Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 676


บทที่ 676 นี่ละเหตุผลที่ข้าจะใช้กับคนอื่น! (ปลาย)

“ขออภัยที่ให้คอย ตอนนี้หัวหน้าซวี่ไม่อยู่เจ้าค่ะ”

เยี่ยฉวนขมวดคิ้ว “เขาบอกให้ข้ามารับของที่สั่งไว้วันนี้ เขาไม่อยู่ได้อย่างไร?”

หญิงสาวตรงหน้าส่ายศีรษะปฏิเสธ “ข้าไม่ทราบเรื่องนี้ นายท่านที่เคารพ รบกวนมาใหม่ในวันพรุ่งนี้เถิดเจ้าค่ะ”

พูดจบโดยไม่รอฟังคำตอบ นางหันหลังเดินกลับออกไปทันที

เมื่อเห็นเช่นนั้นหัวคิ้วของชายหนุ่มกดเป็นร่องลึกกว่าเก่า ได้แต่นิ่งอย่างใช้ความคิดชั่วครู่หนึ่งจึงกลับออกจากสถานที่

วันรุ่งขึ้นเยี่ยฉวนย้อนกลับไปที่หอวาณิชไท่เฮ่ออีกครั้ง เมื่อได้พบกับสตรีหน้าสวย ยังมิทันที่ชายหนุ่มจะอ้าปากถาม ทว่าหญิงสาวชิงบอกมาก่อนว่า “หัวหน้าซวี่ไม่อยู่เจ้าค่ะ นายท่านที่เคารพพรุ่งนี้กรุณามาใหม่อีกครั้ง!”

จากนั้นก็หันกลับออกไปโดยไม่เหลียวหลังมามองแม้แต่น้อย

พลันเยี่ยฉวนทะยานออกไปขวางทางเบื้องหน้าหญิงสาวไว้เสียก่อน คนตรงข้ามเมื่อเห็นเช่นนั้นนางนิ่วหน้าเล็กน้อย ขณะที่ชายหนุ่มบิดมุมปากยกยิ้ม “เขาไม่ยอมออกมาพบข้าใช่ไหม?”

หญิงสาวหลบสายตาพลางตอบเสียงอุบอิบ “หัวหน้าซวี่ไม่อยู่เจ้าค่ะ”

ทันใดนั้นชายหนุ่มผลักพลังระเบิดใส่ทางฝั่งขวามือ

ตูม!

ไม่ไกลนักฝาผนังอาคารฝั่งที่ระเบิดออกทันทีจึงเผยให้เห็นร่างของชายชรา

ที่แท้เป็นหัวหน้าซวี่จริงๆ

เยี่ยฉวนชี้ไปยังหัวหน้าซวี่พลางแค่นหัวเราะออกมา “เมื่อกี้เจ้าบอกว่าเขาไม่อยู่ใช่ไหม?”

สตรีหน้าสวยมองตรงมายังคนพูดสายตาแน่วนิ่งหากมิได้เอ่ยกระไร

ขณะนั้นชายชราที่ถูกเรียกขานว่าหัวหน้าซวี่เดินตรงออกจากที่ไม่ห่างไกลจากเยี่ยฉวนนัก สีหน้าของฝ่ายนั้นค่อนข้างเรียบเฉย “มีอะไร? ท่านจะมาอาละวาดอะไรที่นี่นายท่าน?”

ชายหนุ่มเหยียดมุมปากยกยิ้ม “เปล่า ข้าแค่จะมาเอาของที่สั่งไว้ เจ้านำมาให้ข้าเสียดีๆ และข้าจะได้รีบไป”

“ของ?”

หัวหน้าซวี่ทำท่าว่ามึนงง “ของอะไรขอรับ? ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง!”

เมื่อได้ยินคนตรงข้ามพูดเช่นนั้น ชายหนุ่มราวกับเห็นเป็นเรื่องขบขันเสียเต็มประดาจึงเปล่งเสียงหัวเราะร่วน “ที่แท้เป็นการจัดฉากล่อลวงผู้มาเยือนของหอวาณิชไท่เฮ่อสินะ!”

หัวหน้าซวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะเขม้นมองคนพูดแววตาเย็นเยียบ “นายท่าน พูดอะไรโดยปราศจากหลักฐานไม่ได้นะขอรับ”

จากนั้นที่เบื้องหลังคนพูดปรากฏร่างชายฉกรรจ์หกคนก้าวออกมายืนประกบ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีขั้นพลังทลายสุญตาทั้งสิ้น

ชายชราเขม้นมองเยี่ยฉวนพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ค่าเสียหายของฝาผนังนั่นคิดเป็นอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงหนึ่งแสนชิ้น ส่งอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงหนึ่งแสนมาและข้าจะไว้ชีวิตให้เจ้า”

เพชรน้ำค้างสีม่วงหนึ่งแสนชิ้น!

เยี่ยฉวนนิ่งคิดนิดหนึ่งจากนั้นจึงหัวเราะออกมาเบาๆ “เจ้าอยากได้จริงงั้นหรือ?”

ชายชราเค้นเสียงถาม “ทำไมจะไม่ได้?”

ชายหนุ่มยื่นมือออกไปข้างหน้าพร้อมกับกดนิ้วชี้ลงเล็กน้อย พลันวงแหวนสัมภาระปลิวออกไปปรากฏที่เบื้องหน้าชายชราหัวหน้าซวี่ ซึ่งเมื่อเห็นเข้าจึงเหลือบมองภายในวงแหวนและทันใดนั้นก็ได้เห็นว่าข้างในบรรจุอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงหนึ่งแสนชิ้น

หัวหน้าซวี่รีบเก็บวงแหวนสัมภาระอย่างรวดเร็วและหันไปบอกคนตรงหน้า “เจ้าไปได้!”

เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้มและหันกลับออกไปแต่โดยดี

ครานี้ทั้งคนหัวหน้าซวี่รวมทั้งสมุน ไม่มีใครขัดขวางเขาสักคน

ครู่ต่อมามีเสียงของสตรีหน้าสวยพูดกับอีกฝ่ายว่า “ทำไมไม่สังหารเขาเสีย จะได้กำจัดศัตรูในภายหน้าอย่างถาวรเสียเลยเจ้าคะ?”

หัวหน้าซวี่ตอบเสียงขรึม “เหตุใดข้าจึงไม่สังหารเสียงั้นหรือ? พลังของมันแค่ควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ปล่อยให้มันตอบโต้มาสิดี ถ้ามันไม่ตอบโต้ข้าจะหากำไรได้อย่างไร?”

ว่าแล้วคนพูดหันกลับและออกไป

เมื่อออกจากหอวาณิชไท่เฮ่อ เยี่ยฉวนกลับไปยังสถานศึกษาเต๋าอี้ทันที

จากนั้นเขาได้พบกับเสี่ยวเก้อและคนอื่นขณะกำลังอยู่ในหอคอยเพลิงอินทนิล

“ว่าไงนะ? พี่เยี่ย เจ้าถูกหอวาณิชไท่เฮ่อหลอกเอาเพชรน้ำค้างสีม่วงไปตั้ง 10 ล้านชิ้นเชียวหรือ?”

“เพชรน้ำค้างสีม่วง 10 ล้านงั้นหรือ? ไอ้พวกหอวาณิชไท่เฮ่อมันเสียสติไปแล้วหรือยังไง? กล้ามาลูบคมสถานศึกษาเต๋าอี้ของเราอย่างนี้ได้ยังไง?”

“ไปแจ้งให้หัวหน้าผู้อาวุโสทราบดีกว่า!”

ใครคนหนึ่งพูดดังนั้น ขณะที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันและทำท่าจะไปหาหัวหน้าผู้อาวุโส

พลันนั้นเองเยี่ยฉวนทักท้วงขึ้นทันทีว่า “ทำไมต้องรบกวนหัวหน้าผู้อาวุโส? เรื่องนี้พวกเราจัดการกันเองดีกว่า! ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกคน ตามข้ามาพวกเราไปหอวาณิชไท่เฮ่อด้วยกัน”

คนพูดเองหันขวับและนำหน้าออกไปโดยเร็ว

ทำให้เสี่ยวเก้อรวมทั้งคนอื่นพลอยขยับตามกันไปเป็นพรวน

ระหว่างทางเสี่ยวเก้อเอ่ยเสียงเคร่งกับคนอีกฝ่ายว่า “พี่เยี่ย หอวาณิชไท่เฮ่อไม่ใช่กองกำลังกระจอกงอกง่อย ในแถบดินแดนอุดรนี้จัดว่าเป็นหอวาณิชที่ใหญ่ที่สุด อีกทั้งมีกำลังทรัพย์มหาศาลทั้งเครือข่ายก็กว้างขวางอีกด้วย พวกเราต้องระมัดระวังให้จงหนัก!”

เยี่ยฉวนพยักหน้าพลางเหยียดมุมปากยิ้ม “ระวังตัวด้วย ทุกคนสมควรต้องระมัดระวัง เวลานี้เราจะต้องพูดด้วยเหตุด้วยผล!”

เมื่อได้เห็นเช่นนั้น เสี่ยวเก้อค่อยคลายความกังวลไปได้เปลาะหนึ่ง การใช้เหตุผลจะช่วยบรรเทาความรุนแรงของปัญหาได้ในระดับหนึ่ง

ต่อมาไม่นานเยี่ยฉวนพร้อมศิษย์จากสาขาใน 12 คนได้มาถึงยังหอวาณิชไท่เฮ่อ การออกมาปรากฏตัวของยอดฝีมือทรงพลังได้สร้างความประหลาดใจแก่คนในหอวาณิชไท่เฮ่อไม่น้อย

เพียงชั่วขณะคนยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งดาหน้ากันออกมายืนขวางทางเยี่ยฉวนและทุกคน

คนที่เป็นผู้นำที่แท้เป็นหัวหน้าซวี่

เมื่อเห็นชายหนุ่มคนที่ยืนประจันหน้า ชายชราหัวหน้าซวี่ชะงักนิ่งไปเล็กน้อย จากนั้นเขาได้กวาดสายตาไปยังแต่ละคนที่ยืนขนาบข้างเยี่ยฉวน ยามนี้สีหน้าคนบ่งชัดว่าออกจะทึ่งไม่น้อยทีเดียว

ด้วยคนเหล่านี้ทุกคนสำเร็จขั้นทลายสุญตา แน่ละยกเว้นเยี่ยฉวนเพียงคนเดียวเท่านั้น

พลันคนที่ยืนข้างชายหนุ่ม เสี่ยวเก้อมองไปยังหัวหน้าซวี่ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “พี่เยี่ย ไอ้หมอนั่นสินะคือคนที่ลวงเอาเพชรน้ำค้างสีม่วงของเจ้าไปตั้ง 10 ล้านชิ้น?”

คนถูกตามผงกศีรษะพร้อมทั้งสีหน้าหมองมัวและขุ่นเคืองใจ “มันนั่นล่ะ เป็นมันจริงๆ มันลวงเอาเพชรน้ำค้างสีม่วงของข้าไป 10 ล้านชิ้น!”

เมื่อได้ยินคำกล่าวหาของฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม หัวหน้าซวี่สีหน้างุนงงสับสนก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม “เจ้าพูดอะไร? เจ้า……”

ทันใดนั้นเยี่ยฉวนซึ่งยืนเผชิญอยู่ตรงหน้าพลันจู่ๆ หายวับไปจากสถานที่ และขณะต่อมาปรากฏว่ามีกระบี่ปริศนาแทงพรวดเข้าที่คอหอยของชายชราทันที

โลหิตแดงฉานสาดกระเซ็น!

เมื่อเห็นเช่นนั้นทุกคนชะงักงันมองตาค้างด้วยตกตะลึง

เสี่ยวเก้อพูดกับชายหนุ่มคนลงมือ เสียงตะกุกตะกักด้วยความตกอกตกใจ “พี่ชาย พวกเรามาที่นี่เพื่อจะมาเจรจากับเขาด้วยเหตุด้วยผลมิใช่หรือ?”

เยี่ยฉวนตอบเสียงอ่อน “นี่ละเหตุผลที่ข้าใช้กับคนอื่น!”

เสี่ยวเก้อ “……”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version