Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 478


บทที่ 478 เซียนกระบี่! (ปลาย)

ณ หุบเขาหว่านชิว

ในบริเวณมีเหล่าจอมยุทธ์ที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จำนวนกว่าห้าหมื่นคนกำลังรวมตัวกัน ณ เวลานั้น บ้างเป็นพวกที่หนีออกมาจากแผ่นดินชิงและบ้างเป็นพวกที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์

พวกที่มารวมตัวในตอนนี้ล้วนมาด้วยจุดประสงค์เพียงประการเดียวคือสังหารเยี่ยฉวน!

คนเหล่านี้เกลียดชังเยี่ยฉวนจนเข้ากระดูกดำ เดิมทีพวกเขามายังแผ่นดินชิงโดยมีความหวังว่าจะทำทุกอย่างได้ตามที่ใจปรารถนา พร้อมทั้งคิดว่าภายหลังจากหนึ่งเดือนที่เข้ามาอยู่ในแผ่นดินชิง พวกเขาจะสามารถกอบโกยเอาวัตถุดิบ ซึ่งนำไปใช้สำหรับฝึกฝนพลังหลังจากกลับไปแล้วได้อีกนานนับหลายทศวรรษเลยทีเดียว!

ถึงกระนั้นแผนการทั้งหมดมีอันต้องล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทั้งหมดนี่เป็นเพราะเจ้าเยี่ยฉวนคนเดียว!!

อีกทั้งกลายเป็นพวกตนกลับเป็นฝ่ายที่ถูกเยี่ยฉวนปล้นเอาทรัพย์สินไปอีกต่อ……

แม้ว่าจะมีคนมาชุมนุมกันนับหมื่นคนแล้วก็ตาม คนเหล่านี้ก็ยังไม่บุกเข้าไปจับตัวเยี่ยฉวนถึงในแผ่นดินชิง

คอย!

พวกเขากำลังคอยสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีซึ่งจะมาถึงในอีกไม่ช้า ไม่มีใครกล้าออกตามหาเยี่ยฉวนโดยปราศจากกองกำลังทั้งสอง!

ไม่มีใครไม่หวั่นเกรงต่อเยี่ยฉวนและกองทัพขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลาน!

เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปกระทั่งในที่สุด ท่ามกลางฝุ่นควัน ปรากฏเรือเหาะนับร้อยหยุดลอยลำนิ่งอยู่บริเวณด้านนอกเส้นทางสายไหมสู่แผ่นดินชิง

บนเรือเหาะผู้นำลำใหญ่ ประดับธงสีดำสนิทผืนมหึมามีความยาวต่อผืนไม่ต่ำกว่าแปดจั้ง แต่ละผืนปรากฏตัวหนังสือขนาดใหญ่สีดำเขียนว่า สำนักมารอสูร!

ขนาบข้างขวาของเรือเหาะเป็นเรือเหาะอีกลำซึ่งมีขนาดเท่าๆ กัน บนเรือเหาะประดับด้วยธงชนิดเดียวกัน ทว่าเป็นธงสีแดง

สำนักมารภูตผี!

ท่ามกลางสายตาของคนนับหมื่น พวกที่เรือเหาะราวห้าหมื่นต่างทยอยกระโจนลงมาทันที!

คนผู้เป็นหัวหน้าเป็นชายวัยกลางคนและสตรีซึ่งมีหน้าตาสวยสดงดงามสวมชุดสีแดง

ที่แท้คนทั้งสองคือ คูหมิงสวี เจ้าสำนักมารอสูรและจี้เหยียนหนู เจ้าสำนักมารภูตผี

ทั้งคู่เป็นผู้มีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!

คูหมิงสวีทอดสายตามองไปในทิศทางซึ่งไกลจนสุดลูกหูลูกตา ขณะต่อมาจึงเปล่งเสียงหัวเราะหึ “แผ่นดินชิง……ที่นี่เองไม่แปลกใจเลย สถานที่นี้เปรียบได้ดั่งแดนสวรรค์ซึ่งพวกเราสำนักมารอสูรและสำนักมารโลหิตจะใช้ฝึกฝนพลัง”

เสียงหัวเราะของจี้เหยียนหนูดังขึ้นบ้าง “จริงอยู่ แต่อย่าลืมว่าตอนนี้แผ่นดินชิงยังไม่ได้เป็นของเรา”

รอยยิ้มซึ่งปรากฏบนใบหน้าของคูหมิงสวีพลันเลือนหาย “คนชื่อเยี่ยฉวนฝีมือมันไม่ธรรมดาเลย! ในวันนั้นตระกูลซือถูส่งคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง และยังมีหัวหน้าแห่งดินแดนอันธารอีกคนลงมือสังหารเยี่ยฉวนพร้อมกัน เคราะห์ร้ายที่จนบัดนี้ไม่เคยมีใครได้ข่าวคราวของพวกมันอีกเลย ประหนึ่งว่าจู่ๆ พวกมันหายสาบสูญไปจากโลก แต่ถ้ายังไม่ตาย……”

จี้เหยียนหนูบิดมุมปากยกยิ้ม “ข้าคิดว่าคนที่ช่วยเขาอยู่เบื้องหลังอาจสูงขั้นกว่าเซียนกระบี่ก็เป็นได้ ซึ่งแปลกมากที่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ลงมือจัดการด้วยตัวเอง แต่กลับยืมมือเราสองคน!”

คูหมิงสวีพึมพำเสียงเบา “ถึงเราจะล่วงรู้เจตนาที่แท้จริงของพวกเขา แต่ข้อเสนอค่าตอบแทนก็ทำให้เราไม่อาจปฏิเสธ”

จี้เหยียนหนูพยักหน้าเห็นคล้อยตาม ด้วยเงื่อนไขที่จะให้สำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีร่วมกันครอบครองแผ่นดินชิง และพวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้อย่างที่ต้องการมันช่างหมอหวานเสียเหลือเกิน!

ครอบครองแผ่นดินชิง!

เงื่อนไขดึงดูดใจเกินไป!

มันดีเสียจนปฏิเสธไม่ลง!

ด้วยพวกเขาจะได้เข้าไปควบคุมแผ่นดินชิงโดยปราศจากการแทรกแซงของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน จะทำอะไรก็ได้ทุกอย่างที่อยากทำ ในความรู้สึกของคนที่มีความเชื่อลัทธิการบูชาภูตผีปีศาจ แผ่นดินนี้จึงเปรียบเสมือนแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับฝึกฝนพลังก็ว่าได้

เสียงของคูหมิงสวีถามทันควัน “เซียนกระบี่อาจารย์ของเยี่ยฉวน……ยังไม่ได้เรื่องของนางอีกหรือ?”

จี้เหยียนหนูตอบเสียงแผ่ว “ไม่มี ข้าเคยถามไปทางลี่ชิงอาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาฉางมู่ เขาก็ไม่เคยตอบเรื่องเซียนกระบี่……”

“ไม่ตอบ?”

อีกฝ่ายขมวดคิ้วพลางถามด้วยความข้องใจ “เพราะเหตุใด?”

สตรีชุดแดงสั่นศีรษะ “ข้าก็ไม่รู้ ถึงยังไงยังมีเรื่องที่พวกเราควรรู้ เยี่ยฉวนคือคนที่ทำให้สถานศึกษาฉางมู่ในแผ่นดินชิงพังพินาศ ถึงกระนั้นตอนที่ข้าเชื้อเชิญให้เขามาแผ่นดินชิงร่วมมือกับเราสังหารเยี่ยฉวน กลับถูกปฏิเสธเห็นได้ชัดว่าเขาคงเกรงกลัวอะไรบางอย่าง”

คูหมิงสวีหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด “แสดงว่าคนที่คอยช่วยเจ้าหนุ่มนั่นไม่ธรรมดาแน่! แต่จะเป็นไรไป ต่อให้นางเป็นมหาเซียนกระบี่ ขอเพียงปรากฏตัวออกมาสำนักมารอสูรของข้าจะจับนางไปสูบเอาเลือดเนื้อจนเหือดแห้ง หลังจากนั้นจะแขวนร่างไว้ที่หุบเขาปากทางเข้าสำนัก พวกเราจะได้บุกเข้าแผ่นดินชิงได้อย่างสบายใจเสียที!”

ริมฝีปากของจี้เหยียนหนูยิ้มเยื้อนหว่านเสน่ห์ “ข้าร่วมด้วย!”

ชายวัยกลางคนหัวเราะลั่น “ถ้างั้นพวกเราไป บุกเข้าแผ่นดินชิงไปตามหานางมหาเซียนกระบี่ จะได้เห็นกับตาว่านางมีสามหัวหกแขนหรือเปล่า!”

พูดจบคนสะบัดโบกมือไปข้างหน้า พลันกลุ่มคนนับพันพร้อมใจกันตบเท้าตรงเข้าแผ่นดินชิงทันที

และที่ตามมาข้างหลังคนหลายพันคือจอมยุทธ์ที่มาจากดินแดนศักดิสิทธิ์อีกนับหมื่นคน

ข่าวคราวการรุกรานของสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีประหนึ่งถูกฝูงตั๊กแตนเข้าโจมตี ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดินชิงอย่างรวดเร็ว

จากนั้นทั่วแผ่นดินชิงให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายอีกครั้ง

ณ สถานศึกษาฉางหลาน

ประตูห้องพักของเยี่ยฉวนเปิดผางออกทันที ก่อนที่เยี่ยฉวนจะเดินออกมา

ชายหนุ่มแหงนหน้าขึ้นไปทางท้องฟ้าเบื้องบน พลางทำท่าสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด “เฮ้อออ……สบายจัง!”

ทันใดนั้นลู่จิ้วเก๋อไสรถเข็นตรงมาที่เยี่ยฉวนยืนอยู่ เมื่อเข้ามาใกล้นางเอ่ยกับคนตรงหน้าด้วยสีหน้าขึงขัง “ข้ามีเรื่องจะรายงานให้ทราบ”

เยี่ยฉวนหันมาตอบ “เชิญว่าไป!”

สตรีบนรถเข็นจึงกล่าวต่อว่า “ก่อนหน้านี้ที่เจ้าให้ข้าไปติดต่อรวมรวมพวกตระกูลใหญ่ในแผ่นดินชิง……ซึ่งมีทั้งหมด 36 ตระกูล และ 27 สำนัก……ปรากฏว่ามีตระกูลใหญ่เพียงตระกูลเดียวที่ยอมเข้าร่วมกับแคว้นเจียงและร่วมมือกับพวกเรา อีกอย่างทั้งคนตระกูลใหญ่และชุมนุมสำนักที่เคยอยู่ในแคว้นเจียงได้แอบหลบหนีไปจนเกือบหมด!”

ชายหนุ่มถามเสียงเคร่ง “เพราะเหตุใด?”

ลู่จิ้วเก๋อตอบเสียงเบาหวิว “มีข่าวลือหนาหูว่าเพราะเจ้าชักนำสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีเข้ามา……เหล่าจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาที่นี่มุ่งหวังเอาชีวิตเจ้า นอกจากนั้นตระกูลใหญ่และชุมนุมสำนักคิดกันเองว่าในเมื่อจุดมุ่งหมายเพื่อเอาชีวิตเจ้าคนเดียว ฉะนั้นงานนี้พวกเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยว……”

คำดังกล่าวทำเอาเยี่ยฉวนนิ่งอึ้งพูดไม่ออก!!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version