บทที่ 416 เซียนกระบี่? นางหายไปราวกับฝุ่นควัน! (ปลาย)
……
“แท้ที่จริง……ตั้งแต่สมัยยังเยาว์วัยสายเลือดชนิดนี้จะต้องถูกยับยั้งด้วยฤทธิ์ของสารเสน่หาอันแรงกล้า ในเมื่อนางยังดำรงชีวิตอยู่มาจนถึงบัดนี้ แสดงว่าภายในกายต้องเป็นแหล่งรวมของธาตุไฟหยางที่คั่งค้างมากมายเหลือคณา หากใครได้ร่วมหลับนอนและดูดดื่มสายโลหิตที่ว่านั่น……” ……
……
เสียงพูดสะดุดหยุดลง ขณะที่มือของผู้เฒ่าเหอฮ่วนสั่นระริก……
..
ทว่าเมื่อเขาหวนระลึกถึงบางสิ่งบางอย่าง จึงสามารถข่มสติอารมณ์ที่พลุ่งขึ้นให้สงบลงในทันที
หลังจากนิ่งเงียบไปชั่วขณะ คนชราผู้เฒ่าเหอฮ่วนเอ่ยกับอีกฝ่ายว่า “ท่านเจ้าสำนักมีคำสั่งให้จับเป็นนาง เจ้าสำนักจัดการธุระที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้เมื่อไรจะรีบตามมาที่นี่ทันที ถ้าเจ้านักได้ตัวนางแล้วละก็ เหอฮ่วนของเราจะได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น สถานะของวิชาเต๋าอัศจรรย์ก็จะยิ่งทะยานสูงขึ้น”
เจียงเหยี่ยซึ่งยืนฟังเงียบๆ กล่าวเสียงแหบ “แต่ระวังชุมนุมฮวนเสี่ยวไว้บ้างก็ดี ตอนนี้อาจไม่ลงมือก็จริง ทว่าพวกมันจะไม่ยอมพลาดโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตแน่นอน”
คนผู้เฒ่าพยักหน้าเชิงเห็นด้วย “กว่าเจ้าสำนักจะมาถึงอย่างน้อยอีกสองวัน พวกเรารอช้าไม่ได้! ทันทีที่ฮ่องเต้เกาซานแห่งอาณาจักรต้าอวิ๋นเหลียนว่านลี่มาถึง พวกเราจะบุกเข้าเมืองพร้อมกันสังหารเยี่ยฉวนเสียและค่อยจับตัวฮ่องเต้สตรี”
“เซียนกระบี่คนนั้น……” เจียงเหยี่ยแย้งเสียงเบา สีหน้ามีกังวลอย่างชัดเจน
ชายชราอีกฝ่ายตอบกลับแผ่วเบา “ไม่ต้องกังวลใจ แม้ว่านางจะหนีการติดตามไล่ล่าของสถานศึกษาฉางมู่อย่างหัวซุกหัวซุน นางจะไม่มีทางปรากฏตัวต่อหน้าท่านเจ้าสำนักแน่นอน นางเป็นเพียงเซียนกระบี่บาดเจ็บเท่านั้น”
เจียงเหยี่ยผงกศีรษะ “จริงด้วย”
จากนั้นสีหน้าคนเปลี่ยนเป็นดุดันขณะพูดว่า “ถ้าจับเยี่ยฉวนได้เมื่อไร ข้าขอเป็นคนจัดการมันเอง ข้าจะทำให้มันต้องตกนรกทั้งเป็น”
ผู้เฒ่าเหอฮ่วนชำเลืองสายตามาทางคนพูด “แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน!”
เมืองหลวงแคว้นหนิง ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ
เยี่ยฉวนนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น เบื้องหน้ากระบี่เล่มหนึ่งลอยตัวแขวนในอากาศ กระบี่มีความยาว 48 ชุ่น ความกว้าง 2 ชุ่น แสงสะท้อนวาววับจากคมกระบี่ ที่ด้ามจับเป็นภาพเขียนลวดลายสัตว์ประหลาดที่มีดวงตาเจ้าเล่ห์แสนกล
กระบี่ขั้นสวรรค์!
ของล้ำค่าขั้นสวรรค์อย่างแท้จริง!
ชายหนุ่มเอื้อมมือออกมาคว้าด้ามกระบี่ซึ่งบังเกิดแรงสั่นน้อยๆ ทว่าไร้แรงต่อต้าน อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพลังชี่ภายในพลันสูญสลายไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งกระบี่หลิงซิ่วสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ย่อมหมายถึงกระบี่รับรู้ถึงภัยอันตรายนั่นเอง!
ในขณะนั้นผลที่ได้กระบี่เล่มนี้ไม่สามารถเอาชนะต่อกระบี่หลิงซิ่ว แต่ก็ใช่ว่ามันยอมให้เยี่ยฉวนเข้าควบคุมได้อย่างเต็มที่
ชายหนุ่มรีบคลายมือปล่อยกระบี่ทันที เพียงชั่วแวบเดียวกระบี่ดูดกลืนพลังชี่ภายในไปกว่าหนึ่งในสามทีเดียว
ด้วยความกล้าแกร่งของขั้นพลัง เยี่ยฉวนสามารถใช้กระบี่ได้ถึงสามครั้ง หลังจากนั้นพลังชี่ภายในจะถูกดูดกลืนจนหมด
ดูเหมือนเยี่ยฉวนจะคิดอะไรได้สักอย่าง เขาจึงคว้าเอาหีบกระบี่ขึ้นมาและแสดงท่าทาง พลันกระบี่ทะยานวาบเข้าสู่หีบทันที
กระบี่สั่นสะท้านอย่างแรงครู่หนึ่ง ก่อนจะสงบลงจนเป็นปกติ
อีกราวครึ่งก้านธูปให้หลัง ชายหนุ่มบิดยกยิ้มมุมปาก ด้วยเขาได้ประจักษ์ว่าเมื่อใดที่เขาใช้กระบี่ภายในหีบ จะสามารถใช้ได้ถึงห้าครั้ง
ห้าครั้ง!
ด้วยความกล้าแกร่งขั้นที่เป็นอยู่ ด้วยหีบกระบี่ขั้นแท้จริงและกระบี่สวรรค์ เช่นกันกับด้วยพลังแรงผลักดันและปณิธานกระบี่ จึงนับว่าเป็นไปได้อย่างมโหฬารที่เยี่ยฉวนจะกำจัดคนขั้นผนึกยุทธ์ได้ แน่นอนถ้าศัตรูจัดเต็มอุปกรณ์ครบมือ ความยากก็จะเพิ่มระดับขึ้นมาอีกหน่อย!
แน่ละถ้าพลังปะทะของกระบี่เล่มหนึ่งไม่เป็นผล ใช้กระบี่ปะทะเล่มอื่นได้อีก!
ในเวลานั้นเยี่ยฉวนรีบรุดออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ คนผู้หนึ่งพลันตรงรี่เข้ามา ทัวป้าเหยียนเดินมาหาเยี่ยฉวนพลางว่า “พวกมันมากันแล้ว!”
ชายหนุ่มพยักหน้า “ข้าจัดการเอง”
หลังจากนั้นคนจึงเดินออกไปภายนอกโถงพระโรง
ทิ้งไว้ข้างหลังคือทัวป้าเหยียน ซึ่งทอดสายตาค่อนข้างครุ่นคิดลึกล้ำตามหลังคนที่เพิ่งออกไป
เมื่อเยี่ยฉวนกลับเข้าไปที่โถงพระโรง และพบว่าที่ไม่ไกลออกไปนักมีคนผนึกยุทธ์จำนวนห้าคน สองคนที่ชายหนุ่มคุ้นหน้าคุ้นตาคือเจียงเหยี่ยที่ถูกตัดแขนไปก่อนหน้าและเหลียนว่านลี่
ทันทีที่สายตาปะทะกับเหลียนว่านลี่ เยี่ยฉวนหน้าเผือดวูบ นางเป็นบ้าอะไรขึ้นมา?
อีกคนลอยตัวอยู่บนอากาศ ผู้เฒ่าเหอฮ่วนจ้องมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างล่าง และก่อนที่จะเปิดฉากต่อสู้พลันชายชราเหลือบมองไปทางด้านขวามือ “เชิญใครก็ได้ที่มาจากชุมนุมฮวนเสี่ยว!”
เมื่อชายชราผู้เฒ่าเหอฮ่วนถามจบ ทางด้านขวามือปรากฏคนสามคนออกมาให้เห็น
ทุกคนล้วนคนขั้นผนึกยุทธ์!
สายตาของผู้เฒ่าเหอฮ่วนเหลือบมองชายชราสวมผ้าคลุมสีเทา พลันจึงหรี่ตาลงขณะเอ่ยขึ้นว่า “คูเซียวเถียน ไม่คาดคิดว่าเจ้าจะถึงกับมาด้วยตัวเอง!”
คูเซียวเถียน อาวุโสสูงสุดแห่งชุมนุมฮวนเสี่ยว เขาเป็นผู้บัญชาการขั้นเด็ดขาดอันดับสองของสำนักนี้!
ชายชรานามคูเซียนเถียนยิ้มน้อยๆ “ข้าขอมีสิทธิในตัวสตรีผู้มีเรือนร่างเย้ายวนบ้างเป็นไร?”
ขณะที่พูด สายตากวาดมองตามใบหน้าก่อนจะสะดุดลงที่ทัวป้าเหยียน พลันแววตาฉายความกระติดรือล้นอยากไม่ปกปิด “เป็นสตรีที่มีเรือนร่างเย้ายวนใจจริงๆ แม้แต่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ยังหาไม่ได้ง่ายๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบในดินแดนขี้ปะติ๋วอย่างแผ่นดินชิง”
ผู้เฒ่าเหอฮ่วนรีบแย้งขึ้นทันควัน “สตรีคนนี้ เหอฮ่วนเราจะจับนางไปเอง”
คูเซียวเถียนเหยียดมุมปาก “พวกเราชุมนุมฮวนเสี่ยวไม่มีทางปล่อยนางไปแน่!”
ก่อนที่ฝ่ายผู้เฒ่าเหอฮ่วนจะทันโต้แย้ง พลันหีบกระบี่ซึ่งเยี่ยฉวนกำลังสะพายไว้ข้างหลังบังเกิดแรงสั่นขึ้นทันที และจากนั้นปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
เปรี้ยง!
เสียงกรีดดังเสียดแทงจากกระบี่ก้องกังวานสะท้านฟ้า!
พลันนั้นเองคนที่กำลังลอยตัวกลางอากาศ ทั้งผู้เฒ่าเหอฮ่วนและคูเซียนเถียนเหลือบเห็นดังนั้นถึงกับหน้าเปลี่ยนวูบ ขณะที่เท้าทั้งสองข้าพาร่างถอยหลังกรูด
ส่วนเจียงเหยี่ยค่อนข้างรู้สึกตัวช้ากว่าใคร เมื่อนั้นศีรษะของคนจึงขาดกระเด็นหลุกจากบ่าไปทันที
พลันทั่วทั้งเกิดความเงียบงันอย่างเฉียบพลัน!
ที่พื้นล่าง เยี่ยฉวนเผยฝ่ามือซ้ายออกซึ่งต่อมากระบี่ขั้นสวรรค์เล่มหนึ่งทะยานวาบลงมาสงบนิ่งบนฝ่ามือข้างนั้น จากนั้นชายหนุ่มจึงควักผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมผืนเล็กขึ้นมาค่อยบรรจงลูบคมกระบี่ที่เปื้อนคราบโลหิตสด ขณะทำงานไปเขาทำท่าส่ายหน้าไปมา “คนผนึกยุทธ์พวกนี้มันอ่อนด้อยสิ้นดี……ข้าใช้พลังเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นเอง!”
จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ผู้เฒ่าเหอฮ่วนและคนอื่นๆ “อ้าวหยุดทำไม? เข้ามา ใครอยากจะเสวนาก็เชิญเลย!”
ทุกคนนิ่งงัน “……”
