บทที่ 413 สุดยอดขุนศึกเต๋า! (ต้น)
……
คัมภีร์ทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์!……
……
มิใช่แค่ทัวป้าเหยียน หลายคนในที่นั้นต่างก็ตกตะลึงไปด้วยเช่นกัน……
..
รวมทั้งสองผู้กล้าแกร่งผนึกยุทธ์ที่ยืนขนาบด้านหลังคนฮ่องเต้สตรี
คัมภีร์ทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์ซึ่งหาได้ยากที่สุด!
เป็นสิ่งซึ่งประมาณค่ามิได้!
อย่างที่รู้กันว่าราชวงศ์แห่งแคว้นหนิงครองบัลลังก์มาอย่างยาวนาน ทว่าไม่เคยมีสิ่งล้ำค่าคัมภีร์ทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์มาก่อน!
ในแคว้นหนิง แม้แต่บนแผ่นดินชิงบางทีคงจะมีเพียงสถานศึกษาฉางมู่ก่อนหน้าและอาณาจักรต้าอวิ๋นที่เคยมีไว้ในครอบครอง
ทว่าตอนนี้เยี่ยฉวนกลับนำมามอบให้ราวกับเป็นเรื่องปกติ!
น้ำใจกว้างขวางทั้งโอบอ้อมอารี!
ทัวป้าเหยียนเงยหน้าสบตาเยี่ยฉวนหากปราศจากคำพูดออกจากปาก
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มน้อยๆ “ว่าไงเอาไหม?”
“ให้ข้าทำไม?” สตรีเอ่ยถามในที่สุด
ทำไม?
เยี่ยฉวนส่ายหน้าเหมือนไม่รู้จะพูดอะไรและยิ้ม เขายัดเยียดสิ่งของที่ถืออยู่ใส่ลงในอุ้งมือของทัวป้าเหยียน “ไม่มีเหตุผล ข้ารู้สึกถูกชะตาจึงอยากให้ท่านเก็บไว้เท่านั้นเอง”
หญิงสาวมองชายหนุ่มนิ่งนาน ในที่สุดนางจึงตัดสินใจรับมาเก็บเข้าไว้
ต่อมาทั่วปาเซียวเหยาซึ่งทำการเก็บกวาดของล้ำค่าในบริเวณลานจนเสร็จเรียบร้อย นางย้อนกลับมาสมทบกับเยี่ยฉวนพลางหัวเราะร่ามาแต่ไกล “จอมยุทธ์เยี่ย พวกเราได้ทรัพย์ที่ยึดมาจากศัตรูมากโขทีเดียว!”
เยี่ยฉวนหันมายิ้มรับ “ไหนบอกสิว่าเจ้าได้อะไรมาบ้าง!”
เด็กสาวร่ายยาวเสียงแจ๋ว “เงิน 2.9 พันล้าน สุดยอดศิลาจิตวิญญาณอีกกว่าเจ็ดล้าน และศาสตราวุธขั้นประกายแสง 17 ชิ้น สุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 72 ชิ้น กับอย่างอื่นอีกเยอะแยะ แต่ไม่มีของล้ำค่ามากนัก!”
สุดยอดศิลาจิตวิญญาณกว่าเจ็ดล้านชิ้น!
ฟังคนตรงหน้าจบแล้วชายหนุ่มพยักหน้า แม้ครั้งนี้จะได้ไม่เท่ากับครั้งที่บุกสถานศึกษาฉางมู่ หากยังถือว่าไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้ได้สุดยอดศิลาจิตวิญญาณเจ็ดล้านชิ้นนั่น แสดงถึงความมั่งคั่งอย่างน่าแปลกใจจริงๆ
เยี่ยฉวนนิ่งเงียบครู่หนึ่งพลันทำท่าเหมือนเพิ่งคิดออก เขาพูดขึ้นทันทีว่า “เซียวเหยาเจ้าแบ่งของพวกนี้ออกหนึ่งในสามให้กับคนของเราด้วย”
ทั่วปาเซียวเหยาหันหน้าไปมองกองกำลังขุนศึกเต๋าฉางหลานแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้าหงึก “ได้สิ!”
จากนั้นเด็กสาวเริ่มแบ่งส่วนแบ่ง……
เหล่าทหารในกองกำลังขุนศึกเต๋าฉางหลานหันไปสบตากัน เมื่อได้ยินว่าเยี่ยฉวนจะแบ่งสิ่งของซึ่งถือเป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการสำหรับพวกเขา
อย่างที่รู้ว่าคนเหล่านี้ล้วนได้รับค่าตอบแทนรายเดือนจากสถานศึกษาฉางหลาน นอกจากนั้นฉางหลานยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการจัดซื้อคัมภีร์ทักษะยุทธ์ อาวุธยุทโธปกรณ์ ยาตันเถียนและวัตถุที่ใช้ในการฝึกฝนพลังปราณของทุกคน
พวกเราล้วนได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดียิ่ง!
ทันใดนั้นทหารม้าพร้อมใจกันผุดลุกขึ้นยืนตรง “ท่านอาจารย์ สิ่งที่พวกเราได้รับนั้นมากเพียงพอแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีกขอรับ”
ถึงแม้ว่าของเหล่านั้นจะยั่วใจเสียเหลือเกิน ทว่าทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่ควรแสดงถึงความละโมบโลภมาก มิเช่นนั้นอาจต้องสูญเสียทุกอย่างในภายหลังก็ได้!
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “พวกเจ้าช่วยข้าปราบปรามคนพวกนี้ ดังนั้นควรได้รับสิ่งตอบแทน ซึ่งมิใช่เท่านี้……ต่อไปภายหน้าพวกเจ้าทุกคนจะได้รับค่าตอบแทนจากสิ่งของที่ยึดมาได้จำนวนหนึ่งส่วนในสามส่วนทุกครั้ง และส่วนที่เหลือสองในสามจะตกเป็นของฉางหลาน เอาล่ะ ตกลงตามนี้”
ทหารนายหนึ่งทำท่าโต้แย้ง ทว่าทั่วปาเซียวเหลาส่งวงแหวนสัมภาระออกมาต่อหน้าเจ้าคนนั้น “เจ้าช่วยสังหารคนพวกนั้นและนี่เป็นสิ่งตอบแทนที่ควรจะได้ รับไปเถอะน่า”
เมื่อเห็นชัดเจนว่าชายหนุ่มตัดสินใจอย่างมุ่งมั่นดีแล้ว ทหารคนดังกล่าวจึงไม่โต้แย้งอีก ภายหลังจากได้รับวงแหวนสัมภาระแล้ว กองทหารม้าฉางหลานพากันค้อมตัวแสดงคารวะขอบคุณต่อเยี่ยฉวนก่อนที่จะพากันหลีกออกไปอีกทาง
พลันทัวป้าเหยียนพูดขึ้นว่า “ข้าอยากขอแรงกองกำลังขุนศึกเต๋าของเจ้าสักหน่อยจะได้ไหม?”
เยี่ยฉวนหันขวับมองคนพูด นางจึงรีบเอ่ยอีกว่า “ในเมืองยังมีคนกล้าแกร่งจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปะปนอยู่ ทหารธรรมดาไม่สามารถกำจัดคนเหล่านี้ได้”
ชายหนุ่มผงกศีรษะทันที “ได้ ข้ายินยอมให้คนของท่านนำกำลังห้าสิบม้าไปสังหารพวกมันให้สิ้นซาก ส่วนท่านและเสี่ยวจิ่วอยู่กับข้า ข้ามีบางอย่างจะหารือกับพวกท่าน”
เสี่ยวจิ่วชี้มือไปที่เจียงเหยี่ยและคนอีกสองคนซึ่งยังยืนเกะกะอยู่แถวประตูวังหลวง “เจ้าจะทำอย่างไรกับคนพวกนั้น?”
ถึงพวกมันจะไม่หนีแต่พยายามอยู่ให้ห่างเข้าไว้ และไม่กล้าแม้จะเฉียดเข้าใกล้
ทั้งสามต่างหวาดกลัวพลังกระบี่บินของเยี่ยฉวน
สตรีสูงวัยด้านหลังทัวป้าเหยียนพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องห่วง พวกเราจะคอยจับตาดูพวกมันไว้”
เยี่ยฉวนพยักหน้า และหันหลังเดินไปยังโถงพระโรงวังหลวงที่ไกลออกไปพร้อมด้วยทัวป้าเหยียนและเจียงจิ่ว
เด็กสาวทั่วปาเซียวเหยามิได้ตามคนทั้งสามกลับไป ทว่านางกลับแล่นออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว
นางได้ยินเรื่องที่ทัวป้าเหยียนพูดก่อนหน้า ว่ามีคนกล้าแกร่งมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์อาละวาดในเมืองหลวง……
ไหนเลยเด็กสาวจะยอมละทิ้งโอกาสงามๆ เช่นนี้?
ภายในพระราชฐาน เจียงจิ่วหันมองตามคนที่วิ่งคล้อยหลังไวๆ “ดูเหมือนสาวน้อยสหายของเจ้าจะออกไปข้างนอกเสียแล้ว!”
ชายหนุ่มจึงตอบยิ้มๆ “อย่างห่วงนางเลย ต่อให้คนผนึกยุทธ์ก็ไม่อาจทำอันตรายนางได้!”
คนที่รั้งอันดับแปดแห่งทำเนียบยอดคน!
ในแผ่นดินชิงหรือแม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่ คงไม่มีหรือแทบจะไม่มีใครที่จะสามารถเอาชนะคนเช่นนั้นได้ง่ายๆ นอกจากนั้นภูมิหลังของทั่วปาเซียวเหยาไม่ธรรมดา เขาไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่านางจะไม่มีไม้ตายซุกซ่อน!
ประตูวังหลวงปิดสนิทลงแล้ว มีเพียงสามคนภายในโถงพระโรงซึ่งนั่งรายล้อมโต๊ะกลมกลางห้อง
เจียงจิ่วและทัวป้าเหยียนจับตามองมาที่เยี่ยฉวน ขณะนั้นเขาเอ่ยขึ้นว่า “ข้าอยากสร้างกองกำลังขุนศึกเต๋าอีกกลุ่ม ที่ไม่ใช่กองกำลังธรรมดาแต่เป็นระดับสุดยอด! เพียงสิบคนเท่านั้น! สิบคนที่ดีที่สุดทั้งในด้านพลังและอาวุธยุทโธปกรณ์”
เจียงจิ่วแย้งเสียงขรึม “ดีที่สุด? เจ้าหมายถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ของล้ำค่าขั้นแท้จริงงั้นหรือ?
เยี่ยฉวนพยักหน้า
การที่ได้ยินเช่นนั้นเป็นเหตุให้ทัวป้าเหยียนและเจียงจิ่วหันมาสบตากัน ต่างมีสีหน้าตกตะลึงด้วยกันทั้งคู่
อาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นแท้จริง!
หญิงสาวทั้งสองพากันนิ่งเงียบ
เยี่ยฉวนบิดมุมปากเล็กน้อย ความจริงเขารู้ดีว่าความคิดนี้ของตนออกจะเพี้ยนไปสักนิด
อาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นแท้จริงแต่ละชิ้นไม่อาจประมาณค่าได้! ขนาดหีบกระบี่ที่เขาสะพายหลังมีมูลค่าเกือบสามพันล้านเหรียญทอง! อีกทั้งในเวลานี้ยังมีหนี้ที่ติดค้างสำนักอัปสรเมรัยคิดเป็นสุดยอดศิลาจิตวิญญาณกว่ายี่สิบล้านชิ้น แม้กระบี่ของผู้ฝึกกระบี่ว่าแพงมากแล้ว แต่อาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นแท้จริงต่อชิ้นมีมูลค่าอย่างน้อยๆ เทียบเท่าสุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 15 ล้านชิ้น
สุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 15 ล้านชิ้น!
จำนวนมหาศาลจนน่าพิศวง!!
