บทที่ 495 ตายโดยยืนอยู่บนสองขาของตนเองดีกว่าอยู่อย่างคุกเข่า! (ต้น)
……
ทุกคนหันไปมองเยี่ยฉวน ในยามปกติเยี่ยฉวนซึ่งดูท่าว่าเป็นคนใจดีโดยเฉพาะเมื่ออยู่ที่สถานศึกษาฉางหลาน อย่าว่าแต่บุคคลภายนอกเลย แม้แต่ศิษย์ฉางหลานเองน้อยคนนักจะเคยเห็นชายหนุ่มแสดงอาการหัวเสีย……
……
อารมณ์ร้าย!……
..
อันที่จริงเขาเป็นคนอารมณ์ร้าย ทว่าไม่ใคร่แสดงออกกับคนใกล้ชิด
แต่เวลานี้คนข้างนอกนั่นหาใช่ญาติสนิทมิตรสหายของเขา
ม้าดีอาจฝึกได้ ในขณะที่คนดีมักถูกรังแก!
คนไม่อาจขาดมโนธรรม ไม่อาจขาดมนุษยธรรม ไม่อาจขาดเป้าหมายในชีวิต ทว่าไม่อาจละทิ้งความกล้าหาญและความเที่ยงธรรม
หากไม่มีแม้แต่ความกล้าหาญและความเที่ยงธรรม จะมีอะไรเป็นแก่นสารของชีวิต?
มนุษย์ที่เกิดมาล้วนเป็นคนดี ทว่ามาพร้อมกับด้านมืดด้วยเช่นกัน!
ความใจดีมีไว้สำหรับคนที่ดีและมิตรสหาย ในขณะที่ความชั่ว สำหรับคนที่ทำร้ายเรา!
ด้วยเมื่อใดที่เจ้าจัดการกับคนไม่ดี เจ้าต้องร้ายกว่าและโหดเหี้ยมยิ่งกว่า พวกมันจึงจะไม่กล้ามาทำร้ายเจ้า!
การทำดีกับคนชั่วเป็นสิ่งที่เยี่ยฉวนไม่เคยคิดที่จะทำและไม่ต้องการให้ศิษย์ของตนทำเช่นกัน
เมื่อเยี่ยฉวนพูดจบ กลุ่มคนซึ่งรายล้อมอยู่รอบตัวพากันถอยกรูดห่างออกไป ด้วยรอบตัวเยี่ยฉวนขณะนี้ ปรากฏศีรษะของคนนับสิบหล่นเกลื่อนกลาดไปบนพื้นดิน
ขณะนั้นพวกเขาได้ประจักษ์แจ้งแล้วว่า ความจริงชายหนุ่มที่ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าหาใช่คนที่ใครจะสร้างความขุนเคืองใจให้เกิดขึ้นโดยง่าย!
บรรยากาศโดยทั่วไปตกอยู่ในความเงียบสงบ ไม่มีใครกล้าทำเสียงกระซิบกระซาบอีกเลย ไม่มี!
เยี่ยซินและศิษย์ฉางหลานหันมาค้อมตัวแสดงคารวะต่อเยี่ยฉวน จากนั้นพวกเขาทั้งหมดได้พากันเดินจากไป ฝูงชนที่ขวางอยู่เบื้องหน้าหลีกทางให้โดยแยกออกเป็นสองฝั่งเหลือช่องทางเดินให้กลุ่มคนผ่านไป ไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางอีก
ออกจากเมือง!
ศิษย์ฉางหลานทุกคนมีน้ำตาเอ่อล้นเบ้าตา โดยเฉพาะเด็กสาวเยี่ยซินซึ่งบัดนี้ใบหน้าชุ่มโชกไปด้วยคราบน้ำตา!
ทุกคนรู้สึกผูกพันกับฉางหลานเสมือนเป็นบ้านของพวกเขา!
เยี่ยฉวนนิ่งเงียบ
นับตั้งแต่เข้ามารับช่วงต่อสถานศึกษาฉางหลาน เขาก็อุทิศตนให้กับงานอย่างหนัก ทุกลมหายใจมีแต่ฉางหลานอย่างแท้จริง
การประกาศยุบสถานศึกษาฉางหลานในครั้งนี้ก็เพื่อปกป้องฉางหลานในอีกหนทางหนึ่ง หรืออีกนัยศิษย์ฉางหลานจะได้ใช้โอกาสฝึกฝนพัฒนาฝีมือของตัวเอง
เดิมทีฉางหลานเคยพึ่งพาเขามาโดยตลอด!
การที่เป็นอย่างนี้ใช่ว่าเป็นการช่วยเหลือสถานศึกษาฉางหลาน ทว่ากลับกลายเป็นยิ่งซ้ำเติมฉางหลาน ทุกคนในสถานศึกษาต้องรู้จักที่จะเผชิญความยากลำบากเพื่อในวันข้างหน้าพวกเขาจะได้เติบโตขึ้น
ชายหนุ่มเชื่ออย่างหนักแน่นว่าสักวันหนึ่งเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง ทุกคนจะต้องแตกต่างไปจากที่เป็นอยู่!
หลังจากนั้นไม่นานเยี่ยฉวนหันกลับและเดินขึ้นไปบนหุบเขา จู่ๆ เขาหยุดฝีเท้ากระทันหันราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้พร้อมส่งเสียงตวาดห้วน “หลีกไปให้พ้น!”
คนอื่นรอบข้างต่างหน้าตื่นด้วยความตกตะลึง
พลัยเยี่ยฉวนยกมือขึ้นข้างหนึ่งและสะบัดเบาๆ ทันใดนั้นลำแสงกระบี่พุ่งวาบ จากนั้นพลังชี่ได้กวาดเอาชีวิตผู้คนนับสิบที่กำลังมามุงดูตายสิ้นในทันที
คนที่รอดทั้งประหลาดใจทั้งตื่นกลัว แตกฮือหันหลังวิ่งหนีเอาตัวรอดไปคนละทิศละทาง
ชายหนุ่มพึมพำเสียงเยาะเย้ย “ดูพวกมันสิ เวลาพูดดีดีกลับไม่ฟังต้องให้มีคนตายจึงจะยอมฟังกันบ้าง ท่าทางข้าเป็นคนชั่วน่าจะเหมาะกว่า!”
“ถึงยังไงเจ้าก็ชั่วอยู่แล้วนี่!”
เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ร่างของชายชราจะโผล่เข้ามาทางด้านหลังเยี่ยฉวน
ที่แท้คนเจ้าของเสียงนั้นก็คือซือถูหมิงแห่งตระกูลซือถู!
ชายหนุ่มจึงทรุดกายนั่งลงบนก้อนหิน “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนลงมือเอง ดูเหมือนพวกมันจะไม่อยากคอยเจาะเข้าใจกลางแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานแล้ว พวกเจ้าเตรียมตัวให้ดี!”
ซือถูหมิงเดินมาหยุดที่เบื้องหน้าคนพูด “เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าจะเป็นคนขัดขวางพวกมัน?”
ชายหนุ่มโบกมือเป็นทำนองให้อีกฝ่ายสงบปากคำ “เจ้าก็บอกเองว่าถ้ายอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงจู่โจมข้าเมื่อไร พวกเจ้าจะต้านมันไว้! แต่นี่ผู้ทรงเกียรติลู่ออกจู่โจมแล้ว พวกเจ้าไม่หือไม่อือสักนิด”
ซือถูหมิงเงียบงัน
ผู้ทรงเกียรติลู่!
เขาเป็นผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกชิงฉาง! นอกจากนั้นยังมีสำนักผู้ตรวจการเขตแดนให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง!
ตอนนี้พวกเขาจึงยังไม่พร้อมจะออกปะทะ ไม่กล้าแม้แต่จะหันปลายดาบใส่!
ชายหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ “แม้ว่าพวกเราจะไม่อาจขัดขวางการกระทำของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนได้ในตอนนี้ แต่มันยังเป็นศัตรูของเราอยู่ดี ไม่ใช่หรือ?”
ซือถูหมิงจ้องมองคนพูดตาเขม็ง “ยังไงเสียสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ยอมวางมือเรื่องเจ้าแน่นอน และยังมีคนอีกมากมายนั่นก็เช่นกัน……”
เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “นอกจากสำนักผู้ตรวจการเขตแดน คนที่อยากเอาชีวิตข้ามากที่สุดก็คงเป็นตระกูลซือถูนั่นแหละ ตระกูลซือถูของเจ้าคิดจะจู่โจมข้าเหมือนกันงั้นสิ?”
ซือถูหมิงตอบน้ำเสียงเย็นเยือก “ไม่ต้องห่วง ตระกูลซือถูของเราไม่ลงมือกับเจ้าในตอนนี้แน่ อีกไม่นานเจ้าจะได้รู้จักคนอย่างข้าดีพอ ก่อนไปข้าอยากขอเตือนเจ้าไว้สักอย่างจับตาดูสำนักผู้ตรวจกการเขตแดนไว้ให้ดี สำนักนี้ไม่ยอมมีเซียนกระบี่คนที่สองโผล่มาบนโลกชิงฉางได้อย่างแน่นอน!”
หลังจากนั้นคนพูดจึงหันกลับหลังก่อนจะหายตัวไป
คล้อยหลังซือถูหมิงไปเพียงไม่นาน เบื้องหน้าเยี่ยฉวนมีชายชราอีกคนปรากฏกายออกมา
จ้าวหอชั้นห้า!
เมื่อเห็นคนตรงหน้าชายชราเม้มริมฝีปากยิ้มฝืน “ข้าเพิ่งกลับมา จึงได้รู้ว่าเจ้าประกาศยุบฉางหลานไปแล้ว……”
เยี่ยฉวนยิ้มในหน้าพลางตอบว่า “แค่ชั่วคราวเท่านั้น!”
คนฟังพยักหน้า “ของล้ำค่าที่เจ้าให้ข้านำไปประมูลขายก่อนหน้านั้น ข้าแลกเป็นสุดยอดศิลาจิตวิญญาณได้ถึงสามพันเจ็ดร้อยล้านชิ้นทีเดียว”
จ้าวหอชั้นห้างอนิ้วชี้และกางออกทันที พลันวงแหวนสัมภาระอันหนึ่งตกลงมาบนฝ่มือของเยี่ยฉวนซึ่งยื่นออกมาข้างหน้ารอรับพอดี
สุดยอดศิลาจิตวิญญาณจำนวนสามพันเจ็ดร้อยล้าน!
ชายหนุ่มจัดการเก็บงำไว้ทันที สิ่งที่ได้มาทั้งหมดทำให้เขานำไปทำอะไรได้อีกหลายต่อหลายอย่าง!
จ้าวหอชั้นห้าท่าทางลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถามออกไปว่า “เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป?”
เยี่ยฉวนตอบ “ข้าจะไปจัดการธุระบางอย่าง!”
อีกฝ่ายจึงเอ่ยเสียงขรึมว่า “ระวังสำนักผู้ตรวจการเขตแดนให้ดี ตอนนี้พวกมันถึงกับยอมฉีกหน้ากากตัวเอง บางทีมันอาจทำอะไรก็ได้”
สำนักผู้ตรวจการเขตแดน!
ชายหนุ่มผงกศีรษะ “อย่าได้เป็นห่วงข้าจะระวังตัวให้มากขึ้น”
คนจ้าวหอตบบ่าเยี่ยฉวนเบาๆ ก่อนจะพูดว่า “ถ้ามีอะไรเจ้าสามารถติดต่อข้าได้ทุกเมื่อ รักษาสุขภาพ!”
จากนั้นจ้าวหอชั้นห้าก็กลับออกไป
