บทที่ 446 ราชันย์กระบี่! (ต้น)
……
เสียงจากรอบด้านพลันเงียบกริบ!……
……
ทุกสายตาจับจ้องมองจากระยะไกลไปยังเหลียนว่านลี่ซึ่งกำลังนั่งหวีผมอยู่บัลลังก์……
..
นางจัดว่าเป็นตัวอย่างของคนที่ต่อสู้ได้ แต่ผมเสียทรงไม่ได้นั่นเอง!
แน่ล่ะประเด็นสำคัญมิได้อยู่ตรงที่หญิงสาวกำลังนั่งหวีผมอย่างสบายอารมณ์ ทว่าอยู่ที่นางเพิ่งสังหารคนขั้นผนึกยุทธ์ตายเสียแล้วต่างหาก!
ตวัดดาบเพียงเสี้ยววินาที กลับทำให้อีกฝ่ายต้องแพ้พ่ายปราชัย!
เหลียนว่านลี่มีอายุไม่มาก ทว่าความแกร่งกล้านั้น……เทียบชั้นได้กับยอดสัตว์อสูร หรือในแง่ของความมหัศจรรย์ยิ่งกว่าเยี่ยฉวนด้วยซ้ำ!
ในตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่หวาดกลัวสตรีตรงหน้า!
ทว่าเยี่ยฉวนก็อยู่ตรงนั้น จึงไม่มีคนยอมล้มเลิกเช่นกัน!
ความตายของเยี่ยฉวนจะนำมาซึ่งสมบัติล้ำค่า ซึ่งพวกเขาจะต้องพยายามดิ้นรนขวนขวายไม่รู้อีกกี่ร้อยปีกว่าจะได้มาครอบครอง!
อีกอย่างความตายของเยี่ยฉวนจะนำมาซึ่งความโด่งดังมีชื่อเสียง เดี๋ยวนี้ชื่อของเยี่ยฉวนเป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งโลกชิงฉาง สังหารเขาเสีย ชื่อเสียงของพวกตนจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว จะได้ดังกระฉ่อนไปทั้งโลกชิงฉางทีเดียว!
แม้ว่าบางคนจะถอดถอยกลับไปก็ตามที
หลังจากที่ได้ประจักษ์ชัดถึงฝีมือที่แท้จริงของเหลียนว่านลี่ คนเหล่านั้นเลือกที่จะถอนกำลังโดยไม่เหลียวหลัง นอกเหนือจากเหลียนว่านลี่สตรีคนเบื้องหน้า ทว่ายังมีเยี่ยฉวนอีกคน ถ้าชายหนุ่มฟื้นพลังขึ้นมาเมื่อไร รวมความกล้าแกร่งของสองคนจะยิ่งน่าสะพรึงกลัวขึ้นอีก!
ดังนั้นบางคนจึงเลือกถอยกลับไปโดยไม่เหลียวหลัง ทว่ามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำไป!
สำหรับพวกที่เหลือ ส่วนใหญ่ก็พร้อมที่จะออกปะทะและจู่โจมเมื่อใดก็ได้ตลอดเวลา!
ไม่ไกลออกไป เหลียนว่านลี่ทำธุระหวีแต่งเส้นผมจนเสร็จแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นไปประคองเยี่ยฉวนให้นั่งลงบนบัลลังก์ ก่อนฉวยดาบยาวโค้งชิงหลงขั้นมาถือและหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนหลายร้อยเบื้องหน้า!
เมื่อเห็นอากัปกิริยาของหญิงสาว คนหลายร้อยเริ่มสีหน้าสีตาหวาดวิตกหวั่นเกรงอย่างเห็นได้ชัด บางคนขยับถอยห่างทันทีอย่างช่วยไม่ได้!
หญิงสาวไม่เป็นฝ่ายเริ่มจู่โจม ทว่ากลับชะงักนิ่ง ขณะจับตามองคนนับร้อยตาแทบไม่กระพริบ ปากร้องถามออกไป “เยี่ยฉวนคนนี้ถูกหมายจับของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมิใช่หรือไง?”
คนของตระกูลซือถูคนหนึ่งซึ่งมีขั้นพลังผนึกยุทธ์ตอบเสียงห้วน “ในเมื่อเจ้าก็รู้ว่าเยี่ยฉวนถูกทางสำนักผู้ตรวจการเขตแดนออกหมายจับ เจ้าก็น่าจะทำตามกฎ ทุกคนในโลกชิงฉางถ้าจับตัวเขามาได้ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็สามารถสังหารเยี่ยฉวนได้ทั้งนั้น ถ้าเจ้าปกป้องเขาจะกลายเป็นว่าเจ้ากำลังต่อต้านคนทั้งโลกชิงฉางน่ะซี!”
หญิงสาวนิ่งคิดอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ถ้างั้นจะให้ข้ามอบเขาให้เจ้างั้นหรือ?”
ทุกคนอ้ำอึ้ง สีหน้างงงัน
ทว่าเหลียนว่านลี่ส่ายหน้าอีกครั้ง “ไม่ได้! สำนักผู้ตรวจการเขตแดนตั้งค่าหัวไว้สูงลิบ ถ้าข้าส่งตัวเขาไปให้ทางสำนักนั่น ข้าก็จะร่ำรวยขึ้นในพริบตา!”
คำพูดของสตรีทำให้คนทั้งกลุ่มมีสีหน้าแปลกไป ตอนแรกคนเหล่านี้คิดว่านางทำเพื่อปกป้องเยี่ยฉวน ตอนนี้ดูเหมือนว่านางมีแผนจะฮุบสมบัติล้ำค่าเอาไว้เองคนเดียวเสียแล้ว!
เวลานั้นกลุ่มคนจากตระกูลซือถูที่ท่าทางมีพลังมากเริ่มออกอาการสับสน ไม่ใช่ว่านางพยายามปกป้องเยี่ยฉวนหรือ?
เหลียนว่านลี่จับตามองทุกคน “ข้าจะบอกพวกเจ้าให้รู้ไว้ว่าเยี่ยฉวนเป็นของข้า และอย่าหวังว่าใครจะได้ตัวเขาไป”
“พวกเราจะยอมให้นางฮุบสมบัติคนเดียวไม่ได้!”
ทันใดนั้นมีเสียงของใครบางคนตะโกนลั่น
ฮุบสมบัติไปคนเดียว!
พลันคนอื่นต่างพากันเห็นด้วยกับคำพูดของเจ้าคนนั้น
สตรีจ้องมองเขม็งด้วยแววตาเย็นเยียบ “เวลานี้ชีวิตของเยี่ยฉวนอยู่ในกำมือของข้า ทำไมข้าจะเก็บรางวัลนำจับไว้ทั้งหมดคนเดียวไม่ได้?”
“ทุกคนที่อยู่ในนี้ต้องมีส่วนร่วมในรางวัลด้วย!”
ใครสักคนในกลุ่มร้องถามมา “ทำไมทุกคนจึงต้องดิ้นรนมาถึงแผ่นดินชิง? เป็นเพราะสมบัติล้ำค่าแหงล่ะ! ตอนนี้ชีวิตเยี่ยฉวนประมาณค่ามิได้ ถ้าพวกเราได้ตัวมันมา หรือแม้แต่ของล้ำค่าขั้นสวรรค์ของมัน ก็เพียงพอที่พวกเราจะอยู่อย่างปลอดภัยไร้กังวลไปตลอดชาติแล้ว!”
“ใช่แล้ว! อย่ายอมให้นางฮุบไปคนเดียว ทุกคนที่นี่ต้องมีส่วนได้รางวัลด้วย!”
“นางกำลังพยายามจะถ่วงเวลาหรือเปล่า?”
“ทำไมคิดเช่นนั้นกัน? นางไม่ใช่คนโง่สักหน่อย เหตุใดจะยอมขัดแย้งกับโลกชิงฉางและสำนักผู้ตรวจการเขตแดนด้วยเรื่องของเยี่ยฉวนเล่า?”
“.”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันนั้น จึงไม่มีใครทันสังเกตถึงความผิดปกติของชายหนุ่มที่นอนแผ่หลาบนบัลลังก์ที่นั่ง ว่านิ้วมือเริ่มกระดิกเล็กน้อย……
เหลียนว่านลี่ถือดาบโค้งชิงหลง สีหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ ไม่มีใครรู้ว่านางกำลังคิดอะไร
ขณะนั้นมีชายชราก้าวออกมาเบื้องหน้ากลุ่ม “แม่นางน้อย คนเหล่านี้เดินทางมาแสนไกลเพื่อมุ่งหวังความร่ำรวย เอาอย่างนี้ดีไหมเจ้าได้ส่วนแบ่งเยอะหน่อยส่วนพวกเราได้ส่วนแบ่งน้อยลงหน่อย จะว่ายังไง?”
พลันสีหน้าของคนหลายคนเริ่มแสดงออกว่าไม่ค่อยพอใจ ทว่าไม่กล้าเอ่ยปากจึงได้แต่นิ่งเสีย ถึงอย่างไรความแข็งแกร่งของนางก็มากอยู่ดี!
หญิงสาวส่งเสียงผ่านลำคอเบาๆ ท่าทางดุจกำลังไตร่ตรองบางอย่าง
เมื่อดูท่าว่าคนตรงหน้ามีท่าทีคล้อยตาม ชายชราเริ่มสีหน้าแจ่มใสขึ้นพลางบอกกับตนเองว่าวิธีนี้อาจได้ผล จึงรีบเสริมขึ้นมาว่า “แม่นาง เจ้าเป็นยอดอัจฉริยะ ทั้งยังเฉลียวฉลาด พวกเราไม่ปรารถนาจะสร้างศัตรูกับคนเช่นนี้ ตราบใดที่เจ้ายอมแบ่งรางวัลนำจับเยี่ยฉวนให้พวกเรา……”
สตรีไม่รอฟังจนจบ นางสั่นศีรษะ “เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะแบ่งรางวัลให้คนอื่น อย่างไรก็ตามพวกเจ้ามากันเยอะแยะ ถ้าแบ่งกันจริงๆ จะได้คนละสักเท่าไรเชียว? ข้ามีข้อเสนอ! คนขั้นผนึกยุทธ์เท่านั้นจึงมีสิทธิ์อยู่ต่อ และพวกเราพาเยี่ยฉวนไปส่งให้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนด้วยกัน จากนั้นจึงค่อยแบ่งของรางวัลกัน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนมีขั้นพลังไม่ถึงผนึกยุทธ์ทั้งหลายต่างหันมองหน้ากันไปมา ขณะที่คนที่มีขั้นพลังดังกล่าวหลายคนเริ่มครุ่นคิดเกี่ยวกับข้อเสนอ
ทันใดนั้นเอง ชายชราคนหนึ่งสวมผ้าคลุมสีเทาซึ่งมาจากตระกูลซือถูก้าวพรวดออกจากข้างหน้า สายตาเขม้นมองเหลียนว่านลี่ “เจ้ากำลังพยายามทำให้เราแตกคอกันเอง!”
แตกคอ!
เมื่อคนพูดเช่นนั้น ทุกคนจึงเริ่มใคร่ครวญสิ่งที่ได้ยินอย่างระมัดระวัง!
ด้วยมีหลายคนเริ่มรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง
เสียงสตรีเบื้องหน้าพูดค่อยๆ “แตกคอกันงั้นหรือ? พวกเจ้าอยากแบ่งสมบัติตั้งมากมายให้พวกอ่อนด้อยที่ไม่ได้ออกแรงเลยงั้นหรือ? ต่อให้พวกเจ้าคิด แต่สำหรับข้าไม่มีทาง!”
ชายชราสวมผ้าคลุมเทาหันมาพูดกับหญิงสาวตรงหน้า “ถ้าเจ้าไม่ได้คิดจะทำให้พวกเราแตกคอกันเอง เช่นนั้นจะได้ไม่ต้องมีคนเจ็บตัว เจ้าสังหารเยี่ยฉวนเสีย ตระกูลซือถูของเราจะช่วยเป็นพยานให้เจ้าเอง ถึงอย่างไรสำนักผู้ตรวจการเขตแดนก็ต้องการจับเยี่ยฉวนไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตายอยู่แล้ว……ว่ายังไง?”
สังหารเยี่ยฉวนเสีย!
พลันเหลียนว่านลี่ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน!
หญิงสาวพยักหน้า จากนั้นจึงหันไปทางเยี่ยฉวน ขณะซบเอนอยู่บนบัลลังก์ไม่ห่างออกไปนัก “เขาอยู่นี่แล้ว เอาเลยมาสังหารเขาได้เลย!”
สังหารเองเลย!
คนสวมผ้าคลุมเทาเม้มปากสีหน้าประหลาดใจ ด้วยตนเองชักไม่แน่ใจต่อเจตนาที่แท้จริงของสตรีที่ชื่อเหลียนว่านลี่นัก ถ้านางอยากจะช่วยเยี่ยฉวนจริง นางจะต้องหาจังหวะจู่โจมทันทีที่เขาบุกเข้าไปเพื่อสังหารเยี่ยฉวน แต่ถ้าชายชราไม่เข้าไป เขาจะรู้ได้หรือว่าแท้ที่จริงนางมีเจตนาอย่างไรแน่
ชายหนุ่มคนนั้นบัดนี้เปรียบเสมือนศัตรูคู่อาฆาตของตระกูลซือถู และเวลานี้เยี่ยฉวนกำลังอ่อนแออย่างที่สุด ถ้าไม่จัดการสังหารเสียให้จบกันไป โอกาสงามเช่นนี้อาจหาไม่ได้อีกเลย!!
