บทที่ 433 มีน้องสาวนี่มันดีจริงๆ! (ต้น)
……
ความชั่วร้าย!……
……
บนโลกนี้ ทุกสิ่งถูกแยกเป็นหยินและหยาง และทั้งสองด้านถูกสอดประสานเป็นหนึ่ง……
..
และในส่วนของความเป็นมนุษย์ มีการแบ่งแยกคนดีและคนชั่วออกจากกันอย่างชัดเจน
คนที่เมื่อเกิดมาอาจเป็นคนดี ทว่าในความเป็นจริงแล้วตัวตนของเขาหรือเธอเหล่านั้น อาจแฝงความชั่วร้ายมาด้วยก็ได้
คนที่มีอำนาจ พลังคุณธรรมจะเป็นเครื่องค้ำจุนโลก ทว่าเมื่อใดที่เกิดพลังชั่วร้ายย่อมหมายถึงทุกสิ่งจะถึงกาลวิบัติเช่นกัน
ถึงกระนั้นสำหรับชายหนุ่มเยี่ยฉวน ถ้าใครที่มาดีเขาจะดีตอบ แต่ถ้าใครมาร้ายเขาจะเอาคืนเป็นสิบหรือร้อยเท่าทวีคูณเสียยิ่งกว่าที่เขาถูกกระทำ!
เขาตอบแทนในทำนองเดียวกับที่เขาได้รับจากคนอื่น!
เยี่ยฉวนไม่เคยทำร้ายคนที่กรุณาต่อเขา ทว่าแต่นี้เป็นต้นไปจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะตอบแทนคนชั่วด้วยความเมตตา
เมื่อพลังปณิธานกระบี่ชั่วร้ายปรากฏ กระบี่ที่เซี่ยโหวเจ่าฉวยยึดไว้ในมือพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง จากนั้นกระบี่ได้กลายเป็นสีดำทันที ทำให้มือข้างนั้นของคนที่จับกระบี่เริ่มอันตรธานหายไป!
สีหน้าของเซี่ยโหวเจ่าเผือดวูบพร้อมรีบปล่อยมือจากกระบี่ทันที ฉับพลันต่อมากระบี่จึงทะยานหวนคืนลงสู่หีบกระบี่ซึ่งเยี่ยฉวนสะพายหลังไว้
อีกฝ่ายเมื่อเห็นเช่นนั้นท่าทางเคร่งขรึมจริงจังยิ่งขึ้นไปอีก ขณะนั้นมือข้างขวาที่เคยใช้จับกระบี่กลายเป็นไร้ผิวหนังไปเสียแล้ว หากเขาถอนมือกลับช้ากว่านี้เพียงนิดเดียว มือของเขาคงจะต้องเลือนหายไปทั้งมือเป็นแน่แท้
พลังปณิธานกระบี่อะไรกันแน่?
เซี่ยโหวเจ่าเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยฉวนซึ่งยืนอยู่ในระยะห่างพอควร เวลานั้นร่างของเยี่ยฉวนหายวับไปจากที่อย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายถึงกับชะงักนิ่งไปขณะหนึ่ง พลันนั้นเองแสงกระบี่พุ่งวาบและใกล้เข้ามาทุกทีๆ ต่อหน้าต่อตา!
ลำแสงตวัดฟันทันที!
มีคนเพียงไม่กี่คนในบริเวณเท่านั้น ที่สามารถมองเห็นวิถีโคจรของลำแสงซึ่งตวัดฟาดรวดเร็วเช่นนั้น!
ทว่าเซี่ยโหวเจ่าเคลื่อนไหวเบี่ยงตัวเพียงเล็กน้อย ก็สามารถหลีกพ้นลำแสงตวัดฟันนั้นได้!
ลำแสงตวัดฟันแล้ว เยี่ยฉวนกลับมาปรากฏทางด้านหลังเซี่ยโหวเจ่าอีกครั้งในระยะห่างราวสี่จั้งเศษ!
เขาหลบหลีกได้!
ภายใต้สีหน้าเฉยเมยของเยี่ยฉวน ทว่าภายในใจกระตุกเฮือก!
ชายหนุ่มไม่เคยสะเพร่าหรือทำการประมาทเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู คงไม่จำเป็นต้องย้ำว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขารั้งอันดับที่สี่แห่งทำเนียบยอดคน
คนเช่นนี้มีหรือจะอ่อนด้อย?
เซี่ยโหวเจ่าค่อยหันกลับมาประจันหน้ากับเยี่ยฉวน แววตาเย็นเยียบ “นี่หรือคนที่มีฝีมือกล้าแกร่งที่สุดในแผ่นดินชิง? หึ เจ้ามันใจคอคับแคบซ้ำยังโง่เขลา……”
เสียงพูดชะงักหยุดสีหน้าเซี่ยโหวเจ่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ด้วยกระบี่บินทะยานเข้ามาจากระยะไกลฟาดเข้ามาที่คนโดยความเร็วเกินพิกัดของขั้นผสานเทพ หากกล่าวให้ใกล้เคียงขนาดบางคนในขั้นผนึกยุทธ์อาจไม่สามารถทำความเร็วได้เท่านี้!
พลังฟาดฟันนั้นก็เหนือกว่าคนในขั้นผนึกยุทธ์ทั่วไปชนิดที่เรียกว่ามวยคนละชั้นก็ว่าได้!
ทว่าชายที่ชื่อเซี่ยโหวเจ่าขยับเท้าเบี่ยงออกทางขวา เพียงการเคลื่อนขยับก้าว เขาหลีกหลบลำแสงที่พุ่งวาบประหนึ่งสาวฟ้าแลบอันรวดเร็วของกระบี่จนรอดพ้นไปได้!
ง่ายดายนักหนา!
“อัจฉริยะยอดฝีมือแห่งแผ่นดินชิง ทำได้เท่านี้เองหรือ?”
เวลานั้นชายวัยกลางคนโผล่ออกมาอยู่เบื้องหน้ากลุ่มคนทันที สายตาจ้องมองเยี่ยฉวนเขม็งแววตาดูแคลนอย่างยิ่ง “กลายเป็นว่าอัจฉริยะยอดฝีมือแผ่นดินมันก็แค่เศษสวะดีๆ นี่เอง เจ้า……”
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนยกกระบี่ในมือชี้ตรงๆ มาที่คนพูด พลันลำแสงกระบี่พุ่งวาบ
ฉึก!
เสียงของชายวัยกลางคนชะงักหยุดลง ด้วยคอหอยถูกคมกระบี่แทงพรวดเข้าให้!
คนตาเหลือกแทบถลนมือจับกระบี่ไว้มั่น แววตาของคนยามนี้บ่งบอกว่ากำลังหวาดกลัวสุดชีวิต ขณะบาดแผลฉกรรจ์ที่ลำคอโลหิตแดงฉานพุ่งกระฉูดเป็นฟองฝอยราวน้ำพุก็ปาน!
เยี่ยฉวนเบือนหน้าไปทางชายวัยกลางคน “ข้าเกลียดคนที่เอาแต่พูดจาไร้สาระเป็นที่สุด!”
จากนั้นชายหนุ่มจึงเผยฝ่ามือออกไปข้างหน้า กระบี่ที่ปักคาลำคอของชายวัยกลางคนสะบัดออกและทะยานมาวางสงบนิ่งลงบนฝ่ามือนั้น
ซึ่งเมื่อฉวยกระบี่ได้แล้ว เยี่ยฉวนไม่ยอมให้เสียเวลาโดยไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาหมุนตัวกลับหลังและทะยานแน่วตรงเข้าหาเซี่ยโหวเจ่าที่ยืนอยู่ในระยะไกล!
ขณะจับตามองดูเยี่ยฉวนซึ่งพุ่งเข้าหา แววตาของเซี่ยโหวเจ่ายังทอประกายอหังการแวบวาบ แม้จะดูเหมือนว่าเขาหลีกหลบจนรอดพ้นสองลำแสงกระบี่ของเยี่ยฉวนได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งอันที่จริงการกระทำนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเสียทีเดียว
ความกล้าแกร่งของเยี่ยฉวนเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย!
ในขณะนั้นเยี่ยฉวนพร้อมกระบี่ได้ทะยานมาอยู่เบื้องหน้าเซี่ยโหวเจ่าแล้ว ชายหนุ่มตรงกันข้ามเงื้อกระบี่และฟาดลงไปสุดแรง เมื่อกระบี่ฟันลงมาขณะเดียวกันแรงผลักดันแห่งกระบี่แผ่กระจายออกมาครอบเซี่ยโหวเจ่าไว้ทันที และขณะที่แรงผลักดันแผ่พลังกระจายอออกมานั้น พื้นดินในบริเวณเกิดปะทุและระเบิดแตกออกทันที!
ทว่าสีหน้าของเซี่ยโหวเจ่าไม่แสดงอาการให้จับสังเกตได้ ทั้งไม่ขยับเคลื่อนไหวและเผือดซีดแต่อย่างใด
กระบี่ของเยี่ยฉวนไม่ปรากฏอาการหวั่นไหวแม้สักน้อย กระบี่ทะยานมุ่งไปข้างหน้าเข้าหาเป้าหมายที่กึ่งกลางหว่างคิ้วของคนตรงหน้า!
ฉัวะ!
มีเสียงวัตถุกำลังฉีกขาด!
เสียงของชั้นบรรยากาศกำลังถูกฉีกอย่างแรง!
ร่างคนพร่าเลือน!
เยี่ยฉวนเป็นคนที่มีปฏิกิริยาตอบโต้รวดเร็ว เขาหันขวับและเสือกกระบี่แทง ทว่าช้าเกินไป หมัดลุ่นพุ่งมาปะทะกระแทกลำตัวส่วนบนของเขาแล้ว!
เปรี้ยง!
ร่างกายของเยี่ยฉวนเกิดแรงสะเทือนจากการปะทะอย่างรุนแรง ทว่าไม่ถึงกับกระเด็นไปในอากาศ ซึ่งทันทีที่ภาพปรากฏแก่สายตาของเซี่ยโหวเจ่า สีหน้าของคนตรงข้ามแปรเปลี่ยนสิ้นเชิงและทะยานถอยหลังไปไกลกว่าสี่จั้ง! บนอกเสื้อนั่งเอง รอยเสื้อผ้าฉีกขาดและรอยแผลบาดลึกซึ่งเกิดจากคมกระบี่!
สีหน้ากระอักกระอ่วนของเซี่ยโหวเจ่าสายตาจ้องมองเยี่ยฉวนแน่วนิ่ง บริเวณกลางลำตัวของเยี่ยฉวนปรากฏกระแสควันสีขาวพวยพุ่งออกมา ควันสีขาวนี่เองที่สกัดกั้นพลังหมัดของเขา
พลังปณิธานกระบี่!
ปณิธานกระบี่สองลักษณะ!
จากนั้นเขาค่อยกำมือข้างขวาช้าๆ และนิ่งอยู่กับที่ชั่วอึดใจหนึ่ง จากนั้นคนกระโดดพรวดขึ้นสู่อากาศ และบนท้องฟ้านั้นปรากฏพลังกดดันรุนแรงถึงขั้นสามารถทำลายล้างโลกให้พังพินาศย่อยยับ ทันทีที่พลังปรากฏพื้นแผ่นดินภายในรัศมีนับสามสิบจั้งสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง!
ผู้คนในละแวกแตกตื่นขวัญหนีดีฝ่อ หลายคนพากันทะยอยถอยห่าง
แม้แต่โม่อวิ๋นฉีและพวก ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดแสดงถึงความกังวล!
เสียงของเหลียนว่านลี่พึมพำแผ่วเบา “ทักษะยุทธขั้นสวรรค์!”
บนอากาศที่เห็นไกลๆ นั้นพลังกดดันซึ่งเซี่ยโหวเจ่าปล่อยออกมาอย่างดุร้ายเพิ่มขึ้นทุกขณะ มือข้างขวาซึ่งกำหมัดแน่นนั้นบัดนี้เป็นแสงโชติช่วงด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง และพลังรุนแรงหลั่งไหลออกจากมือข้างนั้นนี่เอง
พลังสยบฟ้าดิน!
บัดนี้ผู้ใช้ทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์ได้กลายเป็นเจ้าของพลังสยบฟ้าดินแล้ว!
ทางด้านล่าง กระบี่หลิงซิ่วของเยี่ยฉวนได้แปรเปลี่ยนเป็นกระบี่เหลยเซี่ยวที่เยี่ยหลิงมอบไว้ให้ ทันทีที่สัมผัสกระบี่ขั้นสวรรค์ แรงผลักดันที่ประจุมาในกระบี่พลันทะยานอย่างรุนแรงทันที พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าประดุจกระแสน้ำเชี่ยวกราก ตรงเข้าขวางกั้นแรงผลักดันของเซี่ยโหวเจ่าที่ส่งลงมา!
