บทที่ 1199 หมุดดาวบรรพกาล
แดนทมิฬเหมือนหลุมดำ
แต่กลับต่างออกไป
ในนั้นไม่มีคลื่นวน ไม่มีแรงดึงดูด
คล้ายช่องโหว่บนฟ้าดารา ทั้งเป็นทรงกลมสม่ำเสมอ
ส่วนเชื่อมต่อไปแห่งใด หรือว่าลึกเพียงไหน น้อยคนนักที่รู้
มีเพียงขอบเขตภายนอก ในการรับรู้ผ่านจิตเทพของสวี่ชิงที่เห็นชัดเจน
ทัดเทียมแดนดาราแห่งหนึ่ง
เทียบกับจักรวาลตะวันมืดแล้ว พื้นที่นี้ไม่ใหญ่ แต่ความจริงเมื่อยืนตรงขอบ ความรู้สึกกว้างใหญ่ยังเด่นชัด
โดยเฉพาะกลิ่นอายแก่นตั้งต้นที่ลอยออกมาหลายสาย คล้ายหมอกควัน ทั้งเสริมความเร้นลับแก่หลุมดำแดนทมิฬ
ในแดนทมิฬลึกลับนี้ เงาร่างสวี่ชิงเหมือนปลาแหวกว่ายกลางหลุมดำ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก
จิ้งจอกดินที่ตามหลังเขาแผ่พลังเทพ ยามเสริมพลังให้สวี่ชิงพวกเขายังยืมพลังกันด้วย
ทุก 10 จั้งจะผลัดเวรกัน สวี่ชิงห้อตะบึงก่อน จากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็นจิ้งจอกดินนำหน้า
สาเหตุที่เป็น 10 จั้ง เนื่องจากหลุมดำแดนทมิฬไม่เพียงแต่ปราศจากแรงดึงดูด ถึงขั้นว่าลึกลงไปยังมีแรงต้าน ทั้งรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
หากแค่สวี่ชิงคนเดียว ตอนนั้นเขาเคยลองแล้ว 10 จั้งคือถึงขีดสุด
ตอนนี้อาศัยการร่วมมือกับจิ้งจอกดิน ถึงทะลวงขีดจำกัดได้ด้วยการผลัดเวรกัน ทว่าหลายครั้งเข้า เมื่อแรงต้านมากขึ้น สวี่ชิงยิ่งมุ่งหน้าลำบาก จิ้งจอกดินก็เช่นกัน
กระทั่งลึกลงไป 200 จั้ง ไม่อาจเดินหน้าต่อ
คล้ายว่าที่นี่คือขีดจำกัดของระดับกึ่งเซียน
ขณะเดียวกันยังมีกลิ่นประหลาดลอยออกมาจากส่วนลึกรางๆ
คล้ายกลิ่นสนิมเจือกลิ่นคาว ทำให้ยากแยกแยะรายละเอียด
ตรงเขตแดนทมิฬลึกลงไป 200 จั้ง จิ้งจอกดินเปลี่ยนสีหน้า สืบสัมผัสรอบตัว จ้องมองเบื้องล่าง กล่าวอย่างรวดเร็ว “ที่นี่ผิดปกติ…กลิ่นนี้…ข้าเหมือนมีความทรงจำเก่าอยู่บ้าง…”
สวี่ชิงที่อยู่ข้างกาย ตอนนี้ทั้งตัวส่งเสียงดังกรอบแกรบ นั่นคือเสียงกายเนื้อถูกบีบอัด แม้ว่าบัญญัติของเขาแข็งแกร่ง แต่อย่างไรกายเนื้อก็ถึงแค่ระดับสัจจะมายา
ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับแรงต้านในหลุมดำแล้วยากจะรับอยู่บ้าง ได้แค่อาศัยบัญญัติตนปกคลุม อาศัยสิ่งนี้บั่นทอน
ระยะ 200 จั้งนี้ สำหรับหลุมดำแดนทมิฬแล้วเป็นเพียงความลึกเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น
แต่จำนวนแก่นตั้งต้น เหนือกว่าข้างบนเล็กน้อย
‘แม้ว่าไม่อาจสำรวจต่อ แต่การตกปลาที่นี่ ผลลัพธ์ย่อมดีกว่าหน่อย ทั้งความลึกเช่นนี้ แม้ว่าคุนอู๋เป็นระดับกึ่งเซียน แต่บัญญัติเขาไม่อาจยืนหยัดถึงที่นี่’
สวี่ชิงหรี่ตา ครุ่นคิดก่อนส่งสัญญาณบอกจิ้งจอกดินให้คุ้มกัน ยามตนนั่งขัดสมาธิลอยคว้าง เขาเอื้อมมือหยิบคันเบ็ด ก่อนเหวี่ยงมันเล็กน้อย สายเบ็ดหย่อนลึกลงไป
‘คันเบ็ดของคุนอู๋ ไม่ธรรมดานัก…’ สวี่ชิงคิดเช่นนี้ กำหนดปราณจดจ่อ รออย่างใจเย็น
จิ้งจอกดินคุ้มกันสวี่ชิงพลางขมวดคิ้ว หวนรำลึกอย่างต่อเนื่อง
นางมั่นใจว่าตัวเองไม่เคยมาที่นี่ ทั้งมั่นใจว่ายามตนเป็นมนุษย์ ไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับที่นี่ สาเหตุที่รู้สึกคุ้นเคย คล้ายเป็นการรับรู้ที่สัมผัสได้รวมถึงข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเทพช่วงที่ตนสำเร็จเทพ
เวลาล่วงเลยไปเช่นนี้ทีละน้อย
ผ่านไปครึ่งเดือน
ความคิดจิ้งจอกดินยิ่งแจ่มชัด สวี่ชิงตกปลาทั่วแดนทมิฬ เนื่องจากทำเลที่ตั้ง สุดท้ายวันนี้ก็ได้รับสัญญาณแรก
สายเบ็ดกำลังขยับ
สวี่ชิงพลันลืมตา
เห็นวงแสง 5 สีวงหนึ่ง!
วงแสงปรากฏล่างหลุมดำ แม้ว่าขนาดเท่าศีรษะ แต่ยามเปล่งแสงเจิดจรัส ส่องประกายถ้วนทั่ว ท่ามกลางความมืดถือว่าเด่นชัดเป็นพิเศษ
มันเหมือนแสง แต่ความจริงเป็นของเหลว เกี่ยวติดตะขอ เมื่อสายเบ็ดสั่น สวี่ชิงเหวี่ยงคันเบ็ด วงแสงที่เป็นของเหลวพลันถูกดึงขึ้นมา เข้าใกล้สวี่ชิง
เมื่อเข้ามาใกล้ กลิ่นอายแก่นตั้งต้นเข้มข้นแผ่ซ่าน สวี่ชิงเพียงสืบสัมผัสเล็กน้อย ตัวอ่อนเซียนที่กำลังพัฒนาในกายเขาพลันเกิดการเคลื่อนไหว
นัยน์ตาวาววาบ
ในใจจิ้งจอกดินที่อยู่ด้านข้างเกิดความมุ่งหวังตามสัญชาตญาณ
แก่นตั้งต้นคือพลังต้นกำเนิดของ 36 วงแหวนชั้นบน ถือเป็นแหล่งกำเนิดวิญญาณเทพ ทั้งเป็นแก่นแห่งวงแหวน ไม่ว่าเป็นอำนาจเทพหรืออำนาจของผู้บำเพ็ญ โดยแก่นแท้แล้วมาจากสิ่งนี้ทั้งสิ้น
แม้แต่คุณสมบัติเทพกับบัญญัติก็เช่นกัน
นี่คือพลังซึ่งขาดไม่ได้ในการก่อตัวเป็นวงแหวนชั้นบน
ทั้งเป็นสิ่งบำรุงชั้นดีต่อตัวอ่อนเซียนซึ่งผู้บำเพ็ญหล่อหลอม ถึงขั้นทำให้ตัวอ่อนเซียนเติบโตเป็นเซียน!
แต่จิ้งจอกดินทราบดี สำหรับสวี่ชิงแล้ว สิ่งนี้ล้ำค่าหาใดเปรียบ ดังนั้นจึงทำได้เพียงข่มกลั้น
ครู่ต่อมาสวี่ชิงเงื้อมือขึ้น คว้าวงแสงเหลว 5 สี จากนั้นค่อยเงียบไป 2-3 อึดใจ ก่อนบีบมันเต็มแรง
วงแสงเปลี่ยนรูปร่างในมือเขาทันที หลั่งชโลมทั่วแขน กระทั่งแผ่ขยายทั้งตัว ร่างสัจจะมายานอกวิญญาณเทพของสวี่ชิง ตอนนี้เหมือนฟองน้ำ
ดูดซับอย่างรวดเร็ว
เมื่อวงแสงเหลวหนืดเล็กลง ประกายแสงยิ่งบางเบา
เมื่อหายไปโดยสิ้นเชิง กลิ่นอายบนตัวสวี่ชิงพลันปะทุ ตอนนี้ท่ามกลางคลื่นสะเทือนต่อเนื่อง ร่างสัจจะมายาที่ก่อตัวนอกวิญญาณเทพ ห่างจากระดับอมตะเพียงเสี้ยวเดียว
สวี่ชิงลืมตา สืบสัมผัสทั่วร่าง เขาเอื้อมมือคว้า ขวดจิ๋วสีขาวที่เสียหลิงจื่อให้เขาตอนนั้นพลันปรากฏทันที เมื่อสะบัดมือ ตัวขวดกลายเป็นเถ้าถ่าน คล้ายซ่านสลายไป
ขนาดเท่าศีรษะ หลากสีสัน
ทั้งเป็นแก่นตั้งต้นเหมือนกัน!
‘เหมือนกันทุกประการ’ สวี่ชิงหรี่ตา ไม่ลังเลอีก เอื้อมมือคว้าออกไป
ภาพเมื่อครู่ปรากฏอีกครั้ง
เมื่อร่างสัจจะมายาเริ่มดูดซับ กลิ่นอายเขาเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ความแข็งแกร่งของกายเนื้อกำลังทยอยเพิ่มระดับ กระทั่งสุดท้าย…ทั้งตัวสวี่ชิงส่องประกายโชติช่วง
ส่งเสียงกึกก้องราวอัสนีบาต
กายเนื้อแท้จริงในร่างสัจจะมายาของเขา ตอนนี้เปลี่ยนเป็นพร่าเลือน เปลี่ยนเป็นโปร่งแสง คล้ายกำลังหลอมละลาย ทั้งเหมือนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณสมบัติบางอย่าง!
ขั้นสัจจะมายาอมตะคือการนำจิตวิญญาณออกมาก่อน ก่อร่างสัจจะมายาไว้ข้างนอก สร้างร่างมายาซ่อนแฝงร่างจริง ทั้งเป็นตัวแทนร่างจริงทีละน้อย!
เมื่อบรรลุขั้นนี้ย่อมหลอมร่างจริงที่ซ่อนเร้นของตน เปลี่ยนจากร่างจริงเป็นมายา กลายเป็นจิตวิญญาณ!
ขั้นนี้เรียกว่าอมตะ
แต่เห็นชัดว่าไม่ใช่การเป็นอมตะอย่างแท้จริง
ด้วยหลังจากมาถึงขั้นนี้ กายเนื้อกับจิตวิญญาณจะสร้างขึ้นใหม่ ทั้งผลัดเปลี่ยนกัน คล้ายว่าจิตวิญญาณมีกายเนื้อ กายเนื้อมีจิตวิญญาณ มีข้อกำหนดที่ผสานรวมกันโดยสิ้นเชิง
ดังนั้นการต่อสู้ระดับเดียวกัน ถือว่ายากสังหารอีกฝ่ายได้ มีเพียงพลังขั้นสูงกว่าถึงจะสังหารได้
ปัจจุบันพลังบำเพ็ญของสวี่ชิงใกล้ถึงระดับนี้แล้ว
ร่างจริงที่แฝงซ่อนของเขายิ่งโปร่งแสง กระทั่งสุดท้าย…ค่อยพลิกผันโดยสิ้นเชิง จากจริงแท้เป็นมายา ร่างจริงกลายเป็นวิญญาณ สัจจะมายากลายเป็นจริง!
ภายในและภายนอกล้วนจริงแท้!
พริบตาต่อมากลิ่นอายสวี่ชิงพวยพุ่ง บัญญัติเขากำลังเจิดจรัส ไหลเวียนทั่วร่างทั้งนอกและใน
นัยน์ตานิ่งสงบ มีความดุดันอบอวลภายใน สิ่งที่เรียกว่าน่าครั่นคร้าม มักกำหนดด้วยสายตา
ตอนนี้จิ้งจอกดินที่อยู่ด้านข้างสั่นสะท้านในใจ
ความรู้สึกที่มีต่อสวี่ชิงตอนนี้ คล้ายกร้าวแกร่งกว่าก่อนไม่น้อย
‘ก้าวต่อไปคือการผสานสุดท้ายของสัจจะมายาอมตะ นั่นคือการหลอมรวมสัจจะภายในและภายนอกอย่างสมบูรณ์ ทำให้ร่างกายเปลี่ยนเป็น…ตัวอ่อนเซียน!’
‘ต้องมีแก่นตั้งต้น…มากกว่านี้’
สวี่ชิงสืบสัมผัสทั่วร่าง วิเคราะห์คร่าวๆ คิดบรรลุถึงขั้นนั้น จำเป็นต้องมีแก่นตั้งต้นขนาดเท่าก่อนหน้า ประมาณนับร้อย
เมื่อนึกถึงตรงนี้ สวี่ชิงก้มมองเบื้องล่าง เตรียมอาศัยความแข็งแกร่งของกายเนื้อตอนนี้ ลองหยั่งเชิงว่าลงไปลึกอีกหน่อยได้หรือไม่ แต่จิ้งจอกดินข้างกายกลับยกมือห้ามไว้
สวี่ชิงเงยหน้ามองจิ้งจอกดิน
สีหน้าจิ้งจอกดินเคร่งขรึม การแสดงออกเช่นนี้เห็นได้จากนางน้อยนัก
นัยน์ตาสวี่ชิงหดรัด
“การฝึกบำเพ็ญของเจ้าช่วงนี้ ข้าหวนนึกถึงยามสำเร็จเทพเมื่อปีนั้น ความเข้าใจกับข้อมูลเทพซึ่งได้รับ…สุดท้ายอยู่ที่มรดกมหาศาลนั่น ถึงขั้นหาคำตอบเรื่องที่คุ้นเคยกับที่นี่ได้”
“ถ้ากล่าวอย่างถูกต้อง สิ่งที่ข้าคุ้นเคยไม่ใช่กลิ่นที่นี่”
จิ้งจอกดินเสียงต่ำลึก
“นี่คือกลิ่นสนิมเหล็กดาวบรรพกาล”
“ในข้อมูลที่ข้าได้รับเมื่อตอนนั้น 36 วงแหวนชั้นบนมีขนาดไม่แน่นอน หลังจากผ่านเวลายาวนานช่วงหนึ่ง พวกมันจะขยายขอบเขตขึ้นครั้งหนึ่ง”
“นี่คือสัญชาตญาณของ 36 วงแหวนชั้นบน”
“จากการขยายขอบเขตหลายครั้ง บางคราอาจเกิดรอยร้าวบางส่วนยามขยายตัว”
“ทุกครั้งเมื่อเกิดรอยแยก เทพสูงสุดของวงแหวนจะใช้วัตถุพิเศษอย่างหนึ่ง ทุ่มเทสร้างเป็นหมุดหนึ่งขึ้นมาอย่างเต็มกำลัง ตอกลงตรงรอยแยก อาศัยสิ่งนี้ขัดขวางไม่ให้รอยแยกแผ่ขยาย ทำให้มันสมานช้าๆ”
“วัตถุพิเศษนั่นชื่อว่าเหล็กดาวบรรพกาล!”
จิ้งจอกดินกล่าวถึงตรงนี้ ก่อนเหลือบสายตามองโดยรอบ
“กลิ่นของที่นี่ น่าจะเป็นกลิ่นเหล็กดาวบรรพกาล”
“ดังนั้น…” สวี่ชิงเอ่ยปากช้าๆ
“ดังนั้นแดนทมิฬคล้ายหลุมดำแห่งนี้ หากข้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นสถานที่เกิดรอยแยกครั้งอดีตกาล ทั้งเพื่อขวางรอยแยกไม่ให้แผ่ขยาย จอมเทพแห่งวงแหวนที่ 5 จึงตอกหมุดไว้!”
“ตอนนี้หมุดชวนประหวั่นที่ต้านรอยร้าวของวงแหวนได้ ทั้งขวางไม่ให้วงแหวนเกิดรอยร้าวต่อถูกดึงออกไป!”
“แต่ของแบบนี้ คิดดูแลรักษา คิดทำให้ยั่งยืน จำเป็นต้องกำหนดเวลากลับมาที่นี่”
“ดังนั้นสิ่งที่เรียกว่าทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์รวมถึงความพิเศษของจักรวาลตะวันมืด…8-9 ส่วนย่อมเป็นเพราะมันช่วยดูแลหมุดดาวบรรพกาลนั่น!”
“ส่วนเบื้องล่าง…”
จิ้งจอกดินก้มหน้า มองเหวลึกดำสนิท
“บางทีอาจมีเพียงจอมเทพ ถึงจะทราบว่าเบื้องหลังวงแหวนชั้นบนที่ถูกหมุดทะลวงผ่าน… คืออะไรกันแน่”
“พวกเราไม่มีสิทธิ์ ทั้งไม่สามารถทราบได้”
“ข้าจึงสงสัยนัก จักรวาลที่รักษาหมุดดาวบรรพกาลเช่นนี้ ไม่ว่าวงแหวนใดก็เป็นสถานที่สำคัญยิ่ง ทำไมถึงให้พวกเรา”
“ดังนั้น…ข้าเลยไม่แนะนำ หากจะสำรวจต่อไป”
สีหน้าจิ้งจอกดินเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม แม้ว่านางไม่ได้อธิบายกระจ่าง แต่วาจาเจือความสงสัย
ความรู้สึกตามสัญชาตญาณ เรื่องนี้มีแรงผลักดันบางอย่างซึ่งไม่อาจระบุ
“นอกจากนี้เมื่อดึงหมุดดาวบรรพกาลออก ไม่จำเป็นต้องสังเวย แต่…เมื่อคืนกลับมา สรรพสิ่งบนจักรวาลนี้จะเป็น…เครื่องสังเวย”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
