Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 653


บทที่ 653 เจ้ามันจิตใจโหดเหี้ยมสิ้นดี! (ปลาย)

คนส่วนใหญ่คงคิดว่าการที่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนล่มสลายเกี่ยวข้องกับสำนักชางเจี้ยนหากมิใช่เพราะเยี่ยฉวน นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนหลายคนจึงกล้ามาหาเรื่องเขาถึงนี่

คนส่วนใหญ่เกรงอำนาจของสำนักชางเจี้ยน ทว่าไม่หวาดกลัวเยี่ยฉวน

และคนที่รู้สาเหตุที่แท้จริงล้วนตายตกไปตามกัน! ส่วนคนที่ยังเหลือรอดคือคนที่อยู่ข้างเขาและไม่ใช่คนที่ชอบป่าวประกาศไปทั่วอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มครุ่นคิดพลางถอนใจเฮือกพร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ

ในขณะนี้ในตัวเขาครอบครองของล้ำค่านานาชนิด และนั่นยิ่งทำให้คนอื่นมุ่งมาหาเขามากขึ้นทุกที……

น่ารำคาญ!

นึกอย่างนี้แล้วชายหนุ่มก็ส่ายหน้าอีกหน และดูราวกับจะคิดอะไรได้จึงหันไปถามหวังเชี่ยนหยาว่า “อาจารย์ใหญ่ ข้าต้องทำอย่างไรจึงจะได้เป็นศิษย์สาขาในขอรับ?”

หวังเชี่ยนหยาหันมามองด้วยความสนใจ “ตอนนี้เจ้าอยากเป็นศิษย์สาขาในงั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะรับคำ “ขอรับ เป็นศิษย์สาขาใน!”

พลันชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าภยันตรายใกล้เข้ามาทุกที วิกฤตครั้งใหญ่เสียด้วย ฉะนั้นเขาต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะพัฒนาขั้นพลัง อีกทั้งเรื่องของอาจารย์เยว่ฉีจะรอช้าอีกไม่ได้

จึงไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่

อีกฝ่ายกล่าวเสียงขรึมมาว่า “ถ้าเข้าสาขาในเวลานี้เจ้าไม่แคล้วตกเป็นเป้าหมายของหนานซานอย่างแน่นอน เจ้าจะ……”

ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ ขึ้นว่า “ช่างมันขอรับ”

คนตรงข้ามเยี่ยฉวนนิ่งไปขณะจับตามองเขาอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นค่อยพูดออกมาว่า “ถ้าเจ้าอยากเข้าสาขาใน เจ้าสามารถทำได้ตลอดเวลา”

เยี่ยฉวนถามกลับด้วยสีหน้างงงัน “ง่ายอย่างนั้นเลยหรือขอรับ?”

ผู้ตอบสั่นศีรษะและยิ้มน้อยๆ “เจ้าเป็นเซียนกระบี่แล้วนี่นะ!”

แต่พลันต่อมาคนก็ชะงักหยุดนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “ตามข้ามา!”

เช่นนั้นเยี่ยฉวนจึงเดินตามชายชราออกไปเงียบๆ ถัดมาราวครึ่งชั่วยามทั้งสองคนเดินทางลึกเข้าไปในหุบเขาสลับซับซ้อนแห่งหนึ่ง

พลันชายหนุ่มหยุดเดินและหัวเราะขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “อาจารย์ใหญ่หวัง แถวนี้ไม่น่าใช่ทางที่จะไปสาขาในกระมังขอรับ?”

หวังเชี่ยนหยาค่อยหันกลับมา สายตาของชายชรามองคนตรงหน้าแน่วนิ่ง “สมบัติล้ำค่าอันดับหนึ่งในทำเนียบขุมทรัพย์จักรดาราอยู่ที่เจ้าใช่ไหม?”

เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “อย่างนี้นี่เอง”

เขาเบนหน้าหันไปรอบตัวก่อนจะหันมาพูดปนหัวเราะกับอีกฝ่ายว่า “ที่นี่เงียบสงบดี แค่สังหารข้าและฉกเอาของล้ำค่าไป!”

สายตาของชายชรายังคงจ้องมองเขม็ง “เยี่ยฉวน เจ้าก็รู้ดีว่าของล้ำค่านั่นมีแต่จะนำหายนะมาถึงตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ส่งมาให้ข้าและข้ารับปากว่าเจ้าจะได้เป็นศิษย์สาขาในอย่างที่ต้องการ ว่าอย่างไร?”

เยี่ยฉวนเหยียดมุมปาก “ถ้าข้านำมาให้ท่าน เกรงว่าท่านจะฆ่าข้าปิดปากเสียเท่านั้น ว่าหรือไม่?”

หวังเชี่ยนหยาไม่ตอบ เขาหรี่นัยน์ตาลงขณะบอกกับคนตรงหน้าว่า “เจ้า……ก็ฉลาดดีอยู่หรอก! แต่คนฉลาดมักอายุไม่ยืน!”

ทันใดนั้นที่ด้านหลังของชายหนุ่มปรากฏร่างของชายชราอีกคน

คนผู้นี้คือมู่เหลี่ยน!

เมื่อเห็นคนมาใหม่ ทำเอาเยี่ยฉวนอึ้งไปทันที

บัดนี้เขาตระหนักโดยทันทีว่าตนนั้นประมาทความเย้ายวนแห่งสิ่งล้ำค่าอย่างหอคอยแห่งเรือนจำเกินไปจริงๆ!

เสียงของหวังเชี่ยนหยาเอ่ยขึ้นมาว่า “เยี่ยฉวนข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนที่มีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจและมีกลเม็ดแพรวพราว แต่จงเข้าใจไว้อย่างถ้าเจ้าชนะพวกเรา คงไม่คิดว่าจะออกจากสถานศึกษาเต๋าอี้ได้หรอกนะ? คนที่สังหารอาจารย์ใหญ่และอาจารย์สถานศึกษา เจ้าจะถูกศิษย์เต๋าอี้ไล่ล่าตลอดไปจนกว่าจะตาย ถ้าส่งของล้ำค่ามาให้เราโดยดี หลบออกจากเต๋าอี้ไปเงียบๆ ข้าก็จะยอมปล่อยเจ้าไปและจะรักษาคำพูดที่ให้ไว้!”

ชายหนุ่มนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเองเขาเงยหน้าขึ้นและคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ช่วยด้วย!”

ซึ่งนอกเหนือจากพลังชี่ลึกลับที่ถูกผลักออก เสียงนั้นยังก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนทั่วท้องนภาประดุจสายฟ้าฟาด

เสียงดังสนั่นอย่างมาก!

ความที่เสียงดังเกินปกติจึงทำให้ทั้งบริเวณสาขานอกได้ยินเสียงกันถ้วนทั่ว!

คนที่อยู่เบื้องหน้า หวังเชี่ยนหยาและมู่เหลี่ยนต่างสีหน้าประหลาดใจอย่างยิ่ง

เรียกให้คนช่วยงั้นหรือ?

พฤติกรรมของชายหนุ่มไม่น่าแปลกใจที่ได้ทำให้สองชายชรางงงันไปชั่วขณะ

ครู่ต่อมามีเสียงของเยี่ยฉวนตะโกนขึ้นอีกสองสามหน ครานี้หวังเชี่ยนหยาและมู่เหลี่ยนจึงได้ดึงสติกลับคืนมายังสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันต่างรับรู้ได้ถึงลมหายใจประหลาดจำนวนหนึ่งพุ่งเข้ามา

เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายชราทั้งคู่ซึ่งตั้งใจจะจู่โจมชายหนุ่มตรงหน้าจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวในทันที

คนอาจารย์ใหญ่เขม้นสายตามองตรงมายังเยี่ยฉวนพลางบอกว่า “ถ้าขืนพูดจาไร้สาระ ข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างทุกข์ทรมาน!”

ต่อมาเฟิงจิ้ง ชายชราอีกคนและชายวัยกลางคนทยอยโผล่เข้ามาในบริเวณ

เมื่อพบเยี่ยฉวนและชายชราอีกสองคนอยู่ที่นั้น สามคนที่เพิ่งมาถึงพากันตกตะลึงไปทันที

เฟิงจิ้งถามไปยังเยี่ยฉวน “เจ้าเองหรือที่ตะโกนขอให้ช่วย?”

พลันชายหนุ่มหันหลังวิ่งออกไปทันที สีหน้าหวาดกลัวสุดขีดและค่อนข้างซีดเซียวด้วยซ้ำ ราวกับเห็นสิ่งที่น่าสยดสยองก็ปาน

เฟิงจิ้งขมวดคิ้วมองตาม “เกิดอะไรขึ้น?”

คนที่ยืนห่างออกไป หวังเชี่ยนหยาขยับทำท่าจะตอบทันใดนั้นเยี่ยฉวนส่งเสียงกลับมาน้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “อาจารย์เฟิ่ง……อาจารย์ใหญ่จะฆ่าข้า พวกเขาสองคนจะฆ่าข้า!”

เมื่อได้ยินเข้าชายชราหวังเชี่ยนหยาหน้าง้ำสีหน้าบอกบุญไม่รับ “เยี่ยฉวน เจ้าพูดเรื่องอะไร?”

ชายหนุ่มไม่ใส่ใจคำพูดนั้น เขาแอบไปซ่อนอยู่ข้างหลังเฟิงจิ้งและลอบมองไปทางหวังเชี่ยนหยาและมู่เหลี่ยนด้วยแววตาความรู้สึกตื่นกลัว ขณะเอ่ยกับคนข้างหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “คนสองคนนั้นหลอกข้ามาที่นี่และพวกเขาอยาก……อยากฆ่าข้าเพื่อชิงของล้ำค่า ขะ……ข้ากลัวมากขอรับ!”

คนตรงข้ามที่ถูกเอ่ยชื่อจ้องมองเยี่ยฉวนไม่วางตา สายตาเย็นเยือกน่ากลัว “เจ้ารู้ไหมว่าคนที่หมิ่นประมาทด้วยการใส่ร้ายอาจารย์ใหญ่และอาจารย์จะเป็นอย่างไร?”

ชายหนุ่มดูท่าหวาดกลัวมากทีเดียวจึงรีบซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาสั่นน้อยๆ ดุจลูกนกตกน้ำซ้ำมีเหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก

อาการแสดงออกของเขาทำให้เฟิงจิ้งและคนอีกสองคนที่เข้ามาทีหลังหันไปมองอย่างสนใจ ก่อนจะหันไปยังหวังเชี่ยนหยาและมู่เหลี่ยน ฝ่ายแรกเห็นดังนั้นก็เอ่ยเสียงแหบพร่า “พวกเจ้าเชื่อเขางั้นหรือ?”

พลันต่อมาเฟิงจิ้งจึงตัดบทว่า “ข้าคิดว่าพวกเรานำเรื่องนี้ไปหารือกับหัวหน้าผู้อาวุโสก็แล้วกัน”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเชี่ยนหยาหรี่ตาลงเล็กน้อยขณะเขม้นมองอย่างชั่งใจ “เฟิงจิ้ง เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

คนถูกถามตอบเสียงเรียบ “ข้าไม่ได้มีนัยอะไรทั้งสิ้น แค่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและต้องขอให้หัวหน้าผู้อาวุโสมาช่วยจัดการเท่านั้น”

จากนั้นคนพูดหันกลับและนำพาเยี่ยฉวนออกจากตรงนั้น

พลันมีเสียงแสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยวของหวังเชี่ยนหยาไล่หลังมาว่า “อย่าอวดดีให้มันมาก! เรื่องในสาขานอกไม่ใช่หน้าที่ของเจ้า”

เฟิงจิ้งชะงักกึกและหันไปถามด้วยเสียงเยือกเย็น “รองอาจารย์ใหญ่หวัง นี่มันอะไรกัน? ท่านจะใช้อำนาจประชาทัณฑ์งั้นหรือ?”

คนตรงข้ามมองเฟิงจิ้งด้วยสายตาแน่วนิ่ง “เจ้าอยากสู้กับข้าเพื่อช่วยมันจริงงั้นหรือ?”

ทันใดนั้นเยี่ยฉวนก้าวออกมาเบื้องหน้า พลางพูดด้วยน้ำเสียงโมโหว่า “ท่านต้องการอะไรอีก? ข้าก็ให้ของไปแล้ว จะไว้ชีวิตข้าสักคนไม่ได้หรือไง? ท่านมันจิตใจโหดเหี้ยมสิ้นดี!”

หวังเชี่ยนหยา “……”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version