บทที่ 746 ใต้ฟ้านี้ไม่มีรอดพ้นสายตาของนาง! (ปลาย)
สุนัขอสูรเสียงตอบแผ่วต่ำนัก “สำนักเซียนถูกโค่นล้มตามปกติสมบัติล้ำค่าจะถูกกวาดจนหมดไม่เหลือ ทว่า……”
ชายหนุ่มถามกลับเสียงเร็ว “มีอะไร?”
เจ้าสัตว์อสูรจ้อยกลับหุบปากเงียบไปเสียเฉยๆ
เยี่ยฉวนเอ่ยด้วยสุ้มเสียงจริงจัง “เจ้าอยากให้สำนักเซียนกลับฟื้นคืนหรือไม่เล่า?”
สุนัขอสูรแสยะแยกเขี้ยวขณะสายตาเหล่มองชายหนุ่ม “จะมาหลอกอะไรข้าอีก?”
เยี่ยฉวนพูดพลางสีหน้าขึงขัง “แม้ว่าสำนักเซียนจะถูกทำลายไปแล้ว ข้าเชื่อว่าคนของสำนักไม่ได้ถูกกวาดล้างไปด้วย พวกคนของสำนักเซียนน่าจะยังหลงเหลืออยู่ ถ้าให้พวกเขามารวมกัน……”
สุนัขอสูรพูดเยาะหยัน “เจ้าทำไม่ได้หรอก เจ้าไม่ใช่คนของสำนักเซียน!”
ชายหนุ่มสวนคำทันควัน “อาจารย์ข้าอย่างไร เจียนจื่อไจ้”
เจ้าสัตว์อสูรตัวน้อยนิ่งงัน
เยี่ยฉวนได้ทีรีบพูดเสียงเร็ว “แม่นางเจียนเป็นผู้ที่มีสายเลือดสำนักเซียนโดยแท้ ใช่หรือไม่? ยิ่งไปกว่านั้นนางเป็นบุตรสาวของผู้อาวุโส อดีตเจ้าสำนักเซียนของเจ้าด้วย!”
ผู้ฟังสั่นหน้าดิก “นางไม่สนใจใยดีสำนักเซียนแล้ว!”
ชายหนุ่มรีบพูด “แต่ข้าสนใจ!”
ฝ่ายนั้นมองหน้าเยี่ยฉวนและพูดอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียว “ไม่มีทาง! เจ้าไม่ใช่นาง!”
เยี่ยฉวนไม่ละความพยายามกลับพูดเสียงขรึม “ข้าเป็นใคร? ข้ากับนางนับถือกันเป็นพี่น้อง! จะว่าไปตัวข้านับว่าเป็นคนสำนักเซียนครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ ถ้าเจ้ายอมรับและให้ข้าเข้าร่วมกับสำนักเซียน อีกทั้งให้รับช่วงต่อทรัพย์สมบัติล้ำค่าของสำนักเซียน แม้ว่าพี่สาวข้าจะมีความขุ่นเคืองใจกับสำนักเซียนมาก่อน รับรองได้นางต้องเห็นแก่ข้า ดีไม่ดีจะยอมเพื่อช่วยเหลือข้าอย่างแน่นอน นี่เจ้ารู้อะไรไหม นางช่วยข้าเสมือนกับช่วยสำนักเซียนด้วยนา!”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดยืดยาวของเยี่ยฉวน สุนัขอสูรตัวจ้อยนิ่งงันและไม่นานดูเหมือนว่ามันจะตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ขณะที่คนตรงข้ามรีบเสริมให้ว่า “ข้าเป็นคนที่มาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสำนักเซียนและพี่สาว ซึ่งข้าจะทำให้ความสัมพันธ์ที่ร้อนแรงระหว่างสำนักเซียนและพี่สาวกลับผ่อนหนักเป็นเบา แน่ละเพียงแต่เจ้าจะช่วยเหลือข้าสักหน่อยเท่านั้น”
สุนัขอสูรตรงข้ามหรี่ตามองเยี่ยฉวนครู่หนึ่ง “คนสำนักเซียนอาจยอมรับในตัวนาง แต่พวกเขาไม่มีทางยอมรับเจ้าแน่!”
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “เรื่องนั้นช่างเถอะ สำหรับข้าคงจะไม่พยายามเกลี้ยกล่อมนาง! โธ่เอ๋ย ข้ากำลังคิดอยู่ว่าสามารถโน้มน้าวนางให้มาช่วยเหลือสำนักเซียนได้อยู่แล้ว จนกว่าสำนักเซียนจะสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง โธ่ เช่นนั้นก็ช่างเถอะ ลืมมันเสีย!”
กล่าวจบ คนพูดหันหลังและออกไปทันที
“เดี๋ยวก่อน!” เสียงเรียกของสุนัขอสูรดังมาจากด้านหลัง
เยี่ยฉวนหยุดกึกและหันกลับมามองตรงไปยังสุนัขตัวจ้อย “ว่าอย่างไร?”
สัตว์อสูรจ้อยย้อนถามเสียงขรึม “เจ้าบอกว่าจะช่วยโน้มน้าวนางงั้นหรือ?”
คนที่ถูกถามยิ้มออกมา “นอกจากข้าแล้ว เจ้าคิดว่าจะมีใครทำได้?”
หลังจากนิ่งเงียบอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุนัขอสูรจึงเอ่ยบอกกับฝ่ายตรงข้ามว่า “สำนักเซียนไม่ได้อยู่ในดินแดนจักรวาลดวงดาวแห่งนี้ และข้าเองก็ไม่รู้ว่าคนของสำนักที่ยังมีชีวิตอยู่อีกกี่มากน้อย เมื่อเจ้าเสร็จธุระที่นี่แล้ว ข้าจะพาเจ้าไปที่สำนักเซียน”
เยี่ยฉวนยิ้มในหน้า มุมปากบิดยกนิดหนึ่ง “ตกลง!”
สัตว์อสูรสุนัขจ้อยกล่าวตอบมาว่า “เจ้ามนุษย์ ข้ารู้ดีว่าเจ้าหวังในสมบัติล้ำค่าของสำนักเซียน ทว่าถ้าเจ้าสามารถโน้มน้าวนางได้จริงข้าจะยอมรับและขอติดตามเจ้าไปตลอด มีเพียงนางคนเดียวที่สามารถรื้อฟื้นและช่วยให้สำนักเซียนปรากฏสู่โลกใบนี้อีกครั้ง”
ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก “ความจริงการที่นางออกจากสำนักเซียนไปไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรือของคนทั้งสำนักเซียน ทั้งหมดเป็นความผิดของผู้อาวุโสต่างหาก”
สุนัขอสูรส่ายศีรษะ “สำนักเซียนให้ความสำคัญต่อบุรุษและดูหมิ่นสตรี……”
เยี่ยฉวนจึงพูดยิ้มๆ ว่า “ถึงตอนนี้ถ้านางปรารถนาจะเป็นผู้อาวุโสสืบทอดสำนักเซียน เจ้าจะคัดค้านหรือไม่?”
อีกฝ่ายสั่นหน้าพลางตอบว่า “นางไม่มีทางรับสืบทอดเป็นผู้อาวุโส ข้าหวังแค่นางจะไม่จงเกลียดจงชังสำนักอีกข้าก็พอใจแล้ว ถ้านางยอมก็สามารถช่วยคนของสำนักเราได้”
เสียงชายหนุ่มตอบมาแผ่วเบา “ข้าจะพยายามอย่างดีที่สุด”
ว่าแล้วก็หันหลังกลับและเดินออกไป
ด้านหลังมีสายตาของสัตว์อสูรจ้อยมองตาม “มนุษย์ ความจริงเจ้าเป็นคนไม่เลวนัก อย่างน้อยถึงจะเลวก็นับว่าใจกว้างอยู่เหมือนกัน”
เยี่ยฉวนยิ้มพลางตอบโดยไม่หันกลับ “ขอบใจสำหรับคำชม”
ขณะที่พูดชายหนุ่มหันหน้าไปยังทิศทางไกลออกไป ลึกเข้าไปในจักรวาลดาราปรากฏผนังกำแพงสูงใหญ่ กำแพงที่ว่าพาดผ่านตระหง่านง้ำอยู่ในจักรวาลดาราไกลโพ้น ความยาวสุดลูกหูลูกตาและสูงไม่น้อยกว่าสามพันจั้ง บริเวณกึ่งกลางของกำแพงมีบาทวิถีกำลังลอยตัวอยู่ในจักรวาลดารา เส้นทางวิถีนั้นกว้างใหญ่คะเนราวสามพันจั้ง ทอดยาวไกลจนสุดเขตที่ตั้งของเมือง
เหนือกำแพงเมืองบริเวณจุดกึ่งกลาง มีตัวอักษรขนาดใหญ่จารึกว่า ‘เมืองเว่ยหยาง’
ยิ่งใหญ่สง่างาม!
นั่นเป็นความรู้สึกของเขาแวบแรกที่ได้เห็น!
เบื้องหน้าที่เห็น เมืองเว่ยหยางใหญ่โตกว่าทุกเมืองที่เขาเคยเห็นมาก่อน ยิ่งมองดูเขายิ่งรู้สึกถึงความต่ำต้อยของมนุษย์อย่างแท้จริง
รอบเมืองเว่ยหยาง ยวดยานการจราจรของเรือเหาะจักรวาลดาราเข้าๆ ออกๆ ขวักไขว่ไปมา แม้ว่าจะมีจำนวนเรือเหาะจักรวาลดารามากมายเพียงนั้น หากทั้งหมดมีความเป็นระเบียบตรงเวลา
เสียงของตู๋กูเสวียนพูดมาจากด้านข้าง “ที่นี่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง มีทั้งคนดีและคนไม่ดีผสมปนเปกันไป ที่นี่จึงมีคนมากมายร้อยแปดปะปนกัน”
เยี่ยฉวนถามว่า “จะไม่สับสนวุ่นวายแย่หรือขอรับ?”
สตรีส่ายหน้า “จะว่าไปก็มีความวุ่นวายบ้างทว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่มีใครกล้ามาทำให้ที่นี่ยุ่งเหยิงวุ่นวายใหญ่โตหรอก ด้วยเพราะผู้นำแห่งอารามเว่ยหยางพักอยู่ที่นี่”
“ผู้นำอารามเว่ยหยางงั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนหันไปมองผู้พูด “คนผู้นี้แข็งแกร่งมากเลยหรือขอรับ?”
คนเป็นมารดาใช้มือลูบศีรษะของเยี่ยฉวนอย่างแผ่วเบา “ไม่หรอก ที่จริงความแข็งแกร่งของนางนั้นหาที่เปรียบมิได้ต่างหาก! นางเป็นผู้ก่อตั้งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง ภายหลังจากสถาปนาดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางแล้ว นางเที่ยวต่อกรกับคนอื่นไปทั่วและต่อสู้รบรากับสารพัดกองกำลังในจักรวาลดวงดาวทั้งหมด ถึงกระนั้น ก็กล่าวได้ว่าใต้ฟ้านี้ไม่มีรอดพ้นสายตาของนางไปได้ แม้แต่ปฐพีก็ไม่อาจยืนหยัดต่อความแข็งแกร่งของนาง… ถึงกระนั้นความเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางของนางเป็นเพียงเบื้องหน้าเท่านั้น!”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “เบื้องหน้า?”
ตู๋กูเสวียนพยักหน้า “มีคนสองคนที่มีฝีมือสูสีกับนาง…”
