Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 440


บทที่ 440 ข้าจะไปคอยบนฟ้า! (ต้น)

……

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน!……

……

สิ่งที่อยู่ในห้วงคำนึงของเยี่ยฉวน……

..

ถ้าทุกเรื่องต้องถึงมือสตรีลึกลับ เช่นนั้นชีวิตจะมีความหมายอะไร?

เยี่ยฉวนตรงไปยังชายชราควบยุทธ์สะท้านภพซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก

พลังควบยุทธ์สะท้านภพ!

เขาเคยประมือกับอุปทูตฝ่ายซ้ายจากฉางมู่มาแล้วครั้งหนึ่ง คู่ต่อสู้ในเวลานั้นมีขั้นพลังต่ำกว่านี้ทว่าเยี่ยฉวนยังต้องล่าถอย

แน่ละตอนนี้พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเป็นอันมาก

ลองเจอกับควบยุทธ์สะท้านภพสักครั้งเป็นไร!

เยี่ยฉวนขยับกระชับกระบี่หลิงซิ่วที่ถืออยู่ ถ้าบอกว่าการต่อสู้กับคนกล้าแกร่งครั้งนี้โดยเขาไม่รู้สึกกดดันเลยคงเป็นการเสแสร้งสิ้นดี

ถึงอย่างไรเขาก็ต้องสู้ แม้จะมีแรงกดดันมากมายมหาศาล!

ชายชราควบยุทธ์สะท้านภพเห็นเยี่ยฉวนมาแต่ไกล มือขวาขยับกำหมัดเข้าหากัน เขาไม่แน่ใจว่าจะสามารถเอาชนะสตรีลึกลับทว่ามิใช่กับเยี่ยฉวน

แม้ว่าเยี่ยฉวนจะเป็นราชันย์กระบี่แล้ว

ชายหนุ่มหยุดลงตรงที่ระยะห่างจากอีกฝ่ายราวเก้าจั้ง ก่อนที่จะใช้กระบี่หลิงซิ่วชี้หน้าชายชราเบื้องหน้า “อย่ามัวเสียเวลา ภายในหนึ่งกระบวนท่าข้าและเจ้าจะต้องรู้ดีรู้ชั่วกันไป!”

พลันขาดคำของเยี่ยฉวน

ตู้ม!

แรงผลักดันแห่งกระบี่ของกระบี่หลิงซิ่วอันเต็มไปด้วยอำนาจครอบงำ ไหลหลากดุจกระแสคลื่นแกว่งไกวไปรอบๆ

แรงผลักดันแห่งกระบี่สยบฟ้าดิน!

ขณะนั้นเขารวบรวมแรงผลักดันแห่งกระบี่สยบฟ้าดินเช่นกันกับพลังอากาศ ถึงแม้ว่าตัวเยี่ยฉวนจะยังไม่ถึงขั้นผนึกฝึกยุทธ์ ทว่าแรงผลักดันแห่งกระบี่ของเขากลับถึงแล้ว!

ไม่มีการพูดพล่ามทำเพลง เยี่ยฉวนฉวยกระบี่พร้อมพุ่งไปยังชายชราตรงหน้า!

ในจิตใจของเยี่ยฉวนมีแต่ความมุ่งมั่นเพียงประการเดียว

“ไม่เจ้าก็ข้าต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!”

คนตรงหน้าสัมผัสได้ถึงพลังแห่งกระบี่ สีหน้าของชายชราเคร่งขรึมขึ้นทันควัน สำนึกได้ทันทีว่าตนประมาทฝีมือเยี่ยฉวนอย่างไม่น่าให้อภัย

เขาไม่มีเวลาคิดอีกต่อไป ชายชรากระโจนขึ้นพร้อมดึงฝ่ามือสองข้างเข้าหาตัว ช่องอากาศเหนือศีรษะพลันบิดเบี้ยวอย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกับที่เยี่ยฉวนผลักพลังออกปะทะ!

พลังปราณอำพราง!

เวลานั้นกระบี่หลิงซิ่วซึ่งคนถืออยู่เปลี่ยนเป็นสีดำตลอดเล่มฉับพลัน!

ปณิธานกระบี่คุณธรรมและความชั่วร้าย!

เมื่อพลังปรากฏ ช่องอากาศบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นภาพลวงตา!

จากภาพที่ประจักษ์แก่สายตาชายชราถึงมีสีหน้าตื่นตะลึงด้วยไม่อยากเชื่อต่อสิ่งที่เห็น “นี่มันเป็นไปได้ยังไง? เจ้าสามารถทำให้โลกสั่นคลอนได้ถึงเพียงนี้……”

ขณะนั้นเองกระบี่ของเยี่ยฉวนพุ่งพรวดเข้ามาเกือบถึงตรงหว่างคิ้วของเขาระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้ว ทว่ากระบี่ไม่สามารถขยับพุ่งเข้าสู่เป้าหมายตรงหน้าได้

ด้วยชายชราใช้ฝ่ามือทั้งสองจับยึดกระบี่หลิงซิ่วไว้ได้อย่างแน่นหนา!

ทว่าขณะหนึ่งต่อมา กระบี่อีกเล่มทะยานวาบทันทีจากหีบกระบี่ทางด้านหลังที่เยี่ยฉวนสะพายไว้! ในเวลาเดียวกันชายหนุ่มจับกระบี่ไว้พร้อมกับกระแทกออกไปข้างหน้า

ฉึก!

เสียงวัตถุฉีกขาดดังสะท้าน พร้อมกับร่างของชายชรากระถดถอยห่างไปราวเก้าสิบจั้ง อย่างไรก็ตามปรากฏว่าพลังปะทะได้สะบั้นแขนข้างหนึ่งขาดหายไปเสียแล้ว!

คนที่จับตามองดูเหตุการณ์พากันแตกตื่นตกใจไปตามกัน

เยี่ยฉวนสามารถเอาชนะคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพได้จริงหรือนี่?

อย่าว่าแต่ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ แม้กระทั่งตัวของเยี่ยฉวนเองยังประหลาดใจไม่น้อย เขาเอาชนะคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพได้จริงหรือ?

ราวกับว่าจะอ่านใจของชายหนุ่มตรงหน้าได้ เสียงของสตรีในชุดยาวเรียบเอ่ยขึ้นว่า “มีอีกหลายอย่าง ถ้าเจ้าไม่ลงมือทำก็จะไม่มีทางรู้ความเป็นเลิศของตัวเอง”

“ความเป็นเลิศ?”

พลันมีเสียงพูดอย่างแค้นเคืองดังจากชายชราที่เสียแขนไปข้างหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนั้น “มาดูกันว่าเจ้าจะเป็นเลิศสักแค่ไหน!”

เมื่อพูดขาดคำชายชราผลักออกฝ่ามือ ร่างไสยเวทย์ทองคำออกมาและทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

เรียกคนมาช่วย!

หาตัวช่วยอีกแล้ว!

ภายนอกดูว่าเยี่ยฉวนสงบนิ่ง ทว่าในจิตใจร้อนรุมดั่งไฟสุมด้วยแรงโทสะ!

นับจากแผ่นดินชิงจนกระทั่งบัดนี้ เขาเคยเผชิญหน้ากับศัตรูทั้งจากฉางมู่ ดินแดนอันธการ สำนักเหอฮ่วนและชุมนุมฮวนเสี่ยว ตอนนี้เป็นคนในตระกูลซือถู……กองกำลัง คนเหล่านี้ล้วนต้องการเห็นเขาตายจนนับครั้งไม่ถ้วน!

ไม่รู้จักจบสิ้น!

จังหวะนั้นสตรีในชุดยาวเรียบซึ่งทะยานเข้ามาใกล้ พูดกับเยี่ยฉวนว่า “วันนี้เจ้ากำลังต่อสู้กับศัตรูและตัวเอง! สักวันเจ้าจะต่อสู้กับสวรรค์ โชคชะตาและการกลับชาติมาเกิด!”

อีกฝ่ายยิ้มเฝื่อน “ข้ารู้สึกเหนื่อยเหลือเกินขอรับ!”

สตรีในชุดเรียบเอียงหน้ามาทางคนพูด “ถ้างั้นเจ้าก็เลือกทางแรก ข้าจะได้ฆ่าศัตรูของเจ้าบนโลกนี้ให้หมดทุกคน!”

เยี่ยฉวนกลับสั่นศีรษะปฏิเสธ

“ทำไม?” เสียงถามเรียบเรื่อย

ชายหนุ่มอีกฝ่ายนิ่งเงียบด้วยใช้ความคิดอยู่ชั่วขณะ “ข้าหวังว่าวันหนึ่งที่ข้าแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ เพื่อจะได้พบท่านอีกสักครั้งน่ะขอรับ”

คราวนี้สตรีเป็นฝ่ายหันมามองนิ่งนาน พักใหญ่ต่อมานางค่อยเผยรอยยิ้ม ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ทุกสิ่งบนโลกมืดมัวลงฉับพลัน

โชคร้ายที่เยี่ยฉวนไม่สามารถมองเห็นใบหน้านั้นได้ถนัดชัดตา

ชายหนุ่มทำท่าลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจว่า “ข้ายังไม่รู้จักนามของท่านเลยขอรับ”

นางส่ายหน้าน้อยๆ “ใครๆ ชอบตั้งชื่อเล่นให้ข้า ซึ่งข้าไม่ชอบเลยสักนิด บนโลกนี้มีเพียงคนเดียวที่เรียกชื่อจริง วันหนึ่งเมื่อเจ้าหลุดพ้นจากโลกนี้และถ้าเราได้พบกันอีกเจ้าจะรู้จักชื่อข้า!”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ขอรับ!”

ทันใดนั้นเองสตรีก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทำให้เกือบชิดกับเยี่ยฉวน พลันนางยกมือข้างขวาขึ้นลูบไล้ข้างใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา แววตาเปี่ยมด้วยความรู้สึกเอ่อล้นยากที่จะพรรณนา “ข้ารู้สึกอิจฉาน้องของเจ้าเสียจริง……”

อิจฉาน้องหลิงเนี่ยนะ?

ชายหนุ่มคิดพลางขณะนิ่งงันไปชั่วครู่ และก่อนที่เขาจะทันอ้าปากตอบ พลังประหลาดวูบพลันผ่านเข้ามาจากที่เส้นขอบฟ้า

ใครสักคนได้มาถึงแล้ว!

เยี่ยฉวนเงยหน้ามองทันควัน ในท้องฟ้าชั้นบรรยากาศเบื้องบนแหวกเปิดออก พลันร่างของชายวัยกลางคนปรากฏตัวทะยานออกมา ชายคนที่ว่าสวมเสื้อคลุมปักลวดลายมังกร ผมยาวปล่อยสยายเคลียบ่า สายตาแสดงความเย่อหยิ่ง ภาคภูมิใจในตนเอง

แท้ที่จริงแล้วคนผู้นี้ก็คือซือถูหวง ประมุขคนปัจจุบันของตระกูลซือถู!

ทันที่ที่เห็นผู้มาใหม่ คนกล้าแกร่งที่มาจากตระกูลซือถูต่างพร้อมใจกันค้อมตัวลง “คารวะท่านประมุขขอรับ!”

ชายวัยกลางคนผงกศีรษะ พลางกวาดตาไปทางสตรีในชุดยาวเรียบซึ่งเมื่อได้เห็นคนตรงหน้า หัวคิ้วพลันขมวดมุ่นทันที

ด้วยเป็นเพราะเขาไม่สามารถสัมผัสพลังที่แท้จริงของนางนั่นเอง!

ทำเอาซือถูหวงมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งขรึมจนผิดสังเกต เขาตั้งท่าจะออกปะทะทว่าชั่วแวบหนึ่งกลับเกิดความคิดที่จะเลิกล้มความตั้งใจ

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version