว่าตนเองจะสามารถใช้ชีวิตน้อยๆ เอ้อระเหยไปตามลมตามน้ำได้แน่นอน 5555555555!!!

แต่ว่า ขอเพียงความคิดนี้ผุดขึ้นมา

[ผิดกฎ หักคะแนน]

ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายฮาเร็มที่ตัวเองเขียนก็แล้วไปเถอะ แต่ทำไมเขาไม่ได้เป็นพระเอกล่ะ

ไม่ได้เป็นพระเอกก็แล้วไปเถอะ แล้วทำไมถึงต้องมีไอ้ระบบผีบ้าอะไรนี่มาด้วย

ทั้งหมดนี้ต้องโทษไอ้คนตั้งกระทู้นั่นเลย หากไม่มีพวกที่เข้ามาเม้มด่าๆๆ ก็จะไม่เกิดความเสียหายหรอก ไหนจะไอ้เจวี๋ยซื่อหวงกวาแท่งนั้นอีก ขอให้แตงกว่าของมันไม่มีโอกาสได้งัดออกมาใช้ไปทั้งชาติเลย

ซั่งชิงหัวขนหีบหนังสือหนักอึ้งลงจากเรือมาวางบนเกวียนบรรทุกของทีละหีบๆ เทียมม้าจนเสร็จเรียบร้อยก็ยังนึกแค้นอยู่ไม่วาย

เรื่องเล็กน้อยอย่างขนของพรรค์นี้ ตามหลักการของนิยายผู้ฝึกวิชาเซียนแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่เพียงแค่โบกแขนทีหนึ่งก็จัดการเสร็จแล้ว จะว่าไป ก็ต้องโทษตัวเขาเองนั่นแหละ ดันเขียนฉากพลังวิเศษน้อยนัก พวกกุลีก็ต้องทำงานกันจริงๆ แล้วสุดท้ายตัวเองก็ซวยเอง

จริงๆแล้วที่เขาอยากพูดก็คือ ชิงจิ้งเฟิงแม่งช่างมีความสามารถในการทรมานทรกรรมผู้คนจริงๆ!

ความสามารถในการหางานมาให้ของพวกมันก็สุดยอดนัก! เวลาช่วยพวกพี่สาวน้องสาวเทพธิดาของเซียนซูเฟิงขนเครื่องสำอางปิ่นปักผม เสื้อผ้าใหม่อะไรพวกนี้ก็เหนื่อยอยู่หรอก แต่อย่างน้อยๆก็ชื่นใจ

ลำบากกาย ทว่าละลายหัวใจ…

แต่ขนของให้พวกชิงจิ้งเฟิงนี่มันคืออะไร

หนังสือหนักเป็นร้อยๆชั่ง ที่ขนซื้อมาแต่ละครั้งล้วนให้อันติ้งเฟิงถ่อสังขารลงเขาไปรับมา จากนั้นก็ต้องหอบกันปอดบานเอาไปส่งให้ถึงที่ ส่วนพวกมันอยู่กันดีเฉย นั่งตูดแปะอยู่กับเก้าอี้ นิ้วไม่ห่างจากสายฉิน รอให้พวกเขาเอาของมาส่ง

แสร้งทำเป็นสูงส่งเย็นชา เก่งนักก็ลงเขาไปเอามาเองซิฟะ!

ศิษย์นอกคนอื่นๆก็บ่นกระปอดกระแปดเหมือนกัน “พวกศิษย์ชิงจิ้งเฟิงเห็นชัดว่าดูถูกอันติ้งเฟิงของพวกเรา ขณะที่พวกเราได้แต่ทำงานเป็นวัวเป็นม้ารับใช้พวกมัน”

มีคนกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ยิ่งเสิ่นชิงชิวผู้นั้นล่ะตัวดี เห็นแต่ตนเองเป็นสำคัญ เชิดหยิ่งนัก ราวกับดวงตางอกอยู่บนหัวก็ไม่ปาน”

“แม้ว่ากระบี่ซิวหย่าของเขาจะมีชื่อ แต่นี่จะเย่อหยิ่งจองหองเกินไปแล้ว”

“เฮ้อ ขนาดหลิ่วชิงเกอหัวหน้าศิษย์ของไป่จั้นเฟิงเขายังกล้าล่วงเกิน ไหนเลยจะเห็นคนไร้ชื่อเสียงอย่างพวกเราอยู่ในสายตาล่ะ”

“ด้วยนิสัยใจคอของไป่จั้นเฟิง และนิสัยใจคอของหลิ่วชิงเกอ กลับไม่มีใครฟาดเขาให้ตายหรอกหรือ”

“ทำได้ที่ไหนเล่า เจ้าว่าศิษย์พี่เยวี่ยจะมองดูเฉยๆโดยไม่ห้ามหรือ มีเขาอยู่ทั้งคน อย่างไรหลิ่วชิงเกอก็ฟาดเสิ่นชิงชิวตายไม่ได้หรอก

ศิษย์นอกผู้หนึ่งซึ่งฝากตัวเป็นศิษย์ของชางฉยงซานตอนอายุเกินกำหนดกล่าวอย่างรันทดว่า “เสิ่นชิงชิวที่เพิ่งมาเข้สสำนักไม่นานผู้นี้ไฉนได้รับเลือกเป็นหัวหน้าศิษย์ก็สุดจะรู้ บอกว่าเขากับศิษย์พี่เยวี่ยคบหากันดี แต่ไม่เคยเห็นเขาไปที่ฉยงติ่งเฟิงเลย พอเจอศิษย์พี่เยวี่ยก็ทำหน้าตาย แสร้งทำท่าเย็นชาสูงส่งขึ้นมาทันที จะบอกว่าพวกเขาไม่ดีต่อกันก็ไม่คล้ายอีกนั่นแหละ”

ซั่งชิงหัวนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา คับอกคับใจเป็นที่สุด

โว้ย! คันปากยิบๆ อยากจะเอาพล็อตใหญ่ที่ฉันวางไว้แต่กลับถูกทำแท้งเสียตั้งแต่อยู่ในครรภ์ปาใส่หน้าพวกแกจริงๆ ความหลังเก่าแก่พวกนี้ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าท่านเทพอย่างฉันที่ยกมือปิดฟ้าเปิดจักรวาลด้วยมือข้างเดียวแล้ว!

โทสะของทุกคนพวยพุ่งขึ้นฟ้า ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห ความอิจฉาตาร้อนเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นทวีคูณ แต่ไม่รู้จะไปเอาเรื่องกับใคร

ซั่งชิงหัวก้มหน้าก้มตาบังคับรถอยู่ พอถูกคนถามก็เพียงหัวเราะแหะๆเท่านั้น ระมัดระวังไม่ไปสอดปาดแม้แต่คำเดียว อย่าได้เห็นว่าตอนนี้พวกเขากำลังนินทากันอย่างเมามันอยู่ ดีไม่ดี วันหลังอาจจะเอาเรื่องที่ใครนินทาใครตรงนี้ไปแฉก็ได้ พูดสนุกปากชั่วครู่ชั่วยาม ถึงเวลาถูกคนเอาไปฟ้องจนโดนศิษย์ยอดเขาอื่นเพ่งเล็ง คงรับผลที่จะตามมาไม่ไหวเป็นแน่ จิตใจมนุษย์นั้นโหดเหี้ยมน่ากลัว ยังไงก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน!

ผิวถนนหลังฝนตกเป็นหลุมเป็นบ่อ ล้อเกวียนแล่นโยกเยกไปตามถนน ระหว่างที่นั่งโคลงเคลงอยู่นั่นเอง ระบบก็ ‘ติ๊ง’ เข้ามาประกาศข้อความ

[เตรียมตัวรับภารกิจ]

พอซั่งชิงหัวได้ฟัง ใบหน้าก็ย่นเป็นรูทวารขึ้นมาทันที

เขายิ้มเป็นเชิงประจบ “พี่ระบบ ข้อมูลที่คุณเอามาแจ้งแต่ละครั้ง มันจะสั้นจุ๊ดจู๋ไปหน่อยมั้ย บอกมาให้ชัดๆไปเลยไม่ได้เหรอ ว่าเควสท์อะไร เตรียมตัวยังไง เตรียมอะไร อย่างน้อยๆก็ใบ้หน่อยได้ไหม”

ระบบตอบอย่างอมพะนำ [ก็อย่างที่คุณรู้]

ซั่งชิวหัว “…”

แต่ตูไม่รู้!

เวลานี้เองก็มีเสียงดังกึก จู่ๆเกวียนก็ไม่ขยับเหมือนติดอะไรบางอย่างที่พื้นเลยทำให้ไปต่อไม่ได้

ศิษย์นอกที่อยู่บนกระบะเกวียนและที่เดินตามมาด้านหลังก็พากันสะดุดตาม แต่ละคนแทบจะหัวคว่ำคะมำหงาย เดิมทีก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟกันอยู่แล้ว พลันร้องด่าขรมเป็นการใหญ่ “เจ้าโง่ผู้นี้ เกวียนคันเดียวยังบังคับดีๆไม่ได้! ไปต่อซิ หยุดทำพระแสงอะไร!”

ซั่งชิงหัวก็ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆเกวียนถึงวิ่งไม่ได้ เขากระโดดลงมาดูด้วยความสงสัย พอเห็นเข้าก็ตกใจจนขวัญบิน

สาเหตุที่ล้อรถไม่ขยับ เป็นเพราะมันติดหล่ม น้ำในหล่มกลายเป็นน้ำแข็ง ทำให้ล้อไม้มีน้ำแข็งจับไปด้วย

ท่ามกลางความเวิ้งว้างโดยรอบ ไอเย็นเฉียบไร้รูปแทรกซึมไปทั่วบรรยากาศ เหน็บหนาวปานฤดูเหมันต์ แต่ในใจของซั่งชิงหัวกลับหนาวยิ่งกว่า เขาเหลือบตาขึ้นมอง ตัวสั่นระริก

ร่างในชุดเสื้อคลุมสีดำกำลังเดินเข้ามาช้าๆ รูปร่างสูงโปร่ง ลำตัวเหยียดตรง มองออกรางๆว่าเป็นร่างของเด็กหนุ่ม

ในที่สุดระบบก็พูดมากขึ้นอีกสองสามคำ

[ค่าความโกรธในขณะนี้ของอีกฝ่าย เท่ากับ 1000]

[เป้าหมายของภารกิจคือ : เอาชีวิตรอด]

[จบสิ้นการเตือน ขอให้ท่านโชคดี]

ท่านเซี่ยงเทียนต่าเฟยจีมีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือชอบหั่นพล็อต

ก่อนจะเริ่มเขียนนิยายอย่างเป็นทางการ เขาจะลองหยอดปมมิ้งไว้ในนิยายก่อน แล้วสังเกตกระแสของนักอ่านเพื่อตัดสินใจอีกทีว่าจะใช้พล็อตจากที่กำหนดไว้ในโครงร่างหรือหั่นมันออกไป

ตัวอย่างเช่น เสิ่นชิงชิวที่ถูกนักอ่านนับหมื่นด่าว่า ‘เลวแบบไร้ที่มาที่ไป’ ก็เป็นผลผลิตอันน่าเศร้าจากการหั่นพล็อตนั่นเอง

อ้อ ยังมีท่านพ่อของปิงเกอด้วยอีกคนที่โดนหั่นพล็อตออกไปเยอะมากจนไม่ได้ออกโรง

ข้อดีของการทำเช่นนี้คือได้เซอร์วิสนักอ่าน จะได้เป็นการรับประกันว่าอย่างน้อยๆ ยอดกดฟอลโลว์จะไม่ถึงกับดิ่งลงไปจมน้ำตายที่ก้นบ่อ

แต่ข้อเสียก็คือ เงื่อนปมที่ผูกเอาไว้และหยอดลงไปแต่แรกก็ต้องปล่อยทิ้งไปกลายเป็นหลุ่มเป็นบ่อมากมาย นักอ่านที่ตามจิกหน่อย มีคลาสหน่อย ไม่ยอมปล่อยผ่านง่ายๆ ก็จะด่ากันเช็ดเลยทีเดียว

เซี่ยงเทียนต่าเฟยจีมักจะอึดอัดอยู่บ่อยครั้ง เพราะว่าความจริงแล้วเขาเองก็ไม่ได้ชอบเขียนแนวตบหน้าเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตบๆไปล้วนเป็นพวกตัวโกงที่ไอคิวต่ำกว่ามาตรฐานทั้งนั้น บางครั้งเขาก็อยากจะสร้างตัวโกงกับพวกลิ่วล้อตัวประกอบให้มันมีมิติมากขึ้นกว่านี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาก็ทำการบ้านเรื่องลักษณะพื้นฐานของความเป็นมนุษย์มาเหมือนกัน และจะได้โชว์อุดมการณ์ด้านวรรณศิลป์ด้วย

แต่นักอ่านไม่เอาด้วยนี่ซิ แล้วค่าใช้จ่ายเลี้ยงปากเลี้ยงท้องจะเอาอะไรมารับประกันล่ะ

ดังนั้น เมื่อเทียบกับนักอ่านและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตแล้ว การถ่ายทอดความเป็นมนุษย์กับอุดมการณ์ทางวรรณศิลป์มันก็กินไม่ได้ใช่ไหมล่ะ 555555!!!

กลับเข้าเรื่อง เพราะความเคยชินที่ไม่ดีเช่นนี้นี่เอง รายละเอียดหลายอย่างที่เตรียมไว้แต่เดิมจึงได้หดหาย แท้งตายไปตั้งแต่อยู่ในพุง อย่างเช่น…

โม่เป่ยจวินเข้ามาคว้าตัวซั่งชิงหัวไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็สุดจะรู้!

ในเนื้อความเดิมไม่ได้พูดถึงไว้ เนื้อหาหลักๆเดิมเป็นเรื่องของปิงเกอผู้อหังการเข่นฆ่าสังหารไปทั่ว ใครจะไปสนใจว่าลิ่วล้ออย่างแกไปเป็นสายลับตั้งแต่เมื่อไหร่

 

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: