Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 593


บทที่ 593 เจ้ามันขวางหูขวางตาข้ามานานแล้ว! (ต้น)

ทั้งผืนดินในหุบเขากันดาร แต่ละวันมีแต่โลหิตแดงฉานไหลท่วมเจิ่งนอง

ไม่ว่าจะเป็นสำนักผู้ตรวจการเขตแดนหรือสำนักชางเจี้ยนต่างรอคอยอย่างคุมเชิง คอยการปรากฏของหัวใจแห่งแหล่งวัตถุพื้นฐานของแผ่นดินชิง

ทันทีที่สิ่งนี้ปรากฏ เมื่อนั้นศึกใหญ่ก็จะเริ่มขึ้น!

อย่างไรก็ตามจนบัดนี้ก็ยังไม่มีวี่แววของสิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอ!

ผ่านไปสองวัน ผู้ทรงเกียรติลู่และคนอื่นต่างมีสีหน้าที่ทั้งดำง้ำและอึมครึม

ขณะนี้ทุกคนล้วนรู้สึกเหมือนกันว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

เสียงดังมาจากหมู่คนที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ผู้ทรงเกียรติลู่คำรามลอดไรฟัน “ต้องมีอะไรผิดปกติแน่!”

หมั่วซิ่วหน้าแห้ง สีหน้าเครียดไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไร

พลันผู้ทรงเกียรติลู่พูดขึ้นว่า “หรือว่าสำนักชางเจี้ยนมันดอดมาฉกเอาออกไปเสียแล้ว?”

คนฟังสั่นศีรษะ “เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน สำนักชางเจี้ยนไม่มีทางแอบฉวยเอาไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ หากไม่มีค่ายกลมหากาฬกำราบ ถ้าหัวใจแหล่งวัตถุพื้นฐานเกิดต่อต้านขึ้นมา จะทำให้พลังชี่จิตวิญญาณของโลกและสวรรค์กลายเป็นแปรปรวน หรือไม่ก็สำนักชางเจี้ยนคงมีวิธีที่ทำให้หัวใจแหล่งวัตถุพื้นฐานยินยอมออกไปแต่โดยดี ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้!”

ยินยอมออกไปงั้นหรือ?

ผู้ทรงเกียรติลู่ที่อยู่ข้างๆ พลันส่ายหน้า เขาก็คิดเช่นกันว่าไม่มีทางเป็นไปได้

“หัวใจแห่งแหล่งวัตถุพื้นฐานไม่เคยไว้วางใจมนุษย์หน้าไหน ดังนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะยินยอมทำตามออกไปกับมนุษย์”

หลังจากต่างคนต่างนิ่งเงียบ ครู่หนึ่งผู้ทรงเกียรติลู่จึงเอ่ยเสียงกร้าว “เจ้าไปยังสำนักนิมิตปาฎิหาริย์ และถามหาผู้เฒ่าตาทิพย์ที่พยากรณ์ดวงชะตา… ช่างเถอะ ครั้งนี้ข้าจะไปด้วยตัวเอง!”

จากนั้นคนก็หันหลังโดยไม่รอฟังอีกฝ่าย และหายวับไปทันที

หลังจากออกมาไม่นาน ผู้ทรงเกียรติลู่ย้อนกลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมาถึงยังหุบเขากันดาร บนนั้นมีเพียงคฤหาสน์เก่าแก่ทรุดโทรมอยู่หลังเดียว เหนือซุ้มประตูมีป้ายหินจารึกชื่อปรากฏตัวอักษรอยู่ไม่กี่คำ…… ‘สำนักนิมิตปาฏิหาริย์’

ผู้มาเยือนตัดสินใจเดินข้ามช่องประตูเข้าไปภายในคฤหาสน์ จึงเห็นชายชรานอนตะแคงหันคว่ำหน้าอยู่บนพื้น คนผู้นั้นสวมผ้าคลุมผืนใหญ่สีเทา ทั้งยังมีกลิ่นสุราโชยหึ่งเข้าจมูก

ผู้ทรงเกียรติลู่เดินไปยังบริเวณที่คนนอน หยิบไหสุราขึ้นมาและวางลงข้างอีกฝ่าย ชายชราพลิกตัวก่อนผงกศีรษะขึ้นขณะฉวยไหสุรายกขึ้นเทลงคอ หลังจากดื่มจนพอใจแล้วก็หงายท้องผลึ่งนอนลงไปดังเดิม

คนที่ยืนดูเอ่ยขึ้นทันที “ข้ามีเรื่องขอถามสักหน่อย!”

ชายชราที่พื้นโบกมือเป็นเชิงห้ามปราม “ไอ้เฒ่าลู่ ถ้าเป็นเรื่องพยากรณ์ละก็ ไม่ต้องถาม”

ผู้ทรงเกียรติลู่พูดอย่างใจเย็น “ช่วยข้าสักครั้งเถิด”

ชายชรายันตัวลุกขึ้นนั่งทันที พลางหันมาพูดเสียงเย็นเยียบ “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าเหตุใดสำนักนิมิตปาฏิหาร์ย์จึงต้องมีจุดจบแบบนี้ พวกเราฝืนกฎยอมเปิดเผยเสียงเพรียกแห่งเทพ ดังนั้นจึงถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ยังไงล่ะ……”

อีกฝ่ายถอนใจขณะพยักหน้า “ข้ารู้ แต่ครั้งนี้มีความสำคัญกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมากจริงๆ ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายและข้าจะไม่มารบกวนอีก ตกลงหรือไม่?”

ชายชรานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามเสียงห้วน “จะให้ข้าทำนายเรื่องอะไร!”

ผู้ทรงเกียรติลู่บอกเบาๆ “หัวใจแห่งแหล่งวัตถุพื้นฐานของแผ่นดินชิง!”

พลันคนถูกถามส่ายหน้า “ลืมไปได้เลย มีคนเอาไปแล้ว”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นจอประสาทตาของผู้ทรงเกียรติลู่หดตัวเข้าหากัน “หมายความว่าอย่างไร?”

ชายชราพูดเสียงแหบ “หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ? หัวใจแห่งแหล่งวัตถุพื้นฐานไม่ได้อยู่ที่ใจกลางแผ่นดินชิงแล้วน่ะสิ คนอื่นมาเอาไปแล้ว”

ผู้ทรงเกียรติลู่จ้องหน้าอีกฝ่าย “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

คนถูกถามนิ่งคิดนิดหนึ่ง ก่อนตอบว่า “เฒ่าลู่แม้ข้าจะไม่รู้แน่ชัดว่าเจ้าอยากได้หัวใจแหล่งวัตถุพื้นฐานไปเพื่ออะไร แต่ข้าจะบอกไว้อย่างว่า นี่ไม่ใช่แหล่งวัตถุพื้นฐานของแผ่นดินแห่งฉางหลาน สิ่งนี้มีโชคลางที่ไม่ซ้ำใคร เจ้าเลิกล้มความคิดไปได้เลย”

เสียงถามอย่างใจเย็น “ใครเอาไป เจ้ารู้ไหม?”

ชายชราเหยียดมุมปากยกยิ้ม “เจ้าคิดว่าข้าสามารถทำนายได้ทุกอย่างหรือไงกัน? ถ้าข้ารู้สำนักนิมิตปาฏิหาริย์คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ข้ารู้เพียงว่าหัวใจแห่งแหล่งวัตถุพื้นฐานไม่ได้อยู่ที่ใจกลางแผ่นดินชิงแล้วเท่านั้น แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าใครเอาไป”

ผู้ทรงเกียรติลู่ไม่ยอมลดละ พลางถามเสียงเคร่ง “มีทางใดพอที่จะตามหาบ้าง?”

คนตรงข้ามสั่นศีรษะ “คนที่เอาไปสามารถรอดพ้นหูพ้นตาของเจ้าและสำนักชางเจี้ยน ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา”

พูดจบก็เอนหลังลงไปนอนแผ่ “ตาเฒ่าลู่ ข้าบอกสิ่งที่ข้ารู้จนหมดแล้ว ทีนี้เจ้าก็กลับไปเสีย!”

ภายในคฤหาสน์ ผู้ทรงเกียรติลู่นิ่งงัน ครู่หนึ่งก็ถามออกไปอีก “คนที่เอาไปไม่ใช่สำนักชางเจี้ยนงั้นหรือ?”

ชายชราสั่นศีรษะ “ข้าไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ว่าสิ่งนั้นอยู่กับใคร นี่เฒ่าลู่ เจ้าน่าจะรู้ว่าการทำนายเหตุการณ์ของเราทำได้เพียงครั้งเดียวเพื่อลากแผนที่เท่านั้น ส่วนจะลงลึกในรายละเอียดอย่ามายุ่งกับข้า ต่อให้ผู้ก่อตั้งสำนักยังมีชีวิตอยู่เขาก็บอกเจ้าไม่ได้!”

ผู้ทรงเกียรติลู่มองดูอีกฝ่ายเงียบๆ อยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะหันหลังกลับออกไป

หลังจากคนออกไป มีเสียงถอนใจของชายชราขณะรำพึงกับตนเอง “ข้าเกรงว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนของเจ้าจะเจอปัญหายากจนถลำลึกเกินว่าจะถอนตัวเสียแล้ว!”

ภายหลังออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ผู้ทรงเกียรติลู่ได้ตรงกลับไปยังแผ่นดินชิงทันที

บนท้องฟ้าเหนือมวลเมฆ คนกวาดสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณหุบเขากันดารที่อยู่พื้นล่าง ซึ่งตอนนั้นค่ายกลขนาดมหึมาที่เคยปกคลุมหุบเขากันดารได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว

เสียงพูดของหมั่วซิ่วดังมาจากด้านข้าง “ท่านแน่ใจหรือว่าหัวใจแหล่งวัตถุพื้นฐานไม่อยู่นี่แล้ว?”

คนฟังตอบเสียงแหบพร่า “แน่ใจ”

“ฝีมือของสำนักชางเจี้ยนงั้นหรือขอรับ?” คนถามอีก

ผู้ทรงเกียรติลู่ไม่ตอบในทันที ท่าทางครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้า “พวกมันคงไม่สามารถนำออกไปเงียบๆ นอกจากนั้นถ้ามันได้ไป คงจะต้องทำลายทันทีซึ่งเป็นไปได้ว่าจะต้องใช้คนกล้าแกร่งทั้งแผ่นดินชิงจึงสามารถทำลายได้”

ชายชราหมั่วซิ่วสีหน้างุนงง “ถ้าไม่ใช่สำนักชางเจี้ยน มันจะเป็นใครได้?”

เมื่อพูดจบดูเหมือนคนพูดจะฉุกคิดอะไรบางอย่าง ด้วยสีหน้าเปลี่ยนเป็นเผือดวูบ

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version