Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 520


บทที่ 520 ความเที่ยงธรรม เกียรติภูมิ! (ต้น)

พี่จะต้านเอาไว้!……

คนเป็นน้องมองหน้าพี่ชาย ในหัวใจของเด็กหญิงรู้สึกเต็มตื้นด้วยความปีติ นางถลาเข้าไปจากนั้นก็โผเข้ากอดแขนเยี่ยฉวนไว้แน่น ยิ้มแก้มแทบปริด้วยความยินดี “ข้าจะไปกับท่านพี่!” ……

เมื่อได้เห็นสีหน้าท่าทางของคนน้อง คนเป็นพี่อดไม่ได้จึงเปล่งหัวเราะเสียงดัง

ขณะต่อมาเสียงของเซินเว่ยหยางพูดขึ้นทันทีว่า “เวลานี้แค่เมืองอวิ๋นคงส่งสุดยอดพลังฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงอย่างน้อยสามคน! และอาจมียอดฝีมือพวกที่ซุ่มอยู่ในเงามืด แน่ชัดว่าเป็นคนของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน ถ้าขืนพานางออกไป วันนี้หนทางของพวกเจ้ามีแต่ตายกับตายเท่านั้น”

เยี่ยฉวนเหยียดมุมปาก “ถ้างั้นเราควรทำยังไง?”

เซินเว่ยหยางจับตามองคนพูดนิ่ง จากนั้นจึงเปลี่ยนมาใช้พลังชี่ลึกลับในการสนทนาเฉพาะสองฝ่าย “เยี่ยฉวน เจ้าน่าจะรู้ดีว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมีจุดมุ่งหมายที่แท้จริงเพื่อมาจับเจ้า เพียงแค่เจ้าเดินออกไปข้างนอกนั่น เยี่ยหลิงก็จะปลอดภัย”

ชายหนุ่มส่ายหน้าพลางบิดมุมปากยกยิ้ม “เจ้าหมายความว่าให้ข้ายอมแพ้และยอมให้มันกุดหัว เพื่อแลกกับความปลอดภัยของน้องของข้างั้นสิ?”

ฝ่ายตรงข้ามตอบทันควัน “เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเจ้า”

“ถ้าข้าเดินออกไปยอมให้พวกมันจับตัว เจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกมันจะยอมวางมือจากน้องข้า?” เสียงเยี่ยฉวนถามกลับ

เซินเว่ยหยางนิ่วหน้า เสียงเคร่งขึ้นเล็กน้อย “จุดมุ่งหมายของมันอยู่ที่เจ้า……”

เยี่ยฉวนส่ายหน้าก่อนจะสวนคำขัดจังหวะขณะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันจบประโยค “ยอมแพ้งั้นหรือ? ข้าจะทำเรื่องโง่ๆ เช่นนั้นได้อย่างไร?”

เขาไม่เคยฝากความหวังไว้กับคนอื่น โดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นศัตรู

เชื่อหรือว่าจะหาความเมตตาได้จากศัตรู?

มีแต่คนโง่เท่านั้นที่เชื่อเรื่องแบบนี้!

เยี่ยฉวนเดินไปหยุดต่อหน้าเซินเว่ยหยาง “ตอนนี้สำนักเหมันตอุดรมีทางออกอยู่สองทาง ทางแรกปกป้องน้องข้า จากนั้นก็ส่งยอดฝีมือออกไปต้านทานคนของเมืองอวิ๋นคงและสำนักผู้ตรวจการเขตแดน ทางที่สองยอมให้ข้าพานางหนีไป ผลลัพธ์ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพวกเราจะรับมือกับมันเอง!”

ท่าที……

สิ่งที่เขาปรารถนา ณ เวลานี้คือท่าทีของสำนักเหมันตอุดร

เยี่ยฉวนพูดจบแล้ว ทำให้บรรยากาศเงียบงันไปเป็นครู่

ท่าทีของเยี่ยฉวนนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจน ถ้ายอมให้เยี่ยหลิงอยู่ ย่อมหมายความว่าสำนักเหมันตอุดรยอมที่จะเปิดฉากการต่อสู้กับเมืองอวิ๋นคงและสำนักผู้ตรวจการเขตแดน

หากพวกเขาเลือกทางที่สองหมายความว่าให้เยี่ยฉวนพาเยี่ยหลิงไป และสำนักเหมันตอุดรก็จะปลอดภัย

ทางออกมีสองทาง

นี่แหละ ปัญหาใหญ่ของสำนักเหมันตอุดร

ด้วยเป็นเพราะสำนักเหมันตอุดรทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อพัฒนาเยี่ยหลิงไปอย่างมากมาย ถ้ายกเลิกในตอนนี้พูดได้เลยว่าความเสียหายนั้นหนักสาหัส! ทว่าหากเดินหน้าต่อ หมายความว่าสำนักจะต้องเผชิญหน้าต่อสู้กับเมืองอวิ๋นคงและสำนักผู้ตรวจการเขตแดน

ความแข็งแกร่งของสำนักเหมันตอุดรเวลานี้สามารถต่อสู้กับทั้งสองกองกำลัง ทว่าผลสุดท้ายคือความพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

จะสู้หรือจะถอย?

ทุกคนมองไปที่เซินเว่ยหยางเป็นตาเดียว

เยี่ยฉวนเองก็กำลังรอคำตอบจากคนเจ้าสำนักด้วยเช่นกัน

อันที่จริงสำนักเหมันตอุดรยังมีทางเลือกที่สามคือ ส่งตัวเยี่ยฉวนให้กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน ขณะที่ผลลัพธ์ก็คือสำนักผู้ตรวจการเขตแดนอาจยอมวางมือจากเยี่ยหลิง

ถึงกระนั้นเซินเว่ยหยางไม่กล้าลงมือจู่โจมเยี่ยฉวนอยู่ดี

หากลงมือจู่โจมเยี่ยฉวน ไม่เพียงก่อให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจให้คนที่อยู่เบื้องหลังชายหนุ่มเท่านั้น ทว่าได้ก่อให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจต่อเยี่ยหลิงด้วย……ถึงตอนนั้นธิดาศักดิ์สิทธิ์จะเกลียดชังสำนักของตนเอง คนเจ้าสำนักก็ไม่กล้านึกถึงผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป

พลันลู่อวิ๋นซึ่งขณะนั้นยืนอยู่ไม่ไกลนักพูดขึ้นมาว่า “เจ้าสำนัก ธิดาศักดิ์สิทธิ์เป็นคนมีชีวิต ศิษย์ของสำนักเหมันตอุดรอีกนับพันไม่ใช่คนที่มีชีวิตหรือเจ้าคะ? ถ้าเกิดการต่อสู้ใหญ่ จะเหลือคนที่รอดชีวิตอีกกี่คนกัน?”

ทันใดนั้นเยี่ยหลิงหันขวับไปมองลู่อวิ๋นสายตาแสดงความไม่ชอบใจนัก ก่อนจะพูดกับคนเป็นพี่ที่ยืนเคียงข้าง “ท่านพี่ นางปีศาจนี่ร้ายกาจมากเจ้าค่ะ!”

คนที่ถูกกล่าวหาได้ยินคำพูดของเยี่ยหลิงเข้าถึงกับโกรธจนตัวสั่น ทว่าก็ไม่กล้าเคลื่อนไหว ไม่กล้าแม้กระทั่งโต้ตอบอะไรอีก

ด้วยพลังแข็งแกร่งของเยี่ยฉวนนั้นน่าหวั่นเกรงใช่ย่อย

อีกคนที่ไม่ห่างออกไปนัก เซินเว่ยหยางกวาดสายตาไปยังศิษย์สำนักเหมันตอุดรที่อยู่ล้อมรอบซึ่งขณะนั้นกำลังมองมายังคนเจ้าสำนัก ครู่ต่อมาเกิดเสียงถอนใจหนักหน่วง ก่อนที่นางจะหันกลับและพูดว่า “เจ้าพานางกลับไปเสีย”

พาเยี่ยหลิงกลับไป……

ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกจากปาก ลู่อวิ๋นซึ่งยืนฟังอย่างใจจดจ่อก็ปล่อยเสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจ รวมทั้งศิษย์ของสำนักเหมันตอุดรที่อยู่รอบๆ บางคนพลอยถอนใจอย่างโล่งอก

อย่างไรก็ตามศิษย์สำนักเหมันตอุดรบางคนมีสีหน้าเศร้าซึมลง ด้วยยังรู้สึกผูกพันกับเด็กหญิงเยี่ยหลิงอยู่บ้าง

โดยเฉพาะแม่เฒ่าเหลิ่ง เมื่อเห็นว่าเซินเว่ยหยางตัดสินใจแล้วเช่นนั้น นางจึงรีบทักท้วงขึ้นว่า “เจ้าสำนักนางเป็นความหวังของสำนักเช่นนี้ ถ้าเราล้มเลิกเสียกลางคันสำนักเหมันตอุดรของเราก็จะ……”

ลู่อวิ๋นพูดแทรกขึ้นทันทีพลางสั่นศีรษะ “นางมีชีวิตแล้วศิษย์ของสำนักเหมันตอุดรไม่มีชีวิตงั้นหรือ? ถ้าเรายอมให้คนของสำนักเหมันตอุดรตายเพื่อนาง สิ่งนี้จะติดเป็นตราบาปของสำนักเราไปตลอดกาล”

สตรีแม่เฒ่าเหลิ่งขยับทำท่าจะพูดอีก ทว่าลู่อวิ๋นชิงส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม “ตอนนี้สำนักเหมันตอุดรไม่อาจสู้รบปรบมือกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนและเมืองอวิ๋นคงในเวลาเดียวกัน ต่อให้ต้องสู้กันจริง ก็ยากจะช่วยนางให้อยู่รอดปลอดภัย อีกทั้งในหัวใจของนางอยู่ที่อื่นถึงอยู่ที่นี่ต่อไปก็เปล่าประโยชน์”

คนพูดรัวเร็ว “เจ้าสำนักตัดสินใจถูกต้องแล้ว แม้ว่าสำนักเหมันตอุดรจะช่วยนางด้วยลงสู่สมรภูมิ ในวันที่เราพ่ายแพ้ไม่เพียงเราจะต้องเสียนางไป แต่ทุกคนในสำนักเหมันตอุดรต้องตายด้วยเช่นกัน ความตายไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทว่าปัญหาคือเราจะสู้หน้าบรรพบุรุษได้อย่างไร ถ้าถึงตอนนั้นสำนักเหมันตอุดรล่มสลายไปจากโลกนี้เสียแล้ว”

แม่เฒ่าเหลิ่งเหลือบมองคนอื่นก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ และพูดว่า “ถ้าสำนักเหมันตอุดรเลิกล้มจากนาง เหล่าไต้ซือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะเห็นพวกเราเป็นอย่างไร? เหล่าไต้ซือแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะพากันคิดว่าพวกเรากลัวตาย ถึงกับยอมละทิ้งคนยอดอัจฉริยะล้ำลึกเช่นนี้เพื่อปกป้องชีวิตตัวเอง ความตายไม่น่ากลัว แต่สำนักเหมันตอุดรจะเป็นสำนักที่สูญสิ้นความเที่ยงธรรม!”

ฝ่ายลู่อวิ๋นจึงโต้กลับน้ำเสียงเย็นเยียบ “ความเที่ยงธรรมงั้นหรือ? เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมจึงต่อสู้กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนหรือ? สำนักเหมันตอุดรดำรงอยูมานานนับพันปี วันใดที่ตัดสินใจต่อสู้กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน วันนั้นสำนักคงไม่อาจยืนหยัดอยู่ต่อไปได้อีก ครานี้ขอถามหน่อย อะไรสำคัญกว่าระหว่างความเที่ยงธรรมกับศิษย์นับพันของสำนักเหมันตอุดรหรือ?”

แม่เฒ่าเหลิ่งไม่ได้ใส่ใจที่จะตอบคำถามของลู่อวิ๋น ทว่าหันไปมองเซินเว่ยหยางอีกด้านหนึ่ง ซึ่งฝ่ายหลังได้แต่นิ่งเงียบ

ฟากหนึ่งของหอโถง เยี่ยฉวนประคองเยี่ยหลิงก่อนจะพาเดินออกไป

ดูเหมือนชายหนุ่มจะนึกอะไรบางอย่างออก เขาและเยี่ยหลิงจึงชะงักหยุดอยู่ตรงปากทางเข้าหอโถงนั้นเอง เยี่ยฉวนหันกลับไปมองคนข้างหลังและกล่าวว่า “พวกเรารู้จักแยกแยะความเมตตาและความเกลียดชัง สำนักเหมันตอุดรดูแลและฝึกฝนพลังให้น้องข้า ข้าเข้าใจว่าสิ่งพวกเจ้าทุ่มเทลงไปคงมิใช่น้อยๆ ข้าเองไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครเสียด้วย”

ขณะที่พูดเขากระดิกนิ้วชี้และทำท่าดีดออกไป……

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version