บทที่ 628 คนสิ้นชีพได้ กระบี่ก็แตกหักได้!
องค์เหนือหัว!
ได้เห็นชายกลางคนผมขาว เหล่าศิษย์แห่งสำนักชางเจี้ยนนับไม่ถ้วนพลันตกอยู่ในความสิ้นหวัง
ก่อนหน้านี้แม้สำนักชางเจียนจะถูกกำราบ พวกเขายังคงต่อสู้ต่อไป แต่ทันใดนั้นเองด้วยการปรากฏกายของชายผมขาว ทุกคนล้วนตระหนักว่าพวกเขานั้นไร้ความหวัง!
ไร้ความหวังสิ้น!
เยี่ยฉวนสับสนไม่น้อย ชายผมขาวยืนอยู่กลางอากาศ เขาไร้ซึ่งลมปราณ ราวกับว่ากำลังผสานรวมกับสวรรค์และโลก
กลางอากาศนั้น ชายผมขาวหลุมมองต่ำไปด้านล่างพร้อมด้วยมือที่ไพล่ไปด้านหลัง ภายในแววตาเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมางเมินดังเช่นเวลาที่มองไปยังเหล่ามดปลวก
ทันใดนั้นเองชายผมขาวก็กล่าวออกมา “สำนักชางเจี้ยน……หากเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางยังดำรงอยู่ พวกเขาคงมีความตระหนักรู้ ทว่าช่างน่าเสียดายนักที่……”
ระหว่างที่พูดไปก็ส่ายศีรษะน้อยๆ “ไม่ใช่ว่าพวกเจ้ามีวิชาค่ายกลกระบี่สังหารเทพก่อนหน้านี้หรือ สำนักชางเจี้ยน? ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าสร้างค่ายกลกระบี่เสียแต่ตอนนี้!”
มันคือความหยิ่งผยองและดูหมิ่นเหยียดหยาม!
เหนือสำนักชางเจี้ยน เฉินเป่ยฮั่นมองไปที่พวกนั้นที่อยู่เบื้องล่าง สำนักของตนกำลังตกอยู่ในความยุ่งเหยิง
หลังจากช่วงเวลาหนึ่ง เฉินเป่ยฮั่นกล่าวเสียงแผ่ว “อนาคตนั้นมิอาจรู้ได้……ตราบที่พวกเรามุมานะพยายามด้วยกำลังทั้งหมดที่มี นั่นเป็นการพอแล้ว ศิษย์ทั้งหลายแห่งสำนักชางเจี้ยน คนสิ้นชีพได้เช่นไร กระบี่ก็แตกหักได้ไม่ต่างกัน ทว่าสันหลังของสำนักชางเจียนจะไม่มีวันถูกทำลาย”
หลังจากนั้นคนก็กระทืบเท้าขวาอย่างนุ่มนวลและลอยขึ้นไปในอากาศ
ครืน!!!
เสียงร่ำร้องของกระบี่พลันดังสะท้านไปทั่วผืนฟ้า!
บนท้องฟ้านั้นชายผมขาวดูสงบนิ่ง “เจ้าพวกมดปลวก!”
พลันคนพูดก็กดมือขวาลงเบาๆ จากนั้นลำแสงสีทองก็ฉายสาดลงมาจากท้องฟ้า ระหว่างนั้นเองที่กระบี่แห่งแสงสัมผัสเข้ากับลำแสงสีทอง ก่อนจะหายไป
หลังกระบี่แห่งแสงสำแดง เฉินเป่ยฮั่นหัวเราะ “เข้ามา!”
จากนั้นช่วงท้องของคนก็พองลมขึ้นในทันใด และในเวลาต่อมานั้นเอง……
ตูม!!!
เสียงอันน่าหวั่นเกรงดังมาจากฟากฟ้าและจากนั้นอำนาจอันทรงพลังก็ระเบิดกลางท้องฟ้า!
ยามเมื่อพลังนั้นพวยพุ่งออกไป อากาศสั่นสะเทือนอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับว่ากำลังจะฉีกขาด มันช่างน่าพรั่นพรึงและน่าหวั่นเกรงยิ่งนัก!
การระเบิดตัวเอง!
เฉินเป่ยฮั่นคือยอดฝีมือที่ไร้เทียมทาน การระเบิดตัวเองนี้ช่างน่าหวั่นเกรง! ยามเมื่ออำนาจอันทรงพลังนี้เคลื่อนอย่างรวดเร็วไปทางชายผมขาว มันดูเหมือนจะทำลายทั้งสวรรค์และโลกได้!
ชายผมขาวยังคงดูสงบนิ่ง เมื่อพลังอำนาจนั้นพุ่งมาทางตน มือขวาคนก็ชี้ออกไปพร้อมกดมันลงเบาๆ พริบตานั้นเอง ทั่วทั้งผืนฟ้าราวกับถูกสูบลงไป กระทั่งพลังนั้นก็ถูกลบล้างไปด้วยอำนาจกดข่มที่มองไม่เห็น
ท้องฟ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม
เห็นเช่นนี้ ยอดฝีมือรอบๆ ทั้งหลายล้วนตื่นตระหนก
“ขั้นสูงสุด! เป็นขั้นสูงสุดเป็นแน่……”
“มันช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก……สำนักชางเจี้ยนถึงคราวเคราะห์แล้ววันนี้!”
“สำนักชางเจี้ยนกับเยี่ยฉวนตีตนสูงเกินไป……”
“……”
อีกด้านหนึ่งศิษย์แห่งสำนักชางเจี้ยนทั้งสลดใจและเดือดดาล ยิ่งไปกว่านั้นทั้งหมดล้วนตกอยู่ในความสิ้นหวัง!
การระเบิดตัวเองของเฉินเป่ยฮั่นถูกลบล้างไปได้อย่างง่ายดาย!
ชายผมขาวผู้นั้นเหนือกว่าใครทั้งมวล!
เยี่ยฉวนยังคงนิ่งเงียบ
เขาตระหนักว่าการเผชิญหน้ากับยอดฝีมือในระดับนี้ ถึงจะกระตุ้นหอคอยแห่งเรือนจำไป ก็อาจไร้ประโยชน์อยู่ดี อีกนัยหนึ่งคือมันเป็นเขาเองที่แข็งแกร่งไม่เพียงพอ ไม่ใช่หอคอยแห่งเรือนจำ!
ต่อหน้ายอดฝีมือเช่นนี้ เขานั้นไร้กำลังอำนาจยิ่งนัก!
ทันใดนั้นเอง เจี้ยนซ่วนพลันเข้าไปหาชายผมขาว ทุกคนล้วนจ้องมองไปที่เจี้ยนซ่วน ไม่เว้นแต่ชายคนเป้าหมาย
เมื่อต้องมองไปที่เจี้ยนซ่วน ชายผมขาวกล่าวออกมาอย่างราบเรียบ “เจ้าหาได้แกร่งกล้า ซ้ำยังคงอ่อนแอนัก”
เยี่ยฉวนเอ่ยอย่างนุ่มนวล “ข้าน่ะหรือ?”
อยู่ๆ เขาก็ออกท่าทางด้วยมือและใช้นิ้วจิ้มไปที่หว่างกลางคิ้วทั้งสอง
ครืน!
และในฉับพลันเสียงร่ำร้องของกระบี่ก็ดังสะท้านไปทั่วผืนฟ้าอย่างคลุ้มคลั่ง จากนั้นเบื้องหน้าของผู้คนทั้งหลาย กระบี่มายาพลันปรากฏขึ้นที่หว่างคิ้วของเซียนกระบี่
เบื้องล่าง เยว่ฉีที่ยืนเคียงข้างเยี่ยฉวนอยู่รู้สึกตื่นตกใจและเอ่ย “เอกราชันย์!”
เอกราชันย์!
เยี่ยฉวนจ้องมองไปที่เยว่ฉี “เอกราชันย์?”
เยว่ฉีตอบกลับเสียงต่ำ “เป็นขั้นของผู้ฝึกกระบี่……ขั้นที่เหนือกว่ามหาเซียนกระบี่ ข้าไม่คาดคิดว่าศิษย์พี่ใหญ่จะสำเร็จในการฝึกฝนขั้นนี้……ไม่……”
ครั้นนางก็ขมวดคิ้วเงยหน้ามองเจี้ยนซ่วนที่อยู่บนฟ้า
บนน่านฟ้านั้นชายผมขาวก็ขมวดคิ้วน้อยๆ แต่แล้วก็หยุดไป “เอกราชันย์……ไม่ จะถูกนับเป็นสิ่งนั้นเป็นไม่ได้ ทว่ามันช่างเป็นสิ่งที่เกิดได้ยากยิ่ง! หากเจ้ามีเวลาสักสิบปี เจ้าอาจต่อกรกับข้าได้ แต่ว่าขณะนี้เจ้ายังอ่อนแอนัก!”
เจี้ยนซ่วนมองขึ้นไปที่ชายผมขาว พริบตาต่อมาลมปราณของเขาก็พุ่งขึ้นมาจากร่างกาย ขณะเดียวกันนั้นเองกระบี่ก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า
เมื่อเห็นสิ่งนี้ใบหน้าของเยว่ฉีซีดลงทันใด
ชายผมขาวจ้องมองไปที่เจี้ยนซ่วน “เพิ่มระดับขั้นของตนอย่างมุทะลุ ดูท่าแล้วเจ้าคงเตรียมพร้อมที่จะสิ้นชีวิต!”
สิ้นคำ คนก็กดสองนิ้วลง อากาศพลันแตกร้าว นิ้วยักษ์ปรากฏออกมา จากนั้นอากาศทั่วทั้งฝืนฟ้าก็เริ่มบิดเบือน
พลังอัดแน่นอยู่ในนั้น มันแข็งแกร่งมากจนแม้แต่ห้วงอากาศก็ยังไม่สามารถทานทนได้
เบื้องล่างเจี้ยนซ่วนอยู่ๆ ก็กลายเป็นกระบี่แห่งแสงบนท้องฟ้า ทุกแห่งหนที่กระบี่แห่งแสงผ่าน มวลอากาศล้วนฉีกเปิด!
ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย กระบี่แห่งแสงตัดผ่านิ้วยักษ์นั่นในทันที
ตูม!
ทั่วทั้งผืนฟ้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง นิ้วยักษ์นั่นถูกทำลายไปเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นกระบี่ก็ลอยหวือมายังเบื้องหน้าของชายผมขาว คนเป้าหมายจึงยื่นมือขวาออกไปและหยุดการโจมตีจากกระบี่นั้นในทันที
ต่อหน้าชายผมขาว เจี้ยนซ่วนพลันกล่าวออกมาอย่างเดือดดาล “สลาย!”
สิ้นคำนั้นเขาก็ฟาดฟันกระบี่ออกไปแล้วบิดหมุน ขณะเดียวกันชายผมขาวก็ยื่นมือซ้ายออกไปและส่งหมัดไปด้านหน้า
ตูม!
หลังหมัดนั่น กระบี่แตกสลายและเจี้ยนซ่วนกระเด็นลอยออกไป!
เจี้ยนซ่วนลอยออกไปไกลถึงร้อยๆ ชุ่น ก่อนที่จะหยุดลง ชายผมขาวพลันปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า จากนั้นก็ประสานฝ่ามือเข้าด้วยกันเข้าที่ช่วงท้องของเจี้ยนซ่วน
ชั่วพริบตาทั้งร่างของเจี้ยนซ่วนก็บิดเบี้ยวไป!
ชายผมขาวจ้องมองไปที่เจี้ยนซ่วนอย่างใจเย็น “เจ้ารับรู้ถึงพลังจากฝ่ามือข้าหรือไม่? นั่นล่ะ คือความแตกต่างระหว่างเซียนและมดปลวก เข้าใจแล้วใช่ไหม?”
หลังจากที่เอามือขวากลับมา ร่างของเจี้ยนซ่วนก็ดูบิดเบี้ยวไป ก่อนที่คนจะหายไปสิ้น เขาพลันพูดออกมาเบาๆ “ท่านอาจารย์……ข้าไร้ความสามารถยิ่งนัก……”
ไม่ช้าเจี้ยนซ่วนก็หายไปอย่างสมบูรณ์
เจี้ยนซ่วนตายในการต่อสู้!
และในเวลานั้นเอง สำนักชางเจี้ยนที่มีหกยอดฝีมือในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง และเป็นหกเซียนกระบี่แห่งเทือกเขาชาง เหลืออยู่เพียงเยว่ฉี กู่เสี่ยวเซียน และฉางเสวี้ยน
ในหมู่พวกเขา ฉางเสวี้ยนก็บาดเจ็บสาหัส!
สำนักชางเจี้ยนพ่ายแพ้แล้ว!
ผลนั้นไม่น่าแปลกใจนัก!
โดยรอบทุกคนมองไปที่เยี่ยฉวนโดยที่ตระหนักว่าชายผู้นี้คงได้ตายในวันนี้
ภายในปีหรือสองปี จะไม่มีผู้ใดระลึกถึงว่าเยี่ยฉวนนั้นคือใคร!
กลางอากาศ ชายผมขาวหันไปมองเยี่ยฉวน เจ้าตัวผงกศีรษะน้อยๆ “ในวัยเยาว์เพียงนี้ เจ้าได้เป็นเซียนกระบี่และเข้าบรรลุขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ เจ้าเหนือชั้นกว่าเจี้ยนซ่วน”
จากนั้นเขาชายตามองไปรอบๆ ชายหนุ่ม “ข้าได้ยินว่ามียอดฝีมือหนุนหลังเจ้า เจ้าสามารถเรียกนางออกมาได้ ข้าต้องการพบนาง!”
บัดนั้นหลินฉงอวิ่นที่อยู่ข้างๆ เยี่ยฉวนพลันก้าวออกมา เขามองไปที่ชายผมขาว “ท่านโปรดเชื่อข้าเถิด ท่านจะไม่ปรารถนาที่จะพบนาง!”
ชายผมขาวมองไปที่หลินฉงอวิ่น “ปราการสุญญดาราหรือ?”
หลินฉงอวิ่นพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว!”
ชายผมขาวเอ่ยเสียเบา “ข้าได้ยินเรื่องที่นั่นมาบ้าง”
หลินฉงอวิ่นส่ายศีรษะแล้วยิ้ม “ดูท่าแล้วท่านไม่ได้รู้มามากนัก”
ชายผมขาวละสายตาไปและมองไปรอบๆ จากนั้นเขาก็จับตาไปที่เยี่ยฉวน “อะไรกัน? นางยังไม่ออกมาอีกหรือ?”
สตรีลึกลับ!
เยี่ยฉวนหัวเราะเบาๆ เวลาต่อมาเขาก็ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ไม่รอช้าจับกระบี่ฟาดลงไปที่ชายผมขาว
เมื่อรับรู้ว่าเยี่ยฉวนโจมตีอย่างกะทันหัน ชายยอดฝีมือแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนในสมรภูมิก็ยิ้มเย้ยหยันไปให้
กลางอากาศนั่นชายวัยกลางคนกดมือขวาลงอย่างนุ่มนวล จากนั้นเยี่ยฉวนที่พุ่งพรวดมาก็ถูกกดตรึงไปที่พื้น
ตูม!
พื้นดินใต้เท้าของเยี่ยฉวนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและแตกออก
ชายผมขาวเบี่ยงนิ้วตนและชี้ไปที่คนอีกฝ่าย พลันพื้นที่เหนือศีรษะเยี่ยฉวนนั้นปริแตก เวลาต่อมาลำแสงสีทองปรากฏออกมาและพุ่งโจมตีไปที่ชายหนุ่ม
ตอนนั้นเอง ที่หลินฉงอวิ่นได้ปรากฏกายเบื้องบนศีรษะของเยี่ยฉวน ก่อนจะวาดฝ่ามือออกไป
เปรี้ยง!
หลินฉงอวิ่นและเยี่ยฉวนถูกทำให้ล่าถอยออกไปด้วยกำลังครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อพวกเขาหยุดลง เลือดก็ไหลซึมออกมาจากมุมปากของเยี่ยฉวน
ชายผมขาวกำลังจะจู่โจมอีกครั้ง เวลานั้นเองอันหลานซิ่วพลันปรากฏเบื้องหน้าชายผมขาว ซึ่งเจ้าตัวก็ดูประหลาดใจไม่น้อย “ข้าไม่เคยคาดคิดว่านอกไปจากเยี่ยฉวนแล้ว เจ้าเองก็มีพรสวรรค์”
อันหลานซิ่วไม่เอ่ยอะไร จากนั้นนางก็หายตัวไปทันทีทันใด ต่อมานางก็ยืนอยู่เบื้องหน้าชายผมขาว กระนั้นแม้ไม่มีผู้ใดเห็นว่าชายผู้นี้โจมตีใดๆ อันหลานซิ่วก็ถูกบังคับให้ล่าถอยออกไปสามร้อยชุ่นได้!
ชายผมขาวกำลังจะโจมตีนางอีกครั้ง ทว่าปรากฏชายชราผู้หนึ่งกลางเบื้องหน้าอันหลานซิ่วแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเสียก่อน ชายชราผู้นี้ก็โค้งคำนับคนศักดิ์สูงกว่า “ข้ามีนามว่าอันไจ่เทียน หัวหน้าตระกูลอัน ข้าไม่มีเจตนาที่จะเป็นปฏิปักษ์กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน โปรดอย่าได้กระทำรุนแรงต่อกันเลย!”
ชายผมขาวมองไปที่อันไจ่เทียน “มันสายไปเสียแล้ว!”
หลังจากนั้นคนพูดก็เหยียดกำปั้นออกมาเข้าจู่โจม!
ชายชราหน้าเปลี่ยนสีไปในฉับพลันแล้วรีบทาบมือทั้งสองดันออกไปด้านหน้า บัดนั้นอากาศเบื้องหน้าเขาสั่นสะเทือนไปในทันที
เปรี๊ยะ!
ช่องว่างด้านหน้าชายชราแยกออก ใบหน้าของชายชราแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาล่าถอยออกมาพร้อมอันหลานซิ่วอย่างว่องไว
ชายผมขาวที่เมินเฉยต่อชายชราและอันหลานซิ่วมองต่ำลงไปที่เยี่ยฉวน “ในเมื่อนางไม่ยอมปรากฏกาย เช่นนั้นข้าก็จะไม่สิ้นเปลืองเวลาอีกต่อไป!”
สิ้นคำ คนพลันปรากฏกายเบื้องหน้าเยี่ยฉวน จากนั้นอำนาจอันทรงพลังก็พุ่งตรงไปที่คนเป้าหมายทันที
พลังนี้แข็งแกร่งเกินกว่าเยี่ยฉวนจะต้านทานได้ในตอนนี้!
ทว่าเขาก็ไม่ได้คิดจะเฝ้ารอความตาย เยี่ยฉวนดูดุดันขึ้นมาและเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้จนตัวตาย ทว่าในขณะนั้นเองที่ร่างหนึ่งอยู่ๆ ก็ปรากฏเบื้องหน้าเขา
นั่นคือเยว่ฉี!
เยว่ฉีเหวี่ยงกระบี่ด้วยมือของนางและฟาดฟันไป กระบี่แห่งแสงปรากฏออกมาราวกับสายฟ้าฟาด
ตูม!
กระบี่พลันแตกเป็นเสี่ยงๆ และร่างเยว่ฉีปรากฏในสามร้อยชุ่นห่างออกไปจากจุดที่เขายืนอยู่ เมื่อนางหยุดลง กายเนื้อของนางก็ระเบิดออกไปเป็นชิ้นๆ……
เมื่อเห็นภาพนี้จิตใจของเยี่ยฉวนเกิดว่างเปล่าไป
จากที่ห่างออกไป ชายผมขาวเอ่ยอย่างแผ่วเบา “เจ้ามดปลวก!”
จากนั้นเขากำลังจะจู่โจมอีกครั้ง เยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ห่างออกไปพลันคำรามดังลั่น เวลาต่อมาอำนาจกดขี่อันทรงพลังก็ปลดปล่อยออกมา
ระหว่างช่วงคิ้วของเขาเกิดเป็นภาพหอคอยลวงตา
ภายในหอคอยนั้นเสียงที่น่าหวาดกลัวอยู่ๆ ก็ดังขึ้นมา “เจ้าไม่สมควรกระตุ้นมัน”
แต่เยี่ยฉวนไม่แยแสต่อสิ่งใดอีกต่อไป……ภายในร่างของเขา หอคอยแห่งเรือนจำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่ละชั้นสั่นเทิ้มราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังหายไป
ด้านนอกนั้นเยี่ยฉวนสั่นเทิ้มอย่างแรงจนควบคุมไม่ได้ ทวารทั้งเจ็ดที่ศีรษะของเขา โลหิตกำลังหลั่งไหลออกมา
ภายในหอคอยแห่งเรือนจำปลดปล่อยอำนาจกดขี่อันทรงพลังออกมา มันแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าขององค์เหนือหัวแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดน……
“ฮ่า ฮ่า……”
ในฉับพลันเสียงหัวเราะก็ระเบิดออกมาจากด้านในหอคอย
เวลานั้นเองบนยอดหอคอยแห่งเรือนจำ กระบี่เล่มที่อยู่ขวาสุดสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงขึ้นมาในบัดดล และลำแสงของกระบี่แห่งแสงก็สอดส่องมาจากบนยอดนั่น
ฉับพลันนั้นเองทั่วทั้งหอคอยแห่งเรือนจำก็กลับไปเงียบสงบอีกครั้ง
มีเพียงกระบี่บนยอดหอคอยนั้นที่สั่นเทิ้มเบาๆ พลางส่งเสียงครางต่ำออกมา ราวกับว่ามันตอบสนองต่อบางสิ่ง……
