บทที่ 777 จิตรกร! (ต้น)
ยามที่ได้ยินเสียงพูดของเยี่ยฉวน……เจ้าสุนัขอสูรพลันสติหลุดไปชั่วขณะ วินาทีต่อมาจึงหันกลับและหายไปในท้องฟ้าอันไร้ขอบเขต!
ห่างออกไปนั้นชายชุดดำและคนอื่นๆ ต่างพากันตกตะลึง!
เจ้าพวกนั้นหนีไปงั้นหรือ?
หนีไปเฉยๆ?
ด้วยความสัตย์จริง……แม้ว่าพวกเขาจะเป็นยอดฝีมือยี่สิบสี่คนในขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์……กลับต้องระมัดระวังมากในตอนนี้ เหตุเพราะกลัวว่าเยี่ยฉวนจะมีไพ่ตายซ่อนอยู่!
ดังนั้นพวกตนได้แต่เฝ้าระวังตัวไว้และพร้อมที่จะรับมือกับทุกสิ่ง!
ถึงกระนั้น……เหล่ายอดฝีมือนั้นไม่คาดคิดเลยว่าเยี่ยฉวนจะหนีไปพร้อมกับสุนัขอสูรตัวนั้นไปอย่างรวดเร็ว!
ในช่วงเวลานี้ พวกเขาลอบสังเกตการณ์เยี่ยฉวนอย่างลับๆ พลางตระหนักได้ว่าเยี่ยฉวนไม่ใช่คนขี้ขลาด……
ทว่าขณะนี้เยี่ยฉวนลี้หนีไปโดยไม่ลังเล!
หลังจากผ่านไปชั่วอึดใจ……ชายชุดดำก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “จับพวกมันให้ได้!”
พลันเหล่ายอดฝีมือทั้งยี่สิบสี่คนก็หายตัวไปพร้อมกัน
สุดขอบฟ้าอันไร้ขอบเขต……เยี่ยฉวนนั่งบนหลังสุนัขอสูรขณะที่มันก็วิ่งไปตามทางอย่างรัวเร็ว!
ชายหนุ่มยอมรับเลยว่าความเร็วของสุนัขอสูรนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก! หลังจากที่มันตรึงกล้ามเนื้อทุกส่วนเพื่อก้าววิ่งออกไป อย่างน้อยยอดฝีมือขั้นศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปก็มิอาจตามทันได้อย่างแน่นอน
…
กลางอากาศ
“เจ้าเยี่ยคนต้มตุ๋น……มิใช่ว่าเป็นเรื่องน่าละอายสำหรับเราหรือที่ลี้หนีมาเช่นนี้?”
“เจ้าสู้กับเหล่ายอดฝีมือทั้งยี่สิบคนในขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่? หากทำได้ก็กลับไปสู้กับพวกเขาเสีย!”
“เหตุใดข้าจึงต้องสู้กับคนทั้งยี่สิบนั่น?”
“หรือเจ้าจะสู้กับพวกเขาทั้งสิบเก้าคน……ข้าสามารถประมือกับคนที่เหลือได้!”
“เจ้าช่วยหยุดไร้ยางอายได้หรือไม่?”
“เอาล่ะ……พวกเขาจะตามมาทันแล้ว! จงวิ่งเสีย!”
“…”
ด้านหลังเยี่ยฉวนและสุนัขอสูร ปรากฏเหล่ายอดฝีมือในขั้นศักดิ์สิทธิ์ที่ไล่ตามพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น……ความเร็วนั้นยังช้ากว่าสุนัขอสูรอยู่เล็กน้อย ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงติดตามเยี่ยฉวนและสุนัขอสูรแทนที่จะไล่ล่า!
ทว่ายอดฝีมือทั้งหลายไม่ลดละความพยายาม เหตุเพราะยามที่เยี่ยฉวนเข้าสู่กำแพงใหญ่จางเถี่ยนแล้ว……ทุกสิ่งอย่างจะยุ่งเหยิงยิ่งกว่า!
สถานที่แห่งนั้นค่อนข้างซับซ้อน!
แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากจะไปที่นั่น ดังนั้นจึงต้องหยุดเยี่ยฉวนก่อนที่เขาจะเข้าไปในกำแพงใหญ่จางเถี่ยน!
พวกเขาเริ่มเร่งความเร็วด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี!
…
เมืองเว่ยหยาง
ในอารามเว่ยหยาง……เจ้าแห่งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางยืนอยู่เหนืออาราม สายตามองไปที่สุดขอบฟ้าและจมอยู่ในห้วงความคิด
หลังจากนั้นไม่นานเว่ยหยางเทียนยกมือขวาขึ้นโบก พลันหอดวงดาวจำลองก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าและเข้าไปในหอที่มีเก้าอี้หกตัววางอยู่……
ไม่นาน……ชายชราในชุดคลุมเรียบง่ายก็เดินเข้าไปในอาราม รูปร่างผอมเพรียว แต่หลังตรง คิ้วยาวจนพาดไปถึงหน้าอก……ยิ่งกว่านั้นเขาสวมเพียงรองเท้าผ้าธรรมดาคู่หนึ่ง
หลังจากที่เข้าไปในวัง……ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยให้เว่ยหยางเทียน จากนั้นเดินไปยังเก้าอี้อีกด้านหนึ่งแล้วนั่งลง
เว่ยหยางเทียนกล่าวว่า “ชิงหนง……เจ้ามาเร็วเกินไป”
ชายชรานามชิงหนงยิ้ม “ข้าไม่ชอบให้ผู้อื่นรอข้า!”
พูดจบก็มองไปที่เก้าอี้ทางขวามือเกิดความแปลกใจเล็กน้อย “ท่านเจ้าสำนัก ท่านเพิ่มเก้าอี้หรือ?”
เว่ยหยางเทียนพยักหน้า “สำหรับผู้ปกครองแห่งสำนักมารภูตผี หลี่ฉางเฟิง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชิงหนงก็พูดเบาๆ ว่า “เช่นนั้นเองสินะ…”
ในเวลานี้ มีคนอีกผู้หนึ่งเข้ามา……เป็นหญิงสาวนามไป๋เสี่ยวเซียน
ชิงหนงพยักหน้าเพื่อทักทาย ขณะเดียวกันไป๋เสี่ยวเซียนก็พยักหน้าตอบรับเช่นกันพร้อมกับมองหาที่นั่งและนั่งลง
ไม่นานก็ปรากฏชายอีกผู้หนึ่งเข้ามา……เป็นหลี่ฉางเฟิงนั่นเอง ที่เพิ่งจะหาที่หาทางได้ หลังจากที่เข้ามาด้านในแล้ว เขาเอามือกุมกำปั้นทำความเคารพทั้งสามในหอแล้วนั่งลงที่อีกด้านหนึ่ง
ทว่ามันยังมีเก้าอี้ว่างอีกสองตัวในหอนี้!
จากนั้นก็ไม่มีผู้ใดปรากฏกายเป็นเวลานาน!
เว่ยหยางเทียนไม่แสดงความรู้สึกใดๆ วินาทีต่อมานางพลันหายตัวไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ชิงหนงและไป๋เสี่ยวเซียนที่อยู่ในหอต่างดูเคร่งเครียดขึ้นมา
พวกเขาตระหนักได้ว่าเจ้าแห่งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางกำลังพิโรธเป็นแน่!
ครู่ต่อมา……เว่ยหยางเทียนอยู่ตรงหน้าเขตนักบุญแล้ว หลังจากที่นางมาถึงนั้น จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ท่านเจ้าสำนักแห่งอารามเว่ยหยาง…”
เว่ยหยางเทียนกระทืบเท้าขวาของนางเบาๆ……
ตู้ม!
เขตนักบุญสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พื้นดินทั้งหมดก็เริ่มแตกร้าว!
“เว่ยหยางเทียน!”
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในส่วนลึกของเขตนักบุญ จากนั้นลมปราณอันกล้าแกร่งก็พวยพุ่งออกมา พุ่งตรงไปยังเว่ยหยางเทียนทันที!
เว่ยหยางเทียนง้างมือและฟาดขึ้นไปกลางอากาศ
ตู้ม!
ลมปราณนั้นแตกสลายในทันที! ในระหว่างนี้……อำนาจอันทรงพลังราวกับภูเขาไฟระเบิดกำลังกวาดล้างเขตนักบุญด้านล่างนั่น!
นางกำลังจะกวาดล้างเขตนักบุญ!
ณ เวลานี้ อยู่ๆ ชายวัยกลางคนก็ปรากฏตัวต่อหน้าเว่ยหยางเทียน……เขาสะบัดแขนเสื้อเบาๆ พลันรอบด้านกลับเงียบสงัดลง จากนั้นอำนาจอันทรงพลังก็เริ่มหายไปทีละน้อย…
ทว่าอยู่ๆ เว่ยหยางเทียนก็หายตัวไปอีก……สีหน้าของชายวัยกลางคนนั้นเปลี่ยนไปทันทีแล้วปล่อยหมัดออกไปอย่างว่องไว!
ตู้ม!
ชายวัยกลางคนล่าถอยไปหลายจั้ง ทว่าด้านหลังตนนั้น……อารามของเขตนักบุญถูกทำลายไปในพริบตา!
เมื่อเห็นภาพนี้พลันสีหน้าเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุดนั้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายวัยกลางคนทันที
ห่างออกไป……เว่ยหยางเทียนมองไปยังชายผู้นั้นอย่างเย็นชา “มู่ซิ่วหราน ข้ารู้ว่าเจ้าพัฒนาฝึกฝนตนไปมาก มาประมือกับข้า……เป็นอย่างไรเล่า? หากเจ้าแพ้……ข้าจะสังหารทุกคนในเขตนักบุญของเจ้าเสีย!”
ชายผู้มีนามมู่ซิ่วหรานจ้องไปที่เว่ยหยางเทียนอย่างไม่วางตา “เจ้าต้องการสิ่งใด?”
เว่ยหยางเทียนไม่กล่าวสิ่งใดพร้อมยกมือขึ้นชกไปข้างหน้า!
สีหน้าของมู่ซิ่วหรานเปลี่ยนไปในทันที และเขาก็พุ่งหมัดไปข้างหน้าเช่นกัน!
ตู้ม!
ทั่วทั้งผืนฟ้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! มู่ซิ่วหรานถูกบังคับให้ล่าถอยกลับไปหลายสิบจั้งติดต่อกัน!
มู่ซิ่วหรานจ้องเขม็งไปที่เว่ยหยางเทียนที่จ้องมองเขาอย่างเย็นชา “ต่อแต่นี้ไปจะไม่มีผู้ใดในเขตนักบุญที่สามารถก้าวออกไปจากที่แห่งนี้ได้ รวมถึงเจ้าด้วย……มิฉะนั้นข้าจะสังหารพวกเจ้าทั้งหมด!”
หลังจากนั้นนางก็หายลับไปจากสายตา…
ท่ามกลางบนอากาศนั้น สีหน้าของมู่ซิ่วหรานช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!
