บทที่ 472 รวยขึ้นทันตาเห็น! (ต้น)
……
เยี่ยฉวนชะงักและหันกลับมา สีหน้าเรียบเฉย “ว่าไง?” ……
……
สิงห์ผยองและราชันย์มองหน้ากัน กระทั่งคนร่างใหญ่เป็นฝ่ายพูดว่า “พี่เยี่ย พวกเราได้ยินมาว่าสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีบุกเข้ามายังแผ่นดินชิงแล้ว พวกมันกำลังตามหาเจ้า……” ……
..
ชายหนุ่มพูดทำนองเย้ยหยัน “สำนักมารอสูรกับสำนักมารภูตผีมีแต่พวกโฉดเขลา!”
สิงห์ผยองนิ่วหน้าเล็กน้อย “เจ้าคิดจะจู่โจมพวกมันงั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนถามเสียงเบา “พวกเจ้าว่ายังไง?”
อีกฝ่ายย้อนถามเสียงแผ่วต่ำ “ถ้างั้น ทำไมไม่ลงมือตอนนี้เลยเล่า?”
เยี่ยฉวนพูดตอบ “ไร้เหตุผลที่จะจู่โจมในเวลานี้! แต่ถ้ามันบุกรุกเข้ามาในแผ่นดินชิง สามารถใช้เป็นข้ออ้างที่ฟังสมเหตุสมผลได้!”
สิงห์ผยองเขม้นมองคนพูด “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนของเจ้าเป็นฝ่ายถอนกำลังออกไปจากแผ่นดินชิง และหันไปปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์……”
สีหน้าของเยี่ยฉวนบ่งบอกความรู้สึกสมเพชเวทนา “เรื่องไร้สาระ เจ้าก็เชื่อสินะ……”
คนตัวใหญ่นิ่งเงียบ “……”
พลันนั้นเองราชันย์จึงพูดขึ้นบ้างว่า “พี่เยี่ย ถ้าเราร่วมมือด้วย จะมีส่วนแบ่งให้พวกเราอย่างไรบ้าง?”
เยี่ยฉวนหันมาตอบทันที “ขึ้นอยู่กับว่าพวกเจ้าจะทำงานสำเร็จให้ข้าได้มากน้อยแค่ไหน! ส่วนแบ่งตามผลงาน ว่ายังไงล่ะ?”
ชายหนุ่มหยุดพูดมุมปากเหยียดยิ้มน้อยๆ “ข้าขอเตือนไว้อย่าง ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์บรรยากาศได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วเช่นเดียวกัน เวลานี้ทั้งแผ่นดินฉางหลานและแผ่นดินชิงเกิดความวุ่นวาย เมื่อใดที่แผ่นดินชิงพินาศบางทีดินแดนศักดิ์สิทธิ์อาจเกิดกลียุค แม้ว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนปรารถนาที่จะปกป้องโลกชิงฉาง อย่างไรก็ตามกลุ่มอำนาจหลายกลุ่มต่างมีแรงผลักดันซึ่งเป็นภัยต่อโลกใบนี้ ข้าคงไม่ต้องมานั่งสาธยายให้พวกเจ้าฟังทั้งหมด ถ้าอยากร่วมมือกันก็จงตามข้าไปยังเมืองหลวงแคว้นเจียง แต่ถ้าไม่ก็ไม่เป็นไรและข้าจะไม่ขัดขวาง!”
หลังจากนั้นเยี่ยฉวนได้หันหลังกลับและจากไป
ทั้งคำพูดและกิริยาแสดงออกถึงความเฉียบขาด ปราศจากความลังเลใจแม้แต่น้อย
ที่ด้านหลัง สิงห์ผยองและราชันย์หันไปสบตากัน กระทั่งในที่สุดคนทั้งคู่หันกลับไปยังสตรีคลุมหน้าอีกด้านราวกับจะให้ช่วยตัดสิน
คนตัวใหญ่ถามเสียงห้าว “เจ้าว่าไง?”
สตรีชำเลืองตามองตามหลังคนที่เดินไปไกล พูดเสียงเบาราวกระซิบ “ลองดูกับเขาสักตั้ง ถ้าดีก็อยู่ต่อแต่ถ้าไม่……พวกเรากลับ!”
ฝ่ายราชันย์พยักหน้า “ไม่เลว”
สิงห์ผยองผงกศีรษะทำนองสนับสนุน
สตรีคลุมหน้าปิดเปลือกตาลง จึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความคิดของนางในขณะนั้น
.
เยี่ยฉวนกลับถึงยังสถานศึกษาฉางหลาน จากนั้นจึงล้วงแผ่นป้ายสำนักผู้ตรวจการเขตแดนออกมาทำท่าจะเขวี้ยงทิ้งไป ทว่าดูเหมือนเกิดนึกอะไรขึ้นได้จึงเก็บไว้ตามเดิม
แน่ชัดว่าแผ่นป้ายสำนักผู้ตรวจการเขตแดนอันนี้เป็นของปลอม เยี่ยฉวนหลอมขึ้นมาด้วยเงินเหรียญทองหนึ่งอัน
เก็บเอาไว้ก่อนเผื่อจะได้ใช้อีก! ในโลกชิงฉางมีน้อยคนที่เคยเห็นแผ่นป้ายของจริง จึงน้อยนักที่จะทำเลียนแบบ
หลังจากเก็บแผ่นป้ายสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเรียบร้อยแล้ว เยี่ยฉวนจึงไปยังบริเวณด้านหลังหุบเขา เพียงไปถึงที่นั่นเท่านั้น ซือถูหมิงได้ปรากฏตัวเบื้องหน้าทันที
ชายชรามองคนที่เพิ่งมาถึง พลันถามด้วยความสงสัยเต็มที่ “เจ้าทำอย่างไรกับพวกมัน?”
เยี่ยฉวนชะงักงัน ก่อนจะตอบให้ว่า “กองกำลังรับจ้างงั้นหรือ?”
ซือถูหมิงพยักหน้าแทนคำตอบ
ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ “ในเมื่อพวกมันมาเพื่อค่าตอบแทน ข้าแค่เสนอค่าตอบแทนให้ก็เท่านั้น!”
ซือถูหมิงกล่าวเสียงเรียบ “เยี่ยฉวนมีเรื่องหนึ่งจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปพวกเราคิดแล้วว่าทุกเดือนจะส่งมอบสุดยอดศิลาจิตวิญญาณ ให้แก่เจ้าจำนวนห้าร้อยล้านชิ้น!”
เป็นที่กระจ่างชัดว่าคนเหล่านี้เกรงจะถูกเยี่ยฉวนเรียกร้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อยู่เป็นนิจ
ทว่าอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งในใจ สุดยอดศิลาจิตวิญญาณห้าร้อยล้านชิ้นทุกเดือน? นี่มัน……ความหฤหรรษ์ถาโถมโดยไม่ทันตั้งตัว!
เยี่ยฉวนสงบอกสงบใจทำท่าคิด “แค่ห้าร้อยล้านน้อยเกินไป”
หากผู้ฟัง ซือถูหมิงเปลือกตากระตุกถี่ แววตากร้าวแสดงความไม่เป็นมิตร
เสียงเยี่ยฉวนพูดต่อไป “ข้าว่าเจ้าคงรู้แล้วว่าตอนนี้สำนักมารภูตผีและสำนักมารอสูรบุกเข้ามาถึงแผ่นดินชิงแล้ว……
จะว่าไปแล้วสำนักผู้ตรวจการเขตแดนคงมาแน่ พวกเจ้าลองคิดเอาก็แล้วกัน ถ้าข้าไม่ต้านทานสองสำนักทั้งมารภูตผีและมารโลหิต ภายในสามวันแผ่นดินชิงคงไม่ต่างกับขุมนรกบนดิน เมื่อถึงตอนนั้นสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะเข้าครอบครองแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานของแผ่นดินชิง ได้อย่างง่ายดาย และหากพวกมันครอบครองแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานแล้ว ผลที่จะตามมาแม้ข้าเองก็ไม่อาจคาดเดา!”
ชายหนุ่มหยุดพูด ขณะมีเสียงถอนใจแผ่วเบา “ข้าไม่ใช่คนโลภโมโทสัน ลองคิดดู มีจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เข้ามาในแผ่นดินชิงตั้งมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้กองกำลังมากฝีมืออย่างสำนักมารภูตผี และสำนักมารอสูรบุกรุกแผ่นดินชิงเต็มไปหมด เมื่อเป็นเช่นนี้เจ้าคิดว่าข้าจะจัดการกับพวกมันอย่างไร? เจ้าเองไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างเปิดเผย ดังนั้นข้าจึงต้องจ้างตัวช่วย เจ้าเห็นด้วยไหมเล่า?”
ซือถูหมิงเหลือบมองชายหนุ่มตรงหน้าแววตาเย็นเยียบ
“เจ้าพูดเหมือนเงินทองหลายร้อยล้านหามาได้ง่ายๆ เจ้าคิดว่าพวกเราร่ำรวยนักหรือไง?”
เยี่ยฉวนนิ่งเงียบท่าทางครุ่นคิด จากนั้นจึงพูดว่า “เหลือหนทางเดียว ใครๆ ต่างมีปัญหา ทว่ามัวถกเถียงกันเรื่องเงินทองอยู่เช่นนี้……มันก็เท่ากับนั่งรอความตายเท่านั้น”
คนตรงหน้านิ่งขึงพูดไม่ออก
พลันเยี่ยฉวนพูดขึ้นมาว่า “เอาอย่างนี้สิเจ้าส่งมอบสุดยอดศิลาจิตวิญญาณแปดร้อยล้านชิ้นให้ข้าทุกเดือน และข้ารับปากว่าแผ่นดินชิงจะอยู่รอดปลอดภัย แน่นอนว่าในส่วนของข้อตกลงเดิมคือเจ้าต้องช่วยข้าสกัดกั้นคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพขั้นแท้จริง และเปิดเผยข้อมูลทุกอย่าง ที่เหลือเป็นหน้าที่ของข้าเอง!”
ซือถูหมิงนิ่งคิดชั่วครู่จึงตอบว่า “ตกลง!”
ชายหนุ่มผงกศีรษะ ก่อนจะแบมือยื่นออกไปข้างหน้า เป็นการแสดงท่าทางซึ่งเป็นที่เข้าใจกันดี
สังเกตได้ชัดว่าชายชราซือถูหมิงเกร็งมุมปากกระตุกน้อยๆ แววตาเย็นชาจ้องเยี่ยฉวนไม่กะพริบจากนั้นจึงพับนิ้วชี้และดีดออกไป พลันวงแหวนสัมภาระอันหนึ่งตกปุลงบนฝ่ามือของเยี่ยฉวน
ชายหนุ่มจัดการเก็บวงแหวนสัมภาระเข้าที่แล้วจึงหันมาพูดกับคนตรงหน้า “อีกนานเท่าใดกว่าที่สำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีจะมาถึงแผ่นดินชิง?”
“ไม่เกินสามวัน!” ชายชราตอบเสียงห้วน
เยี่ยฉวนพยักหน้า “อืม……ถ้าเช่นนั้น ภายในสามวันข้าจะจัดการขับไล่จอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เข้ามาในแผ่นดินชิงให้หมดก็แล้วกัน”
ซือถูหมิงพึมพำเสียงแค่น “ดูเหมือนเจ้าจะมั่นใจเสียเหลือเกิน!”
เยี่ยฉวนหัวเราะหึ “เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล ยังไงซะข้าอยากเตือนว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเอาจริงแน่ พวกเจ้าเตรียมตัวไว้ได้เลยอีกไม่นานนี้แหละ!”
ซือถูหมิงเสียงเย็นเยียบ “เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง พวกข้าจัดการคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพขั้นแท้จริงเอง แต่ที่เหลือเป็นหน้าที่ของเจ้า”
หลังจากนั้นผู้พูดหันขวับกลับออกไป
