บทที่ 616 แหวนตราสำนักพลังสันโดษ! (ต้น)
กระบี่นิรมิต!
เพียงแค่คิดชายหนุ่มก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที!
ถ้ามีเพลงกระบี่นี้ อาจสังหารฝ่ายตรงข้ามได้ขณะที่ฝ่ายนั้นกำลังนอนหลับ… น่าขนลุกยิ่งนัก!
อีกทั้งยอดยุทธ์ที่ชั้นสองก็ไม่ได้บอกอะไรอีกด้วย
เห็นได้ว่าเขาคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย ทว่าสิ่งนี้เป็นไปได้ กฎแห่งเต๋าที่สองมีสมรรถนะเช่นนี้ ถ้าเยี่ยฉวนสามารถผนึกเข้ากับกระบี่ได้… อย่างที่บอกว่าจะทำให้กระบี่ของตนกลายเป็นกระบี่นิรมิต!
ครู่ต่อมาเยี่ยฉวนจึงสงบสติอารมณ์ลง
เขารู้สึกว่ามีความเป็นไปได้ ทว่าอาจยากอยู่สักหน่อย!
สัญชาตญาณบอกกับตนว่ามันไม่ได้ง่าย ทว่าก็ต้องลองดู!
เยี่ยฉวนพยายามนึกเพื่อกระตุ้นตัวเองก่อนเคลื่อนที่ไปต่อ
ตลอดทางเขาสังเกตเห็นซากศพจำนวนมาก ศพเหล่านั้นล้วนตายลักษณะเดียวกัน!
ในจำนวนศพพวกนี้ บางศพเป็นร่างของยอดยุทธ์ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงปะปนอยู่!
เมื่อฉุกคิดขึ้นได้ ชายหนุ่มจึงนึกถามในใจอย่างเคร่งขรึมว่า “ยอดยุทธ์ชั้นที่สอง ข้าสงสัยว่าก่อนหน้านั้นกฎแห่งเต๋ามีพลังมากเช่นนี้หรือไม่ขอรับ?”
เสียงต่ำๆ ตอบมาจากยอดยุทธ์ที่ชั้นสองว่า “เจ้าว่าข้าแข็งแกร่งไหมล่ะ?”
คนถูกถามรีบตอบเสียงเร็ว “แน่สิขอรับ แข็งแกร่งเป็นที่สุด!”
ยอดยุทธ์ชั้นที่สองตอบเสียงเย็นเยียบ “แต่ข้าไม่สามารถปราบสิ่งนั้นได้!”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นในใจความกลัววูบเข้าจับใจ
เช่นนั้นย่อมแสดงว่ากฎแห่งเต๋ามีพลังความแข็งแกร่งเกินกว่าที่คิดไว้มาก!
คนฟังถามออกไปอีกว่า “แต่ว่าข้าแปลกใจอยู่อย่าง หลังจากที่ข้าได้ครอบครองกฎแห่งเต๋าแล้ว ทำไมสิ่งนั้นจึง……”
เยี่ยฉวนชะงักคำพูดไว้เท่านั้นด้วยความรู้สึกฉงนใจที่ทะลักเข้ามามากมาย
ด้วยตั้งแต่ที่เขาได้กฎแห่งเต๋ามาครอบครอง สิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีทีท่าที่แสดงออกถึงพลังแกร่งกล้าแต่อย่างใด
น้ำเสียงระคนเย้ยหยันของยอดยุทธ์ที่ชั้นสองดังขึ้นว่า “ความไม่รู้ไงล่ะ เวลานี้พวกเขาก็เฉกเช่นเด็กอาหลิง ไม่ได้รู้จักความแข็งแกร่งของตนเลยแม้แต่น้อย นอกจากนั้นด้วยวิญญาณที่เคยหลับใหลและความแกร่งกล้าที่ไม่ถูกปลดปล่อยออกมานั่นอีก ทีนี้เข้าใจหรือยัง? อีกประการ กฎแห่งเต๋าที่สองไม่ได้หลับใหลหรือตื่นเสียทีเดียว ดังนั้นเจ้ายังพอจะรับมือไหว!”
ชายหนุ่มสั่นหน้าดิก เขาจะไม่ทำอย่างนั้นแน่!
เขาเคยเห็นมาแล้วถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของกฎแห่งเต๋าที่สอง แม้แต่ตนเองยังยอมรับว่าหวาดกลัวเพราะความแข็งแกร่งของมันนั้นเอาเรื่อง!
เยี่ยฉวนหุบปากเงียบไม่ถามอีก ได้แต่มุ่งหน้าต่อไป
ผ่านไปไม่นานชายหนุ่มจึงได้ประจักษ์ว่าสำนักพลังสันโดษถูกทำลายจนสิ้นไม่มีเหลือ!
และตัวการใหญ่ก็คือกฎแห่งเต๋าที่สองนั่นเอง!
จากสิ่งที่เห็นทำให้เยี่ยฉวนหวนคำนึงถึงหอคอยแห่งเรือนจำ!
เขารู้สึกพิศวงในความล้ำค่าของหอคอยแห่งนี้ ด้วยหอคอยไม่เพียงเป็นที่คุมขังคนที่มีพลังกล้าแกร่งทว่ายังมีสิ่งที่เรียกว่ามหันตภัยใหญ่หลวงอยู่ในนั้นอีกด้วย
ชั้นบนยังมีอีกห้าชั้น ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีอีกห้ากฎแห่งเต๋าและสิ่งเหล่านั้นจะเป็นกฎแห่งเต๋าชนิดใด?
เยี่ยฉวนฉงนใจยิ่งนัก!
เวลานั้นชายหนุ่มพลันชะงักฝีเท้าหยุดอยู่กับที่ เบื้องหน้าเป็นหอโถงขนาดใหญ่ เมื่อก้าวเท้าเข้าไปด้านในจึงได้เห็นว่ามีร่างหลายร่าง ทว่าทุกร่างล้วนไร้ลมหายใจทั้งสิ้น!
เยี่ยฉวนเงยศีรษะขึ้น จึงได้เห็นหุ่นปั้นรูปคนอยู่ตรงหน้า เป็นรูปปั้นของชายวัยกลางคนมือข้างขวาถือกระบี่ยาวและมือซ้ายมีแผ่นสีดำขนาดเท่าไม้บรรทัด
เห็นได้ชัดว่านี่คงเป็นหุ่นปั้นของผู้ก่อตั้งสำนักพลังสันโดษ!
เยี่ยฉวนส่ายหน้าเบาๆ หลังจากลังเลเล็กน้อยจากนั้นแสดงคารวะต่อหน้ารูปปั้นประติมากรรมพร้อมกับรำพึงอยู่ภายในใจว่า “ระหว่างข้าและสำนักพลังสันโดษไม่ได้มีความเคียดแค้นและชิงชัง วันนี้ที่มา หวังจะได้ประโยชน์จากของมีค่า ต้องขอขอบคุณล่วงหน้า”
ว่าแล้วก็หันหลังทำท่าจะเดินกลับออกไป ทันใดนั้นรูปปั้นแยกออกจากกันพลันปรากฏแสงสว่างฉายวาบออกมา ก่อนจะค่อยๆ กลั่นตัวเป็นรูปเป็นร่างซึ่งละม้ายคล้ายกับรูปปั้นนั่นเอง!
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มหน้าตื่น มีท่าทางระแวดระวังขึ้นมาทันที
ชายวัยกลางคนมองตรงมายังเยี่ยฉวนพร้อมเอ่ยตั้งคำถามว่า “เหตุใดจึงต้องคารวะแก่ข้า?”
คนถูกถามนิ่งงันด้วยความตกตะลึง ก่อนจะตอบเสียงขรึม “ข้าให้ความเคารพผู้อาวุโสเท่านั้น”
ชายวัยกลางคนตรงกันข้ามพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร ขณะกวาดตามองชายหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แววตาฉายความประหลาดใจเล็กน้อยก่อนรำพึงกับตนเองว่า “ใกล้จะสำเร็จเซียนกระบี่… ควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง… อายุไม่เกิน 20 กว่าขวบปี……”
ขณะนั้นแววตาลึกล้ำของผู้พูดเต้นระริกด้วยความตื่นเต้น
เยี่ยฉวนสีหน้าลังเล “ผู้อาวุโส?”
อีกฝ่ายเหมือนจะรู้สึกตัวจึงบิดบิ้มมุมปาก “เจ้าสนใจจะเข้าร่วมกับสำนักพลังสันโดษหรือไม่?”
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยจากนั้นจึงรีบสั่นศีรษะปฏิเสธรวดเร็ว “มิได้ ขอพูดตามตรงว่าเวลานี้ข้าเป็นศิษย์สำนักชางเจี้ยนแล้ว”
อีกฝ่ายจึงนิ่งเงียบไป ครู่ต่อมาจึงพูดหน้าตาเฉยว่า “ไม่เห็นเป็นไร ไม่ได้มีกฎห้ามไม่ให้คนอยู่สองสำนักสักหน่อย”
“เอ่อ……” เจอเข้าแบบนี้เยี่ยฉวนถึงกับสับสน……เขาจะทำยังไงได้?
ชายวัยกลางคนกล่าวต่อไปว่า “ขอบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า สำนักพลังสันโดษเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน คนส่วนใหญ่ถูกกวาดล้างจนหมด ตอนนี้สำนักจึงเท่ากับไร้ผู้สืบทอดมาเป็นเวลานาน ในเมื่อวันนี้เจ้าได้มาถึงที่นี่อาจเป็นเพราะชะตาฟ้าลิขิตส่งให้เจ้ามาช่วยสำนักพลังสันโดษของเรา ข้าไม่ได้ต้องการอะไรจากเจ้า ขอเพียงให้เจ้าเป็นผู้รับมอบและสืบทอดสำนักพลังสันโดษ รวมทั้งรักษาสถานะของสำนักมิให้สูญหายไปจากโลกนี้เท่านั้น”
คนพูดพลางยิ้มน้อยๆ “แน่นอนข้ามีสิ่งตอบแทนให้เจ้า ถ้าเจ้ารับปากข้า ทรัพย์สมบัติของสำนักสันโดษที่สั่งสมมาเป็นเวลานานนับพันปีจะเป็นของเจ้าทั้งหมด นอกจากนั้นข้ามีของล้ำค่าจะมอบให้ต่างหากด้วย จะว่าอย่างไร?”
ของล้ำค่า!
ทรัพย์สมบัติที่เก็บสะสมมานานนับพันปี!
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นถึงกับใจเต้นรัว!
ทว่าภายนอกท่าทีสงบเยือกขณะพูดไปว่า “ผู้อาวุโส……คนอย่างข้าจะเหมาะสมได้อย่างไร!”
ชายวัยกลางคนยิ้มในหน้า “เจ้าเป็นยอดฝีมือซึ่งหาตัวจับได้ยากในยุคนี้ เพราะฉะนั้นเจ้าจึงเหมาะสมที่จะเป็นผู้สืบทอดสำนักพลังสันโดษ”
เยี่ยฉวนได้แต่แอบถอนใจ อนิจจาเขาไม่มีทางเลือกด้วยเพราะความสามารถอันเยี่ยมยอดนั่นเอง!
“ว่าอย่างไร?” เสียงคนตรงข้ามถามย้ำ
ชายหนุ่มนิ่งคิดครู่หนึ่งและตอบกลับว่า “ข้ารับปากท่านก็ได้”
เมื่อได้ยินคำตอบชายวัยกลางคนยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ “เยี่ยมมาก”
ขณะนั้นเขายกมือขึ้นพร้อมกับดีดนิ้วชี้ออกไปข้างหน้า พลันเบื้องหน้าของเจ้าตัวปรากฏแหวนประหลาดสีดำสนิท
