Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 584


บทที่ 584 บนชั้นที่สี่? (ต้น)

เขาตายแล้วที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์?

เยี่ยฉวนตกตะลึง “แน่ใจหรือว่าเขาตายที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์?”

ชายวัยกลางคนแสยะยิ้ม น้ำเสียงเย้ยหยัน “ข้าจะกุเรื่องขึ้นเองได้อย่างไร? เยี่ยฉวนมันทำให้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนขุ่นเคืองเสียขนาดนั้น ลองสำนักผู้ตรวจการเขตแดนหมายหัวใครแล้วมีหรือจะรอด?”

คนฟังพยักหน้า “เจ้าพูดมีเหตุผล!”

จากนั้นจึงผลักฝ่ามือข้างขวาออกไปทันที

ฮึ่มมมม!

เสียงกระบี่คำราม พร้อมกับรัศมีแห่งกระบี่แผ่วาบกระจายออกไปโดยรอบ

ฉัวะ…

พลันชั่วพริบตา กลุ่มคนที่กำลังรายล้อมอยู่รอบตัวเยี่ยฉวนรวมทั้งชายวัยกลางคนเบื้องหน้า ทันทีที่รัศมีคมกริบปะทะได้ตวัดตัดคนขาดครึ่งท่อนอย่างฉับพลัน!

ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทั้งยังค้างในจอประสาทตา แววตาของชายวัยกลางคนฉายความแปลกใจ หากเพียงไม่ถึงอึดใจ นัยน์ตาของมันเบิกกว้างมองชายตรงหน้าด้วยแววตาหวาดกลัวสุดขีด “จะ…เจ้าคือเยี่ยฉวน!”

เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “ถูกต้อง! ข้าจะให้รางวัลเจ้าสักกระบี่หนึ่งก็แล้วกัน!”

พูดจบก็เงื้อกระบี่และฟาดออกไป

ควับบบ!

ฉับพลันศีรษะของชายวัยกลางคนปลิวหวือ โลหิตแดงฉานสาดกระจายทั่วบริเวณ!

ดวงตาของชายเคราะห์ร้ายเบิกโพลง เขาตายไปพร้อมกับจิตที่หมองมัวชั่วนิรันดร์

พลันเยี่ยฉวนฉวยเก็บวงแหวนสัมภาระของอีกฝ่ายมา พลางสำรวจภายในนั้น ในวงแหวนสัมภาระบรรจุสิ่งของเบ็ดเตล็ดหลากหลาย รวมทั้งสุดยอดศิลาจิตวิญญาณซึ่งมีอยู่มากรวมแล้วถึง 1 หมื่น 6 พันล้านชิ้น!

1 หมื่น 6 พันล้าน!

สำหรับคนที่อยู่ในแผ่นดินชิง จำนวน 1 หมื่น 6 พันล้านนั้นน่าตกใจมากทีเดียว!

เช่นนั้นจึงเป็นไปได้ว่าในช่วงระยะที่ผ่านมา ย่อมมีเมืองน้อยใหญ่หลายต่อหลายแห่งที่ถูกพวกมันบุกเข้าทำลาย

หลังจากกวาดเก็บวงแหวนสัมภาระจนเสร็จ ขณะที่เขาเตรียมจะกลับไป พลันยอดยุทธ์บนชั้นสองส่งเสียงบอกดังขึ้นว่า “นางขึ้นไปบนชั้นสี่แล้ว!”

ชั้นที่สี่!

คนที่ได้ฟังหยุดกึก ก่อนจะผลุนผลันเข้าไปในหอคอยแห่งเรือนจำด้วยความรวดเร็ว

ภายในหอคอย เด็กสาวมิได้อยู่ในชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สอง หรือกระทั่งชั้นที่สาม……

บนชั้นที่สี่!

เยี่ยฉวนหัวคิ้วขมวดมุ่น ถามอย่างข้องใจ “นางขึ้นไปได้อย่างไร?”

“ไม่รู้!” ยอดยุทธ์ชั้นสองตอบห้วน

ชายหนุ่มรีบกลืนคำสบถซึ่งออกรออยู่ที่ริมฝีปากเสียทันควัน “ท่านยอดยุทธ์ นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ! นางเข้าไปข้างในได้อย่างไรขอรับ?”

“ข้าจะรู้ได้ไง!” เสียงคนตอบบอกว่าชักมีน้ำโหขึ้นมานิดหน่อย

ก่อนที่จะบานปลายไปกว่านี้ แสงสว่างปริศนาพลันพุ่งวาบมาที่ชั้นหนึ่ง และต่อมาร่างน้อยๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งปรากฏออกเบื้องหน้าเยี่ยฉวน

เยี่ยฉวนเอ่ยถามทันที “เจ้าอยู่ที่ชั้นสี่งั้นหรือ?”

เด็กหญิงพยักหน้าน้อยๆ

คนถามถามขึ้นอีก “มีใครอยู่บนนั้นบ้าง?”

เด็กน้อยจ้องหน้าเยี่ยฉวนก่อนตอบว่า “เขาไม่ให้ข้าบอกเจ้า และสั่งข้าว่าให้ระวังให้ดี เจ้าเป็นคนหน้าด้านไม่ค่อยรู้ร้อนรู้หนาว!”

พูดจบ คนตัวเล็กก็เหินเข้ามาหาเยี่ยฉวนทันที จากนั้นก็เอื้อมมือมาหยิกจึ้กเข้าให้ที่ใบหน้าของชายหนุ่ม และพึมพำเบาๆ กับตัวเอง “ไม่หนาเท่าไรสักหน่อย!”

เยี่ยฉวนนิ่งอึ้ง

เด็กหญิงตรงข้ามแบมือยื่นหมับออกมาข้างหน้า “ไหน ผลไม้วิเศษ!”

ได้ยินคนพูดเช่นนั้นชายหนุ่มรีบหยิบผลจิตวิญญาณส่งให้กับเด็กหญิงคนมาใหม่ทันที เมื่อเห็นสิ่งที่เยี่ยฉวนยื่นให้เบื้องหน้าเด็กหญิงเผยรอยยิ้มกว้าง และคว้าหมับอย่างรวดเร็ว โชคร้ายหน่อยที่ผลของมันนั้นมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าตัวของเด็กหญิงด้วยซ้ำ ทว่านางก็ไม่สนใจกลับกัดกินหน้าตาเฉย

พักใหญ่นางก็จัดการกินจนเกลี้ยง

เด็กหญิงหันมาพลางแบมือยื่นมาอีก เห็นได้ชัดว่านางต้องการผลไม้เพิ่ม!

เยี่ยฉวนจำต้องงัดผลไม้วิเศษทั้งที่มีอยู่ออกมากองเบื้องหน้าอีกฝ่าย ซึ่งนั่นคือทั้งหมดที่ฉกฉวยได้มา!

เขาไม่ได้นำผลไม้วิเศษมอบให้จ้าวหอชั้นสามเพื่อขายทั้งหมด ทว่าขยักไว้บางส่วน!

เมื่อเห็นผลไม้วิเศษกองอยู่ตรงหน้าหลายผล เด็กหญิงทำท่าดีใจลิงโลดจากนั้นจึงหยิบผลไม้ใส่ปากกินด้วยความเอร็ดอร่อย

เยี่ยฉวนหัวเราะเบาๆ ถามขึ้นว่า “ผลไม้นี่อร่อยนักหรือ?”

เด็กน้อยผงกศีรษะขณะปากขยับเคี้ยวตุ้ย “ใช่! มากๆ เลย!”

อีกฝ่ายฟังแล้วเป็นต้องยิ้ม จากนั้นจึงถามต่อว่า “บอกข้าทีซิว่ามีใครอยู่บนชั้นสี่?”

เด็กหญิงสั่นศีรษะ “บอกไม่ได้”

เยี่ยฉวนทำหน้าเคร่งขรึม สุ้มเสียงจริงจัง “เราไม่ได้เป็นสหายกันหรอกหรือ?”

สหาย?

คนที่กำลังเคี้ยวกร้วมชะงักหยุด หันมามองเยี่ยฉวนสีหน้างุนงง “มันคืออะไร?”

ชายหนุ่มถึงกับอึ้งไป

เด็กหญิงมองเยี่ยฉวนครู่หนึ่ง พลันสั่นศีรษะ “เจ้าเป็นมนุษย์ มนุษย์ไว้ใจไม่ได้ ไม่มีใครดีสักคน”

ดูเหมือนนางจะนึกขึ้นได้จึงรีบฉวยเอาผลจิตวิญญาณไปเก็บ สีหน้าและแววตาแฝงความอ้างว้างขณะที่พูดกับอีกฝ่ายว่า “ที่นี่เคยเป็นที่ที่สงบ ทว่าถูกเจ้าทำลายเพราะไร้ความยั้งคิด เวลานี้ทั่วทั้งแผ่นดินเนืองนองไปด้วยโลหิต……พวกเจ้ามันเลวจริงๆ!”

พูดพลางจ้องเยี่ยฉวนไม่วางตา

โดยอีกฝ่ายดูเหมือนจะสิ้นคำพูดจึงได้แต่นิ่งเงียบ

แหลกสลาย!

เป็นที่กระจ่างชัดว่าเพราะการกระทำอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนของมนุษย์ทำลายแผ่นดินชิงจนพินาศ ทำให้คนตัวเล็กๆ คนหนึ่งไม่อาจอาศัยอยู่ได้ต่อไป

ยิ่งกว่านั้นสำนักผู้ตรวจการเขตแดนยังควานหาตัวเด็กหญิงไปทุกที่

ถ้านางตกอยู่ในกำมือของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน นางอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้

ความคิดของเยี่ยฉวนหวนกลับสู่ปัจจุบันพลางเอ่ยยิ้มๆ “เด็กน้อย! ข้ายังไม่รู้จักชื่อแซ่ของเจ้าเลย!”

เด็กหญิงส่ายหน้าพลางตอบทันที “เรื่องอะไรข้าต้องบอกเจ้าว่าข้าชื่ออาหลิง!”

ชายหนุ่มพยักพเยิดขณะเออออตามน้ำ “ไม่เป็นไร ข้าก็ไม่รู้หรอกว่าเจ้าชื่ออาหลิง!”

อาหลิงมองคนพูดสายตาระคนสงสัย ครู่หนึ่งจึงเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ! ทว่าด้วยความเป็นเด็กนางจึงไม่คิดมาก และก้มหน้าก้มตากินผลไม้ต่อไป

เยี่ยฉวนไม่อยากซักไซ้อาหลิงเรื่องหอคอยชั้นสี่อีกแล้ว ด้วยถึงถามไปก็ไม่ได้อะไรมากนัก! เมื่อใดที่เขาได้ครอบครองกฎแห่งเต๋า เมื่อนั้นเขาก็จะรู้เองว่าบนชั้นที่สี่มีอะไร

อย่างไรก็ตามการที่เด็กหญิงสามารถเข้าไปในหอคอยชั้นที่สี่ได้เช่นนี้ ทำให้ชายหนุ่มออกจะประหลาดใจมากทีเดียว

นางสามารถข้าไปในชั้นที่สี่ ย่อมเป็นไปได้ว่านางอาจขึ้นไปที่ชั้นห้า ชั้นหกและกระทั่งชั้นที่เก้าได้……

ชั้นที่เก้า!

เยี่ยฉวนเกิดความรู้สึกพิศวงและสนใจใคร่รู้เสียแล้วว่า อะไรนะที่สถิตย์อยู่บนชั้นที่เก้า!

หลังจากโอ้เอ้เล่นหัวกับเด็กหญิงต่ออีกพักใหญ่ เยี่ยฉวนจึงออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ ทันใดนั้นเสียงของยอดยุทธ์ชั้นที่สองคำรามขึ้นอีกครั้ง “เจ้าต้องไปตามสตรีลึกลับกลับมาโดยเร็ว มิเช่นนั้นเจ้าตายแน่!”

สตรีลึกลับ!

ชายหนุ่มรู้สึกจนปัญญาได้แต่ยิ้ม เขาจะไปตามหาสตรีลึกลับได้จากที่ไหนกันเล่า?

ทว่าก็ยอมรับว่าตนก็คิดถึงสตรีลึกลับคนนั้นอยู่เหมือนกัน

หยุดครุ่นคิดครู่หนึ่ง ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะออกเดินไป

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version