บทที่ 625 สู้ตาย! (ปลาย)
ทุกคนอยู่ในอาการตกตะลึงไปชั่วอึดใจ!
เขาคือผู้ทรงเกียรติลู่? คนที่จัดว่าเป็นหนึ่งในยอดฝีมือชั้นยอดแห่งโลกชิงฉาง! และนั่นเยี่ยฉวน? ชายหนุ่มที่มีอายุไม่เต็มยี่สิบปีด้วยซ้ำ!
อายุยี่สิบสำเร็จเป็นเซียนกระบี่งั้นหรือ?
คนอายุยี่สิบต่อสู้ต้านทานพลังของยอดฝีมือขั้นทลายสุญตางั้นหรือ?
เหตุการณ์เช่นนี้ในประวัติศาสตร์แห่งโลกชิงฉางแทบไม่เคยเกิดขึ้น!
นับเป็นยอดฝีมืออัจฉริยะอย่างน่าทึ่ง!
ยอดฝีมือระดับอัจฉริยะที่น่าทึ่งโดยแท้!
ชั่วขณะนั้นบรรดากองกำลังที่มากับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนรู้สึกหวาดกลัว ถ้าไม่สังหารเยี่ยฉวนเสียแต่ต้น ในวันใดที่เขาพัฒนาขั้นพลังขึ้นไปอีก ใครจะสามารถหยุดยั้งคนผู้นี้ได้เล่า?
เมื่อคิดไปเช่นนั้นหลายคนมองไปที่เยี่ยฉวน บางสายตาฉายแววเหี้ยมเกรียม ขณะที่บางคนอยากจะถอยกลับ!
คนผู้นี้ทั้งอัจฉริยะทั้งน่าหวาดกลัวจริงๆ!
เบื้องล่างศิษย์และผู้อาวุโสแห่งสำนักชางเจี้ยนต่างแสดงความปลื้มปีติในสีหน้า
เซียนกระบี่ที่อายุไม่ถึงยี่สิบขวบปี!
เขามีละม้ายคล้ายผู้ก่อตั้งในสมัยนั้นเสียเหลือเกิน!
เยี่ยฉวนคนนี้จะต้องนำพาความเจริญรุ่งเรืองให้แก่สำนักชางเจี้ยนได้อย่างแน่นอน!
บนอากาศ ผู้ทรงเกียรติลู่มองจ้องเยี่ยฉวนเขม็งสีหน้าดุดัน “เยี่ยฉวน! เจ้าช่างมีเรื่องมาให้ข้าแปลกใจอยู่เรื่อย! ข้าคิดว่าอย่างเก่งขั้นพลังก็คงจะแค่ควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ทว่าไม่เคยคิดเลยว่าไม่เพียงแต่จะบรรลุขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง แต่กลับสำเร็จเป็นเซียนกระบี่อีกด้วย! ถ้าฝึกต่อไปอีกสักสิบปีข้าเกรงว่าในโลกชิงฉางคงไม่มีใครกล้าเป็นศัตรูของเจ้า โชคร้ายที่เจ้าไม่มีทางอยู่จนถึงตอนนั้น!”
เยี่ยฉวนได้ยินก็บิดมุมปากยกยิ้ม “ถ้าเช่นนั้นก็เข้ามาฆ่าข้าได้เลย!”
“ได้ตามที่เจ้าขอ!”
สิ้นคำ ร่างคนได้หายวับไป และแทบจะทันทีที่เงาร่างนั้นปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน ฉับพลันนั้นเอง ฝ่ามือคนก็ฟาดเปรี้ยงลงมาบนศีรษะของชายหนุ่ม
ขณะนั้นเอง อากาศที่ตรงหน้าของเยี่ยฉวนพลันฉีกออกจากกัน!
แน่ชัดว่าผู้ทรงเกียรติลู่ปะทะกับเขาด้วยพลังทั้งหมดที่มีอยู่!
ด้วยความเป็นยอดฝีมือของเยี่ยฉวน ทำให้คนชราเกิดความกลัวอยู่ลึกๆ ถ้าไม่รีบกำจัดมันเสีย เห็นทีต่อไปสำนักผู้ตรวจการเขตแดนต้องทนทุกข์ทรมานกับหายนะที่สร้างความสูญเสียอย่างไม่มีวันจบสิ้น
เยี่ยฉวนที่เป็นฝ่ายรับพลังฟาดฝ่ามือท่าทีเยือกเย็น เพียงพริบตาต่อจากนั้นก็เสือกกระบี่แทงขึ้นไปตรงๆ
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
ภายหลังจากที่เขาสำเร็จเป็นเซียนกระบี่ พลังอำนาจของทักษะหนึ่งกระบี่ชี้ชะตาก็เพิ่มขึ้นมากมายหลายเท่าตัว ฉะนั้นทันทีที่เยี่ยฉวนสำแดงเพลงกระบี่ สุญญากาศบริเวณที่กระบี่พุ่งผ่านพลันแตกกระจายในทันที
พลังฟาดนี้ดูคล้ายพลังอำนาจของขั้นพลังทลายสุญตา!
ตูม!!!
ท้องฟ้ากว้างใหญ่สั่นไหวอย่างรุนแรง และแรงระเบิดมีให้ได้ยินอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นร่างสองร่างผงะถอยห่างไปตามกัน ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเยี่ยฉวนและผู้ทรงเกียรติลู่
กว่าเยี่ยฉวนจะชะงักหยุดนิ่งก็ปาเข้าไปไกลกว่า 600 ชุ่น ขณะที่ผู้ทรงเกียรติลู่ถอยห่างออกไปเพียงไม่เกิน 300 ชุ่นเท่านั้น!
ครานี้เห็นได้ชัดว่าผู้ทรงเกียรติลู่มีความเหนือชั้นกว่าเยี่ยฉวน!
ชายหนุ่มเงยหน้ามองตรงไปยังผู้ทรงเกียรติลู่สีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่ท่อนแขนข้างขวาชาจนแทบไม่มีความรู้สึก
ไม่เพียงเท่านั้น ซ้ำร้ายกระบี่ซึ่งถืออยู่ในมือเกิดรอยแตกร้าวขึ้นอย่างฉับพลัน
นี่สินะผลพวงของพลังงานมืด!
สีหน้าของผู้ทรงเกียรติลู่ทางฝั่งตรงข้ามกับเยี่ยฉวนก็เครียดเคร่งไม่แตกต่าง ด้วยเขาเพิ่งจะผลักหมัดออกด้วยพลังทั้งหมดอย่างเต็มที่เพื่อกำจัดอีกฝ่ายด้วยวินาทีสังหาร หวังว่าจะหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดในภายหลัง ถึงกระนั้นเยี่ยฉวนก็รอดพ้นพลังหมัดไปจนได้!
รอดพ้น!
ผู้ทรงเกียรติลู่สูดลมหายใจเพื่อตั้งสติ ขณะที่แววตาแฝงเจตนาร้ายหมายต่อชีวิตฉายชัด
เยี่ยฉวนต้องตายสถานเดียว!
ขณะต่อมาเขาทะยานวาบออกไป พร้อมกันนั้นก็รวบรวมพลังหนักแน่นพุ่งเข้ากลางฝ่ามือเป็นจุดบรรจบเดียวกัน เมื่อทะยานมาถึงยังเบื้องหน้าอีกฝ่ายพลันสำแดงพลังโดยผลักฝ่ามือข้างขวาออกพร้อมสาดลำแสงพุ่งตรงไป
ตูม!
ทันทีที่ฝ่ามือพุ่งเข้ามา ช่องอากาศตรงหน้าของชายหนุ่มเกิดการบิดเบือนไปอย่างฉับพลัน อีกทั้งสั่นไหวอย่างรุนแรงพร้อมกับปรากฏร่องรอยแตกร้าวช่องอากาศให้เห็น!
ป่วนสุญญากาศ!
เมื่อเห็นภาพที่ปรากฏเยี่ยฉวนสีหน้าเผือดวูบในที ทว่าก็ยังมิได้ตื่นกลัวสักเท่าไร ไม่รอช้าชายหนุ่มก็รีบกระตุ้นกฎเต๋าแห่งสุญญากาศทันที ชั่วขณะต่อมาพื้นที่ว่างเปล่าโดยรอบเริ่มปิดตัวของมันเองเพียงไม่ถึงครึ่งอึดใจ รอยแตกร้าวบนพื้นที่สุญญากาศก็ปิดจนหมดสิ้น!
ณ เวลานั้นทุกคนมองด้วยความตกตะลึง!
แม้แต่ผู้ทรงเกียรติลู่เองตอนนี้ยังถึงกับอึ้ง เขามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “นี่มัน……เหลือเชื่อ……เจ้าแก้สุญญากาศได้อย่างไร?”
ไม่เพียงแค่ผู้ทรงเกียรติลู่เท่านั้น เฉินเป่ยฮั่นรวมทั้งคนอื่นๆ ต่างสีหน้าบ่งชัดว่าฉงนใจยิ่งไปตามกัน!
ด้วยคนเหล่านั้นสามารถทลายชั้นสุญญากาศทว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำการแก้ไขให้กลับคืน!
ทว่าเยี่ยฉวนทำได้!
ดูจะไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!
ที่บนท้องฟ้า ผู้ทรงเกียรติลู่จ้องมองอีกฝ่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ทำได้ยังไง! ไอ้……”
เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “อยากรู้งั้นหรือ?”
คนตรงข้ามกัดฟันถามเสียงเครียด “เจ้าทำได้อย่างไร?”
ชายหนุ่มยิ้มเย้ย “ยอมรับมาก่อนสิว่าเจ้ามันจอมดื้อด้านและข้าจะบอกให้เอาบุญ!”
พลันสีหน้าผู้ทรงเกียรติลู่เปลี่ยนเป็นถมึงทึง “เจ้ามันรนหาที่ตายเองนะ!”
จากนั้นก็จู่โจมเข้าหาเยี่ยฉวนทันที
เมื่อมองจากในระยะไกล เยี่ยฉวนกำลังแสยะมุมปากเล็กน้อย ทันใดนั้นพื้นที่อากาศที่อยู่รอบตัวพลันพุ่งเข้ามาบรรจบภายในตัวคนเป็นจุดเดียว เพียงชั่วพริบตาเท่านั้นก็ได้กลั่นตัวเป็นกระบี่ขึ้นมาเล่มหนึ่ง!
กระบี่สุญญากาศ!
เมื่อกลั่นตัวออกมาเป็นกระบี่สุญญากาศแล้วเยี่ยฉวนฉวยกระบี่มาถือไว้ ในเวลาเดียวกันพลังปณิธานกระบี่ไหลพรูเข้าสู่กระบี่อย่างหนาแน่น
เมื่อเห็นกระบี่สุญญากาศในมือของเยี่ยฉวน พลันสีหน้าของผู้ทรงเกียรติลู่แปรเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง ชั่วขณะนั้นสัญชาตญาณร้องเตือนตนว่ากระบี่ชนิดนี้อันตรายอย่างใหญ่หลวง ฝ่ายชายหนุ่มไม่รอช้าพุ่งเข้าปะทะพร้อมด้วยกระบี่ทันที
ในขณะที่ทะยานผ่านช่องอากาศ ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งเสียงสะท้อนดังกังวานทั่วบริเวณ……
หลังจากนั้นเพียงครู่เดียว ลำแสงกระบี่สว่างจ้าพลันระเบิดขึ้นไปบนท้องฟ้า ส่งให้หลายต่อหลายคนถอยร่นอย่างไม่เป็นกระบวน……
คนถอยร่นไปไกลนับร้อยๆ ชุ่น!
ซึ่งไม่ใช่อื่นไกล เป็นผู้ทรงเกียรติลู่นั่นเอง!
เขาเป็นฝ่ายแพ้งั้นหรือ?
เหตุการณ์ที่ปรากฏแก่สายตาทำให้ทุกคนนิ่งขึงอยู่กับที่พลางมองดูด้วยความทึ่ง
