Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 576


บทที่ 576 ปรมาจารย์

อยู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนปรากฏกายต่อหน้าเยี่ยฉวน อายุราวๆ สามสิบได้ เขาสวมชุดเสื้อคลุมสีเทา มีกระบี่อยู่ในฝักแถวเอว มือซ้ายอยู่ที่ด้านหลัง ส่วนมือขวาอยู่ที่อกซึ่งกำลังถือก้อนหินสีดำไว้ในมือ

ตาเหลือบมองมือยักษ์ที่อยู่เหนือศีรษะ ในเวลาต่อมาอยู่ๆ กระบี่ของเขาก็เหินขึ้นฟ้า

ฉึบ!

พร้อมกับเสียงฉีกขาด มือยักษ์เหนือศีรษะของเยี่ยฉวนถูกผ่าเป็นครึ่งในฉับพลัน!

แข็งแกร่ง!

เยี่ยฉวนตะลึงงัน กระบี่ของบุรุษผู้นี้อาจเป็นเล่มที่เยี่ยมยอดที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นก็ว่าได้ เว้นแค่ของสตรีลึกลับนั่น!

แม้ชายในชุดคลุมเทาจะโจมตีไปเพียงหนึ่งครั้ง แต่คำที่ปรากฏขึ้นมากลับมีแค่ ‘แข็งแกร่ง’ !

แข็งแกร่งยิ่งนัก!

คนชุดคลุมเทาชำเลืองมองไปที่เมืองสัตว์อสูรเล็กน้อย “หลังจากชนรุ่นหลังพลาดพลั้ง ชนรุ่นก่อนก็เข้ามาประลอง ไม่มีความละอายหรืออย่างไร?”

เมื่อเขากล่าวจบประโยค นิ้วมือข้างซ้ายพลันชี้ออกไป

ฉึบ!

ฉับพลันกระบี่ที่อยู่แถวเอวของเขาก็เหินขึ้นไปสูง และฟาดลงบนกำแพงเมืองของเมืองสัตว์อสูรที่อยู่ไม่ไกลออกไป

ฟึบ!

เมื่อกระบี่ตกลงมา กำแพงเมืองที่สูงเกือบครึ่งลี้ก็ถูกผ่าลงมาจนถึงเบื้องล่าง ทิ้งช่องว่างอันกว้างใหญ่ไว้อีกด้วย!

“บังอาจนัก!”

เสียงตะโกนกราดเกรี้ยวดังขึ้นจากด้านในของเมืองสัตว์อสูรทันที ร่างหนึ่งอยู่ๆ ก็บินออกมาจากส่วนลึกของเมือง ไม่ช้าเขาก็มาปรากฏกายอยู่ตรงข้างชายชุดคลุมเทา

เขาเป็นชายชรา!

บนศีรษะของชายชรามีเขาสีดำคู่หนึ่ง ครั้นกำลังจะจู่โจม ชายคนชุดคลุมเทาก็พูดขึ้นมาในทันที “กลับไปเสีย!”

สิ้นคำพูด เขาก็ชี้ออกไปด้วยนิ้วมือซ้ายและหวดอย่างแรง

กระบี่ปรากฏออกมา

ไกลออกไป สีหน้าของชายชราพลันเปลี่ยนไปก่อนจะส่งหมัดออกไม่มีรีรอ

ตูม!!!

ห้วงอากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ชายชราหงายท้องลอยลิ่ว ก่อนจะพลิกตัวแล้วบินกลับไปในเมืองสัตว์อสูร!

ชายคนชุดคลุมเทาชายตามองอย่างไม่ใส่ใจไปที่เมืองสัตว์อสูร “นี่มันกลุ่มก้อนของเศษสวะ! ชนรุ่นใหม่ไม่ได้ความ มิหนำซ้ำชนรุ่นเก่าก็อ่อนแอเช่นกัน!”

สิ้นคำนิ้วของเขาก็ชี้ออกไป

ตูม!!!!

ห่างออกไป ประตูของเมืองสัตว์อสูรได้พังทลายลง

ขณะนั้นเองเหล่าชายฉกรรจ์ผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนพลันทะยานมาจากทุกหนแห่งของหุบเขาแดนพิสดารและเร่งรุดมาที่หุบเขาแดนพิสดาร

ทั้งหมดนั้นเป็นบุรุษผู้แกร่งกล้าแห่งขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!

คนชุดคลุมเทาที่อยู่กลางอากาศทอดมองไปรอบๆ อย่างไร้ความรู้สึก “เผ่าอสูรจะมีอสูรตนใดสามารถออกมาประลองยุทธ์กันได้บ้าง?”

“ข้าจะออกไปเอง!”

เสียงอันเดือดดาลดังขึ้นมาจากทิศเหนือในทันใด จากนั้นมังกรตัวขนาดความสูงกำแพงเมืองก็บินข้ามฟ้ามาและตรงรี่เข้าไปหาชายคนต้นเรื่อง ร่างกายของมันมีพลังมหาศาลที่สามารถบิดเบือนชั้นบรรยากาศในจุดที่บินผ่าน

เป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสะพรึง!

ชายชุดคลุมเทาก้าวออกไปด้านหน้า ก่อนจะจรดนิ้วมือข้างซ้ายสองนิ้วลงหว่างคิ้ว จากนั้นที่เบื้องหน้าก็มีกระบี่ปรากฏขึ้นอย่างสงบเงียบ ก่อนจะพุ่งเหินออกไปราวกับแสงวาบวับของอัสนี

กระบี่นั้นขยายใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นทุกขณะที่บินตลอดทาง เมื่อมันมาถึงเบื้องหน้าเจ้ามังกร มันก็มีความยาวเท่าความสูงกำแพงเมืองได้!

คนชุดคลุมเทาพลันชี้นิ้วและเอ่ย “ฟัน!”

ฟึบบบ!!!

ห่างออกไปร่างของมังกรถูกแบ่งเป็นสองส่วนในฉับพลัน โลหิตหลั่งไหลลงมาจากท้องฟ้าราวกับน้ำตก

แล้วรอบด้านก็เงียบลงไปในทันที!

เพียงชั่วครู่ รอบด้านเยี่ยฉวนและชายคลุมชุดสีเทาก็เผยให้เห็นลมปราณอันทรงพลังนับสิบ

ขั้นต่ำที่สุดคือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!

คนชุดเทาตีหน้าเฉยเมย พร้อมกันนั้นกระบี่ของเขาก็บินกลับมาหาตัว ล่องลอยในอากาศอย่างสงบเสงี่ยม

เขาชายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง “ชนรุ่นเก่าแห่งเผ่าอสูร นี่คือสิ่งที่เจ้ามีหรือ?”

“เจ้ากล้าดียังไง!”

อยู่ๆ เสียงอันเดือดดาลก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ขณะเดียวกันนั้นเองเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากเมืองสัตว์อสูรซึ่งอยู่ห่างออกไป “หยุด!”

มันทั้งดังก้องเสียจนหูแทบดับ

เบื้องล่าง ร่างของเยี่ยฉวนสั่นเทิ้ม ศีรษะเกิดอาการวิงเวียน เขาจึงเร่งบรรจงใช้ปณิธานกระบี่เพื่อปกป้องตนเอง

คนในเสื้อคลุมเทาจ้องมองไปที่เมือง อยู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนอีกคนในเสื้อคลุมสีขาวเผยกายออกมา

คนคลุมชุดสีขาวแย้มยิ้ม “เจี้ยนซ่วนไม่ได้พบกันนาน!”

เจี้ยนซ่วน!

ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของสัตว์อสูรโดยรอบพลันเปลี่ยนไป

มีชายผู้แข็งแกร่งแห่งชนรุ่นเก่าส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ไม่รู้เกี่ยวกับสองคำนี้ เพราะสองคำนี้ได้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งโลกชิงฉาง!

เจี้ยนซ่วน!

ณ ตอนนั้นเขาคือผู้อยู่ลำดับสูงสุดบนทำเนียบผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งโลกชิงฉาง เหตุที่ชุมนุมพลังเร้นลับไม่สามารถอยู่ในลำดับหนึ่งได้ก็เพราะเขาผู้นี้!

และเจี้ยนซ่วนก็เป็นบุคคลผู้ที่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนหวาดกลัวมากที่สุด!

เจี้ยนซ่วนที่อยู่บนอากาศปรายตามองคนในชุดคลุมขาวอย่างเย็นชา “ปรมาจารย์สัตว์อสูรปรารถนาจะประลองยุทธ์หรือไม่?”

คนถูกเรียกว่าปรมาจารย์สัตว์อสูรส่ายศีรษะและยิ้ม “เมื่อเราประมือกัน คงต้องใช้ถึงสิบวันและสิบคืนถึงจะรู้ได้ว่าผู้ใดได้รับชัยชนะ ช่างไร้ความหมายที่จะปะทะกัน”

เจี้ยนซ่วนกล่าวอย่างไร้เยื่อใย “เช่นนั้น ก็ปล่อยชายคนนั้นไป!”

ปรมาจารย์สัตว์อสูรยิ้มบาง “เจี้ยนซ่วน ด้วยความสัตย์จริง สำนักชางเจี้ยนปรารถนาจะก่อสงครามกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจริงหรือ?”

เจี้ยนซ่วนไม่แสดงความรู้สึกใดๆ “เป็นสำนักผู้ตรวจการเขตแดนที่ไม่สามารถต้านทานการดำรงอยู่ของสำนักชางเจี้ยนต่างหาก มิใช่หรือ?”

ปรมาจารย์สัตว์อสูรส่ายศีรษะไปมาและชี้ไปที่เยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ไกล “สิ่งที่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนหวั่นเกรงแท้จริงคือบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเจ้า หากสำนักชางเจี้ยนส่งตัวเขามา เรื่องทุกอย่างก็จะจบลงไม่ใช่หรือ? น้อยที่สุดก็ชั่วคราวใช่หรือไม่?”

เบื้องล่างเยี่ยฉวนเผชิญหน้ากับปรมาจารย์สัตว์อสูร “ท่านผู้อาวุโส ให้ข้ากล่าวสักเล็กน้อยได้หรือไม่?”

ปรมาจารย์สัตว์อสูรมองดูอีกฝ่ายแล้วหัวเราะ “ย่อมได้ ทำไมถึงไม่ได้!”

เยี่ยฉวนหัวเราะ “ท่านผู้อาวุโส หากสำนักผู้ตรวจการเขตแดนต้องการตัวภรรยาของท่าน เพื่อที่จะไม่ให้นางสร้างความรำคาญให้พวกเขา ท่านจะส่งตัวภรรยาของท่านให้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนหรือไม่?”

ปรมาจารย์สัตว์อสูรหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกำมือขวาช้าๆ

ในครั้งนี้เยี่ยฉวนส่ายศีรษะและยิ้ม “ปรมาจารย์สัตว์อสูร ท่านคิดว่าความมีเกียรติและความภาคภูมิใจคือสิ่งใด หากเรามีชีวิตโดยไร้ชึ่งความมีเกียรติและความภาคภูมิใจ ไม่ใช่ว่าเราจะตกต่ำเสียยิ่งกว่าสุนัขหรือ?”

เจี้ยนซ่วนชำเลืองมองเยี่ยฉวนจากบนอากาศและไม่ได้กล่าวอะไร

ปรมาจารย์สัตว์อสูรยิ้มบาง “เจ้ามีความกล้าหาญที่บังอาจมาเยือนเมืองสัตว์อสูรเพื่อท้าประลองด้วยตัวผู้เดียว หากแต่เจ้ารู้เกี่ยวกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจริงหรือ? ยามสำนักชางเจี้ยนอยู่จุดสูงสุด กล่าวคือเจ้าแห่งกระบี่ของโลกฉางยังดำรงอยู่ เขาไม่สามารถทำลายล้างสำนักผู้ตรวจการเขตแดนได้ อย่าได้เอ่ยถึงตอนนี้”

เยี่ยฉวนตอบรับในทันที “ไม่มีอะไรยากเกินต่อใจที่มุ่งมั่น ตราบใดที่ข้ายังดำรงอยู่ ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะทำลายล้างสำนักผู้ตรวจการเขตแดนให้สิ้น!”

สำหรับเยี่ยฉวน เขาและสำนักผู้ตรวจการเขตแดนอยู่ในสถานะที่ไม่อาจยอมศิโรราบแก่กันได้ ไม่ว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะถูกทำลายหรือไม่ เขาจะต้องแสดงความเชื่อมั่นกล้าได้กล้าเสีย!

อย่างไรก็ตามเขาได้คุยโวโอ้อวดไปแล้วและไม่มีอะไรจะเสีย!

ปรมาจารย์สัตว์อสูรยกนิ้วให้เยี่ยฉวน “เจ้าช่างเยี่ยมยอด เยี่ยมยอดยิ่งนัก ข้าจะตั้งตาคอย!”

จากนั้นเขาก็ชายตาไปมองเจี้ยนซ่วนและหัวเราะ “ในเมื่อเจ้ามาถึงนี่ด้วยตนเอง ข้าจะไว้หน้าเจ้า อย่าได้กังวล!”

ตามที่ปรมาจารย์สัตว์อสูรออกคำสั่ง ซางเยว่ถูกพาออกมาในไม่ช้า หากแต่พวกเขาที่ได้เห็นซางเยว่ สีหน้าของเยี่ยฉวนและเจี้ยนซ่วนก็หมองหม่นไปในทันที

เหตุเพราะลมปราณของซางเยว่นั้นอ่อนมากเหลือเกิน ไม่ใช่แค่ลมปราณอ่อน หากแต่รวมถึงจุดตันเถียนก็แตกสลาย และแขนทั้งสองข้างของเขาก็ถูกตัดทิ้ง!

เมื่อเห็นภาพนี้ เจี้ยนซ่วนจ้องมองปรมาจารย์สัตว์อสูร อีกฝ่ายพลันเหยียดยิ้ม “หากเจ้าต้องการให้เยี่ยฉวนอยู่ข้างกาย เจ้าจะพบจุดจบเดี๋ยวกับเขา เช่นนั้นก็เอาเลย!”

ใบหน้าเจี้ยนซ่วนดูเย็นชาและมืดครึ้ม หากแต่ปรมาจารย์สัตว์อสูรกลับยิ้มและเบือนหน้า

ขณะนั้นเองเยี่ยฉวนก็พูดขึ้นมาทันควัน “เอาเลย!”

ได้ยินเช่นนั้น ปรมาจารย์สัตว์อสูรก็หยุดการเคลื่อนไหว

ทุกผู้นามจ้องเขม็งไปที่เยี่ยฉวน

เจี้ยนซ่วนก็จ้องมองด้วยเช่นกัน เยี่ยฉวนจับกระบี่ในมือขวาของเขาแน่น “ท่านปรมาจารย์ เอาเลย! ไม่ต้องกังวลเรื่องของข้า แม้แต่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนก็ไม่สามารถสังหารข้าได้ นับประสาอะไรกับสัตว์อสูร”

เจี้ยนซ่วนมองเยี่ยฉวน “เจ้าปกป้องตนเองได้หรือไม่?”

เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ “ได้ขอรับ!”

เจี้ยนซ่วนพยักหน้าเบาๆ แล้วหันไปมองปรมาจารย์สัตว์อสูรที่อยู่ไม่ไกลนัก “เจ้าทำร้ายชายคนหนึ่งที่เป็นชนรุ่นใหม่ของสำนักชางเจี้ยนของพวกข้า ข้าจะสังหารผู้เยาว์ร้อยคนในหมู่สัตว์อสูรของเจ้า! ไม่สิ ข้าจะล้างบางชนรุ่นใหม่ของเผ่าอสูรเจ้าให้สิ้น!”

หลังจากนั้นเขาก็แปรสภาพเป็นลำแสงของกระบี่แห่งแสงและรีบเร่งเข้าไปในเมืองสัตว์อสูร

เห็นภาพนั้นแล้วสีหน้าของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไปอย่างมาก “บังอาจ!”

จากนั้นเขาก็เร่งรุดพุ่งตรงเข้าหาเจี้ยนซ่วนทันที

แต่เจี้ยนซ่วนไม่ได้ปะทะกับเขาแต่อย่างใด ทว่าหมายหัวไปที่ชนรุ่นใหม่ของเผ่าอสูรแทน!

ขณะนั้นเองปรมาจารย์สัตว์อสูรเกิดตื่นกลัวเล็กน้อย ระหว่างที่ครุ่นคิดบางอย่าง อยู่ๆ เขาก็ส่งเสียงตะโกนออกมา “สังหารเยี่ยฉวนเสีย!”

ไม่นานนักพลังลมปราณอันแกร่งกล้าเป็นสิบก็มุ่งตรงไปยังเยี่ยฉวนเป็นจุดเดียว

ทว่าคนโดนหมายหัวกลับเฉยเมย ไม่ได้ลี้หนีหรือเคลื่อนไหวแต่อย่างใด…

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version