Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 545


บทที่ 545 ก่อนอื่นต้องฆ่าเยี่ยฉวน! (ต้น)

จะด้วยวาจาของคนที่อยู่ตรงหน้าหรืออย่างไรก็ตามที ชายสวมชุดผ้ากระสอบบิดตัวท่าทางทุรนทุราย ครู่หนึ่งก็ขาดใจตายไปต่อหน้า……

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเพราะอาการบาดเจ็บหรือเขาโกรธจนกระอักเลือดตาย……

หลังจากนั้นทั้งบริเวณเงียบงันเหมือนว่าทุกคนเกิดความลังเลใจ ต่อมาศิษย์ชางเจี้ยนต่างตะโกนโห่ร้องด้วยความยินดีกันยกใหญ่ หลายคนหันไปมองเยี่ยฉวนนอกจากแววตาซึ่งบ่งบอกความตื่นเต้นและยินดีแล้ว ยังเจือด้วยแววตาแห่งความนับถือด้วย!

พวกเขาไม่เพียงนับถือในความกล้าแกร่งของเยี่ยฉวน ทว่านับถือในความกล้าที่จะยืนหยัดระหว่างช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเพื่อธำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิของสำนักชางเจี้ยน!

ชื่อเสียงและหน้าตาของสำนักเสมือนของศิษย์ด้วยเช่นกัน!

เยี่ยฉวนปรี่ตรงไปยังร่างของชายสวมชุดผ้ากระสอบและหยิบเอาวงแหวนสัมภาระรวมทั้งอาวุธขั้นสวรรค์ของเขาออกมาด้วย จากนั้นจึงหันไปคารวะอำลา “ทุกคน ข้ายังมีธุระต้องรีบไปทำ ไว้คราวหน้าค่อยพบกัน!”

จบคำพูดก็หันหลังวิ่งออกไปทันที

คนที่อยู่ในลานยังมิทันอ้าปากพูดด้วยซ้ำ

ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ฉางเสวี้ยนและเฉินเป่ยฮั่นทอดตามองตามหลังเยี่ยฉวนที่ไกลออกไป เจ้าสำนักเฉินเป่ยฮั่นยิ้มมุมปากและเอ่ยถามอีกฝ่าย “เจ้าคิดว่ายังไง?”

ฉางเสวี้ยนเงียบไป จากนั้นจึงมีเสียงตอบว่า “คนผู้นี้กำลังปกปิดพลังที่แท้จริงของตัวเอง!”

คนพูดหยุดคิดนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อไปว่า “ไม่เพียงพฤติกรรมดูมีลับลมคมใน ทว่าความเป็นมายังเป็นอะไรที่ดูมีลับลมคมในด้วย ข้าว่าเราน่าจะจับตาดูเขาเอาไว้นะขอรับ!”

อีกฝ่ายเอ่ยถามเสียงเบา “เจ้ายังรู้สึกขุ่นข้องหมองใจอยู่สินะ?”

คนถูกถามฝืนยิ้มพลางตอบให้ว่า “พี่ชาย ข้าดูเหมือนคนไม่มีเหตุผลอย่างนั้นหรือ? ตอนนี้หลานอวี้ต้องเจ็บปวดกับการสูญเสียครั้งใหญ่ อันที่จริงข้าเองรู้สึกโกรธไม่น้อย ทว่าจะไม่มีวันทำร้ายศิษย์โดยปราศจากความยั้งคิด โดยเฉพาะคนที่โดดเด่นน่าจับตามอง”

เฉินเป่ยฮั่นพยักหน้าช้าๆ “เมื่อได้ฟังที่เจ้าพูดมาแล้วข้าค่อยสบายใจขึ้นมาก เรายอมให้มีการแข่งขันกันในสำนัก ทว่าต้องเป็นไปในทางสร้างสรรค์ ชุมนุมเก่าแก่หลายแห่งการล่มสลายมิได้มีสาเหตุจากปัจจัยภายนอก ส่วนใหญ่พังพินาศก็เพราะคนในห้ำหั่นกันเองมากกว่า”

ฉางเสวี้ยนสีหน้าเคร่งขรึม “พี่ชายท่านกรุณาทำใจให้สบาย ศิษย์หญิงเองก็รู้สึกเสียใจไม่มากก็น้อยเช่นกันและที่แล้วมา นางไม่เคยทำอะไรที่ไม่สมเหตุสมผล ดังนั้นสำหรับข้าจะไม่โทษนางอย่าเด็ดขาด”

เจ้าสำนักพูดยิ้ม “เจ้าก็อีกคน อย่าตามใจศิษย์ให้มากนัก นางเป็นคนหัวรั้น ถ้าครั้งนี้ยังไม่ถือว่าได้บทเรียน ต่อไปนางอาจต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่! ถ้าจดจำบทเรียนนี้ไว้ ก็จงใช้ประสบการณ์นี้ให้เป็นประโยชน์!”

อีกฝ่ายก้มหน้า “เข้าใจแล้วขอรับ!”

เฉินเป่ยฮั่นหันหน้าไปอีกทาง ขณะสายตาทอดมองไปยังยอดเขาอวิ่นเจี้ยนพลางพูดเสียงเบาพอให้ได้ยินว่า “ส่วนเรื่องที่มาของชายหนุ่มคนนั้น ข้ารู้ดีว่าจะจัดการอย่างไร!”

เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น สีหน้าของฉางเสวี้ยนค่อยผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้วขอรับ!”

เฉินเป่ยฮั่นละสายตาหันมามองอีกฝ่าย “ข้าได้ข่าวล่าสุดว่า การเข้าควบคุมแผ่นดินชิงของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนใกล้จะยุติการดำเนินการแล้วทั้งหมด! ถ้าเป็นไปอย่างไม่รีบร้อนน่าจะใช้เวลาราวครึ่งเดือน ถ้าเร่งรัด คงอีกไม่เกินห้าวัน!”

คนตรงข้ามตอบเสียงขรึม “ถ้าแผ่นดินชิงล่มสลาย……เป้าหมายของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนอันดับต่อไป เห็นจะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่แห่งนี้กระมังขอรับ?”

เสียงหัวเราะแค่นๆ ของคนเจ้าสำนักดังขึ้นเบาๆ “ดูท่าว่าพวกมันพร้อมจะต่อสู้กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาตั้งนานแล้ว”

ฉางเสวี้ยนออกจะตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น “พวกมันกล้าดียังไง? แล้วพวกโลกสวรรค์กับพวกชุมนุมพลังเร้นลับเห็นดีเห็นงามไปกับพวกนั้นด้วยงั้นหรือ?”

คู่สนทนาบิดมุมปากยกยิ้ม “เรื่องนั้นข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน! ข้าอยากจะเห็นนัก ถ้าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนกล้าล่วงเกินคนหมู่มาก ถ้าพวกมันกล้าลงมือ……โลกจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆ!”

เมื่อได้ฟังคนพูดแล้ว ทั้งสองหันไปสบตากัน

บนยอดเขาอวิ่นเจี้ยน

หลังกลับเข้าไปยังหอโถง เยี่ยฉวนล้มตัวลงไปนอนแผ่หลากับพื้นห้องอย่างรวดเร็ว

เขาต้องรีบบำบัดอาการบาดเจ็บด่วนจี๋!

ตลอดเวลาที่อยู่ในสำนักชางเจี้ยนเยี่ยฉวนไม่กล้าเข้าออกหอคอยแห่งเรือนจำตามอำเภอใจอย่างเมื่อก่อน! ฉะนั้นสิ่งที่พอจะทำได้คือรักษาแต่เพียงภายนอก!

ขณะที่กำลังต่อสู้ เขาต้องเก็บกดพลังที่แท้จริงไว้ จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะในการปะทะครั้งล่าสุด

แม้ว่าตนจะสวมใส่เกราะอ่อนขั้นสวรรค์ไว้จึงสามารถสกัดกั้นคมของอาวุธมีดใบจักรไว้ได้ หากมิได้หมายความว่าจะไม่ส่งผลเลยแม้แต่น้อย!

ด้วยเสื้อเกราะอ่อนขั้นสวรรค์มิได้ใช้เพื่อกำจัดพลังให้หมดสิ้นไปแต่ประการใด

ทำให้พลังรุนแรงมหาศาลถั่งโถมลงมาใส่เขาอย่างเต็มที่!

ไม่ถึงกับตายแต่ก็ปางตาย

เขาใช้เวลาทำการบำบัดอาการบาดเจ็บร่วมหนึ่งชั่วยาม จึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง

ขณะต่อมาเยว่ฉีเดินเข้ามาในหอโถงและตรงมาที่เขา “ตอนที่เจ้าใช้เพลงกระบี่ออกจู่โจมครั้งแรก ข้าว่ามันแปลกๆ!”

ทักษะกระบี่ที่ใช้จู่โจมครั้งแรก?

เยี่ยฉวนออกอาการสีหน้าลังเล ในใจแอบรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเฉยๆ

ทักษะกระบี่ที่เขาใช้นั่นคือหนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!

เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครทันสังเกต ทว่าก็ไม่คาดคิดว่าเยว่ฉีจะเป็นคนจับสังเกตได้ ถึงกระนั้นนับว่าเป็นเรื่องปกติ ด้วยสตรีมีสายตาเฉียบคมและฉลาดหลักแหลม ถ้าได้มาเห็นอย่างนางต้องพบความผิดปกติในการจู่โจมอย่างแน่นอน!

เมื่อเห็นชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่ตอบ สตรีจึงพยักหน้าน้อยๆ “ข้าก็แค่ถามดู”

ชายหนุ่มยิ้มเฝื่อน “อาจารย์เยว่ ทักษะกระบี่นั่นมีชื่อว่าหนึ่งกระบี่ชี้ชะตา ผู้อาวุโสคนหนึ่งถ่ายทอดทักษะนี้ให้ข้า นางบอกว่าสิ่งนี้หาใช่เพลงกระบี่ ทว่าเกิดจากปณิธานของกระบี่แห่งเต๋าขอรับ”

ปณิธานของกระบี่แห่งเต๋า……

เยว่ฉีกะพริบตาปริบ และดูท่าว่านางจะจมดิ่งสู่ภวังค์ความคิดของตนเองเป็นครู่ใหญ่ เงียบงันไปราวหนึ่งถ้วยชาหายร้อน นางจึงหันไปมองเยี่ยฉวนและถามว่า “ผู้อาวุโสที่เจ้าพูดถึงบอกอะไรเกี่ยวกับเพลงกระบี่บ้าง?”

เยี่ยฉวนนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนตอบว่า “นางบอกว่าถ้าข้าใช้ทักษะกระบี่จู่โจมคู่ต่อสู้ ศัตรูจะตายในกระบี่เดียวและจะตกอยู่ในการควบคุมของข้า ดังนั้นจึงทักษะนี้จึงได้ชื่อว่าหนึ่งกระบี่ชี้ชะตา”

ผู้ฟังมีสีหน้าลังเลชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มเดินวนไปวนมาอยู่ภายในคฤหาสน์ จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานนางจึงหยุดเดินและหันกลับมาจ้องหน้าเยี่ยฉวน สีหน้าเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด “ผู้อาวุโสของเจ้ายังอยู่ที่นี่ไหม?”

ชายหนุ่มสั่นศีรษะเป็นทำนองปฏิเสธ

พลันแสงแห่งความผิดหวังฉายวูบในแววตาของเยว่ฉี

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version