บทที่ 483 ไสหัวไป! (ต้น)
นางตกใจจนทำอะไรไม่ถูก!
ขณะนั้นสตรีคลุมหน้าเกิดความรู้สึกสั่นคลอนประหนึ่งคลื่นลูกใหญ่ถั่งโถมจนจิตใจสับสนวุ่นวาย
เซียนกระบี่แห่งโลกชาง!
บรรพบุรุษแห่งสำนักชางเจี้ยนเป็นผู้ฝึกกระบี่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคนหนึ่งในโลกชิงฉาง ด้วยความที่ไม่ใช่เซียนกระบี่ธรรมดา ทว่าเป็นเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางทั้งมวลด้วย
ความแกร่งกล้าทรงพลังของเขาพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดสักปานใด?
คนในแผ่นดินชิงไม่เคยสำเหนียกในเรื่องเหล่านี้ ทว่าคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ต่างรู้ซึ้งแก่ใจดี ในช่วงที่สูงที่สุดชื่อเสียงของสำนักชางเจี้ยนรุดหน้ากว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนด้วยซ้ำ
รุดหน้ากว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดน!
ในสมัยนั้นสำนักชางเจี้ยนจะมีอำนาจมากมายสักปานใด!
การที่สำนักทรงพลังมากเช่นนี้เป็นเพราะเซียนกระบี่แห่งโลกชางผู้นั้น!
แต่ตอนนี้เยี่ยฉวนบอกว่าเซียนกระบี่โลกชางยังไม่ตาย! เขากลายมาเป็นอาจารย์ของชายหนุ่มเสียอีก ถ้าเป็นความจริง.
สตรีคลุมหน้ากลัวจนไม่กล้าจะคิดต่อ!
แม้ว่านางจะไม่กล้าคิดต่อ หากก็รู้แก่ใจว่าอาจเป็นความจริง
ด้วยผู้ฝึกกระบี่อย่างเยี่ยฉวนได้กลายมาเป็นราชันย์กระบี่! กลุ่มพลังธรรมดามีหรือจะฝึกคนจนกลายเป็นราชันย์กระบี่ตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มน้อยเช่นนี้ได้
ที่สำคัญเขาได้ครอบครองกระบี่ของเซียนกระบี่แห่งโลกชาง!
สตรีคลุมหน้าทำท่าราวกับเพิ่งคิดออกบางอย่าง พลันหันหน้าขวับมามองเยี่ยฉวน “ไม่จริง เซียนกระบี่แห่งโลกชางเป็นชาย แต่เซียนกระบี่อาจารย์ของเจ้าเป็นสตรี!”
เยี่ยฉวนตอบอย่างใจเย็น “ข้าไม่ได้บอกว่านางเป็นเซียนกระบี่แห่งโลกชางสักหน่อย!”
มือของสตรีคลุมหน้าซึ่งวางใต้โต๊ะกำหมัดเข้าหากัน แสดงว่านางเข้าใจสิ่งที่เยี่ยฉวนต้องการสื่อเป็นอย่างดี ชายหนุ่มกำลังบอกเป็นนัยให้รู้ว่าเซียนกระบี่แห่งโลกชางที่คอยหนุนอยู่เบื้องหลังเยี่ยฉวนมิได้มีคนเดียว
และเป็นไปได้ว่าเซียนกระบี่สตรีอาจมาจากสำนักชางเจี้ยน!
ภายในห้องพักพลันเงียบเสียงกริบ
เยี่ยฉวนจิบชาร้อนช้าๆ ท่าทางใจเย็นสีหน้าเรียบเฉย
ฝ่ายสตรีเองก็นิ่งเงียบไปด้วยเช่นกัน ทว่าสีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ผ่านไปครู่ใหญ่เมื่อความว้าวุ่นในใจเริ่มสงบลง นางมองเยี่ยฉวนตรงๆ ก่อนพูดขึ้นว่า “เมื่อกี้เจ้าบอกว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขี้นเป็นแผนการสำหรับสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผี! เพราะเหตุใด?”
เยี่ยฉวนพูดพลางยิ้มน้อยๆ “เจ้าลองใช้ความคิดดูสิ!”
ใช้ความคิด!
สตรีคลุมหน้าทอดสายตามองเยี่ยฉวน แววตาครุ่นคิดลึกล้ำ
ราวครึ่งก้านธูปต่อมาสตรีคลุมหน้าจึงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “โลกชิงฉางถูกทำลาย สำนักผู้ตรวจการเขตแดนยอมสังเวยด้วยแผ่นดินชิงและแผ่นดินฉางหลาน แต่กลับไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น พวกมันยังต้องการล้างบางกองกำลังบางแห่งออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์.”
จากนั้นนางกวาดตามองมาที่เยี่ยฉวน
ชายหนุ่มบิดมุมปากยกยิ้มน้อยๆ “สถานศึกษาฉางมู่ ดินแดนอันธการ ตระกูลซือถู.ลองคิดถึงจุดจบของพวกเขาสิ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น จอประสาทตาของอีกฝ่ายหดแคบลง จุดจบของทั้งหมดล้วนเลวร้าย ดินแดนอันธการหายสาบสูญ สถานศึกษาฉางมู่ที่เคยกล้าแกร่งต้องง่อยเปลี้ยเสียขา ตระกูลซือถูต้องสูญเสียยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพไปคนหนึ่งกับคนขั้นผนึกยุทธ์อีกนับสิบ
พลันสายตาของสตรีคลุมหน้าเบนมองมาที่เยี่ยฉวนแฝงด้วยความประหลาดใจเต็มเปี่ยม ฝ่ายหญิงเอ่ยขึ้นมาว่า “นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมสำนักผู้ตรวจการเขตแดนต้องออกหมายจับเจ้า โดยทั้งหมดเป็นแผนการของพวกมันเพื่อทำลายแผ่นดินชิงและตัดกำลังกลุ่มอำนาจในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และบีบให้เจ้าออกหน้าทำให้ผู้คนเกลียดชัง ในขณะเดียวกันพวกมันคอยบงการอยู่เบื้องหลังอย่างลับๆ!”
เยี่ยฉวนตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะยกนิ้วหัวแม่โป้งส่งให้คนตรงหน้าพร้อมคำตอบ “ถูกเผง!”
สตรีคลุมหน้าเขม้นสายตามองตรงขณะถามว่า “เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป?”
ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปาก “พวกเราจะช่วยกันกำจัดจอมยุทธ์ที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งคนของสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีทุกคนที่โผล่เข้ามา อย่าปล่อยให้มันรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”
ฝ่ายหญิงกล่าวเสียงเครียด “สองสำนักมารมีอิทธิพลมาก ข้าว่าการจะกำจัดพวกมันคงไม่ง่ายอย่างที่คิด!”
เยี่ยฉวนสั่นศีรษะพร้อมอธิบายไขความกระจ่าง “ลองนึกถึงตระกูลซือถูและสถานศึกษาฉางมู่เคยร่วมมือกันนั่นไง พวกมันมียอดฝีมือควบยุทธ์สะท้านภพถึงสองคน คนขั้นผนึกยุทธ์อีกหลายสิบและไหนจะยอดฝีมือนับร้อย แต่สุดท้ายพวกมันก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย สำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีมีอำนาจแข็งแกร่งก็จริง แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็เหนือกว่า”
ความเป็นจริงเรื่องนี้สตรีคลุมหน้าไม่อาจหาเหตุมาหักล้างได้
เสียงชายหนุ่มพูดดังมาอีกว่า “ถ้าเราเป็นศัตรูกัน คงมีแต่วาจาหลอกลวงใช้เล่ห์เพทุบายต่อกัน ถ้าเราเป็นมิตร เราต้องซื่อสัตย์และไม่มีความลับต่อกัน เจ้าเป็นผู้นำกองกำลังอันดับหนึ่งที่เข้มแข็งแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ข้าจึงอยากเป็นมิตรกับเจ้า! และหวังว่าพวกเราจะช่วยกันแสวงหาความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน”
ฝ่ายตรงข้ามนิ่งฟังเงียบงันไปพักใหญ่ สตรีคลุมหน้าจึงพูดด้วยอย่างตัดสินใจได้แล้ว “ตกลง! ข้าจะร่วมมือกับเจ้า”
เยี่ยฉวนยิ้มในหน้า “เจ้าไปเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก็แล้วกัน อีกไม่เกินสองวันเราจะลงมือ ตอนนี้ฝ่ายเรามียอดฝีมือควบยุทธ์สะท้านภพยี่สิบเอ็ดคน เมื่อถึงตอนนั้นให้คนทั้งยี่สิบเอ็ดผนึกกำลังสังหารเจ้าสำนักมารอสูร แต่สำนักมารอสูรต้องมีไม้เด็ดซุกซ่อนไว้แน่นอน ดังนั้นพวกเราจึงเตรียมแผนสำรองเพื่อกำจัดคนผู้นี้โดยเฉพาะ!”
“แผนอะไร?” อีกฝ่ายถามเสียงเร็ว
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากพลางส่ายหน้า “ตอนนี้ข้าขอเก็บเอาไว้เป็นความลับ! พอดีข้ามีธุระต้องไปทำ แล้วค่อยพบกัน!”
จากนั้นเขาหันหลังให้และออกไป
ในตอนนั้นเองเสียงสตรีคลุมหน้าร้องถามมาจากด้านหลังทันที “เจ้าบอกว่าเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางยังอยู่งั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนหันหน้ามาตอบ “แน่นอน ถ้าข้ากล่าวเท็จ ขอให้ข้า……กู่เจี้ยนฉวนตายโดยไร้แผ่นดินกลบหน้า!”
ว่าแล้วคนพูดก็เดินจากไปอย่างรวดเร็วและหายไปในระยะไกล
ภายในห้องพัก สตรีคลุมหน้านั่งนิ่งอยู่เพียงคนเดียวท่ามกลางความเงียบเป็นนาน จากนั้นนางจึงขยับลุกขึ้นและหายวับไปจากสถานที่
นางรีบรุดออกจากสถานศึกษาฉางหลาน และกำลังมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองลับๆ แห่งหนึ่ง
ที่นอกเขตเมือง สตรีคลุมหน้าเดินมายังบริเวณที่เป็นป่ารกทึบ
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่เพียงลำพัง เขาผู้นี้คือคูหมิงสวี เจ้าสำนักมารอสูร!
สตรีคลุมหน้าเดินเข้าไปใกล้คูหมิงสวีที่ยืนอยู่ก่อนเอ่ยเสียงร้อนรน “พวกเราถูกสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมันหลอกเสียแล้ว”
จากนั้นนางจึงถ่ายทอดเรื่องที่มีการสนทนากับเยี่ยฉวนภายในห้องพักทั้งหมดให้อีกฝ่าย
ขณะรับฟังสีหน้าเรียบนิ่งของคูหมิงสวีเปลี่ยนเป็นหมองหม่นซึมเซาทีละน้อย กระทั่งในตอนท้ายท่าทางของชายวัยกลางคนราวกับจะขยี้ใครก็ได้สักคนในเวลานั้น ทว่าเพียงครู่เดียวอารมณ์กลับสงบเยือกเย็นลง
จนเนิ่นนานคูหมิงสวีจึงเอ่ยเสียงแหบห้าว “สิ่งที่เจ้าเยี่ยฉวนพูดอาจจะไม่จริงก็ได้!”
ฝ่ายสตรีสั่นหน้ารวดเร็วพลางว่า “ไม่ว่าสิ่งที่เขาพูดจะจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ต้องมีใครสักคนคอยสนับสนุนเขาอย่างลับๆ ข้าเคยตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เขาให้กองทัพขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานนำไปใช้ล้วนเป็นของล้ำค่าขั้นแท้จริงระดับสูง แต่ขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานเพิ่งก่อตั้งเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง”
คนพูดหันไปมองคูหมิงสวีแว่บหนึ่งก่อนพูดต่อว่า “ทั้งที่เวลาเพียงไม่นานเป็นไปไม่ได้ที่กองกำลังธรรมดาจะกลายเป็นกองทัพขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลาน ท่านบิดาถึงแม้คำพูดของเขาจะไม่น่าเชื่อถือ แต่การฟังหูไว้หูก็ไม่เสียหลายนะเจ้าคะ ถ้าเป็นเรื่องจริงสำนักมารอสูรเราจะเป็นดินแดนอันธการ สถานศึกษาฉางมู่และตระกูลซือถูรายต่อไปก็ได้!”
