บทที่ 510 เยี่ยฉวนจอมลวงโลก! (ปลาย)
ทันทีที่เห็นคนซึ่งเพิ่งผละไปปรากฏอยู่ในระยะไกล แววตาเกรี้ยวกราดของทัวป้าเหยียนมีร่องรอยหม่นมัวเล็กน้อย พลันเจ้าตัวจึงได้ยอมรับกับตนเองว่าออกจะรู้สึกผิดหวังอยู่มิใช่น้อย……
ความรักงั้นหรือ?……
หากนางไม่อยากคิดมากจนเกินไป งั้นแล้วอย่างเดียวที่รู้คืออะไรบางอย่างภายในใจดูเหมือนจะแจ่มชัดยิ่งขึ้น……
เมื่อออกมาจากแคว้นหนิง เยี่ยฉวนจึงตรงไปยังสำนักมารอสูรทันที
สำนักใหญ่ของสำนักมารอสูรตั้งอยู่ในเมืองเก่าแห่งหนึ่ง คนของสำนักมิได้มุ่งไล่ล่าฆ่าฟันผู้คนอยู่ตลอดเวลา ในทางตรงกันข้ามพวกมันพยามหลอกล่อเหล่าจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้หันมาเข้าร่วม
ทำให้สำนักมารอสูรขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ภายในหอโถง ขณะที่คูหมิงสวีผู้เป็นเจ้าสำนักมารอสูรกำลังนั่งสมาธิปฏิบัติกรรมฐานอยู่นั้น
ทันใดก็มีเสียงกระแอมดังขึ้นใกล้ๆ ภายในหอโถงแห่งนั้นเอง
คูหมิงสวีขยับเปลือกตากระพือเปิดขึ้นรวดเร็ว ไม่ไกลจากที่คนนั่งเท่าใดนักปรากฏร่างของบุรุษปริศนาแต่งดำทั้งตัวยืนนิ่ง
ชายแต่งดำขณะนั้นยืนหันหลังให้ ส่งผลให้เงาที่ทอดไปตามพื้นดูจะยิ่งยาวกว่าปกติ
เมื่อสายตาจับภาพคนทางเบื้องหน้า พลันสีหน้าของคูหมิงสวีแปรเปลี่ยนเคร่งขรึมลงไปเกือบจะทันที
ด้วยเป็นเพราะไม่อาจทราบได้อย่างแน่ชัดว่าบุรุษตรงหน้าคือใคร มิหนำซ้ำคนผู้นี้ได้ปรากฏกายออกมาโดยที่ตนไม่สำเหนียกเลยแม้น้อย
และที่สำคัญเขาไม่อาจรับรู้ลมหายใจของคนที่เข้ามาได้เลย
ผิดแล้ว ดูเหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ที่นี่เลยด้วยซ้ำ!
คนตรงหน้าเป็นยอดฝีมือระดับไหน?
พลันเหงื่อเย็นเชี่ยบไหลหยดไล่ลงมาตามหน้าผากของคูหมิงสวี
ต่อมาเสียงคนสวมดำกล่าวกับอีกฝ่ายว่า “เจ้าสำนักคูอย่ากลัวไปเลย ข้ามาไม่ได้มีเจตนาร้าย มิเช่นนั้นชีวิตของเจ้าคงหาไม่ไปเสียนานแล้ว!”
น้ำเสียงแหบห้าวลงเล็กน้อย
คูหมิงสวีผ่อนลมหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นจึงถามคนตรงหน้า “เจ้าเป็นใคร?”
ชายสวมดำตอบให้ “ข้าจากโลกชิงฉางไปเสียนานโข……ปัจจุบันชื่อแซ่ของข้าคงจะถูกลืมเลือนไปจากโลกชิงฉางหมดแล้วสินะ”
จากไปนานโข!
เสียงคูหมิงสวีถามด้วยน้ำเสียงขลาดกลัว “ท่านมีธุระอะไร?”
คนสวมดำผงกศีรษะ “มีสิ เจ้าสำนักคูคงจะหลงลืมอะไรสักอย่าง”
“หลงลืม?”
คูหมิงสวีถึงกับตาเหลือกตะลึงงันไปชั่วขณะ “ช่วยบอกข้ามาเถอะ!”
อีกฝ่ายจึงบอกว่า “ครั้งหนึ่งเจ้าเคยรับปากกับศิษย์ข้าว่าจะมอบสุดยอดศิลาจิตวิญญาณให้เขาจำนวนหนึ่งพันล้านชิ้น ทว่าเจ้าได้มอบให้ไปเพียง 500 ล้านเท่านั้น!”
คนเจ้าสำนักชะงักงันไป เพียงชั่วครู่สีหน้าคนแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงก่อนจะรีบละล่ำละลักออกไปว่า “ยะ……เยี่ยฉวน……ทะ……ท่านเป็นอาจารย์ของเขางั้นหรือ?”
คนสวมดำผงกศีรษะแทนการตอบรับ
ครานี้คูหมิงสวีแทบสะอึกพูดเสียงรัว “ทะ……ท่านคือเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง?”
คนสวมดำไม่ตอบได้แต่นิ่งเฉย ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ข้าไม่เคยคิดเลยว่ากว่าพันปีให้หลัง ยังมีคนบนโลกนี้ที่จดจำข้าได้!”
เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง!
คำพูดประโยคเดียวทำให้คูหมิงสวีชาวาบ สมองตื้อคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ!
เขายังอยู่!
เยี่ยฉวนไม่ได้โกหก เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางยังมีชีวิตอยู่จริงและกลับมาแล้ว!
เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง!
เมื่อหลายร้อยปีก่อนเขาผู้นี้เคยสยบสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมาแล้ว! ยิ่งไปกว่านั้นเขาผู้นี้ยังเป็นยอดฝีมือคนแรกที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างเปิดเผยในโลกชิงฉาง!
ขณะนั้นคูหมิงสวีหน้าตื่นนัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
พลันคนสวมดำพูดขึ้นทันทีว่า “เจ้าสำนักคู คนเราต้องมีความน่าเชื่อถือ เจ้าจะว่ายังไง?”
คนตรงหน้าจึงรีบลนลานหยิบวงแหวนสัมภาระ ก่อนจะชี้ออกไปและสิ่งนั้นทะยานไปอยู่กับคนสวมดำ จากนั้นจึงรีบค้อมตัวลงต่ำ “ข้าผิดเอง ตอนนี้ข้าจึงหวังว่าท่านจะช่วยนำสุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 500 ล้านชิ้นไปให้เยี่ย……คุณชายเยี่ยด้วยขอรับ”
คนสวมชุดดำเก็บวงแหวนสัมภาระจากนั้นจึงหันมาพูดกับอีกฝ่าย “ข้ามานี่ แน่ใจได้เลยว่าไม่ใช่เพื่อมาทวงสุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 500 ล้านชิ้นเพียงอย่างเดียว”
คูหมิงซ่วนรีบตอบอย่างประจบประแจง “มิได้ ข้าไม่ได้ด่วนสรุปเช่นนั้น โปรดช่วยชี้แนะด้วยเถอะขอรับ”
คนตรงข้ามพยักหน้าจากนั้นจึงมีเสียงกล่าวต่อไปว่า “เวลานี้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนมุ่งร้ายหมายชีวิตศิษย์ข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าจะพาเขาไปต่อสู้กับพวกมันยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตามมีคนในแผ่นดินชิงที่เขาเป็นห่วงเป็นใยอย่างคนที่แคว้นหนิงและอาณาจักรต้าอวิ๋น……”
ผู้ฟังรีบตอบทันที “ตกลงขอรับ สำนักมารอสูรจะคอยเฝ้าระวังแคว้นหนิงและอาณาจักรต้าอวิ๋นเอง และจะไม่ยอมให้จอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปก่อปัญหาขึ้นที่นั่นเป็นอันขาด”
คนสวมดำผงกศีรษะ “ขอบใจ”
คูหมิงสวียิ้มแห้ง “ข้ายอมทุกอย่าง แต่อยากจะถามสักอย่างว่าในเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ เหตุใดจึงไม่ไปปรากฏตัวเล่าขอรับ? สำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะได้ไม่กล้าตอแยก่อปัญหาให้คุณชายเยี่ยฉวนอีก”
คนสวมดำสั่นศีรษะน้อยๆ “คนหนุ่มสาวจะเป็นยอดฝีมือโดยปราศจากการฝึกฝนได้อย่างไร? ข้าจงใจจัดให้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนเป็นคู่ต่อสู้ของเขาเอง อีกอย่างหลังจากที่ข้าออกจากแผ่นดินชิงไปแล้ว สำนักผู้ตรวจการเขตแดนดูจะเหิมเกริมมากขึ้นนัก”
คนฟังพยักพเยิดเออออ “ภายหลังจากที่ท่านไปแล้ว สำนักผู้ตรวจการเขตแดนก็เริ่มใช้กำลังบีบบังคับกองกำลังกลุ่มอำนาจในโลกชิงฉางเพื่อหวังจะเป็นผู้นำบนโลกใบนี้ เวลานี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ อีกทั้งพลังชี่จิตวิญญาณก็อับเฉาไปจนหมด ทว่าพวกสำนักผู้ตรวจการเขตแดนยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง พวกมันไม่เพียงต้องการลดทอนอำนาจของกองกำลังในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังยึดครองแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานในแผ่นดินชิงด้วย……”
คนสวมดำเหยียดยิ้มมุมปากและพูดว่า “ทำใจให้สบาย พวกมันจะได้อยู่อีกไม่นาน”
คูหมิงสวีหน้าตื่น “ท่านจะจัดการกับพวกนั้นหรือขอรับ?”
ฝ่ายที่ถูกถามจึงว่า “สิ่งที่พวกมันทำ ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวเมืองและกลุ่มอำนาจทั้งที่อยู่ในและนอกโลกชิงฉาง ข้ากลับมาครั้งนี้เพื่อฝึกฝนศิษย์และสั่งสอนสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไปพร้อมกัน!”
คนฟังได้ยินเข้าถึงกับตาเหลือกหน้าเลิ่กลั่ก แน่เสียยิ่งกว่าแน่ เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางจะต่อสู้กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน!
วันแห่งกัลปาวสานของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนใกล้จะมาถึงแล้ว!
เสียงของคนสวมดำพูดมาทันทีว่า “ตอนนี้ข้าไม่อยากเปิดเผยตัวออกมา เรื่องในแผ่นดินชิงให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน”
กล่าวจบก็หันหลังกลับและเดินออกจากหอโถง
คนที่อยู่ข้างหลังค้อมตัวลงคารวะพร้อมส่งเสียงอำลา “โชคดีขอรับ!”
